All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 221 - Chapter 230

288 Chapters

บทที่ 221

ในจังหวะที่ก้าวข้ามถนน เขายังคงกุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมคลายปลายนิ้วหนาที่สอดประสานเข้ากับมือของสวี่เพียวเพียวนั้นแนบสนิทเสียราวกับเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวางไว้ด้วยกันโดยเฉพาะ กระทั่งเธอเองก็ไม่สามารถสลัดออกได้เลยเมื่อเข้ามาถึงภายในห้องพักฟื้น เหลียนฮว่ายังคงจมอยู่ในห้วงความฝันอยู่ฮั่วจี้เซินยังคงไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยมือออกง่าย ๆ สวี่เพียวเพียวพยายามขืนมือกลับพลางถลึงตาใส่เขา พร้อมกับกดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ฮั่วจี้เซิน ปล่อยมือได้แล้วค่ะ”“ถือเสียว่าเป็นค่าทำขวัญที่เธอทำให้ฉันตกใจก็แล้วกัน”สวี่เพียวเพียวถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ “...”ไอ้ข่าวลือเรื่องที่เธอประสบอุบัติเหตุรถชนนั่นน่ะ เธอไม่ใช่คนปล่อยเสียหน่อย!เธอเพิ่งจะตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า ฮั่วจี้เซินมีใบหน้าที่หนาเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากเมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยังคงดึงดันจะชักมือหนี ฮั่วจี้เซินจึงแสร้งเบนสายตาไปทางเตียงของเหลียนฮว่าแทน“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวฮว่าฮว่าก็ตื่นหรอก เป็นเด็กดีนะ”จังหวะนั้นเอง ราวกับนัดกันไว้ เหลียนฮว่าพลันพลิกตัวบนเตียงพอดีหัวใจของสวี่เพียวเพียวแทบจะกระดอนขึ้นมาจุกอยู
Read more

บทที่ 222

สิ้นคำชมของอาจารย์โจว สวี่เพียวเพียวรีบอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่เข้าใจผิด ทว่าฮั่วจี้เซินกลับชิงตัดหน้าเธอด้วยการพยักหน้ารับคำชมนั้น“วันหลังผมจะพาฮว่าฮว่าไปเยี่ยมคุณทั้งสองนะครับ”“ได้เลย ฉันจะรอนะ ยายแก่ที่บ้านน่ะบ่นถึง บอกว่าจะลงครัวทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้กินจนอิ่มเชียว”วิธีแสดงความรักของผู้ใหญ่ที่มีต่อลูกหลานนั้นช่างเรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจที่สุด สิ่งเดียวที่พวกท่านปรารถนา คือการได้เห็นเด็ก ๆ นั่งล้อมวงทานของอร่อยจนอิ่มหนำสำราญแม้ว่าในวันนี้ ฮั่วจี้เซินจะก้าวขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดของฮั่วซื่อกรุ๊ป แต่ในสายตาของอาจารย์โจว เขาก็ยังคงเป็นเด็กน้อยคนเดิมในวันวานไม่เคยเปลี่ยนและอาจเป็นเพราะในวินาทีนี้เขามีแก้วตาดวงใจเป็นของตัวเองแล้ว ฮั่วจี้เซินจึงซึมซับและเข้าใจถึงความปรารถนาดีเหล่านั้นได้อย่างลึกซึ้งกว่าที่เคยบ่อยครั้งที่เขามักจะจินตนาการถึงภาพการพาเหลียนฮว่าไปตระเวนชิมของอร่อยหลังจากลุกขึ้นไปส่งอาจารย์โจวที่หน้าห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว ฮั่วจี้เซินก็เดินย้อนกลับมา เพื่อร่วมทานมื้อเช้าพร้อมกับเหลียนฮว่าที่เพิ่งตื่นเต็มตาโดยอาหารเช้ามื้อนี้ อวี๋ฮุ่ยเพิ่งนำมา
Read more

บทที่ 223

สวี่เพียวเพียว เบิกตากว้างพลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “พี่เส้าจิ่นไม่ได้ส่งค่าเลี้ยงดูมาให้เลยเหรอคะ?”“ค่าเลี้ยงดูเหรอ? ให้กับผีน่ะสิ! ทุกครั้งที่พี่โทรไปทวงสิทธิ์ที่ลูกควรจะได้ อีเมียน้อยนั่นน่ะแหละที่คอยกดรับสายตลอด แถมยังรัวพ่นคำทราม ๆ บอกว่าถ้าพี่ขาดเงินมากนักก็ให้ไปยืนขายตัวข้างถนน ไม่ต้องมาแบมือขอพวกเขา?”สวี่เพียวเพียวถึงกับนิ่งงันจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะเหอซิงกล้าพ่นคำพูดดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ออกมาได้ขนาดนี้เลยเหรอ?อย่างน้อยที่สุด ย่างย่างก็คือลูกชายแท้ ๆ ของเหลียนเส้าจิ่น แต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา เขากลับปล่อยปละละเลยไม่เคยส่งเสียค่าเลี้ยงดูเลยแม้แต่ครั้งเดียวการกระทำนี้มันโหดร้ายเกินไปจริง ๆ อันเซียนฮุ่ยเล่าเหตุการณ์ต่อ “เหลียนอวี้เฉิงน่ะคิดจะใช้อำนาจบีบคั้นพาย่างย่างไปเปลี่ยนนามสกุลให้ได้ แต่พอไปถึงที่นั่นถึงได้หูตาสว่างว่าต่อให้จะหย่าร้างกันไปนานแค่ไหน แต่ตามกฎหมายแล้ว การจะเปลี่ยนนามสกุลเด็กน่ะ ต้องได้รับความยินยอมพร้อมใจจากทั้งฝั่งพ่อและแม่เท่านั้น ถ้าไปใช้นามสกุลเหลียนโสโครกนั่น ก็ไม่ต่างอะไรกับการรับเอากาลกิณีเข้ามาไว้ในชีวิต!”เหลียนฮว่ารีบชูมือขึ้นมาประท้วง
Read more

บทที่ 224

เหตุการณ์วินาศสันตะโรในอดีตนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่ฉุดกระชากสวี่ซื่อให้ดิ่งลงสู่ก้นเหวแห่งความลำบากในเวลานั้นสวี่เพียวเพียวยังไร้เดียงสาต่อโลกธุรกิจ เธอไม่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการบริษัท ซึ่งเหลียนอวี้คังผู้เป็นพ่อก็รับรู้ข้อนี้ดีที่สุด จึงไม่เคยคิดจะบังคับให้เธอต้องเผชิญกับโลกธุรกิจอันแสนเล่ห์เหลี่ยมเหล่านั้นสวี่เจินหลี่เองก็ล้มป่วยภาระหน้าที่อันหนักอึ้งทั้งหมดถูกหยิบยื่นส่งต่อให้เหลียนอวี้เฉิงเข้ามาจัดการเพียงคนเดียวทั้งข้อดีและข้อเสียของเหลียนอวี้คังคือการเป็นคนใจอ่อน ทว่ามันกลับเป็นดาบสองคมเขาสอบผ่านฉลุยในฐานะสมาชิกครอบครัวที่แสนอบอุ่นและพึ่งพาได้ แต่ในโลกธุรกิจเขากลับไม่ใช่ผู้ประกอบการที่เข้มแข็งมากพอภายในโครงสร้างของบริษัท เต็มไปด้วยเหล่าบรรดาญาติพี่น้องที่ตบเท้าเข้ามาทำงานกันทว่ารอยรั่วที่ใหญ่ที่สุดกลับอยู่ที่คนใกล้ตัว นั่นคือเหลียนเส้าจิ่นที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเลขาส่วนตัวของเหลียนอวี้คัง เหลียนอวี้เฉิงเอาแต่คลุกคลีอยู่กับการบริหารงานสายการผลิตในโรงงานมาโดยตลอดและนั่นเองคือช่องโหว่ขนาดมหึมาที่เปิดโอกาสให้เหลียนอวี้เฉิงสามารถเข้าถึงข้อม
Read more

บทที่ 225

อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเรื่องภายในที่ละเอียดอ่อนของตระกูลฮั่วอวี๋ฮุ่ยย่อมตระหนักดีว่าทั้งตัวของฮั่วจี้เซินเอง หรือแม้แต่คุณนายฮั่วต่างก็มีรอยร้าวและเรื่องบาดหมางใจฝังลึกกับ คุณปู่ฮั่วอยู่ไม่น้อยหากไม่ใช่เพราะคุณปู่ฮั่วออกคำสั่งกำชับแกมบังคับให้เธอเป็นคนต่อสายโทรศัพท์หาเขาด้วยตัวเองแล้วละก็ เธอก็คงไม่มีความคิดที่จะยื่นมือเข้าไปแตะต้องเผือกร้อนก้อนใหญ่ที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่เข้าใกล้หลังจากที่สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดฮั่วจี้เซินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “เธอวางใจเถอะ จะไม่มีใครหน้าไหนมาพรากฮว่าฮว่าไปได้ทั้งนั้น เด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเธอ และจะยังคงเป็นลูกสาวของเธอตลอดไป ไม่ว่าจะใช้นามสกุลเหลียนหรือเปลี่ยนเป็นสวี่ ก็ยังคงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเพียงคนเดียว”ทว่าในวินาทีต่อมาราวกับเขานึกย้อนถึงความจริงบางอย่างที่ไม่อาจแก้ไขได้ มุมปากของเขาจึงหยักยิ้มขื่นออกมา“แม้แต่ฉันเองก็ไม่คิดแย่งไปจากเธอ”สวี่เพียวเพียวพยักหน้ารับคำพลางเอ่ยเสียง อืม ในลำคอเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ”เธอชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นเพื่อสบสายตากับฮั่วจี้เซินผ่านเงาสะท้อนในกระจกมองหลังแววตาขอ
Read more

บทที่ 226

รองเท้าแตะที่สวี่เพียวเพียวเพิ่งจะหยิบออกมาจากตู้ถึงกับหลุดมือร่วงลงไปกองกับพื้นในทันทียิ่งเธอพยายามนิ่งเงียบเพื่อข่มความประหม่าเท่าไหร่ชายหนุ่มที่ยังคงยืนปักหลักอยู่หน้าประตูก็ยิ่งได้ใจ เขาจงใจแกล้งส่งเสียงเห่าเลียนแบบสุนัขซ้ำอีกครั้งอย่างนึกสนุกทว่าคราวนี้ เสียงนั้นกลับดังชัดเจนเสียจนแม้แต่เหลียนฮว่าที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในบ้านยังได้ยินเด็กน้อยที่กำลังถือแปรงสีฟันคาปากจนฟองฟูฟ่อง ถึงกับรีบโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำ“แม่คะ มีน้องหมาหลงมาเหรอคะ? หนูได้ยินเสียงหมาเห่าอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง!”สวี่เพียวเพียวถึงกับขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน พยายามข่มกลั้นอารมณ์ที่อยากจะกระชากประตูเปิดออกไปประเคนหมัดใส่หน้าของฮั่วจี้เซินสักปึ้ก“ไม่มีอะไรจ้ะ คงเป็นน้องหมาของบ้านอื่นวิ่งผ่านหน้าบ้านเราไปมั้งนะ” ทว่าเหลียนฮว่ากลับยังคงปักใจเชื่อว่าอาจมีสุนัขแสนซนแอบอยู่แถวนี้แน่ ๆ “แม่คะ ลองเปิดประตูออกไปดูหน่อยไหมคะว่ามีน้องหมาหลงมาหน้าบ้านเราหรือเปล่า”สวี่เพียวเพียวจำต้องฝืนใจกัดฟันแง้มประตูออกไปทว่าฮั่วจี้เซินยังคงยืนปักหลักนิ่งอยู่ที่เดิมสวี่เพียวเพียวแทบจะอดรนทนไม่ไหวยื่นมือออกไปฟาดแผ่นหลังกว้างขอ
Read more

บทที่ 227

ขืนยังใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไป ถ้าไม่เป็นโรคกระเพาะอักเสบตายไปเสียก่อนก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้วสวี่เพียวเพียวเดินเลี่ยงกลับมายังห้องพักของตนที่อยู่ติดกันเธอค่อย ๆ ผลักประตูห้องนอนเข้าไปอย่างเบามือ ภาพที่ปรากฏคือสวี่เจินหลี่และเหลียนฮว่าที่กำลังนอนกลางวันอยู่กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปที่สวี่เจินหลี่บรรจงเคี่ยวทิ้งไว้ยังคงอบอวลอยู่ในห้องครัว และมีข้าวสวยเหลือติดก้นหม้ออยู่เพียงเล็กน้อยแม้ว่าปริมาณของมันไม่ได้มากมายอะไรนัก ทว่ากำลังพอเหมาะสำหรับข้าวสวยหนึ่งถ้วยสวี่เพียวเพียวยืนนิ่งลังเลอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ ทว่าสุดท้าย เธอตัดสินใจหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมทับ ก่อนจะหยิบเส้นบะหมี่กำมือหนึ่งลงไปลวกในน้ำเดือดจนสุกได้ที่ จากนั้นจึงบรรจงตักใส่ชามแล้วราดด้วยน้ำซุปไก่ร้อน ๆ ก่อนจะยกประคองชามใบนั้นมุ่งหน้าไปยังห้องข้าง ๆ อีกครั้งเธอใช้มือเคาะบานประตูเบา ๆ ทว่าภายในกลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เธอยังคงพยายามเคาะซ้ำอีกสองสามครั้งด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น แต่บรรยากาศเบื้องหลังบานประตูก็ยังคงเงียบกริบเมื่อครู่นี้เธอไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูหรือแม้แต่เสียงลิฟต์ทำงานเลยแม้แต่น้อย ขณะที่สวี่เพียวเพียวขยับตัวเตรียมจะ
Read more

บทที่ 228

สวี่เพียวเพียวถึงกับตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปากไปโดยปริยายเธอเพิ่งจะตระหนักได้วินาทีนี้นี่เองว่า ที่ผ่านมาเธอช่างรู้จักผู้ชายที่ชื่อ ฮั่วจี้เซิน น้อยเกินไปจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเบื้องหลังครอบครัว หรือแม้แต่นิสัยใจคอของเขา สิ่งที่เขาเลือกเปิดเผยให้เธอเห็นตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น มันช่างเบาบางและเล็กน้อยราวกับเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำขึ้นมาเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นเองบางที เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขาก็คงไม่ต่างจากคุณปู่ฮั่วหรือแม้แต่พ่อกับแม่ของเขาเท่าใดนัก มันคือส่วนผสมของความดื้อรั้นอย่างถึงที่สุดที่สืบทอดกันมาตามสายเลือดทัศนคติที่ว่า เมื่อใดที่ปักใจเชื่อหรือตัดสินใจสิ่งใดลงไปแล้ว ก็ยากนักที่จะมีสิ่งใดมาแปรเปลี่ยนได้ฮั่วจี้เซินในเวอร์ชันที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ คือตัวตนที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในอดีตเขาดูเอาแต่ใจ แถมยังมีความหน้าหนาเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อสวี่เพียวเพียวมีคำถามนับร้อยนับพันครั้งที่อยากจะโพล่งออกไปถามว่า ทำไมถึงทำแบบนี้?ทว่าทุกครั้งที่เธอคิดว่ารู้จักเขาดีพอแล้ว ในคราวถัดมาฮั่วจี้เซินก็มักจะสร้างวีรกรรมที่เหนือความคาดหมาย และทำลายขีดจำกัดการรับรู
Read more

บทที่ 229

คุณปู่ฮั่วแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเย็นชา“บะหมี่จากข้างนอกนั่นน่ะเหรอจะมาสู้ของที่จัดเตรียมอย่างดีในบ้านเรา? พ่อครัวจากไหนกัน ถึงได้มีอิทธิพลทำให้คนเรื่องมากอย่างแกถูกใจได้ขนาดนี้?”“รสชาติก็แค่พื้น ๆ ครับ แถมเส้นยังนิ่มเละเพราะถูกทิ้งไว้นานจนอืดด้วยครับ แต่มันเป็นรสชาติที่ผมชอบ และไม่ว่ามันจะเป็นยังไง ผมก็นับว่าถูกใจมันที่สุดแล้ว”นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ฮั่วจี้เซินได้มีโอกาสลิ้มรสอาหารที่ปรุงขึ้นด้วยน้ำมือของสวี่เพียวเพียวเพราะในอดีตนั้น คุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลสวี่อย่างเธอ มีหรือที่จะต้องยอมลำบากลงมือเข้าครัวตรากตรำทำอาหารให้ใครทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ดูแสนธรรมดาชามนี้ จึงเป็นสิ่งที่มีค่าเหนือความคาดหมายคุณนายฮั่วเห็นบรรยากาศเริ่มจะตึงเครียดเพราะการซักไซ้ของคุณปู่ จึงรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ฮว่าฮว่าออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วใช่ไหมลูก?”“ครับ ออกมาพักผ่อนที่บ้านแล้ว เธอบอกว่าอยากได้ลูกหมามาเลี้ยงสักตัว”เป็นไปตามที่คาดคิด เมื่อสิ้นประโยคนั้นคุณนายฮั่วก็ถึงกับตบหน้าอกตัวเองดัง ปัง ด้วยความกระตือรือร้นทันที “เดี๋ยวแม่ซื้อให้เอง เดี๋ยวแม่จัดการให้! ฮว่า
Read more

บทที่ 230

ทั่วทั้งห้องอาหารพลันตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับสุสาน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะปริปากความเงียบขรึมโรยตัวเข้าปกคลุมอย่างเชื่องช้า จนโสตประสาทของทุกคนแว่วได้ยินเพียงเสียงกระทบกันแผ่วเบาของช้อนส้อมกระเบื้อง และเสียงน้ำใส ๆ ในแก้วที่สั่นไหวตามจังหวะคุณปู่ฮั่วมีบุตรชายทั้งหมดสามคนบุตรชายคนโตชื่อว่า ฮั่วหง เป็นคนลุ่มหลงอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของโบราณวัตถุ ภาพวาดเก่าแก่ และอักษรพู่กันจีน บุตรชายคนรองชื่อว่า ฮั่วหมิ่น มีความคลั่งไคล้ในศาสตร์แห่งการต่อสู้และสุนทรียภาพของภาพยนตร์ทว่าคนที่สร้างรอยด่างพร้อยที่สุดเห็นจะเป็น ฮั่วเยวียน บุตรชายคนเล็ก เขาใช้ชีวิตเยี่ยงคุณชายเสเพลที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่กระฉ่อนเมือง จนกระทั่งหลายปีก่อนที่เมืองกั่งเฉิง เขาไปก่อเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่เกินจะเยียวยา จนคุณปู่ฮั่วต้องบุกไปจัดการถึงรังคู่กรณีต่อหน้าสายตาผู้คนมากมาย เขาลงโทษลูกชายในไส้ด้วยการหักขาทั้งสองข้าง ก่อนจะสั่งคนให้หามกลับมากักบริเวณนับแต่นั้นมาทว่านับจากวันนั้น ฮั่วเยวียนก็ได้กลายเป็นคนพิการที่สิ้นไร้เรี่ยวแรง และสูญเสียความเป็นคนไปอย่างสมบูรณ์เดิมทีคุณปู่ฮั่วแทบจะถอดใจและทอดอาลัยว่าอาณาจักรตระกูลฮั่วอ
Read more
PREV
1
...
2122232425
...
29
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status