LOGIN"ไอ้ปอร์! แกทำอะไรน้องวะ!" เสียงเข้มจากอีกฝั่งดังขึ้น เรียกสติปอร์เช่ให้ผละมือออก เขาถอยออกมาเพียงก้าวเมื่อปอนด์พี่ชายคนโตเดินเข้ามาถึง
"มึงทำอะไร? หวงก้างเหรอ?" ปอนด์ถามอย่างไม่พอใจ เขาพอจะรู้เรื่องความสัมพันธ์เก่าของทั้งคู่ดี
"หวง?" ปอร์เช่หรี่ตามองจีรนาอย่างเย้ยหยัน "ผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้ ผมหวงไม่ลงหรอกครับ" แววตาดุดันมองเธออย่างรังเกียจก่อนจะเอ่ยเสียงเหี้ยม
"ฉันขอเตือนไว้ตรงนี้ ใครที่กล้าทำร้ายเอยแม้แต่ปลายก้อย ฉันจะไม่ละเว้นมันไว้สักคน และจะทำให้คนที่ทำเอยเจ็บ ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่า!" ปอร์เช่ประกาศสงครามกับจีรนาอย่างชัดเจน
"ดูแลคู่หมั้นตัวเองให้ดี และเลิกคิดที่จะใช้เอยมาทำร้ายฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
จีรนาฝืนยิ้มร้ายสู้ "ห้ามคุณเอยก่อนเถอะค่ะ เพราะดูท่าทางเธอก็เต็มใจจะถวายตัวใส่พานให้เฮียอรรถอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน!"
"จีน!!! อย่าดูถูกเอย!"
"ถ้าเขาไม่ทำตัวให้ดูถูก ใครจะไปดูถูกได้ล่ะคะ จริงไหมคะเฮียปอนด์?" จีรนาหันไปถามปอนด์ด้วยรอยยิ้ม ทิ้งให้ปอนด์ยืนงุนงงกับชื่อของเอย แอมบาสเดอร์คนสำคัญของบริษัทที่เข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องนี้
"เอ่อ... เฮียว่าอย่าทะเลาะกันที่นี่เลย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี นี่งานหมั้นของจีนนะ ส่วนแกไอ้ปอร์... แกคิดอะไรอยู่ถึงทำแบบนี้!" ปอนด์ดุน้องชายที่คุมอารมณ์ไม่อยู่
"เฮียควรถามน้องสาวคนดีของเฮียมากกว่า ว่าเธอทำเรื่องระยำอะไรลงไป!" ปอร์เช่ทิ้งท้ายด้วยสายตาเกลียดชัง
"จีนไม่ได้ทำอะไรค่ะ จีนแค่รักษาชื่อเสียงของตัวเองเท่านั้น จีนไม่คุยกับพวกเฮียแล้วดีกว่า คู่หมั้นจีนรอนานแล้ว ขอตัวนะคะ" จีรนาเชิดหน้ายิ้ม แสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา เดินชนไหล่ปอร์เช่จากไปอย่างผู้ชนะ เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้ปอร์เช่ทำอะไรเธอไม่ได้เมื่อมีปอนด์อยู่ตรงนี้
กึก
แต่ก่อนจะจากไป เธอหยุดกึกแล้วหันกลับมาหาปอนด์อีกครั้ง
"อ้อ... จีนลืมบอกเฮียปอนด์เรื่องหนึ่งค่ะ เฮียควรพิจารณาเปลี่ยนแอมบาสเดอร์คนใหม่นะคะ คนนี้ชื่อเสียงไม่ค่อยดี อนาคตไม่แน่นอน จีนกลัวจะนำข่าวฉาวมาทำให้การบินของเฮียเสียหายเอาได้นะ"
"...!?"
"อีกอย่าง ถ้าเฮียคุมเฮียปอร์ไม่ดี จีนก็ไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะกระทบถึงใครอีกไหม ทางที่ดี... ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของสองคนนั้นไปเถอะค่ะ"
จีรนาต้องการเตือนปอร์เช่เป็นครั้งสุดท้าย ว่าหากเขาไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้ เขาอาจจะเป็นคนเดียวที่แค่เสียคนรักไป... แต่ถ้าเขายังไม่หยุด ทุกอย่างจะพินาศยิ่งกว่าเดิมตามที่เธอต้องการ
เมื่อเดินพ้นจากสายตาทั้งคู่ จีรนาที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวด หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ผู้หญิงปากร้ายและเย่อหยิ่งคนนั้นหายไป เหลือเพียงจีรนาที่หัวใจแตกสลายด้วยน้ำมือของคนที่เธอรักหมดหัวใจ…
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่... แล้วคุณเอยไปเกี่ยวอะไรด้วย เรื่องนี้แกต้องมีคำอธิบายให้เฮียนะปอร์เช่ เพราะมันจะกระทบกับชื่อเสียงบริษัทของเรา!" ปอนด์เอ่ยเสียงเข้ม แววตาของพี่ชายคนโตเต็มไปด้วยความกังวลและกดดัน
ปอร์เช่หลับตาลงช้า ๆ ข่มอารมณ์พลุ่งพล่านที่ยังแผดเผาอยู่ในอก จีรนาเล่นงานผิดคน! แต่ก่อนจะจัดการเรื่องอื่น เขาจำเป็นต้องเคลียร์กับพี่ชายให้จบเสียก่อน
"ไม่มีอะไรมากหรอกครับเฮีย... เฮียก็รู้ว่าจีนต้องการอะไรจากผม พอเธอไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอก็แค่ฟาดงวงฟาดงาไปลงที่เอย ซึ่งต้นเหตุก็มาจากผมเอง..." ปอร์เช่เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะโกหกคำโตเพื่อรักษาเกียรติให้เอย
"ตอนนี้ผมกำลังตามจีบเอยอยู่ครับ แต่ถ้าเฮียไม่สบายใจ จะถอดเอยออกจากการเป็นแอมบาสเดอร์เมื่อไหร่ก็ได้ เอยเขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"
เขาพูดอย่างมั่นใจ เพราะรู้ดีว่าหากเอยหลุดพ้นจากพันธะงานตรงนี้ได้ เธอก็จะยิ่งหนีไปจากอรรถพลได้ง่ายขึ้น
"แปลว่าคุยกันเรื่องนี้แล้วงั้นเหรอ?" ปอนด์ถามย้ำ
"ครับ... เพราะเริ่มมีปัญหาเข้ามา ผมเลยกลัวเรื่องข่าวซุบซิบเสียหายที่อาจจะมาจากคนที่ไม่หวังดีกับเอย"
"แกกำลังจะบอกว่า... คนคนนั้นคือจีน?"
"เฮียก็เห็นนิสัยจีนแล้วนี่ครับ ถึงจีนจะไม่ลงมือเองแต่เราก็ต้องระวังไว้ก่อน... ความริษยาของผู้หญิงมันน่ากลัวกว่าที่เฮียคิดนะครับ"
ปอนด์ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง มองเห็นความจริงจังในดวงตาของน้องชาย "ได้... งั้นเรื่องนี้เฮียขอกลับไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนแล้วกัน ส่วนแก... อย่าไปก่อเรื่องที่ไหนอีก" พี่ชายตบไหล่ปอร์เช่เบา ๆ เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์
"ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทนอยู่ที่นี่อีกแล้วล่ะครับ"
ปอร์เช่เอ่ยเสียงเย็น เมื่อความเป็นห่วงที่เขามีให้จีรนาในฐานะคนเคยลึกซึ้ง ตอนนี้กลายเป็นเพียงความโง่เขลา ต่อไปนี้เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไว้หน้าใครอีก
"งั้นก็รีบกลับเถอะ อยู่ไปก็รังแต่จะมีเรื่อง"
"ครับ"
ปอร์เช่ตัดสินใจเดินออกจากงานหมั้นทันที เพราะหากต้องทนอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมนี้ต่อไปแม้เพียงวินาทีเดียว และเขาอาจพลั้งมือฆ่าคนเอาได้!
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
อัคคีหัวเราะเบา ๆ "อย่างน้อยตาอรรถก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนน้อง ๆแล้ว ฝันได้อุ้มหลานแน่นอน ปล่อยเจ้าสองคนนี้ใช้ชีวิตไปก่อนเถอะ เพิ่งอายุยี่สิบแปดกันเอง" อัคคีเข้าใจลูกๆ ดีกว่าพาฝัน แน่นอนเพราะเขาเป็นผู้ชายเหตุใดจะไม่รู้เหตุผลหลัก ๆ ของเด็ก ๆ ที่ยังอยากโสดกัน"โธ่ อายุยี่สิบแปดแล้วนะคะไม่เด็กแล้วนะลูก ๆ
บทที่7ความคิดถึงทางด้านอรรถพลยังคงใช้ชีวิตตามปกติตามแบบฉบับของเขา หลังจากที่พาจีรนาไปพบบิดา มารดามาแล้ว วันนี้เขาก็มีนัดรวมตัวกับสมาชิกในครอบครัวตามคำสั่งของมารดา"ถึงแล้วครับนาย" ครามเอ่ยขึ้นเมื่อรถยุโรปคันหรูจอดสนิทลงที่หน้าโรงแรมหรูในเครือ 'สุริยาเดชสกุลกรุ๊ป'"อืม" อรรถพลกระชับสาบเสื้อสูทให้เ
"ทานเยอะ ๆ เลยนะลูก""ค่ะ" เอยลงมือทานกับข้าวฝีมือยายอย่างเอร็ดอร่อย"เอย... จริง ๆความรักก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกใบนี้นะ มีรักก็มีเลิก แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องหมดศรัทธาในความรักไปเลย คนหนึ่งไม่ดี ใช่ว่าคนอื่นจะไม่ดีไปด้วย ความรักดี ๆ ยังมีอยู่อีกเยอะ ยายเชื่อว่าวันหนึ่งเอยจะต้องเจอกับรักแท้แน่นอน"เอย
ตกดึกเอยนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกหลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนเรียบร้อย เพียงแค่ไม่กี่วันที่กลับมาบ้านยาย เธอก็รู้สึกว่าจิตใจของเธอเริ่มได้รับการเยียวยาขึ้นมากเรื่องของอรรถพลเริ่มจางหายไปจากหัวใจของเธอทีละนิด..."ป่ะ... เข้านอนกันลูก วันนี้เอยเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ" ยายอารีย์เดินเข้ามาหาในชุดคอกระเ







