LOGINคำยืนยันฉะฉานนั้นทำให้อรรถพลสติหลุดโดยสิ้นเชิง เขาแสยะยิ้มร้าย จ้องมองเธอด้วยสายตาสมเพชเย้ยหยัน ร่างแกร่งที่ยังคงฝังตัวตนอยู่ภายในร่างของเธอเลื่อนมือขึ้นมาบีบคางมนบังคับให้เธอเงยหน้าสบตากับเขาตรง ๆ
"ดูเธอจะมั่นใจเหลือเกินนะว่ามันจะจริงจังด้วย"
"แน่สิคะ ตอนนี้เราตกลงคบกันแล้ว เอยไม่มีวันปล่อยให้เขาหลุดมือไปแน่!"
"หึ!... แล้วถ้ามันรู้ว่าเธอนอนอ้าขาให้ฉันเอาซ้ำ ๆ จนจะพรุนอยู่ตอนนี้ มันยังจะอยากกินของเหลือเดนจากฉันอยู่ไหมล่ะ!"
เพี๊ยะ!!!
ฝ่ามือบางตบเข้าที่ใบหน้าคมคายของอรรถพลฉาดใหญ่ด้วยความลืมตัว ทว่านาทีนี้ความโกรธของเธอพุ่งปะทุจนสุดขีด ลืมทุกความกลัวที่มีต่อเขาเช่นกัน
"เอย!!" อรรถพลหันกลับมาจ้องหน้าหญิงสาว แววตาคมกริบวาวโรจน์จนน่ากลัว อรรถพลใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตรงรอยตบพลางมองเธออย่างเอาเรื่อง
"ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก... ดี! ตอนนี้เรามาเอากันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย แล้วมาดูกันว่าลูกของผม หรือลูกของไอ้ปอร์เช่ ลูกของใครที่จะเข้าไปฝังอยู่ในมดลูกเอยก่อนกัน!"
"เลว...! อ๊ะ!" เอยตั้งท่าจะยกมือขึ้นตบเขาอีกรอบ แต่อรรถพลรู้ทันเขายกมือรับข้อมือบางไว้ได้ เอยจึงทั้งถีบทั้งยันดันร่างแกร่งให้ออกไป
ทว่าอรรถพลกลับสวนกระแทกตัวตนเข้ามาลึกยิ่งกว่าเดิม แนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะรวบจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะจนหมดทางสู้
"ปล่อยเอยนะ!!!"
"จะปล่อย... ก็ต่อเมื่อเอยท้องลูกของผม!" อรรถพลยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะเขาใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ก่อนจะเริ่มกระแทกกระทั้นเข้าหาเธออย่างรุนแรงตามอารมณ์ดิบดำมืดที่ปะทุขึ้นในใจ
มันเป็นความผิดของเธอเอง... ที่ดันไปปลุกด้านมืดของเขาขึ้นมาในเวลานี้ และหากท้องฟ้าไม่สว่าง สาบานได้เลยว่าเอยจะไม่มีวันได้ลงจากเตียง!
ปึก! ปึก! ปึก!
แรงกระแทกส่งผลให้เรือนร่างบางสั่นคลอนไปตามจังหวะ อรรถพลโน้มตัวลงมาดูดดึงขบเม้มทรวงอกอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มแกล้งหยอกเย้าจุดอ่อนไหว ยามใดที่เอยจวนเจียนจะสุขสม เขาก็จะหยุดชะงักงันจงใจแกล้ง บดจูบขยี้ริมฝีปากและเรือนร่างของเธอ
มันคือความรุนแรงที่หวังจะลงโทษให้เธอเข็ดหลาบจำ
เขาโถมเข้าใส่เธออีกหลายต่อหลายครั้ง เอยเสร็จสมไปไม่รู้กี่รอบจนรู้สึกเจ็บจุกและแสบตรงจุดอ่อนไหว หญิงสาวจำต้องรองรับความบ้าคลั่งของอรรถพลจนอยากจะหลับตาสลบไปให้พ้น ๆ
ทว่าร่างกายเจ้ากรรมกลับตอบสนองและรองรับความรุนแรงจากเขาได้เป็นอย่างดีอย่างน่าเหลือเชื่อ
"ฮื่อออ..."
เอยถูกพลิกตัวให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียง จากนั้นอรรถพลก็สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้ามากลางกายสาวอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบรอบท้ายทอยเบา ๆ บังคับให้เธอรับแรงกระแทกกระทั้นถี่รัวที่โถมเข้าใส่ทางด้านหลัง
"อ่าห์..."
อรรถพลเงยหน้าขึ้นครางฮึมในลำคออย่างสมใจ ชายหนุ่มเสร็จสมตามหญิงสาวมาติด ๆ เขากระแทกกายเน้นย้ำจนมิดด้ามอีกครั้ง พลางปล่อยหยาดน้ำขุ่นเข้าสู่ร่างกายเธอจนหมดสิ้นทุกหยาดหยดด้วยความตั้งใจ
"เป็นไง... ตอนนี้ในท้องของเอยอาจจะมีลูกของผมฝากเอาไว้แล้วก็ได้นะ ตั้งสามสี่รอบ... มันต้องมีสักรอบแหละที่ติด"
เอยนอนฟุบหน้าหนุนหมอน น้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บใจกับคำพูดของเขา อรรถพลยอมหยุดการคุกคามแล้ว ทว่าร่างกายของเขายังคงทาบทับแนบชิด ชายหนุ่มพรมจูบไปตามแผ่นหลังเนียน พลางกระซิบถ้อยคำที่บาดลึกจนเธอต้องกลั้นเสียงสะอื้นไห้
"ฮึก... ไม่ติดหรอกค่ะ อย่าลืมว่ายังมียาคุมฉุกเฉิน ตราบใดที่เอยยังไม่ตาย เอยไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองท้องลูกของคุณอรรถเด็ดขาด"
"หึ! ปากดี... ยาคุมฉุกเฉินงั้นเหรอ? มาดูกันไหมล่ะ ว่าผมจะทำให้ลูกทะลุยาคุมของเอยไม่ได้?! พอหน้าท้องเนียน ๆ นี่มันนูนขึ้นมา ก็ถือว่าผมชนะเอยแล้ว"
พอนึกภาพตอนที่หน้าท้องแบนราบนี้กำลังอุ้มท้องลูกของเขา... ชายหนุ่มที่เคยปากดีบอกว่าไม่มีวันพลาดทำเธอท้อง กลับรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก เขาปรารถนาให้เด็กในท้องของเอยเป็นลูกของเขา...
ไม่ใช่ของคนอื่น!
แล้วถ้าเอยเกิดไปท้องกับผู้ชายคนอื่นขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ?
คิ้วหนาขมวดม้วนเข้าหากันทันที สัญชาตญาณดิบในใจกรีดร้องบอกคำเดียวว่า ไม่มีทาง! ไม่มีทางที่ในท้องของเอยจะให้กำเนิดสายเลือดของผู้ชายคนอื่นได้นอกจากเขา!
"คนบ้า...! อ๊ะ!" เอยพยายามดิ้นรนหนี ทว่ากลับถูกอรรถพลฟาดมือลงบนสะโพกกลมกลึงฉาดใหญ่ ก่อนจะเริ่มบทลงทัณฑ์อย่างไร้ความปรานีอีกครั้ง
"อีกรอบแล้วกัน... จะได้มั่นใจว่าลูกของผมเข้าไปเกาะอยู่ในมดลูกของเอยแล้วจริง ๆ! แต่ถ้าวันนี้ไม่ติดอีก วันหน้าก็เอาต่อได้" อรรถพลกวนประสาทเอยไม่น้อย เอยกำมือแน่นจนแทบอยากจะตบเขาสักฉาดหนึ่ง แต่เพราะอรรถพลระวังตัวกว่าเดิม เขารู้ทันเธอ เธอจึงหมดหนทางที่จะทำแบบนั้นได้อีก!
"อ๊ะ...!"
เอยนึกเกลียดตัวเองที่ร่างกายของเธอมันทรหดอดทนยอมรองรับเขาได้จนถึงเช้ามืดแบบนี้!
พึ่บ!
ในที่สุดอรรถพลก็พลิกตัวลงนอนหงายบนเตียงนุ่มอย่างหมดแรง ซึ่งต่างจากเอย ทันทีที่ได้รับอิสรภาพ หญิงสาวก็รีบพยุงร่างกายอันบอบช้ำลุกขึ้นนั่งทันที
"จะไปไหน? ยังไม่หมดแรงหรือไง มานอนพักก่อนเถอะ" อรรถพลเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ เอยดื้อรั้นจนเขาอยากปราบพยศด้วยการขังเธอไว้ในวิลล่าแห่งนี้ไม่ให้ไปไหน
ทว่าลึก ๆ เขาก็ไม่ได้อยากจะตัดอนาคตในวงการบันเทิงของเธอขนาดนั้น ตราบใดที่เธอทำตัวเป็นเด็กดี เขาก็พร้อมจะใจดีด้วย
"ไม่นอนแล้วค่ะ เอยจะกลับห้อง" เอยตอบพลางค่อย ๆ ขยับตัวลงจากเตียง อรรถพลที่นอนเท้าแขนมองแผ่นหลังบางอยู่จึงเอ่ยเย้ยหยันขึ้นมา
"แรงจะเดินยังแทบจะไม่มี... มานี่มา"
มือหนากระชากร่างบอบบางกลับมาที่เดิม เขากระชับกอดเธอไว้แน่น ก้มลงหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่ด้วยความโหยหา ทว่าการแสดงออกกลับดุดันจนเอยรู้สึกเจ็บ
"ปล่อยเอยเลยนะ!" เอยทำสีหน้าขู่ฟ่อใส่เขาเหมือนแมวน้อย "เอยเหนียวตัวไปหมดแล้ว อยากอาบน้ำค่ะ"
อรรถพลที่ตระกองกอดชะงักไปเล็กน้อย "ไม่ต้องรีบ... ให้ร่างกายเอยมีแต่กลิ่นกายของผมติดอยู่แบบนี้แหละ จะได้จำใส่หัวไว้ว่าเอยน่ะเป็นของใคร"
"..." เอยเลือกที่จะเงียบและไม่ต่อต้านอีก เพราะตอนนี้เธอเจ็บระบมและไม่มีแรงมากพอจะผลักดันหินผายักษ์ก้อนนี้ออกไปจากตัวได้
"นอนซะ... หกโมงเช้าค่อยกลับ" อรรถพลเอ่ยปากอนุญาตแผ่วเบา เอยจึงยอมนิ่ง นอนหนุนอยู่บนท่อนแขนแกร่งที่เป็นกล้ามเนื้อแน่นหนาอย่างว่าง่าย
"อืม..."
อรรถพลกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย โดยลืมเลือนไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่พวกเขาทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหน...
ทางด้านเอยแอบน้ำตาซึมไหลผ่านหางตาเงียบ ๆ เธอนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ คิดไม่ตกเลยว่าเรื่องระหว่างเรา
มันจะจบลงที่ตรงไหน...
เวลาประมาณหกโมงเช้า แม้จะเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยระบมมากแค่ไหน ทว่าเอยก็ฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน มือบางค่อย ๆ ยกท่อนแขนแกร่งของอรรถพลออกจากเอวอย่างเบาอย่างมือที่สุด
ก่อนจะวาดขาลงจากเตียง ก้มเก็บเสื้อผ้าที่ถูกเขาถอดทิ้งกระจัดกระจายเมื่อคืนขึ้นมา แล้วจัดการสวมใส่ใหม่ตรงปลายเตียงทันที
เอยสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย นึกพอใจลึก ๆ ที่เขาทำตามคำขอ ไม่มีร่องรอยช้ำเด่นชัดตรงผิวเนื้อนอกร่มผ้าที่อาจนำมาซึ่งความอับอายและเป็นปัญหาในการทำงาน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนอนของวิลล่าหรู ทว่าก่อนประตูห้องจะปิดลง สายตากลมโตยังคงเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่นอนคว่ำอยู่ในท่าเดิม ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ
"คุณเอยครับ... ยังออกไปไม่ได้นะครับ"
ครามที่นั่งสแตนด์บายอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นรีบผุดลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาเอยทันทีที่เธอสับเท้าผ่านประตูเตรียมจะออกจากวิลล่า
"คุณ..."
"คุณอรรถอนุญาตเอยแล้วค่ะ เอยมีงานถ่ายช่วงเช้า"
"..." ครามมีสีหน้าลังเล เอยจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่ามั่นคง
"ถ้าคุณครามไม่เชื่อ... ถ้าคุณอรรถตื่นมาแล้วโวยวาย ก็บอกให้เขาไปตามเอาเรื่องเอยที่กองถ่ายได้เลยค่ะ"
ครามพยักหน้ารับคำและยอมหลีกทางให้ในที่สุด เอยจึงก้าวเดินต่อไป ความเงียบสงบโอบล้อมตลอดเส้นทางทอดยาวที่มุ่งหน้ากลับไปยังห้องพักของเธอ หญิงสาวจำเป็นต้องเดินช้าลงเล็กน้อยเพราะความเจ็บและอาการจุกเสียดยังคงหลงเหลืออยู่ตรงท้องน้อยและจุดกลางกายสาว
เอยทอดสายตามองเส้นทางที่ดูยาวไกลกว่าปกติ พลางกัดฟันเดินหน้าต่อไปจนถึงห้องพักของตัวเอง... ยังดีที่ระหว่างทางไม่มีใครเดินผ่านมาเลย เธอจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเห็นสภาพอันบอบช้ำของเธอที่เดินออกมาจากวิลล่าของอรรถพล...
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







