Masuk'มันไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องคิดมากด้วยรู้มั้ย'
'ค่ะ ' ฉันกดส่งข้อความสุดท้ายไปให้พี่ครามก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายพลางถอนหายใจออกมา พี่ครามรู้ว่าฉันต้องคิดมากแน่ๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นเขาถึงได้ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น ฉันคิดมากจริงๆเรื่องที่วายุขับรถประสบอุบัติเหตุเมื่อวานนี้หลังจากที่เขาขับรถออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ฉันคิดว่าเป็นเพราะฉันจริงๆ... กึก~ ฉันละสายตาที่เหม่อลอยมามองตรงหน้า บาร์เทนดี้หน้าสวยยืนมองฉันพลางเลื่อนแก้วเครื่องดื่มส่งมาให้ฉัน ตอนนี้ฉันนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่มีข้าวหอมเพื่อนของฉันยืนอยู่ 'ข้าวหอม'หรือข้าว เป็นเพื่อนใหม่ของฉัน "แกดูเครียดนะ" ข้าวหอมพูดพลางมองหน้าฉันแล้วหลุบตาลงมองแก้วในมือเธอ "สักหน่อยน่าจะดี" ข้าวหอมรู้ว่าฉันไม่ค่อยดื่มนอกจากเวลาทำงานแต่วันนี้เธอเหมือนรู้ทันฉันก็เลยส่งเครื่องดื่มที่เธอผสมให้ฉันและฉันก็รับมันมาดื่มเช่นกัน "..." ฉันดื่มอยู่เงียบๆในหัวก็คิดอะไรมากมายไม่เลิก ฉันอยากจะไปเยี่ยมเขาอยากจะไปดูแลเขาในตอนที่เขาฟื้นแล้ว "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก..." ข้าวหอมพูดเปรยๆขึ้น ฉันเลื่อนสายตาที่เหม่อลอยมองเธอข้าวหอมเหลือบมองฉันก่อนจะก้มหน้าผสมเครื่องดื่มต่อ "ถ้าไว้ใจกันก็พูด" พูดจบเธอก็ส่งแก้วเครื่องดื่มที่ผสมเสร็จแล้วมาให้ฉันแล้วก็ยิ้มให้ก่อนจะเดินไปหารุ่นพี่ที่ทำงานร่วมกับเธอ ฉันกับข้าวหอมรวมทั้งเพื่อนอีกสองคนเรารู้จักกันและเป็นเพื่อนกันได้ประมาณแปดเดือนหลังจากที่ฉันกลับมาที่ไทยและเข้ามาทำงานที่นี่ ตอนแรกเราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำจนกระทั่งฉันถูกใครก็ไม่รู้ที่ตั้งเพจเป็นแฟนคลับแบดเกิร์ลดึงฉันเข้าไปในแก๊งค์นั้นด้วย คือตอนนั้นแก๊งค์นี้มีแค่สามคนไง คือลูกโซ่ ยาหยีแล้วก็ข้าวหอม ส่วนฉันมาที่หลังเข้าแก๊งค์ไปแบบงงๆโดยการเริ่มต้นของแอดมินเพจนั้น ฉันยังจำข้อความที่โพสต์ใต้รูปฉันได้เลย 'ขอต้อนรับสมาชิกคนใหม่ของแบดเกิร์ล สาวสวยแต่โลกไม่สวย ทำร้ายร่างกายรุ่นพี่จนบาดเจ็บสาหัส...' ตอนแรกฉันก็ว่ามันตลก ไอ้รุ่นพี่นั่นก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไรมากด้วย แต่เรื่องที่ฉันทำร้ายเขามันก็เรื่องจริงเพราะฉันตบะแตกใส่รุ่นพี่ที่เข้ามาจีบฉันแล้วพอฉันไม่เล่นด้วยเขาก็เอาไปพูดถึงฉันเสียหายจนไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งพอรู้ว่าฉันทำงานแบบนี้ก็เอาไปพูดว่าฉันขายตัว ตอนนั้นฉันยังไม่ชินและฉันถึงที่สุดแล้ว ฉันได้ยินกับหูก็เลยเดินตามเขาที่กำลังพูดถึงฉันอย่างเมามันกับเพื่อนของเขาเข้าไปในคลาสเรียนแล้วฟาดปากเขาด้วยแจกันดอกไม้จนหน้าแหก นั่นแหละฉันถึงได้กลายเป็นตัวร้ายทันทีแถมข่าวที่ออกมายังกลายเป็นว่าฉันเป็นพวกเก็บกดและไม่ยอมรับความจริง ฉันเจอกับสามคนนั้นครั้งแรกโดยบังเอิญเรามาเจอกันที่ผับตรงประตูหลังซึ่งเป็นทางเข้าออกของพนักงาน พวกเราสี่คนมาพร้อมกัน ยาหยี ข้าวหอม ลูกโซ่ มองหน้าฉัน ก่อนที่เราจะได้คุยกันเรื่องของเพจนั่น เจอกันก็ทักกันตามประสาแล้วก็เริ่มสนิทกันขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายฉันก็มารวมตัวอยู่กับพวกเธอในที่สุด ส่วนนิสัยของฉัน หลายคนบอกว่ามันคล้ายระเบิดเวลาดีๆนี่เองเพราะฉันเป็นคนโมโหร้ายอันนี้ฉันรู้ตัวแต่ฉันจะอดทนเก็บไว้ให้ถึงที่สุดแล้วค่อยบึ้มเลยทีเดียว "..." ฉันนั่งมองข้าวหอมเงียบๆ จริงๆแล้วลึกๆจะเรียกว่าฉันยังไม่สนิทใจกับพวกเพื่อนใหม่พวกนี้ก็ได้ถึงจะอยู่ด้วยกันทำอะไรร่วมกันจนกลายเป็นเพื่อนสนิทไปแล้วในสายตาทุกคน แต่ไม่มีใครเคยรู้ว่าฉันเจออะไรมาบ้าง ฉันเคยถูกเพื่อนหักหลังทุกคนรอบตัวที่เข้ามาหาฉันในตอนที่ฉันยังมีทุกอย่างทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่มีใครจริงใจกับฉันแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังให้ใจกับยัยเพื่อนชั่วนั่นไป แล้วยังไงล่ะ...ฉันก็ถูกหักหลังไง มันเจ็บมากนะ! "ข้าว..." ฉันเรียกเธอเมื่อข้าวหอมเดินกลับมาหาฉัน เธอเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้ฉัน "พอมีเวลาคุยกับฉันหน่อยมั้ย" แต่ฉันก็อยากจะเปิดใจให้พวกเธอมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข็ด แต่คนเราไม่เหมือนกันทุกคน บางคนภายนอกอาจจะดูเงียบๆแต่ก็ร้ายมาก บางทีพวกนี้ที่ภายนอกดูแรงๆก็อาจจะดีกว่าก็ได้ อย่างน้อยๆพวกนี้ก็ไม่เคยต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างกับฉัน "อืม..." ข้าวหอมเท้าแขนกับบาร์แล้วเอียงคอมองหน้าฉันทำหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่ทั้งๆที่สายตาเธอบอกอยู่แล้วว่าพร้อมเสมอ "ทำไมจะไม่มีล่ะ เวลาสำหรับพวกแกฉันมีให้เสมอแหละ" ข้าวหอมยิ้มกว้างด้วยใบหน้าจริงใจจนฉันรู้สึกดี ข้าวหอมจริงใจกับฉัน ลูกโซ่ก็ไว้ใจฉันเพราะเธอเองยังเล่าเรื่องของเธอให้ฟัง ส่วนยาหยีก็ให้ใจฉันเธอแทบไม่มีอะไรปิดบังเลยด้วยซ้ำแถมยังพร้อมตบแทนพวกเราเสมอด้วย แล้วทำไมฉันจะใช้ใจแลกใจกับพวกเธอไม่ได้ล่ะ... "ขอบใจนะ" ฉันพูดออกไปสั้นๆก่อนจะลุกจากเก้าอี้ทรงสูงแล้วเดินตามข้าวหอมไปที่ด้านหลังของบาร์ซึ่งเป็นห้องพักของพนักงานตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







