เข้าสู่ระบบ“ฉันจะเซ็น”
มือของเธอสั่น แต่ลายเซ็นก็ค่อย ๆ ปรากฏลงบนกระดาษขาวสะอาด
“ไม่ใช่เพราะคุณ ไม่ใช่เพราะเขา” เธอเหลือบตาขึ้นสบตาทิศตะวัน “แต่เพราะฉันจะปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการนี้ ถือว่าฉันได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว แม้แต่ในตัวฉันก็ไม่มีสายเลือดของคุณ ฉันไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไป”
แล้วเธอก็ยื่นเอกสารนั้นให้เขา สีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาแดงก่ำ
ทิศตะวันรับมันไว้เงียบ ๆ หัวใจเขากลับรู้สึกหนักอึ้งไม่แพ้เธอ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้
“เอาตัวออกไป” เขาบอกกิตติชัย
หลังมองดูชายชราโดนพาตัวออกไป ดารินทร์ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ดวงตาของเธอเย็นชา และแววตานั้นทำให้เขาเผลอชะงัก
“สัญญามีผลตั้งแต่วันนี้”
“ฉันไม่มีทางเลือกนี่” เธอพูดเบา ๆ ราวกับยอมจำนน
ทิศตะวันยกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่เห็นเธอยอมจำนนต่อแผนการของเขาในที่สุด
“ดี...งั้นก็กับผมจนกว่าจะคลอด” เขายิ้มพอใจ ที่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะว่านอนสอนง่ายกว่าที่เขาคิด “เดี๋ยวผมจะให้คุณกฤษ์ไปส่งคุณที่คอนโดอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกคุณกฤษณ์แล้วกัน”
“ฉันจะกลับไปเก็บของที่ห้องก่อน”
“ไม่ต้อง”
“แล้วเสื้อผ้าของฉันล่ะ”
“ผมก็พูดอยู่ว่าให้คุณแจ้งคุณกฤษณ์หากต้องการอะไรเพิ่มเติม” เขาปรายตามองหญิงสาว “ปากแข็งไม่พอยังเข้าใจอะไรยากอีก”
“...” ดารินทร์เม้มปากเข้าหากันแน่น ราวกับว่าเธอเพิ่งโดนเจ้านายตำหนิไปหยก ๆ
หลังดารินทร์เดินออกไป เขาก็ตามออกไปติด ๆ เช่นกัน แต่เส้นทางของเขากลับเป็นทางหนีไฟ ทิศตะวันก็เหลือบมองเอกสารในมือตัวเอง
“นึกว่าจะดื้อได้นานกว่านี้เสียอีก”
เขาเดินลงไปจนถึงชั้นที่พ่อของดารินทร์ยืนอยู่ มองดูรอยยิ้มแห่งชัยชนะของคน ๆ นั้น ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรที่ต้องทำให้ลูกสาวเดือดร้อน
“อย่าเพิ่งรีบดีใจไป เพราะนี่ไม่ใช่ของฟรี”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ชายวัยกลางคน ดวงตาเข้มขรึมจ้องลึกอย่างไม่ไว้หน้า
“จำให้ขึ้นใจนะ ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป…คุณไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ดารินทร์อีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ต้องติดต่อหาเธออีก ออกไปจากชีวิตของเธอได้ยิ่งดี”
ชายสูงวัยเริ่มหน้าเสีย
“แต่ว่าฉันเป็นพ่อเธอนะ เธอกำลังมีหลานให้ผม” เหมือนชายสูงวัยจะเดาสถานการณ์ออกว่า หนุ่มนักธุรกิจคนนี้กำลังสนใจในตัวลูกสาวของเขา และเด็กในท้องนั่นอาจเป็นลูกของผู้ชายคนนี้ก็เป็นได้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะปล่อยลูกสาวไป ได้สามีรวยแบบนี้คงจะมีเงินให้เขาใช้อย่างสุขสบาย
“พ่อ” ทิศตะวันหัวเราะเยาะในลำคอ ดวงตาเย็นยะเยือก “ไม่ได้ยินที่เธอพูดหรือไง คุณไม่ใช่พ่อของเธออีกต่อไป ถ้าไม่อยากให้สัญญานั่นกลายเป็นโมฆะละก็ ก็ลองขัดคำสั่งผมดู”
“แต่คุณทิศตะวันครับ”
เขาชี้ปลายนิ้วไปยังประตูทางออก
“ออกไปซะ แล้วจำไว้อย่าทำให้ผมต้องตามล่าไถ่คืนทุกบาทที่คุณไม่มีปัญญาหามาด้วยตัวเอง”
พ่อของดารินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะค้อมศีรษะอย่างเสียไม่ได้ แล้วเดินออกจากบันใดหนีไฟไปเงียบ ๆ
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบปกคลุมตัวเขา ทิศตะวันยืนนิ่ง ราวกับพยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกสุดใจ
เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่เหตุใดจึงรู้สึกอึดอัดใจ รู้สึกผิดงั้นเหรอ ไม่สิเขาต่างหากเป็นคนใช้หนี้ เธอแค่อยู่กับเขาจนกว่าจะคลอดแค่นั้น
“จัดการโอนเงินให้เรียบร้อย แค่ยอดเดิม ไม่ต้องเพิ่ม” เสียงของเขานิ่งเฉียบขาด “ไม่จำเป็นต้องปลดหนี้ทั้งหมด แค่นั่นก็พอจะบีบให้เธออยู่ต่อได้แล้ว”
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ทิศตะวันจะตอบกลับไปอย่างไม่แยแส
“เงินที่เสียไปน่ะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เงินก้อนนั้นเป็นแค่โซ่ตรวนที่ฉันใช้ล่ามเธอไว้จนกว่าจะถึงวันคลอด”
เขากดวางสาย หย่อนตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนล้า แต่แววตาไม่ได้นุ่มนวลเลยแม้แต่น้อย
“ต่อให้เธอเกลียดฉันก็ไม่เป็นไร”
ไม่มีอะไรยืนยันได้นอกจากคำพูดของหญิงสาวที่เขาเผลอมีอะไรด้วยว่าเด็กในท้องคือลูกของเขาหรือเปล่า แต่เขากลับรู้สึกว่าใช่ และตอนนี้เขาก็เชื่อความรู้สึกของตัวเอง แม้เธอจะปฏิเสธก็ตาม เขาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขาคิดไปเองหรือเปล่า
ดารินทร์ย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดของเขาโดยที่เธอแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้เต็มใจ แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ เขาตั้งใจให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะคลอดเท่านั้น หลังความจริงทุกอย่างกระจ่าง เขาจะเสนอเงินให้เธอก้อนหนึ่งเพื่อยกลูกให้เขา ส่วนลูกเขาจะเอาไปฝากแม่ของเขาเลี้ยง หรืออาจจะแต่งงานกับผู้หญิงสักคนที่เขารักและช่วยกันเลี้ยงลูก
“หมอนัดคุณอีกทีเมื่อไหร่”
“ทำไมคะ”
“ผมจะพาคุณไป”
“ถ้าทำแบบนั้น คุณจะไม่ตกเป็นเป้าของสื่อเหรอคะ”
“...” ทิศตะวันนิ่งไป ดารินทร์พูดถูก ถ้าเกิดมีคนเห็นเขาพาผู้หญิงไปตรวจครรภ์ แน่นอนว่าต้องเป็นข่าวดังยิ่งกว่าตอนที่เขากับดารินทร์หายเข้าไปในห้องด้วยกันแน่ ๆ และข่าวนั้นก็จะโดนขุดคุ้ยขึ้นมาอีก
“งั้นเดี๋ยวผมให้คุณกฤษณ์พาไป”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” ดารินทร์ปฏิเสธทันที “คุณกฤษณ์เองก็มีภรรยาที่ตั้งท้องอยู่ ฉันไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องคิดมากค่ะ”
“งั้นคุณจะเอายังไง”
“ไม่เอายังไงค่ะ” เธอสวนกลับทันควัน “ฉันนั่งรถไปเองได้”
“ไม่ได้!”
“...” ดารินทร์นิ่งไป
“เดี๋ยวผมจะหาคนไปเป็นเพื่อน”
“คุณไม่ไว้ใจฉันเหรอ” เธอถาม “สัญญาที่ให้ฉันเซ็นเป็นของปลอมหรือไง คุณถึงได้กลัวฉันหนี”
“ของปลอมที่ไหน”
“แล้วคุณจะกลัวอะไร ถ้าฉันหนีคุณก็แจ้งความจับฉันได้อยู่แล้ว”
“เอาล่ะผมไม่เถียงกับคุณแล้ว ผมจะเข้านอนแล้วนะ อยากได้อะไรก็เคาะประตูเรียกแล้วกัน” ที่ดารินทร์พูดมาก็ถูก เขาเลยพูดตัดบทก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองไป
“โกรธพี่หรือเปล่า”“เรื่องอะไรคะ” เธอเอียงหน้าถาม “ก็ที่ผู้หญิงคนนั้นมาบอกว่าเคยคบกับพี่” “ก็ยังโกรธอยู่นะคะ แฟนเก่าของสามีมางานแต่งแถมยังมาพูดแบบนั้นใครจะไม่รู้สึกโกรธกันล่ะ” “แต่พี่ไม่ได้เชิญมานะ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยสักครั้ง” “มุกแค่อยากรู้ว่าที่ห้างวันนั้นใช่คนนี้หรือเปล่า” “ใช่ครับ” เขาตอบ “เพราะไม่ได้มีอะไร พี่เลยไม่บอกมุก” “คุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ” “ก็ทำนองเดียวกันกับที่คุยเมื่อกี้” วันนั้นเธอเอาแต่ถามว่ามาทำอะไร มานั่งรอใคร รอคนอื่นเป็นกับเขาด้วยเหรอ สำคัญมากหรือไงถึงนั่งรอได้นานขนาดนี้ “ที่ผ่านมาเธอคงโกรธพี่มาก” ถึงได้กล้ามาพูดเรื่องแบบนั้นในงานแต่ง ไม่ได้มาหาเรื่อง เหมือนมาระบายความในใจมากกว่า “ก็คงจะเป็นแบบนั้น ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้ในงานแต่งของเรา” “...” “พี่ทำให้มุกไม่สบายใจอีกแล้วสินะ” เขาก้มหน้าลงเพราะรู้สึกผิด ทั้ง ๆ ที่สัญญากับเธอไว้ว่าจะทำให้มีความสุข แต่ก็มีเรื่องไม่สบายใจเข้ามาแทรกตลอด “ไม่เป็นไรค่ะ” เพราะบทสนทนาของเขามันช
ดารินทร์มองทั้งคู่สลับกัน บทสนทนาของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ “สวัสดีค่ะ” เธอหันมาทักทายแล้วยิ้มให้ดารินทร์ ดารินทร์ยิ้มตอบ แม้ภายในใจจพมีคำถามมากมายอยากจะถามทิศตะวันก็ตาม “เลือกเจ้าสาวได้ไม่เลวนี่” เธอพูดกับทิศตะวัน “แต่ถ้ายังทำนิสัยเดิม ไม่มีใครอยู่กับนายได้นานหรอก” “เลิกพูดจาไร้สาระแล้วเข้างานไปซะ” “นี่นายกล้าพูดกับแขกแบบนี้เหรอ” “ฉันกล้าทำมากกว่านี้ ถ้าคิดจะมาทำให้เจ้าสาวของฉันคิดมาก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “นี่คือคำขู่เหรอ” เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของทิศตะวันเลยสักนิด ทิศตะวันขบกรามแน่น รู้สึกไม่สบอารมณ์ คำพูดพวกนั้นทำให้ดารินทร์คิดมากได้เลย ยิ่งเธอเป็นคนขี้คิดมากอยู่แล้วด้วย แต่เขาจะใช้วิธีไหนไล่คน ๆ นี้ไป “คุณไม่สงสัยเหรอคะ ว่าฉันเป็นอะไรกับเขา” หญิงสาวชี้ไปที่ทิศตะวัน “นี่...” ทิศตะวันขยับมายืนด้านหน้าของดารินทร์ “ถ้าจะมาแสดงความยินดีก็เชิญด้านใน แต่ถ้ามาป่วนก็เชิญกลับไป” “หยาบคายสิ้นดี” เขาว่าทิศตะวัน ก็จะเอียงตัวมองดารินทร์ที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลัง “คุณเห็นหรือเปล่าว่
ดารินทร์ออกมาจากห้องสปา เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนคุยกับทิศตะวัน และหญิงสาวคนนั้นก็เดินไปก่อนที่เธอจะเดินไปถึงโซฟาตัวที่ทิศตะวันนั่ง เธอจึงไม่ทันได้เห็นหน้า “เสร็จแล้วเหรอครับ” ดารินทร์มองตามผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่ทิศตะวันถาม ทิศตะวันก็มองตามสายตาของดารินทร์ไปเช่นกัน เขารู้ได้ในทันทีว่าดารินทร์คงจะเห็นตอนที่เขาคุยกับเธอคนนั้นและคงจะสงสัยว่าเป็นใคร “อยากไปไหนต่ออีกมั้ย” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบเอวของเธอไว้ “อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” “ไม่มีค่ะ” ดารินทร์หันไปตอบเขา “งั้นไปกันเถอะ” ทั้งคู่เดินออกไป ดารินทร์ก็ยังคงมองหาหญิงสาวคนนั้น ไม่รู้ทำไมเธอแค่รู้สึกว่าอยากเห็นหน้าเธอก็แค่นั้น “ที่รัก” เหมือนทิศตะวันจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินั้น เขาจับมือเธอแน่น “ผมอยากให้คุณมีความสุขมากกว่านี้” “...” “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ผมอยากให่พูดกับผมตรง ๆ อย่าเก็บไว้เลย” “มุกไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” เธอพูดปัดพลางบีบมือเขาแน่น จริง ๆ เธอไม่ได้อยากคิดมาก มันเป็นแค่เสี้ยวของ
ไม่กี่นาทีต่อมา ผ้าม่านถูกเลื่อนออกช้า ๆ ทิศตะวันที่นั่งรออยู่เงยหน้าขึ้นแล้วก็หยุดนิ่งไปชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรูโอบรับรูปร่างของเธออย่างพอดี ลูกไม้บาง ๆ คลุมไหล่ ทำให้เธอดูอ่อนโยนและสง่างามในเวลาเดียวกัน“เป็นยังไงคะ” ดารินทร์ถามเสียงเบา มือกำชายกระโปรงแน่น “มันดูแปลก ๆ มั้ย”ทิศตะวันลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินเข้าไปหาเธอทีละก้าว เขาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอื้อมมือเชยคางให้เธอเงยขึ้นมาสบตา“แปลกครับ”คำตอบของเขาทำให้ดารินทร์รู้สึกประหม่า“แปลกตามาก และก็สวยมากด้วย” “งั้นตกลงเอาชุดนี้ค่ะ” แค่ทิศตะวันบอกว่าเธอใส่แล้วสวย เธอก็โอเคแล้ว “ไม่ลองชุดอื่นก่อนเหรอเผื่อที่รักจะชอบ” ทิศตะวันเสนอทางเลือก “แต่ไม่ว่าที่รักจะใส่ชุดไหน พี่เชื่อว่าสวยทุกชุด” “นั่นเป็นคำพูดของคุณพนักงานหรือเปล่าคะ” ดารินทร์เอ่ยแซวทิศตะวันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจับชายกระโปรงของเธอจัดให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง“หมุนตัวหน่อยสิครับ”เธอลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมหมุนตัวช้า ๆ กระโปรงสีขาวบานออกอย่างสวยงาม เขามองตามทุกการเคลื่อนไหว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ“สวยชะมัด…” “คุณผู้ชายเชิญทางนี้ค่ะ” “ค
ภาสกรนั่งมองทั้งคู่เดินลงมาด้านล่าง ดารินทร์หลบสายตาพ่อสามีเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังบกพร่องในหน้าที่ “ย้ายเข้าไปอยู่คืนแรกก็ทำเมียลงมาทานข้าวช้ากว่าทุกวันเลยนะ” “ข้าวใหม่ปลามันครับพ่อ” “นี่คุณ” ดารินทร์หยิกไปที่เอวของเขา “พ่อคงผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว คงจะจำไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ” ภาสกรรู้ว่านี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำโอ้อวดซะมากกว่า “แกมันไม่รู้จักโต” “ไม่โตได้ยังไงละครับ มีทั้งเมียและแถมลูกมาอีกสอง แบบนี้พ่อยังว่าผมไม่โตอีกเหรอ” “แก” “ครับคุณพ่อ” ภาสกรสะบัดหน้าหนี อยากเขวี้ยงอะไรสักอย่างใส่ลูกชายแต่ก็กลัวว่าหลานกับลูกสะใภ้จะตกใจ “ขอโทษนะคะคุณแม่” “จะขอโทษทำไมล่ะ” “ก็หนูไม่ได้ลงมาช่วยแต่งตัวให้ลูก” “ปกติหนูมุกก็ทำไม่เคยขาดตกบกพร่องนี่ ไม่ได้ทำสักวันจะเป็นอะไรไป” ทิพย์สุดาพูดปลอบดารินทร์ เธอเข้าใจถึงความกังวลนั้น แต่เธออยากให้ดารินทร์คิดว่าเธอก็คือแม่คนหนึ่งที่สามารถทำทุกอย่างให้ดารินทร์ได้ “ปกติเช้ามาแม่ก็ไม่ได้ทำอะไร วันนี้ได้ตื่นมาแต่งตัวใ
ความปวดระบมแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อคนตัวเล็กขยับเริ่มตัว หลังลืมตาตื่นดารินทร์ก็มองไปรอบ ๆ จนเห็นใครบางคนนอนมองเธออยู่ตรงหน้า“ทำไมไม่ปลุกคะ” เธอถามเขา“ไม่อยากรบกวน อยากให้ที่รักนอนให้เต็มอิ่ม” เขาเกลี่ยผมที่หล่นมาปรกหน้าของเธอ“กี่โมงแล้วคะเนี่ย”“เกือบเจ็ดโมงแล้วครับ”“ตายจริง” ดารินทร์ตกใจจนตาโต เธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ หรือเป็นเพราะเมื่อคืนกันนะ“วันนี้เราจะลางานกันนะ”“ทำไมคะ” ดารินทร์สงสัย หรือเขามีโปรแกรมจะไปที่ไหน“ก็ดูเหมือนว่าที่รักจะเดินไม่ไหวนี่ครับ" เขาสังเหตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วทุกครั้งที่ขยับตัว“...”“ประธานบริษัทอยู่ตรงนี้จะไปกลัวอะไรละครับ”“แต่...”“ไม่มีแต่นะ” นิ้วยาวจิ้มไปที่ปลายจมูกของดารินทร์“งั้นเอามือออกก่อนค่ะ มุกจะไปดูเด็ก ๆ”“แม่จัดการเด็ก ๆ ให้แล้วครับ”ดารินทร์ขมวดคิ้ว รู้สึกไม่ดี เธอมาอยู่บ้านเขาแต่กลับนอนสบายให้ผู้ใหญ่ดูแลลูก ๆ แทน“พี่เป็นคนบอกแม่เองว่าเมื่อคืนที่รักไม่ค่อยสบาย”ดารินทร์เงยหน้ามองเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะรอบคอบขนาดนี้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เขาก็ยังปกป้องเธอ"เดี๋ยวพี่พาไปอาบน้ำนะ""มุกอาบเองดีกว่าค่ะ""ไม่เป็นไร" ทิศตะวันช้อนตัวดารินทร์ขึ้นอุ้ม "
“หมั่บ”“แล้วคุณทานอะไรหรือยัง” เขาก้มลงมองคนที่นั่งอยู่บนตัก “อย่าคิดจะปล่อยให้ลูกของผมหิวเชียวนะ” “...” “ยังไงวันนี้คุณก็ต้องทานข้าวกับผม ถ้าคุณไม่ยอมออกไปทานที่ร้านอาหาร ผมจะโทรสั่งให้เขามาส่ง” “ฉันไม่หิว” “ไอ้หมอเพื่อนผมบอกว่า คนท้องต้องทานอาหารให้ครบห้าห
ทั้งที่ทิศตะวันตั้งใจไว้ว่าเลิกงานวันนี้จะไปเยี่ยมดารินทร์ที่โรงพยาบาล แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่เป็นใจ เพราะบอร์ดบริหารเรียกร้องให้มีการประชุมหารือเรื่องแผนการตลาดตลอดสามวันมานี้ จนเขารู้สึกหงุดหงิด กว่าเขาจะไปถึงโรงพยาบาลก็ดึกจนคนป่วยหลับไปแล้วทุกครั้ง“ทำไมไม่กลับไปพักผ่อน”“ผมแค่จะแวะมาดู”“พรุ่งนี
แสงสีขาวจากหลอดไฟบนเพดานเจิดจ้าเกินกว่าจะสบตาได้เต็มที่ ดารินทร์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยมากระทบจมูก เธอรู้ทันทีว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวหันหน้าไปช้า ๆ ก็พบว่าทิพย์สุดานั่งอยู่ตรงนั้น ใบ
“ใช่! ผมจะแต่งงาน!” เขากระแทกเสียง “แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะอนุญาตให้คุณหนีไป! จนกว่าจะคลอด”ดารินทร์เบิกตากว้าง มองใบหน้าของเขาอย่างไม่เชื่อสายตา เขามักจะย้ำคำนี้ไว้ตอนท้ายของประโยคเสมอ“ต่อให้คุณแต่งงานแล้ว” เธอถามเสียงเบาจนแทบกระซิบ “ฉันยังต้องอยู่อีกเหรอ”ทิศตะวันนิ่งไปแวบหนึ่ง ราวกับตัวเองก็ไม







