เข้าสู่ระบบ"มานี่ผมจะฉีดยาคุมให้ มือผมเบาไม่หนักแบบเอว คุณไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า" แก้มใส อายุ 22 ปี หญิงสาวผู้อาภัพ ต้องทำงานเลี้ยงตัวและน้องชาย ซ้ำร้ายน้องมาป่วยด้วยโรคร้ายที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา หมอชวิณ อายุ 32 ปี หมอหนุ่มลูกเจ้าของโรงพยาบาลที่น้องชายแก้มใสรักษาตัวอยู่ เขายื่นข้อเสนอความช่วยเหลือโดยการให้เธอมาเป็นเด็กหมอเพื่อแลกกับการผ่าตัดน้องชาย นิยายชุดพิศวาสรัก 1. พิศวาสรักลูกหนี้ (เสี่ยภาคินทร์ + ปาริฉัตร) 2. พิศวาสรักเด็กหมอ (หมอชวิณ + แก้มใส) 3. พิศวาสรักเด็กฝาก (ภูริช + พลอยลลินณ์) 4. พิศวาสรักเมียแต่ง (ธันวา + รินรดา)
ดูเพิ่มเติม"กาย! กาย! ตื่นสิ"
เสียงเล็กปนอาการตื่นตระหนกของหญิงสาวร้องเรียกชื่อเด็กผู้ชายอายุราว 10 ปีที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนเธอ ดังไปทั่วห้องเช่าขนาดเล็ก ทำเอาผู้เช่าที่อยู่ห้องติดกันพากันเปิดประตูออกมาสังเกตการณ์ "หนูแก้มใส น้องเป็นอะไรเหรอ?" ป้าวัยกลางคนที่อยู่ห้องเช่าติดกับหญิงสาวเปิดประตูเข้ามาถามไถ่อย่างเป็นห่วง เธอรู้สึกสงสารสองพี่น้องคู่นี้มากที่ต้องใช้ชีวิตกันอย่างลำพัง หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีที่ก่อน แก้มใสต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำงานพิเศษหลังจากที่ว่างจากการเรียนเพื่อมาจุนเจือครอบครัวดูแลน้องชายคนเดียวของเธอ ในขณะที่ตอนนั้นหญิงสาวอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น "หนูไม่รู้ค่ะ ฮือ ๆ " แก้มใสสะอื้นไห้เขย่าตัวน้องชายที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอด หญิงสาวตกใจจนทำอะไรไม่ถูก "ป้าว่าเรียกรถพยาบาลก่อนดีกว่านะ" "ค่ะ" แก้มใสรีบเช็ดน้ำตา มือเล็กเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าของเธอขึ้นมากดเบอร์ฉุกเฉิน จากนั้นจึงแจ้งอาการน้องชายและที่อยู่ ผ่านไปไม่นานรถพยาบาลก็มาถึงที่พักของเธอ ณ โรงพยาบาล "ผลการตรวจออกมาแล้วนะครับ คนไข้เป็นโรคหัวใจ แต่ที่โรงพยาบาลนี้ไม่เชี่ยวชาญโรคนี้ ผมจะทำใบส่งตัวไปให้อีกโรงพยาบาลที่เขาเชี่ยวชาญโรคนี้เป็นการเฉพาะนะครับ"หมอวัยห้าสิบปลาย ๆ ยื่นผลการตรวจให้กับแก้มใสที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง น้ำตาสีใสเอ่อคลอเบ้าตาทั้งสองข้าง น้องชายเธอเป็นโรคร้าย ลำพังแต่หาเงินเลี้ยงชีพเธอก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว "ละ...แล้วน้องหนูเป็นถึงขั้นไหนแล้วคะ?" แก้มใสถามคุณหมอขณะที่ใช้หลังมือเล็กเช็ดน้ำตาลวก ๆ อย่างไม่ใส่ใจความสวยของตัวเอง "อันนี้ต้องให้โรงพยาบาลทางโน้นตรวจอย่างละเอียดอีกทีนะครับ โรงพยาบาลเราเป็นโรงพยาบาลเล็ก เครื่องมือไม่เพียงพอนะครับ" คุณหมอตอบกลับมาอย่างใจเย็น "อ้อ ค่ะ" แก้มใสพยักหน้ารับรู้ สายตายังจ้องที่ใบตรวจตรงหน้า ถึงเธอจะไม่เข้าใจภาษาทางการที่อยู่ในนั้นก็เถอะ แต่เมื่อเห็นชื่อน้องชายปรากฎอยู่ในนั้นก็พลอยให้หัวใจเธอหล่นวูบลง "แต่ปัญหาคือ โรงพยาบาลที่หมอจะส่งตัวไป เป็นโรงพยาบาลเอกชน ไม่ทราบว่าทางญาติจะมีปัญหาไหมครับ?" คุณหมอกล่าวต่อและเสียงอ่อนในตอนท้าย เขาไม่ได้อยากดูถูกคนไข้แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องเงินนี้จะมีพร้อมทุกคน "ไม่มีปัญหาค่ะ ส่งตัวได้เลยค่ะคุณหมอ" แก้มใสตอบคุณหมอพลางยิ้มหวานให้ กายเป็นคนในครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว เธอต้องหาทางรักษาน้องชายของเธอให้ได้ "งั้นหมอจะเขียนใบส่งตัวให้นะครับ นี่ครับ ข้อมูลโรงพยาบาล C ที่หมอจะส่งคนไข้ไป" คุณหมอเอ่ยแล้วหยิบแผ่นพับใบประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลดังกล่าวส่งให้เธอ "ดูหรูจังเลยนะคะ" แก้มใส่พูดเสียงเบาขณะที่เปิดดูรูปโดยรวมของโรงพยาบาล เธอถอนหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเก็บแผ่นพับลงในกระเป๋าสะพาย ถึงค่ารักษาจะแพงขนาดไหนเธอก็ต้องหาเงินมารักษาน้องชายของเธอให้ได้ "แล้วหมอจะส่งตัวน้องหนูไปเมื่อไหร่คะ?" แก้มใสถามคุณหมอต่อ เมื่อเธอตัดใจเรื่องค่ารักษาได้แล้ว "บ่ายนี้ก็ส่งได้แล้วครับ ยิ่งคนไข้ได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีครับ" "ค่ะ"แก้มใสตอบรับคำตอบของคุณหมอ จากนั้นเธอก็ลาคุณหมอเพื่อกลับไปเตรียมตัวแล้วกลับมาให้ทันการส่งตัวน้องชายในตอนบ่ายตามคำบอกของคุณหมอ ..................หมอหนุ่มใช้เวลาไม่นานในการจัดการชำระคราบเหงื่อไคลและน้ำคาวทั้งของตัวเองและหญิงสาว จะให้เสียเวลาอาบน้ำนานได้อย่างไรก็ในเมื่อลำท่อนของเขาพร้อมที่จะออกรบอีกรอบ หลังจากที่ซับหยดน้ำออกจากตัวแล้วเขาก็รีบอุ้มคนตัวนิ่มมายังเตียงกว้างทันที “จะทำอีกจริง ๆ เหรอคะ รอบเดียวก็พอแล้วมั้ง” แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ขยับถอยหลังไปกลางเตียง มือน้อยดึงชายผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยของตัวเองเพราะรู้สึกหนาวเย็นจากไอเครื่องปรับอากาศ “บอกแล้วว่าคืนนี้พี่ต้องเอาให้คุ้ม ถ่างขาหน่อยสิครับ” หมอชวิณเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟังน่าคล้อยตาม ร่างใหญ่คลานเข้ามาแทรกยังหว่างขาเรียวใช้มือใหญ่จับเข่าเล็กแบะออกจนสุด ขยับสะโพกเข้าไปให้ปลายบานหัวเห็ดเข้าไปใกล้กับร่องแดงช้ำ “อีกรอบเดียวได้ไหมคะ หนูเหนื่อย..” แก้มใสต่อรอง ดวงตาสั่นไหวระริกในตอนที่ก้มมองปลายบานสีแดงถูอยู่กับปากทางรัก “แต่พี่ไม่เหนื่อย” พูดจบก็กระแทกสะโพกอัดความใหญ่โตเข้ามาจนสุดความยาว “อ๊า!” “อ๊ะ พะ..พอแล้ว หนูไม่ไหว..แล้ว” แก้มใสที่อยู่ในท่าคว่ำหน้าอยู่กับหมอนใบใหญ่พูดขึ้นโดยที่สะโพกของเธอถูกยกสูงโดยฝีมือของคนด้านหลัง เธอโดนคนตัวโตจับพลิกคว่ำพลิกหงายมามากกว่าสามชั่วโมงแ
"ตรงนี้มันแฉะหมดแล้วนะ" หมอชวิณพูดขึ้นในตอนที่มือหนาลูบไปมาอยู่เป้ากางเกงสีขาวของภรรยาสาวโดยที่ริมฝีปากยังคงติดอยู่กับยอดไตแข็ง ลมหายใจอุ่นยามเขาเอื้อนเอ่ยมากระทบที่เนื้อเปียกชื้นทำเอาเธอถึงกับขนลุกซู่ หมอหนุ่มหงายฝ่ามือแล้วสอดเข้าไปในขอบกางเกงในตัวจิ๋วของภรรยา สะกิดติ่งเนื้อกลางกลีบอูมเพียงนิดร่างบางก็สั่นสะท้านผวาเข้ากอดศีรษะเขาแน่น จนใบหน้าของเขาจมเข้าไปในอกอวบนุ่มนิ่ม "อื้อ!" แก้มใสกัดเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวโตส่งสองนิ้วเข้ามาในร่องเนื้อ มือน้อยออกแรงขยุ้มผมสั้นของหมอหนุ่มเมื่อเขาเริ่มชักนิ้วเข้าออกโพรงนิ่ม ขยับเรียวขาออกจากกันเพื่อให้นิ้วของเขาได้เข้ามาสร้างความเสียงซาบซ่าให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น หมอชวิณขืนตัวยืดตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองใกล้ขาดใจตายจากแรงกดของหญิงสาว ริมฝีปากบางฉกวูบเข้าที่ปากน้อยที่กำลังเผยอคราง แทรกลิ้นหนาเข้าไปกวาดเอาความหอมหวานจากโพรงปากน้อย ตวัดลิ้นหยอกล้อกับลิ้นน้อยขณะที่ด้านล่างก็ออกแรงกระตุกข้อมือบดปลายนิ้วเข้าที่ปุ่มกระสันด้านในโพรงร้อนจนร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัว เสียงฝ่ามือยามเขากระแทกเข้าใส่ร่องแดงเปียกแฉะดังออกมาให้ทั้งคู่ได้ยิน "อื้อ!" แก้มใสกรีดร้องใ
ติ๊ง! "ขอบคุณนะคะ" แก้มใสที่ได้ยินเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเอ่ยขอบคุณ ละสายตาจากลูกน้อยในอกหันไปยิ้มหวานปานน้ำผึ้งผสมยาพิษให้แก่ผู้จ่ายเงินค่าเจ็บคลอดลูก รอยยิ้มนั้นทำให้หมอหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ จากนั้นแก้มใสก็หันกลับไปค่อย ๆ ดึงเต้านมออกจากปากลูกน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กชายนั้นได้หลับไปแล้วจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างอย่างระวังเพราะกลัวว่าการขยับเขยื้อนจะรบกวนการหลับนอนของลูกชาย "มา พี่อุ้มลูกไปนอนเปลเอง" หมอชวิณพูดขึ้นพลางคลานขึ้นมาบนเตียงแล้วช้อนตัวลูกชายขึ้นอย่างทะนุถนอม ร่างสูงถอยหลังกลับลงจากเตียงไปแล้ววางลูกชายลงในเปลเด็กที่อยู่ข้างเตียงใหญ่ "ทำไมไม่ให้ลูกนอนบนนี้ล่ะคะ?" แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ชะเง้อมองดูลูกน้อยว่าพ่อของเขาได้ห่มผ้าให้เรียบร้อยดีหรือเปล่า "เห็นทีว่า คืนนี้คงให้ลูกนอนบนเตียงกับเราไม่ได้" หมอหนุ่มเอ่ยขณะที่เดินอ้อมเตียงไปฝั่งที่เมียรักนอนอยู่ ร่างใหญ่คลานขึ้นไปคร่อมร่างเล็กกักตัวเธอเอาไว้ใต้ร่าง "ทะ..ทำไมคะ?" แก้มใสถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อได้จ้องมองกล้ามเนื้อแน่นหนั่นของสามี การที่ทั้งคู่อยู่ในท่านี้ทำให้เธอนึกไปถึงตอนร่วมรั
ห้าสัปดาห์ผ่านไป คุณแม่ลูกอ่อนกำลังนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงใหญ่ ในอ้อมอกของเธอนั้นมีทารกตัวอ้วนจ้ำม่ำกำลังดูดดุนสูบน้ำนมจากอกเต่งตึงของแม่อย่างเอร็ดอร่อย หนูน้อยชานนท์ตอนนี้อายุได้เดือนกว่าแล้ว เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแง พอได้กินนมอิ่มท้องก็จะหลับปุ๋ยทันทีแก้มใสจึงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพียงแต่ว่าในตอนกลางคืนเธอต้องตื่นมาให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงจึงมีอาการง่วงหนาวหาวนอนในตอนกลางวัน โชคดีที่มีแม่บ้านคอยทำงานบ้านอยู่แล้วเธอจึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แค่คอยดูแลลูกและได้งีบหลับพร้อมกับลูกในตอนที่นอนให้นมลูก หน้าตาของเธอจึงอิ่มเอิบไม่ทรุดโทรมเหมือนแม่ลูกอ่อนที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานบ้านเองสารพัด แกรก.. "กลับมาแล้วเหรอคะ?" แก้มใสเอ่ยทักผู้ที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอเงยหน้าไปส่งยิ้มหวานให้สามีรูปหล่อเพียงนิดจากนั้นก็ก้มลงมองลูกน้อยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดื่มนมอิ่ม มือน้อยของเธอมีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดไว้ที่จุกไตยอดอกใหญ่ข้างที่ทารกไม่ได้ดูดกินเพื่อคอยซับน้ำนมที่ไหลในตอนที่เต้านมคัดจากการที่โดนลูกน้อยดูดกระตุ้นอีกข้าง "เลี้ยงลูกเหนื่อยไหมวันนี้?" หมอชวิณถามผู้เป็นภรรยาอย่างห่วงใย แทนที่หญิ
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที แก้มใสออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุมตัวใหญ่ของหมอชวิณ เมื่อเธอออกมาก็พบว่าหมอหนุ่มได้ขึ้นไปนอนบนเตียงใหญ่แล้ว และห้องนอนที่ตอนเข้ามาหมอหนุ่มได้เปิดไฟสว่างจ้าตอนนี้เหลือเพียงไฟสลัวที่หัวเตียง "หลับแล้วเหรอ?" แก้มใสพึมพำกับตัวเอง ก็น่าจะหลับอยู่หรอกเพราะตอนนี้น่าจะเป็นเวลาตีส
"หวาน" เสียงทุ้มในลำคอของหมอชวิณดังขึ้นเมื่อเขาถอนริมฝีปากจากปากนุ่มของหญิงสาว นิ้วยาวช่วยเกลี่ยเช็ดคราบน้ำลายให้เธอแผ่วเบา "อือ" แก้มใสส่งเสียงในลำคอด้วยความกระดากอาย มือเล็กซึ่งเกาะอยู่ที่บ่าแข็งเกร็งจิกเล็บแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนที่นิ้วของหมอหนุ่มค่อย ๆ ลากจากมุมปากไปอีกมุมหนึ่ง ใบหน้าร้อนวาบไปท
"คิดดีแล้วใช่ไหม?" หมอชวิณกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ ในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองผู้หญิงที่เขาหมายตาเสียที "ค่ะ แต่หมอยังไม่มีภรรยาใช่ไหมคะ?" แก้มใสตอบเสียงมั่นใจและถามหมอหนุ่มเพื่อต้องการความแน่ใจ เพราะถ้าเขามีภรรยาแล้วเธอก็ไม่สามารถทำร้ายจิตใจของผู้หญิงด้วยกันได้ "ผมโสด ไม่มีทั้งแฟนหรือภรรยา ผมไม่ชอบก
ขณะนี้เป็นเวลา 03.30 น. แล้ว ห้องโถงด้านล่างของโรงพยาบาลที่ตอนกลางวันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาแต่บัดนี้แลดูเงียบเหงา มีเพียงชายสองคนที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ยาว มองไกลออกไปก็พบพยาบาลหญิงเดินอุ้มชาร์จผู้ป่วยอยู่ที่ทางเดินด้านใน แก้มใสซึ่งเดินลงมาจากห้องพักฟื้นผู้ป่วย






ความคิดเห็น