تسجيل الدخول
แกร๊ก!
สิ้นเสียงบานประตูที่ปิดลงเบา ๆ ความเงียบสงบภายในห้องพักก็กลับมาอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความตื่นเต้นลึก ๆ ในใจของเอยสำหรับการกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง แม้ในใจจะยังไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือของตัวเองอยู่บ้าง ทว่าเธอก็สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด!
"แก! มันสวย มันจึ้งมาก!" นะโมที่เปิดประตูระเบียงออกไปยืนรับลมด้านนอก ตะโกนเรียกเพื่อนรักให้รีบตามออกมา
เอยเดินตามออกไปมองบรรยากาศรอบ ๆ แล้วก็ต้องเห็นด้วยกับนะโม ที่นี่สวยงามและสงบเงียบเกินกว่าที่คิดไว้มากจริงๆ
"ไว้ว่าง ๆ ฉันจะชวนพี่รามมาพักที่นี่บ้างดีกว่า"
"จ้ะ ยังไงก็หาเวลาว่างให้ตัวเองบ้างก็ดี อย่ารับงานให้เอยเยอะจนไม่มีเวลาไปเที่ยวกับพี่รามเขาล่ะ" เอยเอ่ยเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง สำหรับเธอแล้ว การรับงานหนักถือเป็นเรื่องสบาย ๆ ทว่าสำหรับนะโมที่มีคนข้างกายแล้ว การแบ่งเวลาให้ความรักก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
"รู้แล้วจ้ะ" นะโมตอบรับอย่างร่าเริง
เอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยืนกอดอกทอดสายตามองทะเลสีครามสวย เสียงคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่งช่วยชโลมจิตใจให้เธอรู้สึกเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก
"แต่น แตน แต๊น~"
เสียงของนะโมเรียกให้เอยที่กำลังหลับตาพริ้มต้องลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือยัยเพื่อนตัวดีกำลังทำหน้าทะเล้น พร้อมกับชูบิกินี่ตัวจิ๋วสีสวยอวดต่อหน้า
"นาน ๆ ทีจะได้มาเที่ยวทะเลกับเพื่อน มาย้อนวัยกันหน่อย" เอยส่ายหน้าทันทีเมื่อรู้ว่านะโมกำลังชวนเธอใส่บิกินี่ "ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเตรียมมาด้วย"
"ต้องเตรียมสิ! และฉันก็เตรียมมาให้แกด้วย ชุดนี้เป็นไง เซ็กซี่ไหม... ฉันว่ามันเหมาะกับแกมากเลยนะ"
"แล้วพี่รามไม่ว่าเหรอ?" เอยมองบิกินี่ชิ้นน้อยจนอดสงสัยไม่ได้ว่าถ้านะโมใส่มันจริงๆ แฟนหนุ่มจะโอเคไหม
"ไม่หรอกน่า แมวไม่อยู่หนูร่าเริงจ้ะ!" นะโมตอบอย่างมั่นใจพลางกอดอกมองเพื่อนรัก
"เดี๋ยวถ้าแกโพสต์รูปลงไอจี พี่เขาได้โกรธจนบินตามมาถึงนี่แน่"
"ฮ่า ๆ ๆ ไม่หรอก เพราะพี่รามไปดูงานที่ฮ่องกงพอดี เขามาจัดการฉันไม่ได้หรอก ถึงจะโกรธ... เจอฉันอ้อนหน่อยเดียวก็หายแล้ว" นะโมว่าพลางลองทาบบิกินี่สีแดงสดกับตัว "อ่ะ... นี่ของแก" นะโมไม่ลืมยื่นชุดอีกตัวให้เอยด้วย
"ยัยโมนะยัยโม..." บิกินี่ที่นะโมยื่นให้เป็นสีดำ ซึ่งเป็นสีโปรดของเอยพอดิบพอดี เพื่อนคนนี้รู้ใจเธอเสมอจริงๆ
"เหอะน่า ที่นี่ส่วนตัวจะตาย เราก็ถ่ายรูปเช็กอินช่วยโปรโมตให้รีสอร์ตเขาหน่อย นาน ๆ ที ไม่ได้โชว์ทุกวันสักหน่อย"
"โอเค ๆ ฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนก็ได้"
ก็จริงอย่างที่นะโมว่า... เธอเองก็ชอบใส่บิกินี่เวลามาทะเลเหมือนกัน แต่เพราะสามปีที่ผ่านมาในฐานะเด็กของอรรถพล เธอถูกสั่งห้ามไม่ให้แต่งตัวโป๊โดยเด็ดขาด
...ทว่าวันนี้เมื่อเธอได้รับอิสระคืนมาแล้ว เธอจะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ต้องฟังคำสั่งของใครอีก!
บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวในช่วงเวลาที่แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลง ทอประกายงดงามท่ามกลางสายลมเอื่อยที่ปะทะผิวเนื้อขาวเนียน
นะโมเดินนำเอยอยู่บนผืนทรายที่ทอดยาว สองสาวอยู่ในชุดคลุมเนื้อบางเบาที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะก้าวเดิน แสงสีทองอ่อนละมุนที่ตกกระทบผิวน้ำ ยิ่งทำให้ทั้งสองยิ้มแย้มมีความสุขกับทิวทัศน์อันงดงามตรงหน้า
"ไม่ได้มาทะเลนาน สวยจังเลย" นะโมว่าพลางรั้งข้อมือให้เอยเดินตามไปยังที่นั่งรับลมด้านหน้า "ตรงนี้แหละ มุมดีที่สุด"
เอยพยักหน้าตกลงและค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ นะโม
"ทาผิวกัน" นะโมเริ่มหยิบครีมกันแดดขึ้นมาบีบลงบนฝ่ามือ เอยถอดชุดคลุมออกเผยให้เห็นผิวพรรณผุดผ่องเปล่งประกาย ก่อนจะเอนตัวลงให้นะโมช่วยทาผิวให้
"สบายเลยนะจ๊ะ" นะโมหยอกแซวอย่างหมั่นไส้ เอยจึงหลับตายิ้มอย่างผ่อนคลายและพึมพำตอบเพื่อน
"แน่นอน" นะโมยื่นปากใส่เพื่อนรัก ทว่ามือเรียวยังคงลูบไล้เนื้อครีมลงบนผิวของเพื่อนอย่างช่ำชอง จนกระทั่งทาเสร็จ เอยจึงสลับมาทำหน้าที่ทาผิวให้นะโมต่อเช่นกัน
"เสร็จแล้ว" สิ้นเสียงหวาน นะโมก็ลุกขึ้นนั่ง มองเอยที่กำลังเซตกล้อง "ไปหามุมถ่ายรูปกันเถอะ" นะโมยิ้มกริ่มพร้อมกับเดินส่ายสะโพกไปมาด้วยความขี้เล่น ทำเอาเอยหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู
แชะ! แชะ!
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สองสาวผลัดกันเป็นตากล้องและนางแบบอย่างสนุกสนาน เรียวขาสวยก้าวไปตามผืนทราย อวดทรวดทรงองเอวคอดเว้าได้รูปและผิวพรรณที่เปล่งปลั่งในชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำให้ใครต่อใครที่ผ่านไปมาต่างต้องเหลียวมองพวกเธอด้วยความชื่นชม... รวมถึง สายตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดสีดำที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูจ้องมองพวกเธออยู่เงียบ ๆ จากระยะไกล
ภายใต้กรอบแว่นนั้นเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เดือดพล่าน ยิ่งเห็นเรือนร่างระหงที่เคยเป็นของเขาโชว์ความขาวเนียนต่อสายตาโลก อรรถพลก็ยิ่งอยากจะวิ่งเข้าไปกระชากเธอมากักขังไว้ข้างกาย ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว
ริมฝีปากหนาขบเม้มแน่น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม มือที่ถือซิการ์สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ เขาอัดควันเข้าปอดแรง ๆ ก่อนจะเขวี้ยงมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
กล้าดีเหลือเกินนะเอย!
"สั่งห้าม ไม่ให้ใครเข้าไปเดินเล่นตรงโซนนั้นเด็ดขาด! แม้แต่คนเดียวก็ห้ามเข้า!" ถึงแม้คนจะไม่พลุกพล่าน แต่แขกต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาก็ยังพอมีอยู่บ้าง เขาไม่อยากให้ใครเห็นเอย และเขาเองก็ยังแสดงตัวตนให้เธอรู้ในตอนนี้ไม่ได้เช่นกัน สิ่งเดียวที่พอจะทำได้คือกดดันใช้อำนาจสั่งปิดพื้นที่ที่หญิงสาวอยู่
"ครับนาย" ครามรับคำสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปด้วยความเหนื่อยใจ
เมื่อก่อนคุณเอยทำผิดกฎนิดเดียว นายก็จะเทคุณเอยทิ้งท่าเดียว... แต่ดูตอนนี้สิ มาตามเฝ้าเขาต้อย ๆ หวงก้างทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์แล้ว เหนื่อยใจกับนายจริงๆ!
แล้วเมื่อไหร่จะถ่ายรูปกันเสร็จ!
อรรถพลพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองอย่างหนัก เขาต้องการให้เอยกลับเข้าห้องพักเสียที! ทว่าในสถานการณ์ตอนนี้เขายังเปิดเผยตัวตนไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมทั้งวัน จนไม่มีเวลาว่างที่จะเล่นกับของเล่นที่เคยโยนทิ้งไปแบบเธอ ตอนนี้เขาคงชิงตัวเธอมาสั่งสอนในห้องนอนไปแล้ว!
หึ! รอก่อนเถอะเอย อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแน่นอน!...
"เตรียมท่าโพสต์เลยเอย!"
เอยพยักหน้า เริ่มจิกปลายเท้าลงบนทรายนุ่ม สะบัดผมเลียนแบบนางแบบนิตยสารอย่างสุดแรงจนน้ำทะเลกระเด็นใส่หน้านะโมเต็ม ๆ
"เป็นไง... พอได้ไหมแก?" เธอหัวเราะร่าเมื่อเห็นนะโมรีบเช็ดหน้าตัวเองพัลวัน
"หึ! ยัยตัวแสบ! เอาดี ๆ สิ" นะโมบ่นแต่ก็แอบขำตาม "
เอาล่ะ หนึ่ง สอง ซั่ม... จิกกล้องให้แตกไปเลยจ้า!"
แชะ!
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







