Masukเอยรีบเปลี่ยนโหมดเป็นนางแบบมือโปร เธอขยับไปยืนพิงโขดหินใหญ่ ปล่อยให้สายลมทะเลพัดผมสลวยปลิวไสว บิดเอวโชว์ส่วนโค้งเว้าอย่างมั่นใจตามประสบการณ์ที่เคยผ่านมา แสงสีทองที่ฉาบไล้ผิวจนดูนวลตาทำให้เอยสวยสะพรั่งจนนะโมรัวชัตเตอร์ไม่หยุด
"เออ! มุมนี้แหละเอย สวยมาก เพื่อนฉันสวยที่สุดในหาดแล้ว! (ก็เพราะมีกันอยู่แค่สองคนน่ะนะ) "
ทั้งคู่สลับกันถ่าย ผลัดกันโพสต์ มีทั้งท่าสวยสง่าและท่ารั่ว ๆ บางรูปนะโมถึงกับต้องลงไปนอนหมอบกับพื้นทรายเพื่อให้ได้มุมที่เอยพอใจ พอได้รูปที่ถูกใจเอยก็รีบวิ่งมาเช็กภาพทันที
"สวยมาก! ฝีมือแกนี่มันที่สุดเลย!"
"แน่นอนจ้ะ แกเองก็ต้องถ่ายให้ฉันสวย ๆ ด้วยนะ" นะโมสวนกลับ เอยจึงพยักหน้าตกลงอย่างไว
เสียงหัวเราะของสองสาวดังแข่งกับเสียงคลื่น ความเป็นส่วนตัวของรีสอร์ตทำให้พวกเธอได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ปลดปล่อยความเครียดและความไม่สบายใจที่ได้เจออรรถพลวันก่อนทิ้งลงทะเลไปให้หมด
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ วันนี้ฉันมีความสุขมากเลยแก"
เมื่อความสนุกสิ้นสุดลงพร้อมแสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้า สองสาวที่เปียกปอนไปทั้งตัวจากการเล่นน้ำและถ่ายรูปก็พากันเดินกลับเข้าที่พัก
"ฉันก็มีความสุขมากเหมือนกัน" เอยหันไปยิ้มบาง ๆ ให้นะโม
"ว่าแต่ที่นี่ส่วนตัวมาก หรือว่าไม่มีแขกเลย แกว่ามันแปลก ๆ ไหมช่วงที่เราเริ่มถ่ายก็พอมีคนนะ แต่หลัง ๆ หายไปไหนกันหมด" นะโมถามขึ้นอย่างสงสัย โดยปกติแล้วมันต้องมีนักท่องเที่ยวเดินเล่นริมชายหาดเรื่อย ๆ สิ ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดินยิ่งต้องมีคนมาเดินเล่น แต่รอบนี้กลับเงียบกริบ
"น่าจะเพราะเป็นหาดส่วนตัวล่ะมั้ง คนเลยไม่ค่อยเยอะน่ะ" เอยไม่ได้คิดมากถึงเรื่องนี้ "ช่างเถอะนะ ไม่มีใครก็ดีแล้วนี่ เราจะได้สบายใจไม่เขินด้วย แถมยังเล่นน้ำได้โดยไม่ต้องกลัวเสียภาพลักษณ์"
"ก็จริง"
"อย่าคิดมากเลย อาบน้ำแล้วไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันเถอะ!" เอยกอดคอนะโมเดินกลับเข้าห้องพักด้วยรอยยิ้ม
ก่อนจะจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นมาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเนื้อนุ่ม
เอยให้นะโมเข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนเธอก็เลี่ยงมานั่งรอนะโมตรงระเบียงห้องพัก ปล่อยให้สายลมทะเลยามค่ำคืนพัดผ่านผิวกายอย่างแผ่วเบา
เธอทอดสายตามองออกไปที่ความมืดมิดของท้องทะเลกว้าง นั่งฟังเสียงคลื่นที่ซัดกระทบฝั่งเป็นจังหวะอย่างเงียบเชียบเพียงลำพัง
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบนี้ ความกังวลที่เคยซ่อนอยู่ลึก ๆ ดูเหมือนจะค่อย ๆ มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารทะเลเผาสดใหม่และเครื่องดื่มเย็นฉ่ำวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนสิ่งที่ดึงดูดใจนะโมและเอยได้มากกว่าก็คือโทรศัพท์ในมือที่อัดแน่นไปด้วยรูปภาพนับร้อยรูป
ทั้งคู่เอนหลังพิงเก้าอี้ชายหาด ปล่อยให้ลมทะเลตอนกลางคืนพัดผ่านผิวกาย พลางจิ้มอาหารเข้าปากและไถหน้าจอเช็กรูปไปพร้อม ๆ กัน
"แก! รูปนี้มุมกล้องดีมากเลยโม ฉันดูสูงเหมือน 170 เลยอะ" เอยอุทานออกมาอย่างภูมิใจ พลางโชว์รูปที่ตัวเองยืนโพสต์ท่าพิงต้นมะพร้าวให้เพื่อนดู
นะโมเคี้ยวปลาหมึกย่างจนแก้มตุ่ย ก่อนจะชะโงกหน้ามาดู "แหงดิ! ฉันแทบจะลงไปนอนราบกับพื้นทรายเพื่อมุมนั้นเลยนะ ถ้ารูปนี้ไม่ปัง ฉันจะเลิกถ่ายรูปให้แกตลอดชีวิต!" ทั้งคู่หัวเราะประสานเสียงกันอย่างสนุกสนาน
"แล้วดูรูปนี้ดิ..." นะโมเปิดรูปหลุดที่เอยกำลังทำหน้าเหยเกตอนคลื่นซัดมาโดนหลัง "รูปนี้ลงสตอรี่ไอจีได้ปะ แบบ เบื้องหลังความสวยที่แท้จริงอะไรเงี้ย"
"หยุดเลยนะแก! ถ้าลงรูปนี้ ฉันจะเอารูปแกตอนหัวฟูเพราะลมทะเลโพสต์ประจานแน่" เอยแกล้งทำเสียงดุแต่แววตาเป็นประกายขี้เล่น
"ฮ่า ๆ ไม่ทำหรอกน่า วันนี้มีความสุขมาก มาชนแก้วกันหน่อย" นะโมยิ้มรับพลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชนกับเอย
"เออ เหมือนกัน นาน ๆ จะได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองแบบไม่ต้องห่วงสวยขนาดนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ต้องกลับไปปั้นหน้าทำงานต่อแล้ว คืนนี้ก็กินให้ยับ เลือกรูปให้เสร็จ แล้วก็กลับไปนอนเอาแรงกันเหอะ"
"อืม"
ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่างกระทบผืนน้ำจนเป็นประกายเงิน สองเพื่อนรักยังคงนั่งพูดคุยและหัวเราะกันอย่างต่อเนื่อง
"ฉันจะแชร์แล้วนะ" เมื่อเลือกรูปที่ถูกใจที่สุดได้แล้ว เอยก็บอกกล่าวเพื่อน นะโมพยักหน้าพลางไถดูรูปตัวเองอีกรอบก่อนจะกดแชร์ภาพลงบนอินสตาแกรมเช่นกัน
"ฉันก็แชร์แล้ว" สิ้นเสียงของนะโม เอยก็กดโพสต์ตามทันที
อินสตาแกรมแอคเคานต์ใหม่ของเอย ตอนนี้มีผู้ติดตามไม่มากเท่าอันเก่า
ส่วนมากจะเป็นแฟนคลับที่ตามกันมานานแม้ในวันที่เธอไม่ได้มีผลงานในวงการบันเทิง ยอดไลก์รูปพุ่งกระฉูดจนโทรศัพท์ของเอยสั่นไม่หยุด ซึ่งมันทำให้เอยใจชื้นและมีกำลังใจมากที่รู้ว่าเธอยังมีคนคอยซัพพอร์ตมากมายขนาดนี้
ตึ่ง!
คอมเมนต์แรกที่เด้งขึ้นมากลับทำเอาเอยถึงกับเลิกคิ้วยิ้ม คอมเมนต์นั้นมาจากปอร์เช่
"สวยจังครับ" เอยยิ้มให้กับคำชมนั้น ทว่าไม่นานนัก ปอร์เช่ก็ส่งข้อความส่วนตัวมาหาเธอทันที
[เกินไปนะเอย! โมใช่ไหมที่ยุให้เอยแต่งตัวแบบนี้!] เอยอ่านข้อความแล้วได้แต่ยิ้มแห้ง ส่งสติกเกอร์หน้าเจื่อน ๆ กลับไปพร้อมข้อความแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ
"นาน ๆ ทีน่าปอร์ อย่าบ่นเลยนะ รูปออกจะสวย" ขณะที่นะโมซึ่งนั่งข้าง ๆ ชะโงกหน้ามาดูหน้าจอ พอเห็นชื่อปอร์เช่โวยวายมาก็หลุดขำอย่างสะใจ
"สะใจชะมัด! เห็นไอ้ปอร์หัวร้อนเพราะหวงแกนี่มันสนุกจริงๆ เลยเอย" นะโมยักคิ้วให้อย่างผู้ชนะ ที่สามารถปั่นประสาทเพื่อนชายคนสนิทได้
"แกก็นะ... เดี๋ยวฉันคุยกับปอร์ก่อน" เอยยิ้มขำ ๆ ก่อนจะก้มลงพิมพ์ข้อความตอบโต้กับปอร์เช่ต่อไป
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ทำลายความร้าวฉานของชาวบ้านคืองานอดิเรกของฉันอยู่แล้ว" นะโมพูดหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี
ครืดดด ครืดดด~
ทว่าขำได้ไม่นาน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของนะโมก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ 'พี่ราม' แฟนหนุ่มสุดเนี้ยบสุดหล่อของเธอ นะโมหน้าถอดสีทันทีที่กดรับสาย
[นะโม... พี่เห็นรูปในไอจีแล้วนะ พี่อนุญาตเราแล้วเหรอ!?] เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเรียบแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตดังลอดออกมาจนเอยที่นั่งข้าง ๆ ยังสัมผัสได้ [ไอ้ชุดบิกินี่สีแดงที่ใส่อยู่นั่นน่ะ ใครอนุญาตให้ใส่ครับ? อย่าคิดว่าพี่มาทำงานที่ฮ่องกงแล้วจะกลับไปลงโทษเราไม่ได้นะ!] มาเป็นชุดเลยพี่ราม!
"พี่รามฟังโมก่อนสิคะ" นะโมพยายามจะอธิบายให้รามสูรเข้าใจ
[ต้องฟังอะไรอีก ลบเลยนะ ไม่งั้นเจอดีแน่!] โดนขู่เข้าให้แล้ว... นะโมที่เมื่อครู่ยังหัวเราะเยาะปอร์เช่อยู่ ตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายโดนบ่นชุดใหญ่จนหูชาเสียเอง
"นาน ๆ ทีไงคะ โมเพิ่งเคยถ่ายและลงครั้งที่สองในรอบหลายปีเลยนะ" เธอทำหน้ามุ้ยพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเอย ส่วนเอยก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ จะให้เธอช่วยยังไงก่อนล่ะเนี่ย... ของตัวเองยังเอาไม่ค่อยจะรอดเลย!
[ลบ!]
"พี่ราม... ไม่เอาแบบนี้สิคะ ขอครั้งเดียวนะคะ ครั้งหน้าจะไม่ทำอีกแล้ว นะ นะ..." รามสูรเงียบไปอึดใจเมื่อเจอน้ำเสียงอ้อนวอนจากปลายสาย เจอเมียอ้อนทีไร ใจอ่อนทุกทีสิน่า!
[พี่กลับเมื่อไหร่ เตรียมตัวคลานลงจากเตียงเลยนะครับ]
"พี่ราม!"
[ชดเชยให้พี่ด้วย จัดการเรื่องที่ฮ่องกงเสร็จ พี่กลับไปจัดหนักเราแน่! และไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน พี่จะเริ่มพูดถึงเรื่องแต่งงานของเราอย่างจริงจังสักทีนะ]
"ค่า... แต่เรื่องรูป..."
[ยังจะห่วงรูป!]
"แง้... โมไม่อยากลบนี่คะ" นะโมพึมพำเสียงแผ่ว
[เฮ้อ! ตามใจโมแล้วกันครับ แต่อย่าให้มีอีก ถ้าอยากใส่มากนักก็มาใส่ให้พี่ดูนี่]
"เหอะ!" ใส่ให้ดูมีหวังได้คลานลงจากเตียงจริงๆ แน่!
[เหอะใส่พี่เหรอ?]
"เปล่าค่าาา"
[เป็นเด็กดีรอพี่กลับไปหานะครับ] รามสูรเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง ทว่ายังแฝงคำสั่งอยู่ในที
"ค่ะ โมคิดถึงพี่มาก ๆ นะคะ"
[คิดถึงพี่ ก็คิดถึงความรู้สึกพี่ด้วย พี่หวง!] เมื่อได้ยินอย่างนั้น นะโมก็เริ่มรู้สึกผิด เสียงจึงอ่อนลงตาม "ค่ะ..."
"เป็นไงล่ะ ดีนะที่ปอร์เช่พูดรู้เรื่อง ไม่โกรธเท่าพี่รามน่ะ" เอยพูดขึ้นหลังจากนะโมวางสายไปแล้ว นะโมทำหน้ามุ่ยตอบกลับ
"ถึงพี่เขาจะดูโกรธ ๆ แต่เดี๋ยวก็ดีขึ้น แค่ช่วงนี้ฉันไม่ทำอะไรไปกระตุ้นให้เขาไม่พอใจเพิ่มก็พอ"
"ฮ่า ๆ นี่แหละผลของการดื้อ"
ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างนึกขบขันกับวีรกรรมของตัวเอง ทว่าสองหนุ่มที่ตอนนี้ต่างเป็นคนของหัวใจ พวกเขายอมไม่ถือโทษโกรธพวกเธอ (อาจจะโกรธนิดหน่อย) แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนตามใจพวกเธออยู่ดี
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







