LOGIN"มานี่ผมจะฉีดยาคุมให้ มือผมเบาไม่หนักแบบเอว คุณไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า" แก้มใส อายุ 22 ปี หญิงสาวผู้อาภัพ ต้องทำงานเลี้ยงตัวและน้องชาย ซ้ำร้ายน้องมาป่วยด้วยโรคร้ายที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา หมอชวิณ อายุ 32 ปี หมอหนุ่มลูกเจ้าของโรงพยาบาลที่น้องชายแก้มใสรักษาตัวอยู่ เขายื่นข้อเสนอความช่วยเหลือโดยการให้เธอมาเป็นเด็กหมอเพื่อแลกกับการผ่าตัดน้องชาย นิยายชุดพิศวาสรัก 1. พิศวาสรักลูกหนี้ (เสี่ยภาคินทร์ + ปาริฉัตร) 2. พิศวาสรักเด็กหมอ (หมอชวิณ + แก้มใส) 3. พิศวาสรักเด็กฝาก (ภูริช + พลอยลลินณ์) 4. พิศวาสรักเมียแต่ง (ธันวา + รินรดา)
View Moreหมอหนุ่มใช้เวลาไม่นานในการจัดการชำระคราบเหงื่อไคลและน้ำคาวทั้งของตัวเองและหญิงสาว จะให้เสียเวลาอาบน้ำนานได้อย่างไรก็ในเมื่อลำท่อนของเขาพร้อมที่จะออกรบอีกรอบ หลังจากที่ซับหยดน้ำออกจากตัวแล้วเขาก็รีบอุ้มคนตัวนิ่มมายังเตียงกว้างทันที “จะทำอีกจริง ๆ เหรอคะ รอบเดียวก็พอแล้วมั้ง” แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ขยับถอยหลังไปกลางเตียง มือน้อยดึงชายผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยของตัวเองเพราะรู้สึกหนาวเย็นจากไอเครื่องปรับอากาศ “บอกแล้วว่าคืนนี้พี่ต้องเอาให้คุ้ม ถ่างขาหน่อยสิครับ” หมอชวิณเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟังน่าคล้อยตาม ร่างใหญ่คลานเข้ามาแทรกยังหว่างขาเรียวใช้มือใหญ่จับเข่าเล็กแบะออกจนสุด ขยับสะโพกเข้าไปให้ปลายบานหัวเห็ดเข้าไปใกล้กับร่องแดงช้ำ “อีกรอบเดียวได้ไหมคะ หนูเหนื่อย..” แก้มใสต่อรอง ดวงตาสั่นไหวระริกในตอนที่ก้มมองปลายบานสีแดงถูอยู่กับปากทางรัก “แต่พี่ไม่เหนื่อย” พูดจบก็กระแทกสะโพกอัดความใหญ่โตเข้ามาจนสุดความยาว “อ๊า!” “อ๊ะ พะ..พอแล้ว หนูไม่ไหว..แล้ว” แก้มใสที่อยู่ในท่าคว่ำหน้าอยู่กับหมอนใบใหญ่พูดขึ้นโดยที่สะโพกของเธอถูกยกสูงโดยฝีมือของคนด้านหลัง เธอโดนคนตัวโตจับพลิกคว่ำพลิกหงายมามากกว่าสามชั่วโมงแ
"ตรงนี้มันแฉะหมดแล้วนะ" หมอชวิณพูดขึ้นในตอนที่มือหนาลูบไปมาอยู่เป้ากางเกงสีขาวของภรรยาสาวโดยที่ริมฝีปากยังคงติดอยู่กับยอดไตแข็ง ลมหายใจอุ่นยามเขาเอื้อนเอ่ยมากระทบที่เนื้อเปียกชื้นทำเอาเธอถึงกับขนลุกซู่ หมอหนุ่มหงายฝ่ามือแล้วสอดเข้าไปในขอบกางเกงในตัวจิ๋วของภรรยา สะกิดติ่งเนื้อกลางกลีบอูมเพียงนิดร่างบางก็สั่นสะท้านผวาเข้ากอดศีรษะเขาแน่น จนใบหน้าของเขาจมเข้าไปในอกอวบนุ่มนิ่ม "อื้อ!" แก้มใสกัดเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวโตส่งสองนิ้วเข้ามาในร่องเนื้อ มือน้อยออกแรงขยุ้มผมสั้นของหมอหนุ่มเมื่อเขาเริ่มชักนิ้วเข้าออกโพรงนิ่ม ขยับเรียวขาออกจากกันเพื่อให้นิ้วของเขาได้เข้ามาสร้างความเสียงซาบซ่าให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น หมอชวิณขืนตัวยืดตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองใกล้ขาดใจตายจากแรงกดของหญิงสาว ริมฝีปากบางฉกวูบเข้าที่ปากน้อยที่กำลังเผยอคราง แทรกลิ้นหนาเข้าไปกวาดเอาความหอมหวานจากโพรงปากน้อย ตวัดลิ้นหยอกล้อกับลิ้นน้อยขณะที่ด้านล่างก็ออกแรงกระตุกข้อมือบดปลายนิ้วเข้าที่ปุ่มกระสันด้านในโพรงร้อนจนร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัว เสียงฝ่ามือยามเขากระแทกเข้าใส่ร่องแดงเปียกแฉะดังออกมาให้ทั้งคู่ได้ยิน "อื้อ!" แก้มใสกรีดร้องใ
ติ๊ง! "ขอบคุณนะคะ" แก้มใสที่ได้ยินเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเอ่ยขอบคุณ ละสายตาจากลูกน้อยในอกหันไปยิ้มหวานปานน้ำผึ้งผสมยาพิษให้แก่ผู้จ่ายเงินค่าเจ็บคลอดลูก รอยยิ้มนั้นทำให้หมอหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ จากนั้นแก้มใสก็หันกลับไปค่อย ๆ ดึงเต้านมออกจากปากลูกน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กชายนั้นได้หลับไปแล้วจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างอย่างระวังเพราะกลัวว่าการขยับเขยื้อนจะรบกวนการหลับนอนของลูกชาย "มา พี่อุ้มลูกไปนอนเปลเอง" หมอชวิณพูดขึ้นพลางคลานขึ้นมาบนเตียงแล้วช้อนตัวลูกชายขึ้นอย่างทะนุถนอม ร่างสูงถอยหลังกลับลงจากเตียงไปแล้ววางลูกชายลงในเปลเด็กที่อยู่ข้างเตียงใหญ่ "ทำไมไม่ให้ลูกนอนบนนี้ล่ะคะ?" แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ชะเง้อมองดูลูกน้อยว่าพ่อของเขาได้ห่มผ้าให้เรียบร้อยดีหรือเปล่า "เห็นทีว่า คืนนี้คงให้ลูกนอนบนเตียงกับเราไม่ได้" หมอหนุ่มเอ่ยขณะที่เดินอ้อมเตียงไปฝั่งที่เมียรักนอนอยู่ ร่างใหญ่คลานขึ้นไปคร่อมร่างเล็กกักตัวเธอเอาไว้ใต้ร่าง "ทะ..ทำไมคะ?" แก้มใสถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อได้จ้องมองกล้ามเนื้อแน่นหนั่นของสามี การที่ทั้งคู่อยู่ในท่านี้ทำให้เธอนึกไปถึงตอนร่วมรั
ห้าสัปดาห์ผ่านไป คุณแม่ลูกอ่อนกำลังนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงใหญ่ ในอ้อมอกของเธอนั้นมีทารกตัวอ้วนจ้ำม่ำกำลังดูดดุนสูบน้ำนมจากอกเต่งตึงของแม่อย่างเอร็ดอร่อย หนูน้อยชานนท์ตอนนี้อายุได้เดือนกว่าแล้ว เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแง พอได้กินนมอิ่มท้องก็จะหลับปุ๋ยทันทีแก้มใสจึงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพียงแต่ว่าในตอนกลางคืนเธอต้องตื่นมาให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงจึงมีอาการง่วงหนาวหาวนอนในตอนกลางวัน โชคดีที่มีแม่บ้านคอยทำงานบ้านอยู่แล้วเธอจึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แค่คอยดูแลลูกและได้งีบหลับพร้อมกับลูกในตอนที่นอนให้นมลูก หน้าตาของเธอจึงอิ่มเอิบไม่ทรุดโทรมเหมือนแม่ลูกอ่อนที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานบ้านเองสารพัด แกรก.. "กลับมาแล้วเหรอคะ?" แก้มใสเอ่ยทักผู้ที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอเงยหน้าไปส่งยิ้มหวานให้สามีรูปหล่อเพียงนิดจากนั้นก็ก้มลงมองลูกน้อยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดื่มนมอิ่ม มือน้อยของเธอมีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดไว้ที่จุกไตยอดอกใหญ่ข้างที่ทารกไม่ได้ดูดกินเพื่อคอยซับน้ำนมที่ไหลในตอนที่เต้านมคัดจากการที่โดนลูกน้อยดูดกระตุ้นอีกข้าง "เลี้ยงลูกเหนื่อยไหมวันนี้?" หมอชวิณถามผู้เป็นภรรยาอย่างห่วงใย แทนที่หญิ
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที แก้มใสออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุมตัวใหญ่ของหมอชวิณ เมื่อเธอออกมาก็พบว่าหมอหนุ่มได้ขึ้นไปนอนบนเตียงใหญ่แล้ว และห้องนอนที่ตอนเข้ามาหมอหนุ่มได้เปิดไฟสว่างจ้าตอนนี้เหลือเพียงไฟสลัวที่หัวเตียง "หลับแล้วเหรอ?" แก้มใสพึมพำกับตัวเอง ก็น่าจะหลับอยู่หรอกเพราะตอนนี้น่าจะเป็นเวลาตีส
"หวาน" เสียงทุ้มในลำคอของหมอชวิณดังขึ้นเมื่อเขาถอนริมฝีปากจากปากนุ่มของหญิงสาว นิ้วยาวช่วยเกลี่ยเช็ดคราบน้ำลายให้เธอแผ่วเบา "อือ" แก้มใสส่งเสียงในลำคอด้วยความกระดากอาย มือเล็กซึ่งเกาะอยู่ที่บ่าแข็งเกร็งจิกเล็บแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนที่นิ้วของหมอหนุ่มค่อย ๆ ลากจากมุมปากไปอีกมุมหนึ่ง ใบหน้าร้อนวาบไปท
ณ โรงพยาบาล C ขณะที่หมอชวิณเดินลงมาด้านล่างเพื่อที่จะลงมาซื้อกาแฟหลังจากที่ออกเวรจากการตรวจผู้ป่วยนอกแล้ว ขายาวราวนายแบบของหมอหนุ่มย่างก้าวไม่รีบร้อนไปตามทางเดิน ใบหน้าหล่อเหลาผิวขาวสะอาดตา มองตรงไปยังเบื้องหน้า ไม่สนใจผู้คนสองข้างทาง ยามชายรูปร่างสูงโปร่งเดินผ่านเหล่าพยาบาลสาว ๆ คราใดก็เกิดการส
"กาย! กาย! ตื่นสิ" เสียงเล็กปนอาการตื่นตระหนกของหญิงสาวร้องเรียกชื่อเด็กผู้ชายอายุราว 10 ปีที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนเธอ ดังไปทั่วห้องเช่าขนาดเล็ก ทำเอาผู้เช่าที่อยู่ห้องติดกันพากันเปิดประตูออกมาสังเกตการณ์ "หนูแก้มใส น้องเป็นอะไรเหรอ?" ป้าวัยกลางคนที่อยู่ห้องเช่าติดกับหญิงสาวเปิดประตูเข้ามาถามไถ่อย