เข้าสู่ระบบทว่าคล้อยหลังไม่นาน... ร่างสูงโปร่งก็ก้าวตามเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับโซ่ตรวนเส้นเล็กในมือ!
ภาพนั้นทำให้เอยเบิกตากว้าง "คุณอรรถ! คุณมันบ้าไปแล้วจริง ๆ!"
"ผมมันก็บ้ามาตั้งนานแล้วเอย... ทนเอาหน่อย แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น"
"อย่าล่ามเอยเลยนะ... เอยขอร้อง เอยสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหนจริง ๆ!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ยอมอ้อนวอนขอร้อง
"ขอโทษด้วยนะที่ผมไม่ไว้ใจเอย..." ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ หากเธอไม่ดื้อรั้นและประท้วงเขาตลอดเวลา เขาก็คงไม่ต้องล่ามเธอแบบนี้
"นี่!"
แกร๊ก!
เสียงล็อกแม่กุญแจดังขึ้นพร้อมกับความเย็นเยียบของเหล็กที่สัมผัสผิวบนข้อเท้าบาง เอยกัดฟันจ้องมองชายหนุ่มที่ย่อตัวนั่งอยู่ตรงหน้า พร้อมกับหยัดยืนตัวตรงขึ้นเต็มความสูง
"เป็นเด็กดี... แล้วรอผมกลับมานะ" อรรถพลยกยิ้ม ก่อนจะหมุนกายก้าวเดินออกจากห้องนอนไปโดยไม่หันกลับมามองเอยอีก
"คนสารเลว! ไอ้คนบ้า!!!" เอยแผดเสียงด่าทอตามหลังด้วยความขุ่นเคืองและอัดอั้นตันใจ มือบางคว้าหมอนบนเตียงได้ก็ขว้างตามหลังร่างสูงไปสุดแรง...
บ้าที่สุด! คนใจดำ!
เอยกระแทกตัวลงนั่งบนเตียงกว้างอย่างเหนื่อยล้า พลางเหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่ไม่ไกลเงียบ ๆ
ป่านนี้ปอร์เช่จะเป็นยังไงบ้างนะ...
เธอไม่กล้าแม้แต่จะปลดบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา เพราะในส่วนลึกของหัวใจ เธอยังคงละอายใจและขี้ขลาดเกินกว่าจะสู้หน้าปอร์เช่ได้
เอยขอโทษนะปอร์... ขอโทษที่เอยขี้ขลาดขนาดนี้...
เอยทำได้เพียงหลับตาลงนิ่ง ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดไหลรินลงมาอย่างเงียบ ๆ
ช่วงพักเที่ยง...
อรรถพลเดินทางกลับมาที่วิลล่าส่วนตัวพร้อมกับเมนูอาหารโปรดหลายอย่างของเอย ชายหนุ่มหวังจะใช้ของอร่อยช่วยไถ่โทษและเอาใจร่างบางที่เขาจำเป็นต้องล่ามโซ่ทิ้งไว้ให้อุดอู้อยู่ในห้องนอนนานหลายชั่วโมง
ทว่าบรรยากาศในห้องอาหารที่ควรจะรื่นรมย์กลับถูกปกคลุมไปด้วยความอึดอัดจนเขารู้สึกหงุดหงิด อรรถพลทอดสายตามองเอยที่นั่งตัวตรงหน้าตึงอยู่ตรงข้ามเขา
อาหารเลิศรสตรงหน้าที่เขาตั้งใจสั่งมาเอาใจไม่ได้ช่วยให้ใบหน้าหวานคลายความบึ้งตึงลงได้เลยแม้แต่น้อย
เอยยังคงโกรธเคืองอรรถพลอย่างหนักหน่วงในทุก ๆ เรื่อง แม้รสชาติอาหารจะอร่อยเพียงใด ทว่าสำหรับเอยมันกลับฝืดเคืองในคอจนแทบจะกลืนไม่ลง ยิ่งต้องมานั่งสบตาคมกริบคู่นั้นด้วยแล้ว ความหงุดหงิดในใจก็ยิ่งแล่นขึ้นมาจนหมดความอยากอาหารไปเสียดื้อ ๆ
เคร้ง!
เสียงวางช้อนส้อมกระทบจานเบา ๆ พร้อมกับน้ำเสียงแผ่วเบาที่เอ่ยขึ้น "เอยอิ่มแล้วค่ะ"
อรรถพลมองจานข้าวของหญิงสาวที่แทบจะไม่พร่องลงไปเลยสักนิดด้วยสายตานิ่งเรียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำไม่ได้ดุดันแต่แฝงไปด้วยความกดดันอันทรงอำนาจ "กินไปแค่นิดเดียวจะอิ่มได้ยังไง? ทานต่อให้หมด"
"ก็เอยบอกว่าอิ่มแล้ว... ขอตัวค่ะ!" หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องอาหาร ทว่าคนเผด็จการกลับไม่ยอมปล่อยให้เธอได้กระทำตามใจตนเองได้ง่าย ๆ
ฟึ่บ!
ไม่เปิดโอกาสให้ร่างบางได้ตั้งตัว วงแขนแกร่งก็รวบเอวคอดของเอยขึ้นมานั่งบนตักกว้างของเขาในชั่วพริบตา เอยผงะตื่นตกใจพยายามดิ้นรนทว่าขัดขืนแรงมหาศาลไม่ได้ จึงทำได้เพียงใช้สองมือยันแผงอกแกร่งเอาไว้แน่น อรรถพลโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้กระซิบชิดใบหูนุ่มจนเอยต้องหดคอย่นหนีสัมผัสร้อนผ่าว
"กินซะ... ถ้าเอยทานไม่หมดจาน ผมนี่แหละจะเป็นคนป้อนให้เอยเอง... แต่ผมคงไม่ได้ใช้ช้อนป้อนนะ"
เอยชักสีหน้าเคืองขุ่น ตวัดสายตาตัดพ้อสบตาคนเจ้าเล่ห์ แต่อรรถพลกลับทำเพียงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
"เลือกเอาเองแล้วกัน... จะทานเองดี ๆ หรือจะให้ผมใช้ปากป้อนเอย?"
"ทานเองค่ะ! เอยจะทานเอง!" หญิงสาวหลับตาข่มอารมณ์ รีบละล่ำละลักตอบรับทันที เพราะรู้ซึ้งดีว่าหากเธอดื้อดึง เขาทำอย่างที่พูดจริง ๆ!
อรรถพลยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะยามเห็นท่าทางจำนนของลูกแมวน้อย อรรถพลอาศัยจังหวะที่เธอเผลอตัวรั้งท้ายทอยเข้ามาใกล้แล้วกดริมฝีปากบดจูบลงบนกลีบปากบางอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ
เป็นเวลาที่ยาวนานด้วยความหมั่นเขี้ยวอยู่พักใหญ่จนเขาพอใจถึงได้ค่อยๆปล่อยเธอ
อืม...
เอยกลับมานั่งจัดการอาหารในจานของตัวเองต่อ เธอรีบใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ด้วยความขัดเคืองใจเล็กน้อย อรรถพลเห็นท่าทางนั้นก็แค่นยิ้มหยันยั่วโทสะ
"ไม่ต้องทำท่ารังเกียจกันขนาดนั้นก็ได้... เพราะร่างกายของเอยตอบสนองสัมผัสของผมได้ดีแค่ไหน เอยเองก็น่าจะรู้แก่ใจดีที่สุดนะ"
เอยได้ยินถ้อยคำร้ายกาจแดกดันนั้นก็ทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากอดทนอดกลั้น เพราะรู้ดีแก่ใจดีว่าเถียงกับผู้ชายหน้ามึนคนนี้ไปก็ไร้ประโยชน์...
เถียงอย่างไรเธอก็ไม่มีวันชนะเขาได้อยู่ดี!
"..."
"เย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม?" อรรถพลเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ขณะเฝ้ามองเอยฝืนตักข้าวเข้าปากเงียบ ๆ
เอยเงยหน้าสบตาเขาก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ แววตาคู่สวยหม่นแสง "ไม่หิวค่ะ... เอยไม่รู้เหมือนกันว่าอยากทานอะไร"
"งั้นเป็นเซ็ตทะเลเผาแล้วกัน ของสดที่นี่ขึ้นชื่อ"
"งั้นก็ตามใจคุณอรรถค่ะ" เธอตอบรับเสียงเนือย ๆ อย่างจำนน ก่อนจะรวบรวมความกล้าช้อนสายตาไหวระริกขึ้นสบประสานสายตากับเขาอีกครั้ง
"คุณอรรถคะ... อย่าล่ามเอยไว้อีกเลยนะคะ เอยอึดอัด... เอยอยากออกไปเดินเล่นที่ชายหาดบ้าง อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมมันน่าเบื่อ เอยสัญญาว่าจะไม่หนี... จริง ๆ คุณอรรถควรจะไว้ใจเอยได้แล้วนะคะ เอยไม่กล้าหนีหรอกค่ะ เอยไม่โง่พอจะเอาชื่อเสียงและชีวิตในวงการบันเทิงที่สร้างมาไปแลกหรอก... คุณอรรถข่มขู่ไว้สารพัดขนาดนั้น เอยเองก็กลัวเป็นเหมือนกันค่ะ"
อรรถพลได้ฟังคำพูดของเอยก็นิ่งงันไป สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเอยเพื่อค้นหาร่องรอยของคำลวง ทว่าเมื่อเห็นเพียงความหวาดหวั่นและเหนื่อยล้าจริง ๆ อรรถพลก็ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ คล้ายยอมผ่อนปรนให้
"ผมจะลองเชื่อใจเอยดูอีกสักครั้งก็ได้... แต่จำไว้นะ ถ้าเอยตลบหลังคิดหนีกลับกรุงเทพฯ ไปก่อนล่ะก็... อย่าหาว่าผมใจร้ายใจดำกับเอยก็แล้วกัน"
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
"ทานเยอะ ๆ เลยนะลูก""ค่ะ" เอยลงมือทานกับข้าวฝีมือยายอย่างเอร็ดอร่อย"เอย... จริง ๆความรักก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกใบนี้นะ มีรักก็มีเลิก แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องหมดศรัทธาในความรักไปเลย คนหนึ่งไม่ดี ใช่ว่าคนอื่นจะไม่ดีไปด้วย ความรักดี ๆ ยังมีอยู่อีกเยอะ ยายเชื่อว่าวันหนึ่งเอยจะต้องเจอกับรักแท้แน่นอน"เอย
ตกดึกเอยนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกหลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนเรียบร้อย เพียงแค่ไม่กี่วันที่กลับมาบ้านยาย เธอก็รู้สึกว่าจิตใจของเธอเริ่มได้รับการเยียวยาขึ้นมากเรื่องของอรรถพลเริ่มจางหายไปจากหัวใจของเธอทีละนิด..."ป่ะ... เข้านอนกันลูก วันนี้เอยเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ" ยายอารีย์เดินเข้ามาหาในชุดคอกระเ
บทที่6ฮีลใจภูเก็ต"ยายจ๋า เอยกลับมาแล้ว"ทันทีที่ลงจากรถรับส่ง เอยก็รีบก้าวเข้าไปในบ้านชั้นเดียวหลังย่อมทันที ยายของเธอกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ริมรั้วอย่างขะมักเขม้น"อ้าว... เอยกลับมาแล้วเหรอ" 'อารีย์' คลี่ยิ้มกว้างอย่างสดใสเมื่อเห็นหลานสาวสุดที่รักกลับมาจากซื้อของข้างนอก"ค่ะ ได้ของมาเยอะเลย" เอ
พาฝันมองลูกชายเงียบนิ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมากอบกุมมือแกร่งของลูกชายไว้ "บอกมี้ตรง ๆ นะ... เรื่องนี้คุณปู่บังคับเราหรือเปล่า? ถ้าลูกไม่เต็มใจ มี้จะให้ป๊าไปคุยกับคุณปู่ให้เอง""เปล่าครับมี้... คุณปู่ไม่ได้บังคับ ผมตัดสิ







