เข้าสู่ระบบแม้ว่าเธอจะปิดแมสแต่แววตาของเธอเหมือนคนคนนึงที่ผมรู้จักเมื่อนานมาแล้วเลยครับ ผมเลยก้มดูประวัติของเธอดู ชื่อเธอคือ รมิตา มหัทธนปัทมกร
“รุ่นพี่.....”ใช่ครับเธอคือรุ่นพี่ที่ผมเคยแอบชอบในวัยเด็ก
“คุณหมอพูดว่าอะไรนะคะ”
“เออป่าวครับ”
“เดียวคนไข้รบกวนถอดแมสด้วยนะครับ”ผมอยากจะเช็คดูว่าจมูกของเธออักเสบหรือป่าวเพราะเห็นเธอจามบ่อยมาก
“ได้ค่ะ”เธอถอดแมสออกมามันยิ่งชัดเลยครับว่าเธอคือพี่ชมพูที่ผมเคยแอบชอบ แต่ตอนนี้เธอจมูกแดงมากเลยครับ
“เออ...คุณหมอค่ะ คุณหมอ”
“คะ..ครับบบ”ผมกำลังอึ้งอยู่ครับไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี้
“อ่อ...คือคนไข้เป็นภูมิแพ้มานานยังครับ”
“นะ...นานแล้วค่ะ ฮัดชิ่วววว”
“เออ...คุณหมอค่ะฉันขอใส่แมสได้ไหมค่ะ”
“ไม่ต้องหรอกครับบ แบบนี้แหละครับดีแล้ว”ไม่ได้เจอกันนานก็อยากจะมองหน้านานๆหน่อยอะครับ แต่ถ้าเป็นคนอื่นผมอาจจะให้ใส่
“คะ?....”
“เออ...คือผมหมายถึงผมจะตรวจไงครับว่าจมูกอักเสบหรือป่าว”เห้ออออ.....ค่อยโล่งหน่อย แต่ผมดูแค่ภายนอกจมูกของเธอไม่ได้เป็นอะไรครับแค่แดงเฉยๆ เหมือนกับเธอจามเยอะเลยทำให้จมูกแดง และก็เดียวหลายคนอาจจะสงสัยภูมิแพ้เกี่ยวอะไรกับจมูกแดง เกี่ยวสิครับบ้างคนเป็นภูมิแพ้หนังจนทำให้จมูกติดเชื้อบ้าง อักเสบบ้างครับ
“อ่อค่ะ”
“แล้วก่อนหน้านี้พี่ไปอยู่ที่ไหนมาครับ”
“คะ.....”
“เออ...คือหมอหมายถึงคนไข้ไปรักษาที่ไหนมาก่อนหรือป่าวครับ”โอ้ยยย จะบ้าตายอย่าหลุดนะ
“อ่อ ก่อนหน้านี้ฉันรักษาที่ต่างประเทศค่ะ แต่รู้สึกอยากกลับมาอยู่บ้านแล้วเลยขอหมอมารักษาตัวที่ไทยต่อค่ะ”อ่อ หรือว่าที่หายไปเพราะไปรักษาตัว แต่น่าจะบอกกันก่อนนิ
“อ่อครับ...”
“ฮะฮัดชิ่ววว......”
“ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“เออ...ปกติคนไข้ชอบออกกำลังกายป่าวครับ”
“ไม่ค่อยค่ะ”
“คนไข้ต้องออกกำลังกายบ่อยๆนะครับมันเป็นอีกทางที่ช่วยได้ครับ”มันช่วยได้เยอะเลยนะครับ ยิ่งเลือกที่ที่สดชื่น อากาศถ่ายเทมันจะยิ่งดีเลยครับ
“ได้ค่ะ”
“เออ...คนไข้อยู่แถวไหนเหรอครับ”
“อ่อ คอนโดฉันอยู่ข้างหลังโรงพยาบาลค่ะ”
“พอดีเลยครับพรุ่งนี้เช้าไปออกกำลังกายกับผมนะครับ”เออ....มันจะแปลกๆป่าวว่ะ
“เออ...คะ?”
“ใช่ครับ...คนไข้ต้องออกำลังกายคู่กับการรักษาไปด้วยนะครับ เจอะกันพรุ่งนี้ที่สวนข้างโรงพยาบาลนะครับ☺️”
“อ่อ....โอเคค่ะ”หลังจากผมพูดจบเธอก็เดินออกจากห้องตรวจทันที
ย้อนไปเมื่อ 17 ก่อน โรงเรียนนานาชาติเกรซ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.2 ครับ (แอบบอกก่อนว่าผมเรียนก่อนเกณฑ์นะครับ)
“5555ไอ่อ้วนนน”
“อ้วนๆ”
นี่เป็นคำที่ผมเจอทุกวันครับ เพราะเมื่อก่อนผมเป็นเด็กอ้วน ใส่แว่น ทำให้เพื่อนๆชอบล้อเป็นประจำ ล้อจนผมต้องมาแอบนั่งร้องไห้คนเดียว
“อะ”อยู่ๆก็มีมือนึงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ผม ผมจำได้เลยครับเธอเป็นผู้หญิงที่มีแววตากลมโต จมูกโด่ง ใบหน้ารูปไข่ ส่วนปากของเธออมชมพูทั้งๆทีไม่ได้ทาลิป อยู่ๆเธอก็มานั่งลงข้างผม
“ฮะ...ฮัดชิ่ววว”
“ขอโทษนะ”
“โดนเพื่อนแกล้งเหรอ”รุ่นพี่หันมาถามผม
“ใช่ครับ”
“พี่ก็เหมือนกัน ฮะฮัดชิ่ว”ผมรีบหันหน้าไปมองพี่เขาเลยครับ พี่เขาสวยน่ารักขนาดนี้ยังโดนแกล้งอีกเหรอเนี่ยย
“เพราะอะไรรู้ไหม”ผมส่ายหน้าตอบ
“เพราะพี่เป็นภูมิแพ้ไง ฮะฮัดชิ่ว”
“พี่ต้องทนมาตลอดเกือบ3ปี ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครกล้าจะเดินใกล้ๆ โดนหาว่าเป็นตัวเชื้อโรคบ้าง ตัวแพร่เชื้อบ้าง ตอนแรกพี่ก็แอบมาร้องไห้เหมือนเรานั้นแหละ แต่ตอนนี้พี่ไม่สนแล้วเพราะพี่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด พี่แค่เป็นโรคภูมิแพ้ ฮะฮัดชิ่ว”
“ทำยังไงผมถึงจะอดทนเก่งเหมือนพี่บ้าง?”
“เราไม่ต้องสนใจหรอก เราสนแค่คนที่รักเราก็พอพี่ไม่มีเพื่อนพี่ยังอยู่ได้เลยเราก็ต้องอยู่ให้ได้สิ”ก็จริงอย่าที่พี่เขาพูดนะครับ
“เอางี้เรามาเป็นเพื่อนกับพี่นะ”ผมเงียบเพราะผมไม่เคยได้ยินคนนี้จากเพื่อนในห้องเลย
“ทำไมไม่อยากเป็นเหรอ หรือกลัวติดภูมิแพ้จากพี่ ฮะฮัดชิ่ว”ทุกครั้งที่เธอจากเธอจะพยายามที่จะออกห่างจากผม
“ไม่ใช่ครับ ผมแค่ดีใจผมจะได้มีเพื่อนแล้ว”
“จริงเหรอ”
“เออ...แล้วพี่ชื่ออะไรครับ”
“พี่ชื่อชมพูจ้ะ เราหล่ะ”
“ชื่อพีพีครับ”
“โห้....ชื่อน่ารักเหมาะกับตัวเองเลยย”ตอนที่พี่ชมพูหันมาพูดแล้วส่งยิ้มให้กับผมตอนนั้นหัวใจผมเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอยิ้มหวานมากเลยครับ
“ถึงเวลาเรียนแล้ว พี่ไปก่อนนะ”
“ครับ”หลังจากนั้นผมกับพี่ชมพูจะมาหากันทุกเที่ยงมาเล่นมาอ่านหนังสือด้วยกัน พอเพื่อนผมเห็นพวกเขาก็มาล้อบ้างแต่ผมไม่สนใจหรอกครับเพราะผมอยู่กับพี่ชมพูแล้วมีความสุขที่สุด
“ฮื่อๆ....”
“เป็นอะไร ใครแกล้งบอกพี่ได้ ฮะฮัดชิ่วว”
“ฮื่อๆ....คือพี่ครับ เพื่อนๆบอกผมให้ไปลดน้ำหนักถึงจะให้เล่นด้วย ฮื่อๆ...แต่ผมทำไม่ได้ครับบบ...”คอนนั้นผมกำลังจะมีเพื่อนอยู่แล้วเชียว แต่ก็ต้องฝันสลายเพราะพวกเขาไม่อยากเล่นกับคนอ้วนแบบผม
“โธ่....ใจเย็นๆนะ พี่ขอถามอะไรหน่อย ครอบครัวของเราเคยสั่งให้เราลดน้ำหนักบ้างหรือป่าว”ผมส่ายหน้าเพราะที่บ้านชอบเห็นผมกินเยอะๆ พี่ใหญ่กับพี่รองจะได้บีบแก้มของผม
“แล้วเราหล่ะ”
“ผมอยากลดครับบ...แต่ผมชอบกินมากกว่า”
“พี่จะบอกพีพีให้นะ ขนาดคนที่รักพีพียังไม่สั่งให้พีพีลดน้ำหนักเลย แล้วพีพีจะมาสนใจอะไรกับแค่คำพูดของคนที่นิสัยไม่ดี หล่ะ”จริงของพี่ชมพู
“แล้วพี่อยากให้ผมลดไหมครับ”
“ไม่จ้ะ อะไรที่ทำให้พีพีไม่มีความสุข พี่ไม่อยากให้พีพีทำ”
“ครับ ต่อไปนี้พีพีจะไม่สนใจใครอีกแล้วพีพีจะทำตามใจตัวเองครับ”
“ดีจ้ะ อย่างนั้นเราไปซื้อไอติมกินกันเถอะเนอะ เดียวพี่เลี้ยงเอง”ผมได้ยินถึงกับยิ้มออกทันทีเลยครับ
หลังจากนั้นผมยิ่งชอบพี่ชมพูมากขึ้น พี่เขาเหมือนนางเอกที่มาช่วยผมเอาไว้ แต่พี่เขาต้องขึ้นม.4ผมก็ไม่เจอและไม่ได้ต่อกับพี่เขาเลยครับ ผมพยายามตามหาตามชื่อทางเฟสบุ๊คบ้างไอจีบ้างแต่ก็ไม่เจอครับ
และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมมาเป็นหมอเพราะผมอยากจะมารักษาคนที่เป็นโรคภูมิแพ้และที่สำคัญผมอยากจะเจอพี่ชมพูเอกครั้งครับ เพื่อปาฏิหาริย์ มีจริงทำให้ผมกับพี่ชมพูกลับมาเจอกันครับ
บทที่ 10 ขอโทษชมพูก่อนฉันจะไปออกกำลังรู้สึกไม่ค่อยดีนักเหมือนจะไม่สบายแต่ฉันไม่อยากผิดนัดกับพีด้วย และพอฉันออกกำลังเสร็จก็กะว่าจะไปทำงานต่อเพราะช่วงนี้งานที่ร้านยุ่งๆอยู่ด้วยแต่พอเห็นพีเขาขอไว้เลยหยุดซักวันคงไม่เป็นไรหรอก“โอ้ยย ปวดหัวจัง”รู้สึกเหมือนกับจะไม่สบายจริงๆสงสัยเป็นเพราะโดนฝนแน่เลย“ฮะ ฮัดชิ่ววว”รอบนี้จามเพราะเหมือนจะเป็นหวัดมากกว่าภูมแพ้“นอนพักสักหน่อยก็คงจะหาย”ฉันเลยหายามาทานแล้วกำลังจะล้มตัวนอนแต่กลับมี1สายโทรมา“อืมว่าไง”“พี่ชมพูมีลูกค้ามาจากต่างประเทสค่ะเขาอยากได้ขนมร้านเราไปเปิดที่นู้น”“อืมเดียวพี่เข้าไป ฮะ ฮัดชิ่ว”โอกาสดีๆจะพลาดได้ไง ฉันเลยรีบแต่งตัวและไปทีร้านทันที ฉันขับรถไปที่ร้านด้วยตัวเองบอกตรงๆเลยตอนนั้นทั้งปวดหัวทั้งรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเลยจริงๆ“เขาอยู่ไหน ฮะฮัดชิ่วว”ฉันรีบถามลูกค้าจากแนนทันที“เขารออยู่ในห้องค่ะ เออพี่ชมพูไม่สบายเหรอค่ะ”“ป่าวหน่ะ แค่ปวดหัวนิดหน่อย”“แต่หน้าพี่ซีดมากเลยนะคะ”“ฮะฮัดชิ่วว”“ให้แนนไปคุยเถอะค่ะ”แนนคือผู้ช่วยคนสนิทของชอมพูเองค่ะ“จริงๆถ้าพี่ไม่สบายพี่บอกแนนสิค่ะ เดียวแนนได้คุยกับเขาแทนพี่ไง”“ไม่เป็นไร....เออไม่ใช่พี่ไม
บทที่ 9 จีบ“ฮูวๆๆ เย้ๆ”ผมตื่นเช้ามารีบแต่งตัวลงมาเพื่อจะไปออกกำลังกายตามที่นัดไว้กับพี่ชมพู “อารมณ์ดีเลยนะ”คุณแม่ผมแซวแต่เช้าเลยครับ “ครับบบบ แล้วพี่ใหญ่หล่ะแม่” “ทำไมถามหาฉันมีเรื่องอะไร”พี่ใหญ่เดินลงมาพอดีเลยครับสงสัยคงจะพึ่งตื่น“ป๊าววว ถามหาบ้างไม่ได้ไง”“พูดดีๆฉันเป็นพี่แก”“5555ขอโทษค้าบบ ผมไปก่อนนะ”ผมพูดจบกำลังจะหันหลังเดินออกจากบ้านแต่คุณแม่ดันมีเรื่องจะคุยพอดี“พีลูกเดียวสิแม่มีเรื่องจะคุย”“มีไรเหรอครับ” “อาทิตย์หน้าแม่จะทำบุญบ้านครั้งใหญ่ลูกเชิญเพื่อนๆที่ทำงานมาด้วยสิ” “ได้สิครับ” “ชวนแฟนแกมาด้วยสิ”“พี่ใหญ่!!!!”“ลูกมีแฟนแล้วเหรอ”“เออไม่ใช่ครับเขาเป็นรุ่นพี่ของผม”“หึ ”พี่ใหญ่นี้รู้อะไรไม่ได้เลย“เห้อ เสียดายจังแม่ว่าจะแนะนำคนคนนึงให้ลูกรู้จักสักหน่อย แต่ถ้าลูกมีแฟนแล้วก็ชวนเขามาด้วยสิ”“ได้ครับคุณแม่”“จ้ะ☺️”“เออ...คุณแม่ครับชวนพี่ลูกพีชมาด้วยสิครับ....”“😒”จากที่หนังอ่านหนังสือพี่ใหญ่รีบวางหนังสือแล้วหันมามองผมทันที“แน่นอนสิจ้ะแม่ต้องชวนมาอยู่แล้ว”“เย้ผมจะได้เจอพี่สะไภ้แล้ว”“เพร่งง...”ใช่ครับพ
บทที่ 8 ผมไม่เข้าใจหลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้นพี่ชมพูไม่ได้มาออกกำลังกายกับผมเลย เธอจะไลน์มาหาผมว่าเธอไม่ว่างตลอด และถ้าเกิดวันไหนเธอมีนัดตรวจกับผมเธอจะรีบกลับทันที “เห็นหลายวันแหละ ไม่ไปวิ่งเหรอวันนี้”ผมเดินลงมาจากห้องเห็นพี่ใหญ่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ “ไม่ครับรู้สึกช่วงนี้ไม่มีแรงเท่าไหร่” “เห้อ.....เห้อ....”ผมนั่งถอนหายใจข้างๆกับพี่ใหญ่จนพี่ใหญ่หันมามอง “เป็นอะไร”“ป่าวครับบ เห้ออ”“ไอ่นี่หนิ”“คือพี่ใหญ่ผมไม่เข้าใจจริงว่าทำไมเธอถึงทำตัวแปลกไปทั้งๆที่เธอก็มีท่าทางเหมือนจะชอบผมเหมือนกัน”“แกอยากรู้ไหม”“อยากสิครับ”“ไปถามเขาสิ แกมาถามฉันแล้วฉันจะรู้ไหม”“เห้ออ ผมว่าแหละเรื่องผู้หญิงไม่ควรมาปรึกษาพี่เลย”ก็พี่ใหญ่ไม่สนใจผู้หญิงไม่เคยมีแฟนคงไม่รู้หรอกใช่ไหมครับ“แต่ถ้าฉันเป็นแกฉันจะไปถามเขา จะมานั่งคิดให้ตัวเองเครียดทำไม อยากรู้อะไรก็ถามสิ”จริงของพี่ใหญ่ผมต้องถามพี่ชมพูเองสิ“ขอบคุณมากครับพี่ใหญ่พี่เป็นพี่ที่ดีที่สุดเลย จุ้บ”ผมรีบวิ่งไปหอมแก้มพี่ใหญ่แล้ววิ่งขึ้นห้องทันที มันก็จริงอย่าที่พี่ใหญ่พูด อยากรู้ก็แค่ถาม เอาจริงๆ การเป็นคนแบบพี่ใหญ
บทที่ 7 ไอ่พี่เลวโรงพยาบาล“คุณรมิตา เชิญเข้าห้องตรวจค่ะ” วันนี้เป็นวันที่พี่ชมพูต้องมาดูอาการแล้วครับ จริงๆสังเกตมาหลายวันแล้วพี่ชมพูไม่จามเลยครับตอนออกกำลังกายกับผมอาจจะเป็นเพราะว่ากำลังใจดีด้วยมั้งครับ “เที่ยงนี้เรากินอะไรกันดีครับ” “เอออ...คุณพีพีไม่ตรวจอาการชมพูก่อนเหรอค่ะ” “ตอบคำถามผมก่อนสิครับผมจะได้มีกำลังใจในการตรวจคุณชมพู” “ชมพูแล้วแต่คุณพีเลยค่ะ☺️” “อย่างนั้นเราสั่งอาหารมาทานกันที่ห้องผมนะครับ”ผมเสนอเธอ เพราะจะได้มีความเป็นส่วนตัว“มันจะดีใช่ไหมค่ะ”“ดีครับ”หลังจากนั้นผมตรวจอาการของพี่ชมพูอาการดีขึ้นมากๆ ยิ่งอยู่ในที่อากาศดีๆออกกำลังกายสม่ำเสมออาจจะทำให้หายขาดเลยก็ได้ครับ “จริงเหรอค่ะ ชมพูมีโอกาสจะหายจริงเหรอค่ะ”“ครับแต่ต้องออกกำลังกายแบบนี้ทุกวันนะครับ”“ค่ะชมพูจะออกกำลังกายทุกวัน”“แล้วก็......”“ต้องออกกำลังกายแค่กับผมเท่านั้นครับ”“.........”พี่ชมพูไม่พูดแต่อาการของพี่ออกชัดมากเลยครับว่ากำลังเขินอยู่“เราสั่งอาหารมากินกันเลยดีกว่าครับ”ผมสั่งอาหารมาทานที่ห้องระหว่างนั้นก็นั่งคุยกับพี่ชมพูไปด้วย“
บทที่ 6 ความรู้สึกตัวเองก็สำคัญหลังจากผมกลับมากจากห้องน้ำ ผมเลยเดินกลับมาที่โต๊ะและได้ยินสิ่งที่มุกพูดกับพี่ชมพูทุกประโยค เห้ออ...ผมไม่น่าปล่อยให้มุกอยู่กับพี่ชมพู2ต่อ2เลยครับ “คือไม่ใช่อย่างที่พีคิดนะเราแค่...”“ไปกันเถอะครับ”ผมคว้ามือพี่ชมพูแล้วพากันเดินออกจากร้านทันที“เออ...คุณพีค่ะ คุณอย่าโกรธคุณมุกเลยนะคะเขาแค่...”“แล้วคุณชมพูละครับรู้สึกยังไง”“เออ....”“ชมพูไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ”“เวลาอยู่กับผมไม่ต้องเป็นคนเข้มแข็งมากก็ได้ครับ”ดูก็รู้ว่ายังไงเธอก็ไม่โอเค“มีคนเคยบอกผมว่าให้สนใจแต่สิ่งที่เรารักอย่าสนใจคนอื่นมากเกินไป มันอาจจะทำให้เราไม่มีความสุกนะครับ”“คุณพี........”“ความรู้สึกของตัวเองต้องมาก่อนสิครับ”“ชมพูขอบคุณพีมากเลยนะคะ☺️”“ไปกันเถอะครับเราไปหาไรกินกันเถอะ”หลังจากนั้นผมกับพี่ชมพูก็พากันไปหาอะไรกินกันเสร็จแล้วผมก็พาเธอไปส่งที่คอนโดครับ“ขอบคุณนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ”“เอออ...ผมขอไลน์หน่อยได้ไหมครับ”“ได้สิคะ นี่ค่ะ”“ผมกลับก่อนนะครับ”“ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”โรงพยาบาลผมกลับมาถึงโรงพยาบาลก็ตรงมาหามุกทันที เธอกำลังนั่งในห้องพักของแพทย์กับแพทย์และพยาบาลคนอื่นๆ กำลังน
บทที่ 5 รู้สึกแย่วันนี้ผมรีบตื่นเช้าเหมือนทุกวันแต่ที่พิเศษคืออารมณ์ดีมากๆ อาจจะเป็นเพราะผมกินไอศกรีมของพี่ชมพูด้วยแหละเนอะ “ไปออกกำลังกายอีกเหรอลูก” “ใช่ครับคุณแม่ ผมไปก่อนนะ” “แม่....ไอศกรีมเค้กไปไหนหมดแล้วครับเนี่ย” “แม่ก็เก็บไว้ในตู้เย็นนะ” “เอออ....อยู่ในท้องผมเองครับ” “ไอ่แสบมานี้เลย”พี่ใหญ่กำลังวิ่งมาหาผมแต่ผมรีบใส่รองเท้าแล้วขึ้นรถทันที สวนสาธารณะ “คุณชมพูมรอนานไหมครับ” “ไม่ค่ะ ชมพูพึ่งมาเหมือนกันค่ะ☺️” ทักทายกันจบผมก็วิ่งกับพี่ชมพูเหมือนเดิมเลยครับ ผมวิ่งไปผมแอมมองพี่ชมพูไป คิดภาพตามผมดูนะครับ ผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนึงมัดผมสูงวิ่งไปพร้อมกับมีแสงแดดส่องเข้าหน้านิดนึง ผมนี้แบบ เห้อพี่จะสวยไปไหนเนี่ยยย “คุณพีค่ะวันนี้เราไปปั่นจักรยานกันไหมค่ะ” “ก็ดีครับ” มาถึงที่เช่ารถจักรยานก็เหลือแค่คันเดียวแล้ว ผมกับพี่ชมพูเลยมองหน้ากันจะเอายังไงดี “นั้นเราค่อยมาพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ เอาเถอะดียวผมปั่นเอง
บทที่ 4 แอบแชบผมกับพี่ชมพูเรามาออกกำลังกายกันทุกเช้า ทำให้ผมสังเกตได้ว่าพี่ชมพูจามน้อยลงกว่าเดิมเยอะ จมูกเธอก็ไม่แดงเหมือนก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะอากาศในที่สวนสาธารณะด้วยแหละครับ และที่สำคัญผมกับเธอเราสนิทกันมากขึ้น โรงพยาพบาล หลังจากผมออกกำลังเสร็จผมก็แยกย้ายกับพี่ชมพู
บทที่ 3 ออกกำลังกายวันนี้คงเป็นวันแรกที่ผมรีบตื่นเช้ามาเพื่อจะไปออกกำลังกายที่ได้นัดกับพี่ชมพูเอาไว้ครับ“คุณแม่ฝนตกป่าวครับวันนี้”พี่ใหญ่พูดขึ้นมา ใช่ครับปกติวันหยุดผมไม่ได้ตื่นเช้าขนาดนั้น “ใช่....แม่เห็นด้วยย”แม่และพี่ใหญ่หันไปมองนาฬิกาพร้อมกัน“อะไรกันครับบ ผมแค่ตื่นเช้าจะไปออกกำลังกายเอง”ผมท
บทที่ 1 ตระกูลวิทยาโสภานนท์ สวัสดีครับผมจะมาแนะนำพี่ๆ ของผมนะครับ พี่คนแรกคือ พี่ พัชชนนท์ วิทยาโสภานนท์ ชื่อเล่น พี่พอลอันครับ หล่อรวย สุขุม (เพราะเป็นประธานบริษัทครับ) พี่พอลอันอ่ะ เป็นพี่คนโตแต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะแต่งงานมี ที่บ้านเลยชอบบ่นว่าทำไมไม่แต่งงานสักทีแต่ผมก็เห็นด้วยนะเมื่อไหร่พี่จะแต่งง







