ANMELDENคริมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทะมัดทะแมงขึ้น คือเปลี่ยนจากเดรสตัวสวยเป็นเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นเพื่อเธอจะได้ทำงานครัวได้สะดวก เธอตั้งใจทำอาหารสุดฝีมือในวันนี้ เพื่อให้จารึกได้รับประทาน รวมไปถึงใครบางคนด้วย
เขาไปอยู่เมืองนอกหลายปี คงไม่รู้ว่าเธอทำอะไรเป็นแล้วหลายอย่าง เธอไม่ใช่เด็กสาว...เหมือนเมื่อก่อน เด็กสาวไร้เดียงสาอายุเพียงสิบสี่ปี วัยที่กำลังคุกรุ่นด้วยฮอร์โมนทางเพศ เริ่มสนใจเพศตรงข้าม เริ่มหลงใหล และได้ลิ้มรสหวานของคำว่าความรัก
เธอหลงรักเขา...
อาหนุ่มที่มีรอยยิ้มสดใส รูปร่างสมาร์ท หน้าตาหล่อเหลา หน้าตาของเขาสะดุดสายตาของคริมาเป็นอันดับแรก ต่อมาด้วยความมีเสน่ห์และเซ็กซ์แอลพีลของเขา สาวน้อยในตอนนั้นหลงรักชายหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอถึงสิบเอ็ดปี เธอแทบไม่มีสายตามองชายหนุ่มในวัยเดียวกันหรือใกล้เคียง...ขณะที่กริชดนัยเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและเพิ่งได้ช่วยพี่ชายทำงานในบริษัท เขากำลังเนื้อหอมมาก
ความสดใส สมาร์ทและเสน่ห์ของกริชดนัย ไม่ได้ทำให้แค่สาวน้อยวัยสิบสี่ปีลุ่มหลง มันรวมไปถึงมารดาของหล่อนที่เป็นพี่สะใภ้ของเขาด้วย!
ความไม่ซื่อสัตย์ของพัดชา มีคนรู้เห็นเพียงแค่สองคน...
และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่อง...ในคืนนั้น
คืนแห่งความแตกร้าว ในสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง
คืนแห่งความอัปยศของสาวน้อยแรกผลิ
คืนแห่งความลับนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รู้เห็น...หนึ่งในนั้นคือทนายจารึก สงสารสาวน้อยที่ถูกตราหน้าว่าแรดร่าน อย่างสุดใจ และกำลังพยายามช่วยแก้ไข ให้กริชดนัยได้เข้าใจคริมาเสียใหม่ ว่าบางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดไปเกี่ยวกับเรื่องราวในคืนนั้น
คริมาตั้งใจกับอาหารมื้อนี้มาก ป้านารับบทลูกมือช่วยเหลือเจ้านายสาว คริมานั้นชอบทำอาหาร เธอทำอาหารได้รสชาติถูกปากกานต์เอก และทำอาหารได้หลายอย่างนอกจากอาหารไทย จนกานต์เอกให้เธอทำอาหารเย็นขึ้นโต๊ะเกือบทุกมื้อ ป้านาก็เบามือลงไปมาก และเบาใจที่ไม่ได้ถูกนายหญิงของบ้านอย่างพัดชาบางทีหาเรื่องว่าเธอทำอาหารไม่อร่อย หรือมาวุ่นวายกับเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไปจับจ่ายหาของสดมาทำอาหารรับประทาน
การตายของพัดชาทำให้ป้านานั้นรู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้น...พูดได้ไม่อายปากว่าเจ็ดปีกว่าที่พัดชามาเป็นนายหญิงนั้น แกรู้สึกอึดอัดจนอยากจะลาออกวันล่ะหลายหน ไม่ใช่แค่ป้านา คนรับใช้ทำงานบ้านหลายคนก็คิดแบบนั้น ยิ่งเด็กทำงานทำความสะอาดนั้น เปลี่ยนเวียนเข้าออกเป็นว่าเล่น เพราะทนรับอารมณ์นายหญิงของบ้านไม่ไหวจริงๆ
แม่กับลูกช่างต่างกันนัก
คริมานั้นไม่เหมือนพัดชาเลยแม้แต่น้อย...
ออกรับแทนเสียด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าพัดชาเรียกคนรับใช้ไปตำหนิ ถ้าทำไม่ถูกใจ หรือซุ่มซ่ามบังเอิญทำของเธอเสียหาย คริมานั้นบางหนจะบอกกับมารดาว่าเธอเป็นคนทำเอง เพื่อไม่ให้ท่านลงโทษพวกเด็กในบ้าน ผลปรากฏว่าบางทีคริมาเป็นคนโดนตี โดนทำโทษแทน
พัดชาเรียกลูกสาวไปประจานและฟาดก้นเอาเหมือนเด็กๆ ต่อหน้าพวกคนรับใช้บ่อยๆ ถ้อยคำด่าทอนั้น ฟังแล้วให้นึกถึงกำพืดของคนพูด ที่คงไม่ได้เหมือนฉากหน้าที่เที่ยวบอกกับใครต่อใคร ว่าเป็นลูกผู้ดีมีเงิน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาในสังคมระดับชั้นสูง แบบที่หลอกสามีและคนอื่นๆ
คิดถึงอดีตใดๆ ของแม่ลูกคู่นี้แล้ว ป้านาก็มองคุณหนูของเธออย่างเห็นอกเห็นใจ ทุกคนเห็นว่าคุณกริชมีสีหน้าแบบไหนใส่คุณวีวี่ และคนเก่าแก่อย่างป้านาก็พอจะรู้ระแคะระคายว่าไฉนแล้วคุณกริชถึงได้ออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอก ไม่กลับมาบ้านอีกเลย เพิ่งจะมาก็ตอนที่คุณกานต์ท่านเสียนี่แหละ
“คุณกริชน่ะ เธอชอบกะเพราหมูกรอบนะคะ ป้าจำได้”
จู่ๆ ป้านาก็เอ่ยเปรยขึ้น แล้วค้นในตู้เย็นแล้วหันมาบอกกับคริมาที่ยืนอยู่หน้าเตากำลังทำแกงคั่วสับประรดอยู่
“เหรอคะ?”
“ค่ะ เธอชอบมากๆ เดี๋ยวป้าจะปั่นจักรยานไปซื้อหมูมาให้นะคะคุณวี่ ป้าจะทำหมูกรอบให้ค่ะ มีหม้ออบลมร้อนทำไม่นานค่ะ”
ยังไม่ทันจะถามอะไรต่อ ป้านาก็ออกไปจากห้องครัวเสียแล้ว คริมาขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าป้านามาบอกเธอแบบนั้นทำไม แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ทำของถูกใจให้เขาลองได้รับประทานดู...
เธอหวังว่าอาหารฝีมือเธอ ถ้าเขาชอบ มันจะทำให้เขา...รู้สึกดีกับเธอขึ้นบ้าง
หญิงสาวได้แต่ลอบถอนใจ ขณะที่มือยังสาละวนทำอาหารง่วน การพบเขาอีกหนและการได้อยู่กับเขาแบบนี้ มันทำให้เธอลิ้มรสชาติทั้งขมทั้งหวานปะปนกันไปหมดในความรู้สึก
กริชดนัย
การเจอเขาอีกครั้งทำให้คริมานั้นรู้แน่แก่ใจแล้วว่า หัวใจของเธอมันยังคงรู้สึกกับเขาเหมือนเมื่อหกปีที่แล้วไม่มีเปลี่ยนเลย
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







