LOGINบทที่8
คนที่เฝ้ารอ
เช้าวันต่อมา...
เอยตื่นขึ้นมาช่วยยายทำขนมไทยและข้าวต้มมัดตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันใส่บาตรในช่วงเจ็ดโมงเช้า และเริ่มเปิดร้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อของแต่เช้าตรู่ ร้านของยายเป็นร้านขายของฝากเล็ก ๆ ต่อไปเธอคิดว่าจะทำพวกเครื่องประดับขายด้วยในช่วงที่เธออยู่ที่นี่
"ขอบคุณนะคะ วันหน้ามาอุดหนุนใหม่นะคะ..." เอยยิ้มให้กับลูกค้า พรางจัดเรียงพวงกุญแจอย่างเป็นระเบียบไปด้วย
"ผมขอเหมาหมดนี่เลยได้ไหมครับ?" น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้เอยเลิกคิ้ว เงยหน้าขึ้นมามองทันที
"ปอร์เช่!" เอยจำเสียงเขาได้แม่น และเมื่อเห็นว่าเป็นเขาจริงๆ เธอก็เรียกชื่อเพื่อนสนิทออกมาด้วยความตื่นเต้น
"มาได้ยังไงเนี่ย ทำไมไม่บอกกันก่อนเลยล่ะ"
"ก็ว่างแล้ว... และกูก็คิดถึงมึงมาก ก็เลยมาหาน่ะ" ปอร์เช่ตอบพลางจ้องมองเอยด้วยแววตาอ่อนโยน เอยเผยยิ้มรับด้วยความดีใจ
"เหงาล่ะสิ?" ปอร์เช่แซว เอยส่ายหน้ายิ้มๆ
"ไม่เหงาเลย อยู่กับยายเอยโอเคมาก ปอร์นั่นแหละที่เหงาเลยต้องถ่อมาหาเอยถึงที่นี่!"
"เหอะ!" ปอร์เช่ไม่เถียง นั่นแปลว่าเธอเดาถูก
"แล้วยัยโมไม่มาด้วยเหรอ?" เอยถามถึงนะโม แต่ปอร์เช่ส่ายหน้า
"กูมาคนเดียว" ใครจะชวนยัยโมมาเป็นก้างกันล่ะ เขาอยากอยู่กับเอยสองต่อสอง!
"โมไม่ว่างเหรอ?" เอยถามซื่อๆ
"ไม่รู้สิ เพราะกูไม่ได้ชวนมันมาด้วย" เอยได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าขำๆ ถ้านะโมรู้ว่าปอร์เช่หนีมาหาเธอคนเดียวแบบนี้ มีหวังโดนบ่นยับแน่
"โมได้บ่นปอร์แน่ๆ"
"ปล่อยมันบ่นไปเถอะ อีกอย่างกูเห็นมันอยู่กับพี่ราม เลยไม่อยากไปรบกวนมันน่ะ"
"ปอร์ก็เลยมาหาเอยคนเดียวสินะ!" เอยทำหน้าล้อเลียน
"ถูกเผงเลยครับ!" ปอร์เช่ยิ้มกว้าง เอยจึงหัวเราะร่วนออกมาอย่างขบขัน "แล้วนี่จองที่พักหรือยัง?"
"เรียบร้อยแล้ว วันนี้ขายของเสร็จพาไปเที่ยวหน่อยนะ" ปอร์เช่ชวน
"ได้สิ รอขายรอบบ่ายเสร็จก่อนนะ เดี๋ยวจะพาไปดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน"
"โอเค งันเดี๋ยววันนี้กูช่วยมึงขายเอง"
ปอร์เช่นั่งไขว่ห้างสั่นเท้าไปมาด้วยมาดกวนๆ จนเอยส่ายหน้า สภาพนี้เหรอจะมาช่วยขายของ...
ไม่น่ารอด!
"คุณชายอย่างนายน่ะ นั่งทำหน้าหล่อๆ ไปเถอะ!" ปอร์เช่พอใจไม่น้อยที่เอยชมว่าเขาหล่อ จึงยิ้มแย้มกริ่ม
ก็เขามันหล่อจริง ๆ นี่หวา!
"อ่ะ! สวัสดีครับคุณยาย" ระหว่างที่กำลังหลงตัวเอง สายตาของปอร์เช่ก็เหลือบไปเห็นยายอารีย์กำลังเดินออกมาจากตัวบ้าน
"อ้าว ตาปอร์นี่เอง มาถึงแล้วเหรอ?" เมื่อรู้ว่าเป็นใครที่เรียก อารีย์จึงเอ่ยถามปอร์ทันที
"ครับยาย ผมมาไวไหมครับ" ปอร์เช่รีบกุลีกุจอเข้าไปหายายอารีย์
"ไวๆ" อารีย์ตอบพรางเดินเคียงข้างปอร์เช่มาที่ร้าน เอยขมวดคิ้วสงสัยที่ทั้งสองดูสนิทสนมกันผิดปกติ
"นี่ยายรู้เหรอคะว่าปอร์จะมา? แล้วไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย"
"ยายบอกแล้วไงว่าตาปอร์เช่โทรคุยกับยายแทบทุกวัน นี่ก็เพิ่งโทรมาบอกว่าจะมาหาหลาน"
"แล้วไม่เห็นบอกเอยเลย" เอยรู้สึกได้ว่ายายเอ็นดูปอร์เช่มาก ๆ
"ปอร์บอกยายเองแหละว่าอย่าเพิ่งบอกเอย อยากเซอร์ไพรส์" เอยแค่นหัวเราะ หมั่นไส้ในความวางแผนของเพื่อน และคำพูดคำจาที่ดูสุภาพขึ้นนี่อีก
"เซอร์ไพรส์มากกก" เอยประชดเสียงสูงจนปอร์เช่หัวเราะร่า
"ไปๆ ไปคุยกับเพื่อนเถอะ หน้าร้านยายจัดการเอง" อารีย์ขัดจังหวะทั้งสอง ไล่หลานสาวให้ไปคุย เที่ยวเล่นกับเพื่อน
"แต่ว่า..."
"ยายทำเองได้ ตอนนี้เอยควรต้อนรับแขกก่อนนะลูก" เมื่อยายสั่ง เอยจึงถอนหายใจ จำใจต้องเดินนำปอร์เช่เข้าไปในบ้าน
"อยากไปเที่ยวไหน หรือหิวอะไรไหม เอยจะไปต้มมาม่าให้เอาไหม?"
"ไม่เอา... กูอยากไปกินข้าวกับมึง อยากไปที่เดิม ไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่หาดเหมือนตอนนั้น"
"งั้นไปหาอะไรกินก่อนเนาะ แถวหาดมีร้านตามสั่งเจ้าประจำอยู่" เอยก้มดูนาฬิกา "รอแป๊บนะ เอยไปเอากระเป๋าสตางค์ก่อน"
"ไม่ต้องหรอก กูชวนกูก็ต้องเลี้ยง" ปอร์เช่คว้าข้อมือเอยให้เดินตาม
"ปอร์..."
"กูเพื่อนมึงนะ" ปอร์เช่รวบรัดตัดตอนจนเอยต้องถอนหายใจ เพราะรู้ดีว่าถ้าเพื่อนคนนี้จะเปย์ ใครก็ห้ามไม่ได้
"โอเคๆ ค่อยๆ เดินก็ได้เดี๋ยวเอยล้ม!"
ปอร์เช่ค่อยๆ ลดฝีเท้าลงแล้วหันมาสบตาเธอ "กูไม่มีวันทำให้มึงล้มแน่นอน"
"จ้า!" เอยตอบอย่างหมั่นเขี้ยว ปอร์เช่ยิ้มกวนๆ "ลองไหมล่ะ?"
"ไม่ย่ะ! ...ยายจ๋า เอยพาปอร์ไปกินข้าวนะคะ"
"ไปเถอะลูก เที่ยวกับปอร์ให้สนุกนะ ที่เหลือยายจัดการเอง ยายอยากให้เอยได้พักบ้าง" อารีย์ตะโกนบอกหลานสาวด้วยความเอ็นดู
"ไม่..."
"ห้ามดื้อนะ ไม่งั้นเดี๋ยวบ่ายนี้ยายเลิกขายของวันหนึ่ง"
ขู่เก่ง!
"โอเคค่า เอยยอมแล้วค่ะ!" เอยยิ้มสดใสให้ยาย ก่อนจะซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ปอร์เช่ มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเจ้าประจำริมหาดด้วยกันทันที
*******************
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
หลายวันต่อมา...เอยได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของสายการบินชาร์นแอร์เวย์ วันนี้เธอมีนัดถ่ายทำวิดีโอโปรโมตและถ่ายภาพนิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีปอร์เช่และนะโมตามมาคุมที่กองถ่ายด้วย
ปอร์เช่ไม่ตอบอะไร เขาค่อย ๆ เอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหากออกแรงมากเกินไป เขากระชับมือนั้นไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นก่อนจะก้มลงสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิดภายใต้แสงจันทร์
บทที่10เลื่อนสถานะ"อ๋อ งันพักกันก่อนมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย""เรื่องอะไรอ่ะ อย่าบอกว่าซื้อแหวนเพชรมาขอเอยมันแล้วน่ะ รวยจังนะ"เอยยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนะโมที่ทำท่าเหมือนอยากจะหยุมหัว ทั้งจิกกัดปอร์เช่ตั้งแต่เห็นหน้า"แน่นอนสิว่ารวย แต่ฉันยังไม่ขอเอยตอนนี้หรอกนะ ถ้าขอจริงๆต้องเซอร์ไพรส์ครับ" ปอร์
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรักของปอร์เช่ที่มีต่อเอยนั้นบริสุทธิ์ใจจนเธอเองก็สัมผัสได้ และเธอมั่นใจว่าเพื่อนชายคนนี้จะดูแลเอยได้ดีกว่าผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้แน่นอน"เรื่องนั้นฉันเชื่อใจมันนะ... แต่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ไปตกลงคุยกันตอนไหน?"เอยจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอหนีไปพักใจที่ภูเก็ต แ




![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


