แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: มนต์จันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-15 21:53:49

“ก็เสื้อผ้าที่เธอจะใส่ไง หรือว่ามาอยู่กับฉันแล้วเธอจะไม่ใส่อะไรเลย”

แววตาวาววับของดนย์ที่มองมายังเธอ ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มด้วยเพราะเอียงอายผสมเจือปนกับความกรุ่นโกรธ

“อ้าว! ทำไมฉันต้องมาอยู่กับคุณ ก็ในเมื่อ เมื่อกี้เรา..”

“ฉันจ่ายให้พวกเธอสองคนแม่ลูกไปตั้งห้าแสน จะให้ฉันนอนกับเธอแค่ครั้งเดียว มันไม่เอาเปรียบผู้บริโภคเกินไปหน่อยเหรอแม่สาวน้อย”

มนสิชาเจ็บจี๊ดเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัวยังไงยังงั้น

“ห้าแสนถ้าคุณจะใช้บริการฉันไปตลอด มันก็จะไม่เกินไปเหมือนกันเหรอคะ”

“สองปี เวลางานของเธอคือสองปี เมื่อครบระยะเวลางานแล้วเธอจะเป็นอิสระ แต่ในระหว่างที่เธอทำหน้าที่เป็น ‘นางบำเรอ’ ของฉัน เธอห้ามมีเด็กเด็ดขาด เข้าใจไหม”

“ได้ค่ะ! แต่ฉันคงจะอยู่เป็นนางบำเรอให้คุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้หรอกนะ ฉันให้คุณได้แค่ตอนกลางคืน แล้วอีกอย่างเวลาทำงานต้องไม่เกินแปดชั่วโมงตามกฎหมายแรงงาน และต้องมีวันหยุดให้ฉันอาทิตย์ละหนึ่งวันด้วย”

ดนย์มองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่า ‘นางบำเรอ’ ซึ่งกำลังพูดถึงเวลาทำงานของเจ้าหล่อนกับเขา แล้วแม่ตัวดียังมาอ้างกฎหมายแรงงานอีก แถมมีขอวันหยุดอาทิตย์ละหนึ่งวันซะด้วย

เอากับเขาสิ!

“ให้ฉันร่างสัญญาขึ้นมาให้เธอเซ็นด้วยไหมล่ะ” ดนย์พูดประชดเจ้าหล่อนอย่างหมั่นไส้

“ถ้าได้ ก็จะเป็นพระคุณมากๆ เลยค่ะ”

มนสิชาตอบกลับมาด้วยใบหน้าและแววตาเรียบเฉย บ่งบอกว่าเธอต้องการเช่นนั้นจริงๆ

ให้ตายสิ! เขาต้องมาร่างสัญญาจ้างนางบำเรอจริงๆ หรือนี่

พูดจบมนสิชาจึงขอตัวกลับ เธอลงมาเรียกแท็กซี่และตรงไปยังโรงพยาบาลทันที

มนสิชามาหาศรันย์ที่ห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาล เธอจัดแจงให้ผู้เป็นบิดากินอาหารและยาจนเรียบร้อย จึงขอตัวไปจัดการเรื่องการย้ายพ่อไปอยู่ห้องพิเศษของโรงพยาบาลและไปติดต่อเรื่องพยาบาลพิเศษที่จะให้มาดูแลศรันย์เวลากลางคืนระหว่างที่เธอไป ‘ทำงาน’ อีกด้วย

ศรันย์ที่ถูกย้ายมาห้องพิเศษเอ่ยถามมนสิชาด้วยความไม่สบายใจ ด้วยเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย “ม่อน.. ย้ายพ่อมาทำไมลูก ห้องพิเศษแบบนี้คืนหนึ่งคงจะหลายตังค์”

มนสิชาได้ยินผู้เป็นบิดาถามดังนั้นจึงตัดสินใจบอกว่าเธอไปทำงาน แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ศรันย์ฟัง “พ่อไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ม่อนพึ่งได้งานทำ คงจะพอค่ารักษาพ่อ”

ศรันย์มองลูกสาวด้วยความสงสารและรู้สึกหดหู่อยู่ภายในใจ มนสิชาไม่ควรต้องมาทำงาน เวลานี้ควรจะท่องหนังสือเตรียมสอบ เพื่อเข้ามหา’ ลัย ไปเรียนในคณะที่ใฝ่ฝัน ไม่ใช่มาทำงานงกๆ เพื่อหาเงินมารักษาพ่อที่ไม่ได้เรื่องและรอวันตายอย่างเขา พลันนึกได้แบบนั้น น้ำตาของศรันย์จึงเอ่อไหล

มนสิชาเห็นเข้ารู้สึกตกใจ รีบถลาเข้าหาศรันย์ทันที “พ่อจ๋า.. พ่อเป็นอะไรจ๊ะ” หญิงสาวคว้าเอามือหยาบที่บ่งบอกว่าผ่านการกรำงานหนักมาเพียงใด มากุมไว้เพื่อส่งผ่านกำลังใจให้บิดา

“พ่อ.. สงสารม่อน” ศรันย์เอ่ยเสียงเศร้า

“โธ่.. พ่ออย่าลืมสิจ๊ะ ว่าลูกสาวของพ่อคนนี้เก่งและแกร่งแค่ไหน พ่อไม่ต้องห่วงม่อนเลยนะ พ่อแค่รักษาตัวให้ดี แค่นี้ม่อนก็มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจ้ะ” เจ้าหล่อนพยายามเก็บความทุกข์เอาไว้และทำตัวเองให้สดใส เพื่อให้ศรันย์ที่ป่วยทางกายอยู่แล้วไม่ป่วยทางใจเพิ่มขึ้นอีก เธอรู้ดีว่าเวลาของพ่อเหลือน้อยทุกที ดังนั้นเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ มนสิชาจึงอยากทำทุกอย่างเพื่อพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกสาวอย่างเธอจะทำได้

มนสิชาบอกศรันย์ว่าจะมาดูแลและอยู่ด้วยแค่ช่วงกลางวัน ส่วนเวลากลางคืนต้องไปค้างบ้านเพื่อน เพื่อทำงานแพ็กของช่วยเขา ทีแรกศรันย์มีท่าทีกังวลและเป็นห่วง เธอจึงอ้างชื่อเพื่อนสนิทอย่างศิวัฒน์ ซึ่งครอบครัวของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้าและส่งออกอาหาร ผู้เป็นพ่อที่รู้จักมักคุ้นกับศิวัฒน์ดีอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตะขิดตะขวงใจ และเบาใจขึ้นเมื่อได้รู้ว่าลูกสาวไปทำงานแพ็กของที่ห้างสรรพสินค้าของครอบครัวชายหนุ่ม

มนสิชามองศรันย์ที่นอนหลับอยู่บนเตียง น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องพูดโกหกบิดา เธอค่อยๆ ก้มลงกราบที่เท้าของศรันย์เพื่อขอโทษ

“พ่อจ๋า.. ม่อนขอโทษนะ ม่อนจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้พ่อสบายใจ” มนสิชายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มนวล

“ขออนุญาตค่ะ ฉันเป็นพยาบาลที่คุณแจ้งว่าต้องการให้มาดูแลคนไข้ในช่วงกลางคืน”

มนสิชารีบเช็ดน้ำตา ก่อนจะหันไปยิ้มและพยักหน้าให้คุณพยาบาลเล็กน้อย เธอหันไปมองศรันย์อีกครั้ง “ฉันฝากพ่อด้วยนะคะ มีอะไรสามารถโทรหาฉันได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะดูแลคุณพ่อคุณให้เอง”

“ขอบคุณค่ะ งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

มนสิชาเก็บโทรศัพท์และของเล็กๆ น้อยๆ ของตนใส่กระเป๋าสะพายใบเก่า ก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปรอรถกลับบ้าน นับตั้งแต่วินาทีนี้ งานของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ..

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ   บทที่ 16

    มนสิชาตกใจที่จู่ๆ ดนย์ซึ่งมาจากไหนไม่รู้ แล้วเดินเข้ากระชากแขนเธอ จนหญิงสาวต้องลุกขึ้นยืนข้างๆ เขา “อะไรกันคุณดนย์!”“กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้”ศิวัฒน์ที่ไม่รู้ว่าดนย์เป็นใคร และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมนสิชายังไงยังงั้น “อะไรกันคุณ ปล่อยม่อนเดี๋ยวนี้นะ”“อย่าเสือก!!”ถ้อยคำผรุสวาทที่ดนย์พูดออกมาทำให้มนสิชาเหลืออด อะไรกัน เขาทำเหมือนกับว่าเธอไปทำอะไรผิด“คุณดนย์! กรุณาสุภาพกับเพื่อนฉันด้วย”“ทำไมฉันต้องสุภาพกับมันด้วย ไม่จำเป็น!”“งั้นถ้าคุณไม่สามารถทำตัวเป็นคนที่มีมารยาท หรือสุภาพกับคนอื่นได้ มาทางไหน เชิญคุณกลับไปทางนั้นเลยค่ะ”ดนย์โกรธที่มนสิชาปกป้องศิวัฒน์ ชายหนุ่มจึงดึงแขนเจ้าหล่อนแล้วพาเดินออกจากร้าน ศิวัฒน์เห็นดังนั้นรีบเดินตามไปทันที“คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ”“อย่ามายุ่ง! เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน คนนอกอย่างแกไม่เกี่ยว”ศิวัฒน์โกรธมากเมื่อได้ยินดนย์พูดเช่นนั้น เขาไม่เชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีของมนสิชา จะเป็นไปได้ยังไง ที่ผ่านมาหญิงสาวไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนในฐานะแฟน คนที่ใกล้ชิดกับมนสิชาที่สุดก็คือเขา แล้วไอ้บ้านี่มันเป็นใคร“ม่อน! ไม่จริงใช่ไหม” ศิวั

  • ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ   บทที่ 15

    “อร๊าย!” หญิงสาวตกใจที่โดนรวบกอดจากด้านหลัง“คิดถึงจัง”“คิดถึงอะไรคะ เจอหน้ากันอยู่ทุกวัน” มนสิชางงเพราะจู่ๆ ชายหนุ่มก็มาเป็นอารมณ์เหมือนคนหื่นแทนตาลุงขี้เก๊กแบบเมื่อกี้“คิดถึงกอด แล้วก็คิดถึงจูบ” ดนย์หมุนร่างน้อยให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา แล้วจุมพิตชิมปากหวานของเธออย่างโหยหา กลิ่นสบู่เด็กที่มนสิชาชอบใช้ กระตุ้นให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่านได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะหายใจไม่ทัน ใบหน้าที่แดงซ่านช่างดูน่ารักยิ่งนัก เขากำลังหลงเด็กหรือนี่“คุณดนย์อะ ทำอะไรก็ไม่รู้” มนสิชารีบซุกหน้าลงที่อกแกร่ง เพื่อหลบสายตาหวานเชื่อมยามที่เขามองมายังเธอ“ก็หนูม่อนน่ารัก จนฉันอดใจไม่ไหวนี่”ดนย์เรียกเธอว่าหนูม่อน ตามที่เธอบอกให้ป้าหมอนเรียก ทำให้หญิงสาวยิ่งเขินเข้าไปอีกยังไม่ทันที่มนสิชาจะเอ่ยอะไรออกมา คำพูดของเธอก็โดนกลืนด้วยปากอุ่นๆ ของเขาเสียแล้ว ดนย์ถอนจูบออกจากปากหวานล้ำ แล้วเลือนริมฝีปากลงมาสำรวจที่ซอกคอขาวของสาวเจ้า มือหนากวาดเอกสารบนโต๊ะทำงาน แล้วอุ้มมนสิชาขึ้นนั่ง จัดท่าจัดทางแล้วพาเธอไปวิ่งเล่นบนทุ่งดอกไม้แสนหวานที่หญิงสาวพึ่งเคยพานพบ“คุณดนย์! ม

  • ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ   บทที่ 14

    แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ปลุกให้หญิงสาวที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีรู้สึกตัวตื่น ข้างกายของเธอเป็นหมอนข้างที่ดนย์คงจะนำมาให้เธอก่ายกอดแทนตัวเขาซึ่งมักจะตื่นเช้าเพื่อไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เสมอมนสิชารีบไปอาบน้ำและลงไปด้านล่าง เพื่อเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้ดนย์เหมือนเช่นทุกเช้าตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ศรันย์จากไป เช้าวันนี้ก็เช่นกัน เจ้าหล่อนมาช่วยมะลิและป้าสมรที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่“ให้หนูช่วยนะคะ”“อุ๊ย! ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณม่อน” ถึงแม้เจ้านายหนุ่มจะไม่ได้บอกว่ามนสิชามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร แต่ทั้งป้าสมรและมะลิก็พอจะรู้ ด้วยว่ามะลิต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของดนย์และมนสิชาทุกวัน สาวใช้ประจำบ้านที่เห็นเตียงนอนห้องดนย์ตึงเปรี๊ยะเหมือนกับไม่เคยมีใครนอน ต่างกับเตียงที่ห้องมนสิชา ซึ่งยับยู่ยี่ราวกับผ่านสงครามมายังไงยังงั้น ทีแรกมะลิเองก็ไม่แน่ใจ แต่หลังๆ มาเริ่มเห็นดนย์ออกจากห้องของมนสิชาในตอนเช้าบ่อยๆ ก็เริ่มแน่ใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ธรรมดาแน่นอน“ให้ม่อนช่วยเถอะค่ะ ม่อนอยู่เฉยๆ กินแรงพี่มะลิกับป้าสมร ม่อนรู้สึกเกรงใจ”ความขี้เกรงใจและความไม่

  • ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ   บทที่ 13

    “ปะ..เปล่าค่ะ”“เปล่าอะไร ก็เห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนาน เรียกก็ไม่ได้ยิน”“เออคือ..” ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา ปากอุ่นๆ ของดนย์ก็ประกบลงมาชิมปากหวานล้ำก่อนเสียแล้ว ชายหนุ่มก้มลงช้อนร่างอรชร และวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แต่ก่อนที่ไฟปรารถนาจะโหมกระหน่ำทั้งคู่ เสียงโทรศัพท์ของมนสิชาก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวแปลกใจมาก ว่าใครโทรมาเวลานี้ เธอจึงเบี่ยงตัวออกจากร่างของดนย์ที่ทับอยู่บนตัวเธอ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะปลายข้างเตียงขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกดรับด้วยใจที่กลัวกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับศรันย์“สวัสดีค่ะพี่อ้อย” หญิงสาวกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ และเงียบฟังสิ่งที่ปลายสายพูด เมื่อพยาบาลอ้อย พยาบาลพิเศษที่เธอจ้างมาดูแลพ่อพูดจบ พลันโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหู ก็ร่วงหล่นลงบนพื้น เพราะมือของหญิงสาวบัดนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง“ม่อนๆ ..” ดนย์เขย่าเรียกให้มนสิชาที่นั่งนิ่งเหมือนคนช็อกไป ให้ได้สติ“คุณดนย์คะ ตอนนี้ฉันขอออกไปข้างนอกได้ไหมคะ” มนสิชาส่งสายตาขอร้อง และยกมือไหว้ ดนย์รีบจับมือที่หญิงสาวยกไหว้เขาลง และดึงเธอเข้ามากอด“เธอเป็นอะไร บอกฉั

  • ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ   บทที่ 12

    ดนย์มองกลีบปากอวบอิ่ม ที่มันช่างเย้ายวนตาเขาเหลือเกิน จนอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบ“อือ..” มนสิชารู้สึกตัวตื่นเพราะโดนคนขโมยจูบ เธอรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ เพราะจูบที่เขาปรนเปรอให้ช่างอ่อนหวานและนุ่มนวลเสียเหลือเกิน เนิ่นนานหลายนาทีดนย์จึงถอนริมฝีปากออกมนสิชารีบลุกขึ้นและวิ่งหนีเข้าห้องน้ำทันทีเพราะรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกดนย์มองกิริยานั้นแล้วยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว “ยัยเด็กบ้า”เวลาเกือบสองเดือนแล้วที่มนสิชามาอยู่กับดนย์ หญิงสาวใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน เช้าไปโรงพยาบาล เย็นๆ หลังจากพยาบาลพิเศษมาแล้ว เธอก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ ‘นางบำเรอ’ ให้เขา“เดี๋ยวสิ มากินข้าวด้วยกันก่อน” ดนย์เอ่ยเรียกหญิงสาวที่กำลังจะออกจากบ้านมนสิชาเดินมานั่งโต๊ะ และรับประทานอาหารกับเขา ดนย์จึงเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจออกไปข้างนอกทุกวัน “เธอจะไปไหนเหรอ” ถึงแม้จะอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แต่เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมนสิชาเลย ตลอดเวลาสองเดือนมานี้ เห็นเพียงแค่ว่าหญิงสาวรีบออกจากบ้านไปแต่เช้า และกลับมาตอนเย็นๆ แต่เธอก็ไม่เคยบอกเขาว่าไปไหนหรือไปทำอะไร“ไปธุระค่ะ”มนสิชาตอบแค่นั้น โดยไม่ได้ขยายค

  • ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ   บทที่ 11

    หัวใจของมนสิชากระตุกวูบ พ่อพูดราวกับว่ากำลังสั่งเสียเพื่อเตรียมตัวจากไปในที่ไกลแสนไกล ที่ที่เธอไม่อาจไปถึง “พ่อจ๋า.. ม่อนสัญญา ม่อนจะไม่ทิ้งการเรียน และม่อนจะดูแลตัวเองให้ดี ม่อนเก่งเหมือนพ่อ” เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้าง แต่ทว่าข้างในร้องไห้จนน้ำตาแทบไม่มีจะไหลแล้ว มันรวดร้าวและเจ็บปวดเหลือเกิน..“ดีแล้วลูก.. พ่อขอโทษที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ ในวันที่ลูกประสบความสำเร็จ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ดูแลรักษาเนื้อรักษาตัว จำเอาไว้นะ ความรักของพ่อกับแม่จะอยู่กับม่อนตลอดไป”ใบหน้าของศรันย์อิ่มใสเหมือนคนป่วยที่ใกล้จะหาย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอแสงอบอุ่น มนสิชาจ้องมองมันเนิ่นนานอย่างพยายามบันทึกลงไปในความทรงจำว่าดวงตาคู่นี้ของพ่อเธอนั้นอบอุ่นเพียงไหน “พ่อจ๋า ม่อนรักพ่อนะ” มนสิชากราบที่อกพ่อ ก่อนจะโอบกอดศรันย์หลวมๆ ด้วยกลัวว่าพ่อจะเจ็บ“พ่อก็รักม่อน นายช่างใหญ่ของพ่อ”“ม่อนจะเป็นนายช่างใหญ่ ม่อนจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบและทำฝันของตัวเองให้สำเร็จให้ได้ ม่อนสัญญา”“พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อทำได้”หลังจากใช้เวลาอยู่กับพ่อจนถึงห้าโมงเย็น หญิงสาวก็ขอตัวกลับ กว่าจะถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม เพราะระยะทางจากโรงพยาบาลมาที่บ้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status