แอบรักเธออีกสักที

แอบรักเธออีกสักที

last updateLast Updated : 2025-03-13
By:  ACHICHIOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 ratings. 3 reviews
54Chapters
3.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลังจากเวลาล่วงผ่านนานกว่า 7 ปี 'ปาย' คิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีวันได้ลงเอยกับรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตสมัยเรียนม.ปลาย ที่เธอเคย 'แอบรัก' ทั้งยังเครซี่หนักอยู่หลายปี แต่ใครเลยจะคิด... ว่าสายลมจะหวนคืน...

View More

Chapter 1

แอบรักเธออีกสักที บทนำ

แอบรักเธออีกสักที

บทนำ

         กรุงเทพฯ

         20.00 น.

            ประตูเวิร์กช็อปปิดลงแล้วหลังจากลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกไป ‘พรีม’ เพื่อนสาวคนสนิทควบด้วยตำแหน่งเพื่อนร่วมงานซึ่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีขาวยาวถึงข้อเข่าไม่รอช้ารีบเดินไปพลิกป้ายด้านหลังบานประตูกระจกใสจากข้อความที่ระบุว่า open เปลี่ยนเป็น closedแทน

            ใบหน้าอ่อนล้าหันกลับมามองฉันซึ่งกำลังนั่งกดปากกาลูกลื่นเป็นจังหวะช้า ๆ นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดเมื่อเห็นสภาพของคนเป็นเพื่อนที่ตอนนี้น่าจะไม่อยู่ในสภาวะที่จะไปบำบัดใครเขาได้

            แม้ว่าหน้าเวิร์กช็อปจะมีป้ายอักษรโลหะตัวเบ้อเร่อระบุว่าเป็น ‘เวิร์กช็อปจิตวิทยา และศิลปะบำบัด’ แต่คนให้คำแนะนำกลับทำตัวราวกับต้องการได้รับการบำบัดเสียเอง

            พรีมถอดเสื้อคลุมตัวยาวออกอย่างเชื่องช้าก่อนจะแขวนมันเก็บกลับที่เดิมบนราวแขวนเฉกเช่นทุกวันหลังเลิกงาน ร่างเพรียวระหงหมุนตัวกลับมามองกันเป็นครั้งที่สิบในรอบวัน แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่มองอย่างเดียว นัยน์ตากลมโตกะพริบช้ามีน้ำใสเอ่อคลอ

            ฉันถอนหายใจอย่างหนักอกก่อนจะหลับตาลงในจังหวะที่คนเป็นเพื่อนเดินเข้ามาถึงตัว แรงเขย่าที่แขนทำให้ต้องลืมตาขึ้นมอง

            “แกต้องเข้าใจฉันนะปาย สภาพแบบนี้จะไปบำบัดใครเขาได้” น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นสลับกับเสียงสูดน้ำมูกดังขึ้น สีหน้าพรีมบ่งชัดว่ายังไงเสียวันนี้เราคงจะต้องถกประเด็นนี้กันให้รู้เรื่อง

            “ไม่เอาน่า… มันก็แค่ผู้ชายเลว ๆ คนนึง แกจะเสียงานเสียการเพราะคนแบบไอ้วิทย์ไม่ได้นะพรีม”

            ฉันผ่อนลมหายใจหนักเลื่อนคิ้วเข้าหากัน จับมือสองข้างของเพื่อนเขย่าเพื่อเรียกสติ แต่พอได้ฟังกลายเป็นว่าคนข้าง ๆ กลับร้องไห้หอบหายใจจนตัวโยน แค่เพราะได้ยินชื่อของแฟนเก่าที่เพิ่งจะเป็นอดีตไปได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

            ผู้ชายดี ๆ สมัยนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ยิ่งล่วงเข้าวัยทำงานแบบเราแล้วด้วย การจะเจอใครสักคนที่จริงใจไม่หลงระเริงไปกับแสงสีของเมืองหลวงยิ่งยากเข้าไปใหญ่

            ฉันได้แต่มองใบหน้าหวานหยดเปื้อนหยาดน้ำตาอย่างเห็นอกเห็นใจ พรีมยังคงเอาแต่สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นเมื่อความรักไม่เป็นไปอย่างที่หวัง แม้ว่าตัวฉันเองจะปลอบใจมันมากว่าสิบครั้งตั้งแต่เลิกรากับไอ้คนเฮงซวยที่นอกใจไปนอนกับสาวบาร์ แต่อารมณ์ดิ่งลึกของพรีมก็แลดูจะไม่ลดน้อยลงแม้แต่นิด

            ในที่สุดก็เป็นฉันเองที่ถอนหายใจยาว พยักหน้าช้า ๆ อย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะตอบรับในสิ่งที่มันร้องขอตลอดหลายวันที่ผ่านมา

            “ก็ได้ ๆ ถ้าแกไม่ไหวจริง ๆ”

            “…” คนที่ยังคงใช้มือปาดน้ำหูน้ำตาที่ไหลอย่างต่อเนื่องเงยหน้าขึ้นมองกันอีกครั้ง มันเม้มริมฝีปากพร้อมทั้งกะพริบตาถี่ระรัว

            “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม?”

            ถึงจะถามมาแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่อยู่ในจุดที่จะทำอะไรได้ นอกจากพยักหน้ารับ พรีมปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้นโถมตัวเข้ากอดเต็มรัก ไหล่บอบบางสั่นระริกจนฉันรู้สึกหดหู่ไปด้วย แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มออกมา ลูบแผ่นหลังคนที่กอดซบกันอยู่อย่างปลอบประโลม

            “ไว้แกหายดี เราค่อยกลับมาทำงานก็ได้”

            “ฉันรักแกจังเลยปาย”

            “แกต้องรักตัวเองให้มาก ๆ”

            “ฮึก”

            “จะใช้เวลานานแค่ไหน?”

            “…”

            คนที่กำลังซบหน้าอยู่ที่ไหล่ของฉันไม่ได้ตอบในทันที แต่ดึงตัวกลับไปเม้มปากแน่น ส่ายหัวไปมา ก่อนจะซบใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยร่องรอยของน้ำตาสดใหม่เข้าหาฝ่ามือ

            “บอกตรง ๆ ว่ายังไม่รู้เลย”

            “…”

            “เอาอย่างนี้ไหม… แกลองเปิดรับสมัครงาน…”

            “มันไม่ได้หาคนที่จบศิลปะบำบัดโดยตรงมาได้ง่าย ๆ ในไทยนะ ถึงจะมีไอ้โอ๊คแต่นั่นเราก็เปิดต่อได้แค่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต”

            ฉันกำลังพูดถึงเพื่อนอีกคนซึ่งเป็นจิตแพทย์แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก ก่อนที่เราจะมานั่งกันอยู่จุดนี้พรีมได้คุยกับเพื่อนคนที่ว่าไปเรียบร้อยแล้ว และโอ๊คมันก็โอเคเพราะยังไงทุกวันนี้งานมันก็รัดตัวคงอยากจะหาเวลาพักผ่อนบ้างไม่ต่างกัน คงเหลือก็แค่ฉันคนเดียวที่สุดท้ายแล้วก็ต้องทำใจยอมรับเหมือนกัน เพราะสภาพเพื่อนก็ไม่ไหวจริง ๆ

            “มันก็จริง”

            “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก แกไปพักทำใจให้สบาย เดี๋ยวฉันจะลองรับคอมมิชชันวาดรูประหว่างที่รอก็ได้ โอ๊คเองก็มีโรงพยาบาลประจำยังไงพวกแกก็คุยกันไว้ก่อนแล้วด้วย”

            “รักแกที่สุดเลยปาย”

            “รักเหมือนกัน”

            หนึ่งชั่วโมงต่อมา

            ฉันกลับมาถึงคอนโดแล้วด้วยสภาพจิตใจที่ว่างเปล่า ไม่ได้รู้สึกหนักหน่วงอะไรที่เพื่อนสนิทซึ่งลงขันทำงานด้วยกันจะขอตัวปลีกวิเวกไปรักษาแผลใจที่คงกำลังอยู่ในช่วงซึ่งยังข้นหนักในความรู้สึก

            อันที่จริงจะเปิดเวิร์กช็อปหาคนมาทำงานต่อก็คงได้ แต่การหาคนซึ่งจบศิลปะบำบัดโดยตรงในประเทศไทยมันช่างยากลำบาก เพราะยังไม่มีที่ไหนเปิดสอนแบบจริงจัง หากจะเรียนก็คือต้องไปเรียนเมืองนอก

เอาเป็นว่าระหว่างนี้คงไม่สามารถหาคนมาทำงานแทนหน้าที่มันได้ง่าย ๆ ก็แล้วกัน ตัวฉันเองก็จบแค่ทัศนศิลป์มาเท่านั้น ส่วนโอ๊คที่เป็นจิตแพทย์ก็ให้คำแนะนำคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตอย่างที่บอก หากจะใช้ศิลปะบำบัดเข้าช่วยก็ต้องทำงานควบคู่ไปกับพรีม เอาเป็นว่ายังไงก็ต้องมีมัน

และฉันก็มีเงินเก็บอยู่เยอะมากพอที่จะหยุดงานได้เป็นปี ระหว่างที่เพื่อนพักใจฉันก็อาจจะหางานเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำ เพราะงั้นเรื่องงานไม่ใช่อะไรที่น่าเป็นกังวล

            แค่ตอนนี้มันแค่รู้สึกชีวิตว่างเปล่ามากเกินไปเสียหน่อย…

            อาจเป็นเพราะอยู่ตัวคนเดียวในเมืองหลวงมานานหลายปี เอาแต่เรียนกับทำงาน พอจู่ ๆ ไม่มีอะไรให้ทำมันก็เลยแอบเคว้ง

            Rrrrrr

            สายเรียกเข้าดังขึ้นในจังหวะที่ฉันทิ้งแผ่นหลังลงบนเตียง มือควานหาโทรศัพท์ที่ก็คงจะอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเลื่อนรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายตัวเองโทรเข้ามา

            “คิดถึงพี่ปราณจัง” ยังไม่ทันที่ปลายสายจะพูดอะไร ฉันก็เอ่ยออกไปก่อนพร้อมกันก็หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

            ‘เป็นอะไร?’ เสียงคุ้นหูของ ‘พี่ปราณ’ ถามกลับมาในทันที และนั่นก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้เล็กน้อย

            “เปล่าหรอก ปายแค่เหงา”

            ‘…’ ปลายสายเงียบเสียงอยู่อึดใจก็เอ่ยต่อ ‘เหงามากไหม?’

            “มาก”

            ‘เหงามากก็กลับบ้าน’

            “อยากกลับอยู่เหมือนกันคิดถึงแม่กับพ่อ”

            ‘แล้วเรื่องงาน…’

            “ก็นี่แหละที่ทำให้อยากกลับบ้าน”

            ‘มีอะไรรึเปล่า?’ น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของคนปลายสายยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหงาจับใจ กระนั้นมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง

            “ไม่มีอะไรหรอก พรีมมันอกหัก ปายเลยว่าจะพักงานสักระยะ”

            ‘งั้นกลับมาพักที่บ้าน เราก็ไม่ได้กลับมาตั้งหลายปีแล้ว’

            ฉันยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก ในหัวคิดถึงบ้านที่ว่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะตัวฉันเองก็ไม่ได้กลับไปนานมากแล้วจริง ๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไรกลับไป ก็มีเสียงใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นที่ปลายสาย

            ‘ใครวะ?’

            ‘ปาย’

            ‘ปายเป็นไงบ้าง?’

            ‘มึงอยากคุยไหมล่ะ?’

            ‘น้องมันจะว่าแปลกอะดิ’

            ‘ปาย’

            “…”

            ‘ฮัลโหล… ปายอยู่ไหม…’

            เสียงพี่ปราณที่กำลังเรียกชื่อกันซ้ำไปซ้ำมาแทบไม่ส่งผลอะไรต่อระบบโสตประสาทเลยแม้แต่น้อย เป็นเสียงหัวเราะของอีกคนที่ดังแทรกขึ้นมาต่างหากที่ทำให้เปลือกตาหนักอึ้งสองข้างเปิดขึ้นมา น้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงคอช้า ๆ

            กับสุ้มเสียงคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมานานแสนนาน…

            ‘ปายยังอยู่ไหม?’

            “ตกลง”

            ‘ฮะ?’

            “ปายจะกลับไปอยู่บ้านสักระยะ”

            รู้ตัวอีกที… ฉันก็ตอบรับออกไปทั้งใจยังเหม่อลอย ปลายสายวางไปได้ร่วมสิบนาทีแล้วฉันก็ยังนอนแข็งค้างอยู่ท่าเดิม หัวใจกระตุกเต้นเป็นจังหวะประหลาดที่ไม่ได้พานพบมานานหลายปี

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Mimi
Mimi
น่ารัก อ่านฟินมากกกก ดีๆๆๆๆ
2026-03-17 15:56:43
0
0
Wannee
Wannee
น่ารักมาก ฟินจิกหมอนสุดๆ ชอบข้าวมันไก่(พิเศษ) อิอิ
2025-11-05 22:54:10
0
0
shadygirl
shadygirl
อ่านแล้วฟีลกู๊ดมากเลยค่ะ มันดีต่อหัวใจไปหมด
2025-08-16 00:55:53
3
0
54 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status