تسجيل الدخول“ก็เสื้อผ้าที่เธอจะใส่ไง หรือว่ามาอยู่กับฉันแล้วเธอจะไม่ใส่อะไรเลย”
แววตาวาววับของดนย์ที่มองมายังเธอ ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มด้วยเพราะเอียงอายผสมเจือปนกับความกรุ่นโกรธ
“อ้าว! ทำไมฉันต้องมาอยู่กับคุณ ก็ในเมื่อ เมื่อกี้เรา..”
“ฉันจ่ายให้พวกเธอสองคนแม่ลูกไปตั้งห้าแสน จะให้ฉันนอนกับเธอแค่ครั้งเดียว มันไม่เอาเปรียบผู้บริโภคเกินไปหน่อยเหรอแม่สาวน้อย”
มนสิชาเจ็บจี๊ดเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัวยังไงยังงั้น
“ห้าแสนถ้าคุณจะใช้บริการฉันไปตลอด มันก็จะไม่เกินไปเหมือนกันเหรอคะ”
“สองปี เวลางานของเธอคือสองปี เมื่อครบระยะเวลางานแล้วเธอจะเป็นอิสระ แต่ในระหว่างที่เธอทำหน้าที่เป็น ‘นางบำเรอ’ ของฉัน เธอห้ามมีเด็กเด็ดขาด เข้าใจไหม”
“ได้ค่ะ! แต่ฉันคงจะอยู่เป็นนางบำเรอให้คุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้หรอกนะ ฉันให้คุณได้แค่ตอนกลางคืน แล้วอีกอย่างเวลาทำงานต้องไม่เกินแปดชั่วโมงตามกฎหมายแรงงาน และต้องมีวันหยุดให้ฉันอาทิตย์ละหนึ่งวันด้วย”
ดนย์มองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่า ‘นางบำเรอ’ ซึ่งกำลังพูดถึงเวลาทำงานของเจ้าหล่อนกับเขา แล้วแม่ตัวดียังมาอ้างกฎหมายแรงงานอีก แถมมีขอวันหยุดอาทิตย์ละหนึ่งวันซะด้วย
เอากับเขาสิ!
“ให้ฉันร่างสัญญาขึ้นมาให้เธอเซ็นด้วยไหมล่ะ” ดนย์พูดประชดเจ้าหล่อนอย่างหมั่นไส้
“ถ้าได้ ก็จะเป็นพระคุณมากๆ เลยค่ะ”
มนสิชาตอบกลับมาด้วยใบหน้าและแววตาเรียบเฉย บ่งบอกว่าเธอต้องการเช่นนั้นจริงๆ
ให้ตายสิ! เขาต้องมาร่างสัญญาจ้างนางบำเรอจริงๆ หรือนี่
พูดจบมนสิชาจึงขอตัวกลับ เธอลงมาเรียกแท็กซี่และตรงไปยังโรงพยาบาลทันที
มนสิชามาหาศรันย์ที่ห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาล เธอจัดแจงให้ผู้เป็นบิดากินอาหารและยาจนเรียบร้อย จึงขอตัวไปจัดการเรื่องการย้ายพ่อไปอยู่ห้องพิเศษของโรงพยาบาลและไปติดต่อเรื่องพยาบาลพิเศษที่จะให้มาดูแลศรันย์เวลากลางคืนระหว่างที่เธอไป ‘ทำงาน’ อีกด้วย
ศรันย์ที่ถูกย้ายมาห้องพิเศษเอ่ยถามมนสิชาด้วยความไม่สบายใจ ด้วยเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย “ม่อน.. ย้ายพ่อมาทำไมลูก ห้องพิเศษแบบนี้คืนหนึ่งคงจะหลายตังค์”
มนสิชาได้ยินผู้เป็นบิดาถามดังนั้นจึงตัดสินใจบอกว่าเธอไปทำงาน แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ศรันย์ฟัง “พ่อไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ม่อนพึ่งได้งานทำ คงจะพอค่ารักษาพ่อ”
ศรันย์มองลูกสาวด้วยความสงสารและรู้สึกหดหู่อยู่ภายในใจ มนสิชาไม่ควรต้องมาทำงาน เวลานี้ควรจะท่องหนังสือเตรียมสอบ เพื่อเข้ามหา’ ลัย ไปเรียนในคณะที่ใฝ่ฝัน ไม่ใช่มาทำงานงกๆ เพื่อหาเงินมารักษาพ่อที่ไม่ได้เรื่องและรอวันตายอย่างเขา พลันนึกได้แบบนั้น น้ำตาของศรันย์จึงเอ่อไหล
มนสิชาเห็นเข้ารู้สึกตกใจ รีบถลาเข้าหาศรันย์ทันที “พ่อจ๋า.. พ่อเป็นอะไรจ๊ะ” หญิงสาวคว้าเอามือหยาบที่บ่งบอกว่าผ่านการกรำงานหนักมาเพียงใด มากุมไว้เพื่อส่งผ่านกำลังใจให้บิดา
“พ่อ.. สงสารม่อน” ศรันย์เอ่ยเสียงเศร้า
“โธ่.. พ่ออย่าลืมสิจ๊ะ ว่าลูกสาวของพ่อคนนี้เก่งและแกร่งแค่ไหน พ่อไม่ต้องห่วงม่อนเลยนะ พ่อแค่รักษาตัวให้ดี แค่นี้ม่อนก็มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจ้ะ” เจ้าหล่อนพยายามเก็บความทุกข์เอาไว้และทำตัวเองให้สดใส เพื่อให้ศรันย์ที่ป่วยทางกายอยู่แล้วไม่ป่วยทางใจเพิ่มขึ้นอีก เธอรู้ดีว่าเวลาของพ่อเหลือน้อยทุกที ดังนั้นเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ มนสิชาจึงอยากทำทุกอย่างเพื่อพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกสาวอย่างเธอจะทำได้
มนสิชาบอกศรันย์ว่าจะมาดูแลและอยู่ด้วยแค่ช่วงกลางวัน ส่วนเวลากลางคืนต้องไปค้างบ้านเพื่อน เพื่อทำงานแพ็กของช่วยเขา ทีแรกศรันย์มีท่าทีกังวลและเป็นห่วง เธอจึงอ้างชื่อเพื่อนสนิทอย่างศิวัฒน์ ซึ่งครอบครัวของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้าและส่งออกอาหาร ผู้เป็นพ่อที่รู้จักมักคุ้นกับศิวัฒน์ดีอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตะขิดตะขวงใจ และเบาใจขึ้นเมื่อได้รู้ว่าลูกสาวไปทำงานแพ็กของที่ห้างสรรพสินค้าของครอบครัวชายหนุ่ม
มนสิชามองศรันย์ที่นอนหลับอยู่บนเตียง น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องพูดโกหกบิดา เธอค่อยๆ ก้มลงกราบที่เท้าของศรันย์เพื่อขอโทษ
“พ่อจ๋า.. ม่อนขอโทษนะ ม่อนจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้พ่อสบายใจ” มนสิชายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มนวล
“ขออนุญาตค่ะ ฉันเป็นพยาบาลที่คุณแจ้งว่าต้องการให้มาดูแลคนไข้ในช่วงกลางคืน”
มนสิชารีบเช็ดน้ำตา ก่อนจะหันไปยิ้มและพยักหน้าให้คุณพยาบาลเล็กน้อย เธอหันไปมองศรันย์อีกครั้ง “ฉันฝากพ่อด้วยนะคะ มีอะไรสามารถโทรหาฉันได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะดูแลคุณพ่อคุณให้เอง”
“ขอบคุณค่ะ งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
มนสิชาเก็บโทรศัพท์และของเล็กๆ น้อยๆ ของตนใส่กระเป๋าสะพายใบเก่า ก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปรอรถกลับบ้าน นับตั้งแต่วินาทีนี้ งานของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ..
“หนูม่อนไม่ทิ้งพี่ดนย์ไปไหนหรอกค่ะ หนูม่อนกับลูกจะเป็นกำลังใจให้พี่ดนย์เองนะคะ”“หนูม่อนไม่โกรธพี่แล้วเหรอ”“ตอนแรกก็โกรธ แต่หายนานแล้ว หลังๆ มานี่แค่อยากเอาคืน”“ยัยตัวแสบ” คนที่บอกว่าตัวเองป่วยหนักกำลังจะตายกระโดดลงจากเตียง ก่อนที่จะช้อนร่างหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม ดนย์ดูแข็งแรงจนหญิงสาวเอะใจ“พี่ดนย์! หลอกหนูม่อนเหรอคะ”“เปล่าซะหน่อย พี่ป่วยจริง เป็นโรคกลัวเมียกับลูกทิ้ง แต่ตอนนี้พี่หายแล้วครับ”“พี่ดนย์รักหนูม่อนไหมคะ”“รักมาก รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน หนูม่อนกลับมาอยู่กับพี่นะ พี่สัญญาชั่วชีวิตนี้จะมีแต่หนูม่อน เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ”“ค่ะ หนูม่อนขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ”“ครับ พี่ก็เหมือนกันนะ” ดนย์ก้มลงจูบที่กลางกระหม่อมของหญิงสาว ก่อนจะโอบกอดเธอไว้อย่างกลัวว่าเจ้าหล่อนจะหายไปไหนอีกมนสิชาเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของยาดมสมุนไพรก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น หญิงสาวหันไปมองดนย์ที่กำลังจิ้มมะยมดองเข้าปากอย่างกับคนที่ตายอดตายอยากมาจากไหน เขากินชนิดที่ว่า กินได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ จนป้าหมอนกับมะลิแซวว่าเขาแพ้ท้องแทนเมีย“พี่ดนย์ไหวไหมคะ”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบ ป้าหมอนก็จูงแขนอวบป้อมของเด็ก
“ไม่หนูม่อน ครอบครัวเราจะมีทั้งพ่อและลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ใช่พ่อไปทางแม่ไปทาง”“สมัยนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะขาดความอบอุ่น”“แต่ตอนนี้พี่ต้องการความอบอุ่นจากหนูม่อนนะ สำหรับเรื่องที่ผ่านมาพี่ขอโทษ”มนสิชามองชายหนุ่มก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาอย่างคร้านที่จะพูดกับเขา แต่พอเห็นสายตาละห้อยแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อันที่จริงเธอหายโกรธเขาตั้งนานแล้วแหละ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนผิดไม่น้อย แต่แค่อยากจะลองแกล้งคนแก่เล่นเท่านั้นเอง“คุณมีผู้หญิงข้างกายตั้งเยอะ จะมาสนอะไรกับฉัน”“ไม่มีใครเหมือนหนูม่อน ตั้งแต่ที่หนูม่อนกลับมา ไม่ว่าพี่จะพยายามคบใครหรือนอนกับใคร พี่ก็ทำไม่ได้ เพราะหนูม่อนเหมือนผีที่ตามหลอกหลอนพี่ไปทุกที่”“คุณว่าฉันเป็นผีเหรอ!”“ไม่ๆ พี่แค่เปรียบเทียบ”“ไม่! มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ ฉันจะทำงาน”หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปมนสิชานึกแปลกใจแล้วก็อดหวิวๆ ในใจไม่ได้ เพราะเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอไม่เจอกับดนย์เลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตัวติดกับเธอชนิดที่เอาอะไรมาแซะก็ไม่ออก แต่ดูสิ! ไม่ทันไรก็หายหัวไปซะแล้ว“คุณม่อนคะ”“อ้าว สวัสดีค่ะคุณศจี”“คือ ท่านประธานให้พี่มาคอย
“ผลตรวจ ท้อง..”“ใช่ครับ หลานผมให้มาช่วยตามพ่อของเขากลับไปหาแม่หน่อยนะ”“ม่อนท้องเหรอคุณวัฒน์ นี่ผมกำลังจะมีลูกเหรอเนี่ย” ดนย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะตรงปรี่เข้าไปกอดศิวัฒน์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“คุณดนย์! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”“ขอโทษๆ ขอบคุณนะคุณศิวัฒน์”ดนย์ผละจากศิวัฒน์ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องทันที ชายหนุ่มที่เหลือเพียงคนเดียวในห้องยิ้มตามหลังให้สามีและพ่อของลูกของผู้หญิงที่ตนหลงรักมาหลายปี ถึงแม้จะเสียใจแต่ก็มีความรู้สึกยินดีที่ม่อนของเขาจะสมหวังและมีความสุขกับคนอื่นเสียที“คุณม่อนล่ะ”วิศวกรในแผนกมองมาที่ท่านประธานของพวกเขาที่หอบแทบจะหายใจไม่ทัน จึงรีบตอบคำถามพลางชี้ไปที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่กำลังปาร์ตี้ผลไม้ดองกับเหล่าวิศวกรรุ่นลุงอยู่“นู่นครับ”“ม่อน..”มะยมดองที่กำลังจะเข้าปากถูกขัดลาภโดยดนย์ที่มาดึงส้อมไว้เสียก่อน คนที่ฮอร์โมนของคนท้องกำลังพลุ่งพล่านถึงกับหันมาตาเขียวใส่“อะไรของคุณเนี่ย”“เออ..ผลไม้ดองมันจะดีต่อหนูม่อนเหรอ”‘หนูม่อน’ มาแล้ว วิศวกรหลายคนที่กำลังจิ้มของดองและขนมเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก“เรื่องของฉันน่า”“แต่ในท้องหนูม่อนลูกพี่นะ”เพล้ง!ลุงวิศวกรรุ่นอาวุโสรีบก
มนสิชาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เพราะเสียใจที่มีเขา แต่เพราะยังสับสนเรื่องราวของชีวิตตัวเองที่ทุกอย่างดูจะเกิดรวดเร็วไปหมด“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร แล้วม่อนจะบอกเขาไหม”“ไม่วัฒน์ บอกไปมีแต่จะทำให้เขาคิดว่าม่อนปล่อยท้องเพื่อจะจับเขา เขาเกลียดม่อน คุณดนย์กลับเข้ามาในชีวิตม่อนเพื่อแก้แค้นเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน”ศิวัฒน์ได้แต่ฟังแล้วก็พยักหน้า ตอนนี้มนสิชาปักใจเชื่อไปแล้วว่าดนย์เกลียดเธอ ถึงแม้การกระทำที่เขาแสดงออกมาจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่สายตาที่เขามองมนสิชาเมื่อตอนกลางวัน มันไม่ใช่เลย..มันเป็นสายตาที่ทั้งรักทั้งหวงและ.. ห่วง“ท่านประธานเรียกฉันมาพบมีอะไรเหรอคะ”“เป็นยังไงบ้าง”ก้อนสะอึกแล่นมาจุกอยู่ลำคอ มนสิชาพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดก่อนจะปั้นน้ำเป็นตัวพูดโกหกเขาออกไป “พักผ่อนน้อยน่ะค่ะ”“อืม..แค่นี้แหละ คุณกลับไปทำงานเถอะ”มนสิชาหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องของเขาทันที เจ้าหล่อนไม่อยากจะคิดว่าดนย์ห่วงใยเพราะรังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ“คุณม่อนจะลาออกไปแต่งงานกับคุณศิวัฒน์หรือเปล่าคะเนี่ย” ฝ่ายบุคคลที่รับหนังสือลาออกจากหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยแซวเพราะนึกว่ามนสิชาคบหาดูใจอยู่กับศิวั
คำพูดคำจาถากถางที่พ่นออกมาจากปากของคนที่เธอยอมวางหัวใจไว้ในมือของเขา ตอนนี้เหมือนมีดผ่าตัดที่กำลังผ่าหัวใจเธอออกมาแล้วเหยียบมันเล่น น้ำตาที่ตั้งใจว่าจะไม่ให้มันไหล แต่ก็สุดความสามารถของเธอที่จะกลั้นไว้จริงๆ“คุณควรถามตัวเองมากกว่านะ ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดคุณต้องการอะไร แต่ถ้าคุณต้องการแก้แค้น ฉันบอกได้เลยว่าคุณทำสำเร็จแล้ว ฉันเจ็บ! ทั้งตัว ทั้งหัวใจ”มือที่บีบอยู่ที่หัวไหล่มนทั้งสองข้างของหญิงสาว บัดนี้ตกกลับมาอยู่ข้างลำตัว ไม่ใช่ว่าที่ทำแบบนี้เขาไม่เจ็บ เขาเองก็ไม่ต่างจากเธอ เจ็บที่ต้องเห็นน้ำตา เห็นแววตาตัดพ้อ แววต่อว่าและแววเกลียดชังที่เธอมองมายังเขา“อย่ามายุ่งกับฉันอีก!”“แต่ฉันเป็นผัวเธอทำไมจะยุ่งไม่ได้ แล้วฉันห้ามเลยนะ ห้ามพาผู้ชายคนไหนขึ้นมาบนห้องนี้อีก!”“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันถือว่าให้ทานหมามันกิน ออกไป!”“ไม่! ทำไมฉันจะอยู่ที่ไม่ได้ ไอ้ศิวัฒน์มันยังอยู่ยังมาที่นี่ได้เลย”ดนย์คาดไม่ถึงกับการกระทำของมนสิชา เจ้าหล่อนนั่งคุกเข่าแล้วก้มลงกราบเขาทั้งน้ำตา“ขอร้อง ฉันขอร้อง หัวใจดวงนี้มันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วคุณดนย์ ฮือๆ”ใจอยากจะเข้าไปกอดไปปลอบ แต่สมองกลับสั
อ้อ! คำพูดของพนักงานกอปรกับข่าวที่ลงเด่นหราอยู่ในเพจเมาส์ดาราเซเลบของเมืองไทย บอกว่าตอนนี้เขากำลังคั่วอยู่กับ ‘ซินดี้’ ดาราลูกครึ่งคนนั้น แล้วจะมาสนใจอะไรกับเธอแม้ว่าจะเตรียมมาพร้อมแล้วสำหรับการประชุมที่ต้องเจอหน้าดนย์ในวันนี้ แต่ทว่าเมื่อใกล้ถึงเวลาจริงๆ เธอกลับรู้สึกว่าความพร้อมที่มีเกือบเต็มร้อยเมื่อกี้ดิ่งลงมาจนเกือบจะเป็นศูนย์ ประตูที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่เดินนำหน้าเลขาฯ เข้ามาทำให้หัวใจของมนสิชาเต้นไม่เป็นส่ำ เธอพยายามไม่สบตาหรือมองหน้าเขา แต่กระนั้นก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะเผลอหันไปมองบ้าง“วันนี้หัวข้อในการประชุมคือการก่อสร้างโครงการห้างสรรพสินค้าของท่านเจ้าสัววิสัย ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ แล้ววันนี้รองประธานของห้างฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย”สิ้นเสียงของดนย์ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออก แล้วคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้ทั้งดนย์และมนสิชาตกใจไม่แพ้กัน“วัฒน์!”ศิวัฒน์กวาดตามองไปรอบๆ ห้องประชุมก่อนจะมาสะดุดเข้ากับเจ้าของใบหน้าที่คุ้นเคย“เชิญทางนี้ค่ะคุณศิวัฒน์”ศจีที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยจึงปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตน หารู้ไหมว่าตอนนี้อุณหภูมิในใจของผู้เป็นนายอย่างดนย์กำลังพุ่งสูงขึ้นจนสามารถทำให
“ทั้งแน่นทั้งเสียว ม่อนของพี่สุดยอดจริงๆ” เมื่อแช่ทิ้งไว้สักพัก แล้วเห็นว่ามนสิชาไม่มีอาการเจ็บแล้วดนย์จึงเริ่มขยับสะโพก“อืม..พี่ดนย์” มนสิชาปรือตาขึ้นมามองดนย์ที่หยุดกะทันหันทั้งๆ หล่อนมั่นใจว่าเขายัง ‘ไม่เสร็จ’ แน่ๆ“ครับ เรียกพี่ทำไมเหรอ”“พี่ดนย์หยุด..ทำไมเหรอคะ”“ม่อนอยากให้พี่ทำต่อเหรอครับ”
ดนย์ช้อนร่างบางให้ขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะดื่มบรั่นดีเพียงเล็กน้อยแล้วใช้ ‘ปาก’ ป้อนให้หญิงสาว เธอรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รังเกียจติดจะชอบเสียด้วยซ้ำ“อือ..พี่ดนย์พอก่อนค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเห็น”“ไม่มีใครมาสนใจเราหรอก”ถึงแม้จะยอมถอนจูบแต่ริมฝีปากอุ่นๆ ของเขายังคลอเคลียอยู่ที่แก้มสลับกับซอกคอขาวของเธอ“อย่า
“ก็ลองแตะม่อนดูสิ มันคงจะได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่นอน”“ค่า พี่ดนย์คนดุ”“พี่ดุนะ หนูไหวเหรอ”‘ดุ’ ของเขาคงจะไม่ใช่นิสัย แต่น่าจะเป็นอย่างอื่นมากกว่า เพราะแววตาวาบหวามที่สื่อออกมาชัดเจนจนมนสิชาต้องเสมองไปทางอื่น ด้วยว่าเขินจนทนมองหน้าเขาไม่ไหว“พี่ดนย์! ไปได้แล้วค่ะ มัวแต่คุยกันอยู่นี่ เดี๋ยวบริษั
เรียวปากบางฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาคมปนหวานฉายแววดีใจ ทว่าข้างในของเขากลับ.. เจ็บปวดและกำลัง.. รู้สึกผิด เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าดนย์ป้อนข้าวให้หญิงสาวจนเกือบจะหมดถ้วย ก่อนจะปล่อยให้เธอพักผ่อน ส่วนเขาก็ไปจัดการเรื่องปองภพต่อลูกน้องของปองภพสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องพิเศษภายในโ







