เข้าสู่ระบบ“ฉันจะเซ็น”
มือของเธอสั่น แต่ลายเซ็นก็ค่อย ๆ ปรากฏลงบนกระดาษขาวสะอาด
“ไม่ใช่เพราะคุณ ไม่ใช่เพราะเขา” เธอเหลือบตาขึ้นสบตาทิศตะวัน “แต่เพราะฉันจะปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการนี้ ถือว่าฉันได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว แม้แต่ในตัวฉันก็ไม่มีสายเลือดของคุณ ฉันไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไป”
แล้วเธอก็ยื่นเอกสารนั้นให้เขา สีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาแดงก่ำ
ทิศตะวันรับมันไว้เงียบ ๆ หัวใจเขากลับรู้สึกหนักอึ้งไม่แพ้เธอ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้
“เอาตัวออกไป” เขาบอกกิตติชัย
หลังมองดูชายชราโดนพาตัวออกไป ดารินทร์ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ดวงตาของเธอเย็นชา และแววตานั้นทำให้เขาเผลอชะงัก
“สัญญามีผลตั้งแต่วันนี้”
“ฉันไม่มีทางเลือกนี่” เธอพูดเบา ๆ ราวกับยอมจำนน
ทิศตะวันยกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่เห็นเธอยอมจำนนต่อแผนการของเขาในที่สุด
“ดี...งั้นก็กับผมจนกว่าจะคลอด” เขายิ้มพอใจ ที่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะว่านอนสอนง่ายกว่าที่เขาคิด “เดี๋ยวผมจะให้คุณกฤษ์ไปส่งคุณที่คอนโดอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกคุณกฤษณ์แล้วกัน”
“ฉันจะกลับไปเก็บของที่ห้องก่อน”
“ไม่ต้อง”
“แล้วเสื้อผ้าของฉันล่ะ”
“ผมก็พูดอยู่ว่าให้คุณแจ้งคุณกฤษณ์หากต้องการอะไรเพิ่มเติม” เขาปรายตามองหญิงสาว “ปากแข็งไม่พอยังเข้าใจอะไรยากอีก”
“...” ดารินทร์เม้มปากเข้าหากันแน่น ราวกับว่าเธอเพิ่งโดนเจ้านายตำหนิไปหยก ๆ
หลังดารินทร์เดินออกไป เขาก็ตามออกไปติด ๆ เช่นกัน แต่เส้นทางของเขากลับเป็นทางหนีไฟ ทิศตะวันก็เหลือบมองเอกสารในมือตัวเอง
“นึกว่าจะดื้อได้นานกว่านี้เสียอีก”
เขาเดินลงไปจนถึงชั้นที่พ่อของดารินทร์ยืนอยู่ มองดูรอยยิ้มแห่งชัยชนะของคน ๆ นั้น ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรที่ต้องทำให้ลูกสาวเดือดร้อน
“อย่าเพิ่งรีบดีใจไป เพราะนี่ไม่ใช่ของฟรี”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ชายวัยกลางคน ดวงตาเข้มขรึมจ้องลึกอย่างไม่ไว้หน้า
“จำให้ขึ้นใจนะ ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป…คุณไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ดารินทร์อีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ต้องติดต่อหาเธออีก ออกไปจากชีวิตของเธอได้ยิ่งดี”
ชายสูงวัยเริ่มหน้าเสีย
“แต่ว่าฉันเป็นพ่อเธอนะ เธอกำลังมีหลานให้ผม” เหมือนชายสูงวัยจะเดาสถานการณ์ออกว่า หนุ่มนักธุรกิจคนนี้กำลังสนใจในตัวลูกสาวของเขา และเด็กในท้องนั่นอาจเป็นลูกของผู้ชายคนนี้ก็เป็นได้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะปล่อยลูกสาวไป ได้สามีรวยแบบนี้คงจะมีเงินให้เขาใช้อย่างสุขสบาย
“พ่อ” ทิศตะวันหัวเราะเยาะในลำคอ ดวงตาเย็นยะเยือก “ไม่ได้ยินที่เธอพูดหรือไง คุณไม่ใช่พ่อของเธออีกต่อไป ถ้าไม่อยากให้สัญญานั่นกลายเป็นโมฆะละก็ ก็ลองขัดคำสั่งผมดู”
“แต่คุณทิศตะวันครับ”
เขาชี้ปลายนิ้วไปยังประตูทางออก
“ออกไปซะ แล้วจำไว้อย่าทำให้ผมต้องตามล่าไถ่คืนทุกบาทที่คุณไม่มีปัญญาหามาด้วยตัวเอง”
พ่อของดารินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะค้อมศีรษะอย่างเสียไม่ได้ แล้วเดินออกจากบันใดหนีไฟไปเงียบ ๆ
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบปกคลุมตัวเขา ทิศตะวันยืนนิ่ง ราวกับพยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกสุดใจ
เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่เหตุใดจึงรู้สึกอึดอัดใจ รู้สึกผิดงั้นเหรอ ไม่สิเขาต่างหากเป็นคนใช้หนี้ เธอแค่อยู่กับเขาจนกว่าจะคลอดแค่นั้น
“จัดการโอนเงินให้เรียบร้อย แค่ยอดเดิม ไม่ต้องเพิ่ม” เสียงของเขานิ่งเฉียบขาด “ไม่จำเป็นต้องปลดหนี้ทั้งหมด แค่นั่นก็พอจะบีบให้เธออยู่ต่อได้แล้ว”
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ทิศตะวันจะตอบกลับไปอย่างไม่แยแส
“เงินที่เสียไปน่ะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เงินก้อนนั้นเป็นแค่โซ่ตรวนที่ฉันใช้ล่ามเธอไว้จนกว่าจะถึงวันคลอด”
เขากดวางสาย หย่อนตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนล้า แต่แววตาไม่ได้นุ่มนวลเลยแม้แต่น้อย
“ต่อให้เธอเกลียดฉันก็ไม่เป็นไร”
ไม่มีอะไรยืนยันได้นอกจากคำพูดของหญิงสาวที่เขาเผลอมีอะไรด้วยว่าเด็กในท้องคือลูกของเขาหรือเปล่า แต่เขากลับรู้สึกว่าใช่ และตอนนี้เขาก็เชื่อความรู้สึกของตัวเอง แม้เธอจะปฏิเสธก็ตาม เขาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขาคิดไปเองหรือเปล่า
ดารินทร์ย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดของเขาโดยที่เธอแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้เต็มใจ แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ เขาตั้งใจให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะคลอดเท่านั้น หลังความจริงทุกอย่างกระจ่าง เขาจะเสนอเงินให้เธอก้อนหนึ่งเพื่อยกลูกให้เขา ส่วนลูกเขาจะเอาไปฝากแม่ของเขาเลี้ยง หรืออาจจะแต่งงานกับผู้หญิงสักคนที่เขารักและช่วยกันเลี้ยงลูก
“หมอนัดคุณอีกทีเมื่อไหร่”
“ทำไมคะ”
“ผมจะพาคุณไป”
“ถ้าทำแบบนั้น คุณจะไม่ตกเป็นเป้าของสื่อเหรอคะ”
“...” ทิศตะวันนิ่งไป ดารินทร์พูดถูก ถ้าเกิดมีคนเห็นเขาพาผู้หญิงไปตรวจครรภ์ แน่นอนว่าต้องเป็นข่าวดังยิ่งกว่าตอนที่เขากับดารินทร์หายเข้าไปในห้องด้วยกันแน่ ๆ และข่าวนั้นก็จะโดนขุดคุ้ยขึ้นมาอีก
“งั้นเดี๋ยวผมให้คุณกฤษณ์พาไป”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” ดารินทร์ปฏิเสธทันที “คุณกฤษณ์เองก็มีภรรยาที่ตั้งท้องอยู่ ฉันไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องคิดมากค่ะ”
“งั้นคุณจะเอายังไง”
“ไม่เอายังไงค่ะ” เธอสวนกลับทันควัน “ฉันนั่งรถไปเองได้”
“ไม่ได้!”
“...” ดารินทร์นิ่งไป
“เดี๋ยวผมจะหาคนไปเป็นเพื่อน”
“คุณไม่ไว้ใจฉันเหรอ” เธอถาม “สัญญาที่ให้ฉันเซ็นเป็นของปลอมหรือไง คุณถึงได้กลัวฉันหนี”
“ของปลอมที่ไหน”
“แล้วคุณจะกลัวอะไร ถ้าฉันหนีคุณก็แจ้งความจับฉันได้อยู่แล้ว”
“เอาล่ะผมไม่เถียงกับคุณแล้ว ผมจะเข้านอนแล้วนะ อยากได้อะไรก็เคาะประตูเรียกแล้วกัน” ที่ดารินทร์พูดมาก็ถูก เขาเลยพูดตัดบทก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองไป
“ฉันจะเซ็น”มือของเธอสั่น แต่ลายเซ็นก็ค่อย ๆ ปรากฏลงบนกระดาษขาวสะอาด“ไม่ใช่เพราะคุณ ไม่ใช่เพราะเขา” เธอเหลือบตาขึ้นสบตาทิศตะวัน “แต่เพราะฉันจะปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการนี้ ถือว่าฉันได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว แม้แต่ในตัวฉันก็ไม่มีสายเลือดของคุณ ฉันไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไป”แล้วเธอก็ยื่นเอกสารนั้นให้เขา สีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาแดงก่ำทิศตะวันรับมันไว้เงียบ ๆ หัวใจเขากลับรู้สึกหนักอึ้งไม่แพ้เธอ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้“เอาตัวออกไป” เขาบอกกิตติชัยหลังมองดูชายชราโดนพาตัวออกไป ดารินทร์ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ดวงตาของเธอเย็นชา และแววตานั้นทำให้เขาเผลอชะงัก“สัญญามีผลตั้งแต่วันนี้”“ฉันไม่มีทางเลือกนี่” เธอพูดเบา ๆ ราวกับยอมจำนนทิศตะวันยกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่เห็นเธอยอมจำนนต่อแผนการของเขาในที่สุด“ดี...งั้นก็กับผมจนกว่าจะคลอด” เขายิ้มพอใจ ที่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะว่านอนสอนง่ายกว่าที่เขาคิด “เดี๋ยวผมจะให้คุณกฤษ์ไปส่งคุณที่คอนโดอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกคุณกฤษณ์แล้วกัน”“ฉันจะกลับไปเก็บของที่ห้องก่อน”“ไม่ต้อง”“แล้วเสื้อผ้าของฉันล่ะ”“ผมก็พูดอยู่ว่าให้ค
“หนี้พวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย คุณจะมายัดเยียดให้ฉันได้ยังไง”“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เพราะในทางกฎหมาย ทายาทก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบในหนี้ของบิดามารดา”“เพื่ออะไร ทำไมถึงต้องทำถึงขนาดนี้”“เด็ก” เขาตอบทันควันพลางชี้ไปที่ท้องของเธอทิศตะวันยืนขึ้นเต็มความสูง มองเธอจากมุมบนด้วยแววตาแน่วแน่ เขาไม่สนวิธีการ เขาสนใจแค่ผลลัพธ์เท่านั้น“ผมไม่แคร์ว่าคุณจะคิดยังไง แต่ผมจะไม่ยอมให้คุณไปไหนจนกว่าผมจะรู้ความจริง”ดารินทร์รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม หายใจติดขัดกับความจริงตรงหน้าดารินทร์จำใจหยิบเอกสารมาเปิดอ่านเงียบ ๆ ดวงตาคู่นั้นเริ่มแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว“ขอบคุณที่ช่วยหาข้อมูลของผู้ชายคนนี้อย่างละเอียดค่ะ” น้ำเสียงเธอเรียบเย็นอย่างไม่คาดคิด “แต่ถ้าคุณคิดว่าฉันจะยอมเซ็นสัญญาบ้า ๆ นี่เพราะผู้ชายที่ฉันเคยเรียกว่าพ่อ คุณคิดผิด”ทิศตะวันขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่มีใจที่จะช่วยพ่อของเธอเลยหรือไง เลือดเย็นจริง ๆ“คุณจะปล่อยให้เขาโดนลากทรมานหรือไง ทนดูได้เหรอ?”“เขาไม่ใช่ครอบครัวของฉันตั้งแต่วันที่เขาเลือกผู้หญิงคนใหม่แล้วทิ้งฉันให้อยู่คนเดียว” น้ำเสียงเธอเริ่มสั่นแต่ยังค
‘สำคัญตัวเองงั้นเหรอ…’เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองสำคัญอะไรสำหรับเขาเลยด้วยซ้ำ เธอแค่ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้ ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ใครต้องทะเลาะกัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำพูดแดกดันที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่เรื่องขำขันสำหรับเขาเธอหลุบตาลง ไม่อยากสบตากับทิศตะวันอีก เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นบางอย่างในแววตาของเธอ ความเจ็บปวด ความผิดหวัง หรืออะไรก็ตามที่เธอพยายามซ่อนไว้“ถ้าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ คุณจะปล่อยฉันไปจริง ๆ ใช่มั้ย” เธอถามย้ำ น้ำเสียงเรียบเฉยจนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังแปลกใจทิศตะวันพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องเธอแน่นิ่ง“แต่ถ้าใช่ลูกของผม…” เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย “คุณต้องยอมให้ผมมีสิทธิ์ในตัวเขาครึ่งนึง”ดารินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป“หากฉันไม่ตกลงล่ะ?”ทิศตะวันหัวเราะในลำคอ ก่อนโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ“คุณคิดว่าตัวเองมีทางเลือกเหรอ คุณไข่มุก?”เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเต็ม ๆ หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอก แต่เธอก็ยังพยายามฝืนยืดตัวตรง ไม่ให้แสดงออกว่ากำลังหวาดหวั่น“ถ้าฉันหนีไป?”“ก็ลองดู” เขายักไหล่ “แ
“นี่มันอะไรกัน! คิดว่าฉันเป็นตัวอะไรถึงได้พาตัวฉันมาตามใจชอบแบบนี้ คุณกำลังคุกคามฉันอยู่นะคะ”ทิศตะวันยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเธอราวกับจะทะลุเข้าไปในจิตใจ ร่างสูงใหญ่ของเขาไม่ได้แสดงท่าทีเดือดร้อนอะไรกับเสียงโวยวายของเธอ เพียงแต่รู้สึกแปลกตากับท่าทีที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนของคนตรงหน้า“ผมต้องการคำตอบ” เขาพูดเสียงเย็น “และผมต้องการมันตอนนี้”ดารินทร์กำมือแน่น ข่มอารมณ์ไม่ให้สั่น เธอพอจะรู้ว่าทิศตะวันเป็นคนแบบไหน เขาไม่ใช่คนที่ยอมปล่อยอะไรไปง่าย ๆ แต่เธอคิดว่าอย่างน้อยเขาก็น่าจะให้เกียรติเธอบ้าง ไม่ใช่ใช้วิธีพาเธอมาที่นี่ราวกับเธอเป็นแค่ลูกน้องที่เขาจะสั่งให้ไปไหนมาไหนก็ได้“คุณไม่มีสิทธิ์จะมาสั่งฉัน” เธอพูดเสียงแข็ง “ฉันไม่ใช่พนักงานในบริษัทของคุณอีกแล้ว และฉันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณแล้วด้วย!”“หึ” ทิศตะวันหัวเราะในลำคอ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขัน“...” ดารินทร์ขมวดคิ้วสองข้าง เธอพินิจมองท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า“แน่ใจเหรอ?” เขาเลิกคิ้ว “แล้วทำไมคุณถึงโกหกผมล่ะ?”หัวใจของดารินทร์กระตุกวูบทันที ‘นี่เขาไปรู้อะไรมา’“โกหก?” เธอพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ ทำใจดีสู้
เย็นวันหนึ่งในบริษัททิศตะวันเดินเลี่ยงเข้าทางประตูหนีไฟ เขาไม่ได้อยากเจอใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ คู่หมั้นของเขา ที่เริ่มเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆแต่ก่อนที่เขาจะก้าวไปถึงบันได เสียงสนทนาของพนักงานสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็ดังเข้าหูเขาโดยบังเอิญ“นี่ ซันนี่...เมื่อวันก่อนฉันเห็นไข่มุกมาที่บริษัท”หญิงสาวจิบกาแฟนิดนึงก่อนจะพูดต่อ “เธอได้เจอไข่มุกแล้วใช่ไหม?”ทิศตะวันชะงักเท้าทันที เขาเพิ่งรู้ว่าดารินทร์ชื่อเล่นว่าไข่มุกเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาเลยหยุดฟังเมื่อได้ยินว่ามีคนกำลังเอ่ยถึงเธอ ดวงตาคมหรี่ลงขณะตั้งใจฟังบทสนทนาต่อไป“ใช่ เจอกันที่บริษัทนี่แหละ เธอบอกว่ามาทำธุระนิดหน่อย”“จริงเหรอ? ให้พูดตรง ๆ ความจริงแล้วฉันได้ยินเธอสองคนคุยกันนะ”“ไร้มารยาท”“อะไร ฉันแค่บังเอิญเดินผ่าน”“บังเอิญหรือสอดแนม”“บังเอิญย่ะ” เธอกระแทกเสียง “แต่ฉันแปลกใจมากเลยนะที่ไข่มุกแต่งงานกะทันหันขนาดนั้น แล้วก็ดูสิ ท้องเร็วแบบนี้ เป็นไปได้ยังไงถ้าเธอไม่ได้ท้องก่อนแต่ง?”“นั่นน่ะสิ ฉันก็สงสัยอยู่แต่ไม่กล้าถาม ไข่มุกไม่ได้พูดถึงสามีเลย แถมลาออกจากงานไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอีก รู้สึกเป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้”“เธอคิด
ในห้องทำงานของเขาทิศตะวันยืนรออยู่ตรงหน้าต่าง แผ่นหลังกว้างของเขาหันเข้าหาประตู แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของดารินทร์ เขาก็หันกลับมา ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างไม่วางตาเธอดูซูบผอมลง แต่ท้องของเธอโป่งนูนขึ้นชัดเจนกว่าเมื่อสามเดือนก่อน…หากเธอไม่สวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ คงจะเห็นท้องของเธอชัดกว่านี้“คุณท้องกับผมใช่ไหม?”คำถามของเขาแทงเข้าไปในอกของดารินทร์ทันที เธออึ้งค้างไปหลายวินาที จู่ ๆ เขาถามแบบนี้หมายความว่ายังไง? เขารู้อะไรมา?เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามรวบรวมสติแล้วตอบกลับไปเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้“คุณพูดอะไรน่ะ? ฉันแต่งงานแล้วนะ” นี่คือสิ่งเดียวที่ดารินทร์คิดออกทิศตะวันขมวดคิ้ว “อะไรนะ?”“ใช่” ดารินทร์รีบย้ำ “ฉันแต่งงานแล้ว และแน่นอนว่าเด็กคนนี้คือลูกของฉันกับสามี ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณทั้งนั้น”ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของทิศตะวันทันที เขานิ่งไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับพยายามอ่านบางอย่างจากแววตาของเธอ ยิ่งเธอพยายามหลบสายตาของเขา เขากลับยิ่งไม่อยากเชื่อในคำตอบของเธอเธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนดีนี่ เขาเองก็ควรจะ โล่งใจ ใช่ไหม...ใช่...เขาคว







