Masukอัคคีหัวเราะเบา ๆ "อย่างน้อยตาอรรถก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนน้อง ๆแล้ว ฝันได้อุ้มหลานแน่นอน ปล่อยเจ้าสองคนนี้ใช้ชีวิตไปก่อนเถอะ เพิ่งอายุยี่สิบแปดกันเอง" อัคคีเข้าใจลูกๆ ดีกว่าพาฝัน แน่นอนเพราะเขาเป็นผู้ชายเหตุใดจะไม่รู้เหตุผลหลัก ๆ ของเด็ก ๆ ที่ยังอยากโสดกัน
"โธ่ อายุยี่สิบแปดแล้วนะคะไม่เด็กแล้วนะลูก ๆ"
"ให้เฮียอรรถแต่งก่อนเถอะครับ อายุสามสิบกว่าแล้ว เร่งมีหลานให้มี้ก่อนจะแก่ เดี๋ยวไม่มีน้ำยาเอา" ตฤณพูดอย่างขบขัน
"ดูพูดเข้าสิ" พาฝันยิ้ม ก่อนจะหันไปมองอรรถพลลูกชายคนโตของเธอ
"แล้วแต่งงานจะมีลูกเลยเหรอตาอรรถ"
"ครับ ผมแพลนไว้แบบนั้น" อัคคีพยักหน้ารับ เมื่อแม่มองมาที่เขา
"ป๊าเองก็ตามใจลูก ๆ เพราะป๊าเชื่อว่าลูกๆ ของป๊าทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองกันหมดแล้ว ดังนั้นชีวิตของทุกคนป๊าหวังว่าทุกคนจะทำมันได้ดีไม่ทำให้ป๊ากับมี้ผิดหวัง" พาฝันยิ้มให้กับลูกก่อนจะเอ่ยเตือนใจทุกคน
"มี้ขอแค่อย่างเดียว... ลูกต้องหาผู้หญิงที่ลูกรักจริง ๆ นะ อย่าแต่งเพราะแค่ผลประโยชน์... และอย่าไปฟังคุณปู่มากนักล่ะ" พาฝันกระซิบประโยคหลังแผ่วเบา เธออยากให้ลูก ๆมีความสุขกับคนที่รักจริง ๆ ไม่ใช่แค่ 'คำว่าคู่ควร'
อรรถพลและพฤกษานิ่งไปชั่วครู่ สำหรับพวกเขาที่มองว่าความรักไม่ใช่เรื่องจำเป็น คำพูดของแม่จึงดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวเขาจึงนิ่งไม่พูดอะไรออกไป
"คร้าบแม่สอนผมตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ" ตฤณกรออกหน้าแทนเฮีย ๆ เพราะตั้งแต่เด็กๆ แม่จะพร่ำสอนพวกเขาถึงเรื่องนี้ ยิ่งเรื่องให้เกียรติผู้หญิงแม่จะซีมากๆ แม่ไม่อยากให้พวกเราดูถูกผู้หญิง ยิ่งไม่อยากให้พวกเรารังแก หรือมองผู้หญิงเป็นแค่ดอกไม้ริมทาง ไร้ค่า
ซึ่งคนที่เงียบๆ ทั้งสองคนนั่นน่ะ ตอนนี้ดูเงียบไปซึ่งต่างจากปกติ ซึ่งมันก็ไม่แปลกหรอก
ผู้หญิงสมัยนี้บางคนชอบทำตัวให้ดูถูกจริง ๆ นั่นแหละ เฮียๆก็คงไม่ได้ทำตามคำสั่งสอนของแม่แน่นอน
"ดึกแล้ว แยกย้ายเถอะ ต่อไปก็มาเยี่ยมมี้เขาบ่อยๆ ก็แล้วกัน ป๊าขี้เกลียดจะฟังมี้บ่นคิดถึงพวกแกแล้ว"
"คร้าบ" ทั้งสามตอบพร้อมกัน พาฝันเริ่มทำหน้ามุ่ยใส่สามี ก่อนจะหันไปมองลูกๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานอีกครั้ง
"งันมี้กลับก่อน อย่าลืมโทรมาหามี้กันบ้างนะ"
"คร้าบ"
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในที่สุดพ่อและแม่ก็กลับไปแล้ว หลังจากร่ำลาอรรถพลก็ขอตัวกลับทันที พฤกษา ตฤณกรต่างก็แยกย้ายตามกันไป...
หลังจากแยกย้ายกันกลับ อรรถพลขึ้นรถแล้วก็หลับตาลงนิ่ง ๆ เพื่อพักสายตา
"มีอะไรจะรายงานไหม?" เขาถามครามที่กำลังขับรถโดยไม่ได้ลืมตา
"ครับ?" ครามนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจว่าสิ่งที่นายรอฟังคือเรื่องอะไร "เรื่องคุณเอยครับ..."
"ว่ามาสิ" อรรถพลลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบลืมตามองครามผ่านกระจกหลัง
"คุณเอยขายบ้านและรถแล้วครับ... เธอขายในราคาที่ต่ำที่สุดตามที่นายสั่งให้กดราคาไว้"
อรรถพลแสยะยิ้มร้ายกาจ ใบหน้าคมที่หล่อเหลาดังเทพบุตรตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าของปีศาจที่พร้อมจะทำร้ายทุกอย่างให้พังพินาศ แววตาที่เคยนิ่งเรียบแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
ใจกล้าดีนี่...
อยากจะตัดขาดกันขนาดนั้นเลยสินะ!
"แล้วตอนนี้เธออยู่ไหน?" ครึ่งเดือนแล้วที่เธอเงียบหายไป แม้เขาจะบอกว่าไม่สน แต่ในหัวกลับอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอไปซุกหัวนอนที่ไหนหลังจากขายทุกอย่างทิ้งไป
"ล่าสุดเมื่อครึ่งเดือนก่อนอยู่ที่คอนโดคุณนะโมครับ แต่หลังจากที่นายสั่งให้หยุดตาม ผมก็ถอนคนออกมา เหลือแค่เรื่องทรัพย์สิน ตอนนี้เธออาจจะยังอยู่ที่นั่น หรือย้ายไปที่อื่นแล้วก็ได้ครับ"
อรรถพลขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้เริ่มจู่โจมหัวใจ มันเป็นความรู้สึกโหวงเหวงเหมือนมีสิ่งของชิ้นสำคัญกำลังจะเลือนหายไปจากชีวิตจริง ๆ
เขาเกลียดความรู้สึกนี้ที่สุด!
ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่ต้องสนใจ แต่ในช่วงเวลาที่อยู่เงียบ ๆเพียงลำพัง เขากลับนึกถึงใบหน้าของเธอขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
"ไปวิลล่า!" เขาสั่งเสียงเข้ม
"ครับนาย" ครามรับคำสั่งอย่างงุนงง ทั้งที่นายสั่งให้จบเรื่องคุณเอยแล้วแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับถามถึงเธอไม่หยุด
ในความคิดของนาย คุณเอยก็คงเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
...แต่สิ่งที่นายอาจจะไม่รู้ตัวเอง คือนายมักจะเอ่ยถามถึงคุณเอยอยู่เสมอ แถมตอนนี้ยังจะกลับวิลล่า ที่ตอนนี้กลายเป็นแค่บ้านร้างเปล่า ๆไปแล้ว
หรือว่า... นายจะตกหลุมรักคุณเอยเข้าให้แล้วจริง ๆ?
ครามคิดในใจพลางลอบมองกระจกหลัง เห็นนายของเขากำลังนั่งหน้านิ่งแต่อารมณ์ในดวงตาคู่นั้น... ที่ดูว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"แต่คุณเอยไม่ได้อยู่ที่วิลล่านะครับนาย" อรรถพลหลับตาลงนิ่งเมื่อได้ยินคำทักท้วงจากลูกน้องคนสนิท
"กูรู้... แต่กูจะไป" เขาตอบสั้นๆ ในใจกึกก้องด้วยเหตุผลที่พยายามยกขึ้นมาอ้างกับตัวเอง
เขาแค่ต้องการไปดูให้เห็นกับตาว่าเอยขนอะไรออกไปบ้างก็เท่านั้น เธอจะอวดดีทิ้งของทุกอย่างที่เขาเคยซื้อให้ไว้ที่นั่นด้วยเลยไหม!
"โอเคครับ" ครามรับคำพลางคิดในใจว่า อารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งนี้คงทำให้นายของเขาว้าวุ่นใจอยู่ไม่น้อย สุดท้ายครามแอบถอนหายใจเงียบ ๆ พลันตั้งใจขับรถปล่อยให้ความเงียบปกคลุมรถทั้งคัน
อรรถพลนั่งนิ่ง วางมือกุมประสานกันบนตัก เขาหลับตาลงอีกครั้ง ในหัวมีเพียงใบหน้าอ่อนหวานของเอย...
ใบหน้าหวานที่มักจะฉายรอยยิ้มสดใสรอต้อนรับเขาทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปในวิลล่าหลังนั้น
และเขาเองก็รู้ดีว่า ในวันนี้ รอยยิ้มของเอยที่เคยรอเขาอยู่ที่วิลล่า
มันไม่มีอีกแล้ว…
*******************
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก





![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

