ログインคำว่ารักที่เคยบอกกัน เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน หรือว่าที่ผ่านมา มีแต่คำลวงหลอก
もっと見るนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานราวิชญ์จึงกลับเข้ามาทำงานในบริษัทด้วยตำแหน่งรองประธานเหมือนเดิมและหากวันใดที่เขามีประสบการณ์มากกว่านี้แล้ว ธรันคงจะยอมสละตำแหน่งประธานให้หลานชายได้บริหารต่อเพราะเชื่อว่าคนมีฝีมืออย่างเขาจะทำให้บริษัทที่ตนเองลงทุนลงแรงสร้างมาเติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคตใครเล่าจะรู้ว่าเจ้าเด็กที่ทำตัวเสเพลในวันวานพอกาลเวลาผ่านไปกลับเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาเสียอย่างนั้นแม้จะมีช่วงหนึ่งที่หายไปแล้วฝากให้ภิญโญเป็นคนดูแลแทนแต่เขาก็กลับมาต่องานได้อย่างไร้รอยต่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนของฝ่ายตัวเองได้เป็นอย่างดีนอกจากเรื่องงานแล้ว ชีวิตความรักของรองประธานก็ไปได้สวยเช่นเดียวกัน นลินยอมกลับมาอยู่บ้านเล็กที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับเขาตอนนั้นแค่ตื่นมาแล้วเห็นเธออยู่ข้าง ๆ กลับบ้านไปแล้วเห็นเธอรอรับอยู่ห
แม้จะถูกคุณป้าพยาบาลดุที่กระชากสายน้ำเกลือออกทุกครั้งที่ไม่เห็นนลินก็จำใจยอมรับผิดเป็นอย่างดีโดยไม่เถียงกลับเมื่อได้อยู่กันเพียงแค่สองคน เขาจึงขอร้องนลินว่า “นลินขึ้นมานอนข้าง ๆ กันบนเตียงได้ไหม”“...”“เถอะนะ”หญิงสาวคิดในใจว่าตัวเองมักตกหลุมพรางคนเจ้าเล่ห์อยู่วันยังค่ำ เขารู้ว่าสายตาแบบนี้จะทำให้นลินใจอ่อน สุดท้ายแล้วนลินจึงได้แต่ยอมทำตามสิ่งที่เขาร้องขอนราวิชญ์ขยับตัวเข้าใกล้ร่างบางแล้วกอดเอาไว้จนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว คืนนั้นเขาไม่สะดุ้งตื่นอีกเลยจนกระทั่งเช้าวันต่อมาครั้นได้ออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับไปที่ร้านดอกไม้พร้อมกับนลินหวังว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะดูแลนลินให้ดีที่สุดและไม่ทำให้เธอเสียใจอีกสายตาของเขาในเวลานี้มองแค่คนตรงหน้าพลันรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาเพราะความสุขล้นปรี่ มือข้างซ้ายที่ประสานกับมือข้างขวาของเธอมีไออุ่นจาง ๆ แต่สิ่งนี้กลับทำให้ใจของเขาเต้นรัวนึกอยากสัมผัสกับเธอมากกว่านี้“นลิน” เสียงพึมพำเอ่ยเรียกหญิงสาวรู้ดีว่าเขาต้องการสิ่งใดจึงเดินเข้ามาใกล้พร้อมอ้าแขนกว้างโอบคนตัวสูงกว่าแล้วพูดว่า “นลินรักพี่วิชญ์นะ”“...”“ร้องไห้อีกแล้วเหรอ กลายเป็นคนขี้แยไปแล้ว
ครั้นวิ่งกระหืดกระหอบมาจนถึงหน้าร้านดอกไม้แล้ว จู่ ๆ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลพรากเป็นสาย พึมพำแผ่วเบา “นลิน”ดวงตาของหญิงสาวเบิกโตไม่คิดว่าจะเห็นเขาที่นี่จึงพูดอะไรไม่ออก“พี่ขอโทษ อย่าทิ้งพี่ไปเลยนะนลิน พี่ผิดไปแล้ว” น้ำเสียงสะอื้นที่เธอเห็นในครั้งนี้ราวกับคลับคล้ายคลับคลาตอนที่เขาพยายามรั้งตัวเธอไม่ให้กระโดดสะพานในตอนนั้นยิ่งนัก“...”“พี่จะไม่ทำให้นลินอึดอัดใจหรือเสียใจอีกแล้ว จะไม่มาให้เห็นหน้าแล้ว ไม่ต้องยกโทษให้พี่ก็ได้ ขอแค่ให้พี่ได้รู้ข่าวนลินบ้างเดือนละครั้ง ไม่สิ ปีละครั้งก็ยังดี” เขาพร่ำบอกคนตรงหน้า พรั่งพรูทุกสิ่งทุกอย่างที่จะโน้มน้าวใจนลินได้ออกมาจนไม่เหลืออะไรมาต่อรองแล้ว “ถ้านลินจะมีคนอื่น พี่จะไม่ห้ามแล้วจริง ๆ ขอแค่ให้พี่รู้ว่านลินสบายดี มีความสุขก็พอ แล้วก็อย่าหนีหายไปแบบนี้อีกเลยนะ พี่ขอแค่นั้นจริง ๆ”นราวิชญ์พูดจบแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าอ้อนวอนหญิงสาว น้ำตายังคงไม่หยุดไหลง่าย ๆนลินจึงเดินเข้ามาหาเขา นั่งลงแล้วถามว่า “ถ้านลินแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น พี่วิชญ์ยอมได้จริง ๆ เหรอ”“...” เมื่อถูกถามแบบนั้น เขากลับพูดไม่ออก “ไม่ได้หรอกแต่ถ้านลินมีความสุขพี่จะ... พี่... พ
เขาร้องไห้ในความฝันแต่น้ำตากลับหยดเปื้อนหมอนอิงจนเปียกปอนพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันใด หันซ้ายมองขวาไม่เห็นร่องรอยแถมบรรยากาศในร้านยังเงียบสงบความคิดในหัวเริ่มปะปนกับความฝันเมื่อครู่อีกครั้ง คิดว่าเธอได้หนีเขาไปอีกแล้วจึงลุกพรวดวิ่งตามหาทุกห้องในชั้นหนึ่งของร้านแล้วขึ้นบันไดไปดูที่ชั้นสองกระนั้น หัวใจจึงเจ็บแปลบขึ้นมาทันใด รู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนจะตายให้ได้ เขากุมขมับปวดหัวตุบ ๆ จนภาพที่เห็นตรงหน้าพร่าเลือนแต่เจ้าตัวยังฝืนเพื่อจะลงมาข้างล่างคิดจะออกวิ่งตามหานลินอีกครั้งเผื่อว่าอีกฝ่ายยังหนีไปได้ไม่ไกลแต่สภาพร่างกายของเขาไม่ได้ดีเหมือนเดิมพอที่จะฝืนสังขารไปได้มากกว่านี้ สติที่มีอยู่จึงดับหายไปดื้อ ๆ แข้งขามือไม้อ่อนแรงไม่อาจทรงตัวจับราวบันไดเอาไว้ได้ร่างอิดโรยจึงร่วงจากด้านบนชั้นสองลงมาข้างล่างต่อหน้าต่อตานลินที่เพิ่งเปิดประตูเข้าร้านมาพอดิบพอดี“!!!” ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้าง รีบวิ่งเข้าไปประคองคนตรงหน้าแล้วโทรหาหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันทีหนึ่งชั่วโมงต่อมานลินมองร่างที่นอนหลับใหลเพราะพิษไข้ด้วยความสงสารโดยไม่รู้ตัว แพทย์เจ้าของไข้แจ้งมาว่าเขาเป็นไข้เลือดออก ทั้งยังมีภาวะเครียดสะสมร่างกายอ่อ
นับตั้งแต่วันที่นราวิชญ์ได้พูดคุยกับภิญโญ ท่าทีของเขาที่มีต่อนลินจึงเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้สังเกตเพราะคิดว่าคนเป็นพี่คงกำลังยุ่งกับงานที่บริษัทปัญหาภายในยังคงยืดเยื้อเพราะกรรมการบริหารแบ่งออกเป็นสองฝ่าย หญิงสาวจึงไม่ได้เห็นหน้านราวิชญ์อยู่พักใหญ่แต่ถึงอย่างนั้น เธอยังคงหวังว่าเ
วันหนึ่งในฤดูหนาวนราวิชญ์อายุเพียงแปดขวบตอนที่ได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทุกครั้งมักจะเห็นแม่ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ อยากเข้าไปปลอบใจเธอแต่ไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไร
เขาไม่เคยคิดเลยว่าการอยากทำความรู้จักใครสักคนจะทำให้ตัวเองกลายเป็นแบบนี้ อยู่ดี ๆ ก็ไม่กล้าขึ้นมาทั้งที่เคยมั่นใจมาตลอดว่าแค่เอ่ยปากนิดเดียว ไม่ว่าสาวที่ไหนก็ต้องยินดีตอบตกลงไปแล้ว
ครั้นสั่งลูกน้องตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาหันหน้ามาหานลินมองด้วยสายตาหื่นกระหายแล้วเชยคางคนตรงหน้า“ทีนี้ก็ทำอย่างที่บอกฉันสักทีสิ” เสี่ยภพแสยะยิ้มพลางเลียริมฝีปากต