เข้าสู่ระบบทำไมเขาถึงทำงานที่นี่...
ความจริงหกปีมานี้ เธอแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ความหน่วงแปลก ๆ
แต่ไม่ใช่…ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาในแบบที่คนทั่วไปอาจมองว่าน่าดึงดูด เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนอย่างลวก ๆ ท่าทางสบาย ๆแต่สำหรับเธอแล้ว... ไม่มีใครหล่อเทียบพี่นนท์ได้อยู่ดี!ดวงตาเรียวของชายที่เพิ่งเดินเข้ามาจับจ้องเรือนร่างบอบบางทรงตัวอยู่ได้เพราะจับเก้าอี้เอาไว้ ด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อชั้นดี แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม แต่ออร่าบางอย่างกับฉายชัดยิ่งกว่าดาราสาวหลายคนที่เขารู้จัก“คุณเป็น.. ใคร เข้ามาทำไม” เสียงของหวานสั่นพร่า อีกทั้งร่างกายก็แทบยืนไม่ไหวชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะตอบคำถาม แต่หมุนตัวไปล๊อคประตูแน่นหนาเป็นคำตอบ เสียงกริ๊กของกลอนดังสะท้อนในหัวเธอเหมือนระฆังเตือนภัย...จะเอาตัวรอดยังไงดี คิดสิไอ้น้ำขิง“ผม… ว่าที่สามีใหม่ของคุณไงครับ” รอยยิ้มเอื่อย ๆ กั
“รีบไปรับคุณป้ากันเถอะค่ะ” เสียงใสพูดพลางเปิดประตูรถที่จอดรออยู่หน้าสถาบัน ตรัสสา ยิ้มให้เอกภพกับพนักงานพร้อมโบกมือลาดวงตาคมของเอกภพมองตามหลังรถตู้คันหรูไปจนลับสายตา แม้ใจเขาจะยังปวดหน่วง ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอหญิงสาว แต่ก็รู้สึกยินดีกับรุ่นน้องสาวคนนี้จากใจจริง ที่ปรับความเข้าใจกับคนในใจได้ และมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เด็กคนนี้ลำบากมากร่างเล็กมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ใกล้จะสองทุ่มเต็มที ตรัสสารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาแม่สามี“อยู่ไหนแล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสายตรัสสากลั้วหัวเราะ พยายามหยอดมุกแซว “แหม่! คุณป้าก็... คิดถึงน้ำขิงขนาดนั้นเลยนะเนี่ย”ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง กำลังพยายามประมวลผลคำพูดที่จะใช้ในการตอบโต้ยัยเด็กปากดี “รีบมา แล้ว... กินอะไรหรือยัง”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่
มาถึงหน้าสถาบันกวดวิชาที่เอกภพเปิด ตรัสสาก็เงยหน้ามองตึกพาณิชย์สูงสี่ชั้นสามคูหาติดกันด้วยแววตาตะลึง เธอไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้สถาบันนี้คือธุรกิจที่เธอร่วมลงทุนกับเอกภพตอนที่เริ่มฝึกงานใหม่ ๆ เธอลงเงินไปแค่หนึ่งในสาม แต่ช่วยเขาอัดคลิปสอนในวิชาหมวดวิทยาศาสตร์ให้ครบทั้งระดับมัธยมต้นและปลาย คลิปติวเหล่านั้นทำให้เด็กสมัครเรียนพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาไม่กี่เดือนขณะที่ยังยืนอึ้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้มแบบหนุ่มใต้ก็รีบสาวเท้ายาวออกมาต้อนรับ แววตาอบอุ่นทันทีที่เห็นรุ่นน้องสาวที่เขาแอบปลื้มมายืนอยู่ตรงหน้า“เจอกันได้สักทีนะ ยัยหนู” เอกภพทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้างเขาเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ามาก ทั้งยังแอบรักข้างเดียวมาแบบยาวนานอีกตังหาก เพราะสนิทกันมาก เลยรู้ว่าหญิงสาวมีคนในใจแล้ว เขาเลยต้องกลบความรู้สึกที่เกินเลยลงไป เหลือเพียงพี่น้องที่ดีต่อกัน“สว
ตรัสสา สว่างรักษ์ ...น้ำขิงลูกแม่และในวินาทีนั้นเอง หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมา จนนัยน์ตาสีน้ำตาลทองสบเข้ากับดวงตาของหญิงวัยกลางคนที่จ้องมองมาอยู่เต็ม ๆตรัสสาชะงักกับสายตาของคนที่จ้องมองมาไม่วางตาใบหน้านี้… เธอจำได้ดีแม้นี่จะเป็นเพียงการเจอกันครั้งที่สองหลังจากทิ้งเธอไป แต่มันไม่ใช่แค่ผ่านตาเหมือนครั้งก่อน เพราะต่างฝ่ายต่างมองสบตากันด้วยความตกตะลึงครั้งที่แล้วที่เจอกัน มารดาของเธอดูเร่งรีบ คงไม่ทันได้สังเกตเภสัชกรที่ทำหน้าที่จ่ายยาให้ ส่วนครั้งนี้... จากสายตาที่มองมา แม้ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่เธอรู้สึกว่า… แม่อาจจะจำเธอได้ แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะเจ็บใบหน้าสวยหลุบตาลงช้า ๆ ซ่อนบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอกหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินผ่านประตูห้องฉุกเฉินออกไป สองขาเล็กก้าวผ่านหน้าแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยท่าทีสงบ เด็กสาวไม่เอ่
ตรัสสายืนมองประตูห้องยาชั้นหนึ่งแล้วถอนหายใจยาวอย่างอดไม่ได้…หมดเวรหมดกรรมเสียที ร่างกายเธอแทบแหลกกับการควงเวรมาราธอนมาตลอดสองเดือนเต็ม ๆตรัสสาพาตัวเองเปิดประตูห้องยาเข้าไปด้านใน ห้องยาชั้นหนึ่งเป็นห้องยาประจำแผนกฉุกเฉิน เป็นห้องยาขนาดเล็กที่มีเภสัชกรเข้าเวรเพียงช่วงละสองคน กับผู้ช่วยเภสัชกรอีกหนึ่งคนที่ผลัดเวรกันอยู่ แผนกนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ณัฐวัชร เพื่อนรักของเธอเคยฝึกงานมาก่อนเธอเดินตรงเข้าไปหาหัวหน้าห้องยาก่อนเป็นอันดับแรก“สวัสดีค่ะพี่หญิง” เสียงหวานเอ่ยทักยุวเรจ หัวหน้าห้องยาที่เคยเจอกันตอนงานเลี้ยงส่งมาแล้วรอบหนึ่งตอนนั้นเธอกับพี่ ๆ จากห้องยาทั้งสามก็เข้ากันได้ดี แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ของเธอกับผู้อำนวยการที่หล่อเกินเบอร์อย่างณณณ ไม่รู้ว่าตอนนี้สายตาที่พวกเขามองมาจะเปลี่ยนไปไหม…แต่ความกังวลนั้นก็สลายทันทีเมื่อยุวเรจยิ
“หืม… ยังพอมีเวลาสักชั่วโมง ต้องไถ่โทษให้พี่ก่อนสิ”“ไม่อาวววววว น้ำขิงง่วงงงงงงง” เสียงเบะปากนั้นน่าฟัดจนเขาเผลอยิ้มที่มุมปาก ร่างเล็กพูดจบก็ปิดตาหลับไปทันทีแบบไม่สนอะไรอีก…ทว่าเสียงนั้นไม่มีผลกับเขาเลยแม้แต่น้อย เมื่อคนตัวโตตั้งใจไว้แล้วว่าคืนนี้จะจัดการลงโทษยัยเด็กดื้อให้เข็ดหลาบณณณรีบวางไอแพดลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วพลิกตัวคร่อมร่างบอบบางเอาไว้ เขามองแพขนตางอนยาวของภรรยาที่หลับปุ๋ยด้วยแววตาร้อนแรง ลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลงเป็นจังหวะยิ่งยามที่ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเล็ก ๆ เหมือนลูกพีชสุกฉ่ำที่ยั่วให้อยากลิ้มลอง มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้แก้มนวลเนียน ก่อนจะเลื่อนลงมาจับคางเรียวสวย บีบเบา ๆ ให้ตากลมโตลืมขึ้นมาสบตาเขาเสียงของเขาแหบพร่า เต็มไปด้วยแรงปรารถนา “เมียจ๋า… ลืมตามามองหน้าพี่หน่อย”เสียงที่เอ่ยเรียกเธอช่าง
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล







