เข้าสู่ระบบหลังจากการไลฟ์สดสั้น ๆ สิ้นสุดลง เกลก็ถอดเครื่องสำอางออกอย่างรวดเร็ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าไหมซาตินสีดำที่ให้สัมผัสเย็นสบาย แล้วเดินออกมาจากห้องนอน
เธอเห็น คิรินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมแค่กางเกงวอร์มตัวเดียว เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างและรอยกล้ามเนื้อที่คมชัดดูก็รู้ว่าเขาออกกำลังกายอย่างหนัก
“นายมานั่งตรงนี้ทำไม!” เกลโวยทันที คิรินเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นเกมอยู่
“อ้าว ก็โซฟามันสบายที่สุด จะให้ไปนั่งโซฟาเล็ก ๆ ตรงนั้นทำไม”
“แต่มันคือโซฟาของเกลนะ เกลต้องใช้นอนดูหนัง!” เกลเดินไปหยุดอยู่หน้าโซฟา “เกลต้องใช้พื้นที่ในการเยียวยาตัวเองจากโรคจิตที่อยู่แถวนี้”
“งั้นนั่งนี้ปะ” คิรินลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คิรินยิ้มกวน ๆ มือหนาก็ตบตักตัวเองสองสามที “ฉันก็ต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดเพื่อดูแลเธอเหมือนกะนนั่นแหละ ยัยอ้วน”
เกลไม่อยากสนใจคนแถวนี้ ไม่รู้คนด้านนอกหรือด้านในไหนโรคจิตกว่ากัน เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ตั้งใจจะเบียดให้คิรินขยับออกไป แต่แทนที่จะขยับ คิรินกลับทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อย ทำให้เกลถูกบีบให้ติดอยู่กับพนักพิงโซฟา พวกเขาอยู่ในระยะประชิดชนิดที่เกลได้กลิ่นสบู่และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่สะอาดบริสุทธิ์ของคิรินอย่างเต็มปอด
“ขยันหน่อยสิ” เกลพยายามผลักไหล่กว้าง ๆ ของเขาออก
“ตัวใหญ่นักหรอเราอะ โซฟาก็ตั้งใหญ่” คิรินแกล้งทำเสียงกวนๆ
“ไม่ได้! เกล เกลรู้สึกหายใจไม่ออก” เกลพึมพำ ใบหน้าของเธอเริ่มร้อนผ่าว เธอไม่ได้รังเกียจ แต่ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ คิรินมองใบหน้าของเกลที่ใกล้จนเขาเห็นเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธอ เขายื่นมืออีกข้างไปดึงมือถือออกจากหน้าเกล แล้ววางมันลงบนโต๊ะ
“โอเค ยอมก็ได้” คิรินขยับตัวออกเล็กน้อย ทำให้เหลือช่องว่างบนโซฟาประมาณหนึ่งฟุต เกลรีบเอนตัวหนีไปที่ปลายโซฟาอีกด้านหนึ่ง แล้วใช้หมอนใบใหญ่กั้นเขตแดนเอาไว้
“ขี้กลัวชะมัด” คิรินหัวเราะเบา ๆ เกลไม่ตอบโต้ เธอหยิบรีโมตขึ้นมาแล้วเปิดโทรทัศน์เพื่อฉายหนังฟอร์มยักษ์แนวสืบสวนที่เธอชอบ
“ห้ามหลับนะคิริน” เกลสั่งเสียงเข้ม “นายเป็นบอดี้การ์ดของเกล”
“ฉันไม่ได้โง่ขนาดที่จะเผลอหลับหรอก” คิรินตอบ แต่เขาก็เอนตัวพิงพนักพิง แล้วหลับตาลง เพียงห้านาทีเสียงลมหายใจของเขาก็สม่ำเสมอ
เกลหันไปมองคิรินที่หลับไปแล้วอย่างรวดเร็ว
หลับไปแล้วจริง ๆ ด้วย! ไอ้บ้า! เกลรู้สึกโล่งใจที่พื้นที่ส่วนตัวกลับคืนมา แต่ความรู้สึกโดดเดี่ยวก็กลับมาพร้อมกัน เธอพยายามจดจ่ออยู่กับหนังเรื่องเดิม แต่ภาพในหัวของเธอกลับกลายเป็น ภาพใบหน้าของคิรินที่หลับตาอยู่ ริมฝีปากของเขาที่ขยับเรียกเธอว่า 'ยัยอ้วน' และแผ่นอกที่แข็งแรงของเขาที่เธอเพิ่งผลักไสไป
เกลยื่นมือไปเปิดแอร์ให้เย็นลงอีกหนึ่งระดับเพื่อลดความร้อนที่ใบหน้าของตัวเอง
“เสียดายความหล่อ” เกลลุกขึ้นยืนพร้อมส่ายหน้าอ “ต้องทำชุดต่อๆ”
เกลลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปเปิดไฟในส่วนของโต๊ะทำงานที่เป็นกระจก เธอรู้สึกโล่งใจที่คิรินหลับไปแล้ว ทำให้เธอสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งที่รักที่สุดได้
เธอเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ แล้วเริ่มต้นจัดเตรียมผ้าตัวอย่างและอุปกรณ์ตัดเย็บ
เกลหยิบชุดบอดี้สูทที่ตัดเย็บเสร็จไปกว่าครึ่งออกมาวางบนหุ่น ชุดนี้เป็นชุดแรกในคอลเลกชัน 'ไร้กรอบ' ที่เน้นผ้าสีเข้มปักลายประยุกต์ เธอจำเป็นต้องลองสวมเพื่อดูฟิตติ้งในส่วนสำคัญ
เกลเดินเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนชุด แต่เธอรีบออกมาโดยไม่ใส่บรา เพียงแค่สวมเสื้อกล้ามตัวเก่าทับไว้ แล้วคลุมด้วยชุดบอดี้สูทที่ยังไม่เย็บซิปด้านหลัง
ขณะที่เกลกำลังวุ่นวายกับการจัดทรงชุดและพยายามส่องกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่กับตู้เสื้อผ้าในห้องนั่งเล่น คิรินก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา จากโซฟา
เขาเห็นแผ่นหลังของเกลที่เปิดโล่ง และมองทะลุเสื้อกล้ามตัวบางเข้าไปเห็นความโค้งเว้าที่ชัดเจนของเธอ ความใกล้ชิดที่ไม่มีขอบเขต ภายในห้องคอนโดส่วนตัวนี้ ทำให้สัญชาตญาณความเป็นชายของเขาทำงานเต็มที่ คิรินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา พยายามควบคุมสายตาที่จับจ้องไปยังเกลที่กำลังพลิกตัวไปมาเพื่อตรวจดูฟิตติ้ง
“ยัยบ้า!” คิรินสบถเสียงเบาจนเกลไม่ได้ยิน
“นายตื่นแล้วเหรอ!?” เกลหันมามองเขาด้วยสีหน้าตกใจ
คิรินกระโดดลงจากโซฟาอย่างกะทันหัน เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขาหัวเสียมากๆ ที่เห็นร่างกายของเกลโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจโชว์ ยอดอกที่มันนูนขึ้นเห็นชัดจากที่ชุดนอนของร่างบางเป็นผ้าวบาง หญิงสาวตรงหน้าประมาทเขาเกินไปและเขาต้องมานั่งรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเองทั้งหมด
“เธอ! เข้าไปใส่เสื้อในเดี๋ยวนี้!” คิรินสั่งเสียงเข้ม ดวงตาของเขาดูขุ่นมัวและร้อนรน
“คินจะมายุ่งอะไรกับร่างกายของเกล! หันไปเลยนะ!” เกลมองเขาอย่างโกรธจัด
“ฉัน ฉันจะเข้าไปเข้าห้องน้ำ!” คิรินตะโกนใส่เธออย่างหงุดหงิด ร่างสูงเดินเร็วๆ เข้าไปในห้องน้ำแล้วกระแทกประตูเสียงดัง มันดังกว่าเสียงกระแทกประตูในวันแรกที่เขามาถึงเสียอีก
เกลมองประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทด้วยความอาย เธอแค่ลืมตัว ปกติเวลาเธออยู่ห้องเธอก็ไม่ชอบใส่มันอยู่แล้วเพราะมันอึดอัด แต่เธออาจะลืมตัวว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ห้องคนเดียว ร่างบางเดินไปหยุดชุดนอนซาตินตัวใหญ่มาคลุมตัวทับ
คิรินยืนพิงประตูอย่างหอบเหนื่อย เขาไม่ได้เปิดน้ำ แต่ยืนนิ่ง ๆ พยายามควบคุมลมหายใจที่ร้อนรุ่ม เขาต้องยกมือขึ้นมาจับตัวตนของเขาที่ตอนนี้มันขยายใหญ่เกือบจะเต็มที่ เขาปลดปล่อยความต้องการของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเขาต้องมองเกลในชุดนั้นอีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาอาจจะทำลายความสัมพันธ์แบบ 'เพื่อนสนิท' ที่เขาพยายามรักษาเอาไว้
คิรินทำใจอยู่ในห้องน้ำอยู่นาน กว่าเขาจะออกมาก็ดึกมากแล้ว แสงไฟในห้องนั่งเล่นถูกปิดไปเกือบหมด เหลือเพียงแสงสลัวจากสแตนด์ไฟที่โต๊ะทำงานของเกล เขาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อนึกถึงภาพของเกลที่เขาเห็นเมื่อครู่
เกลไม่รู้ตัวว่าเขาออกมาแล้ว ร่างบางนั่งฟุบกับโต๊ะที่เธอนั่งทำงานอย่างหมดสภาพ ใบหน้าซบอยู่กับกองผ้าลายไทยที่เธอใช้ทำชุดโดยที่ร่างกายยังคงสวมเพียงชุดนอนซาตินตัวเล็ก
คิรินยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ความโกรธที่เกิดจากความไม่พอใจในตัวเองเมื่อครู่ได้มลายหายไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ
เขาค่อย ๆ อุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิง
ร่างกายที่เขาเคยเรียกว่า "ยัยอ้วน" นั้นไม่ได้หนักอย่างที่เขาเคยแซว แต่กลับเต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าที่นุ่มนิ่มและอุ่นสบาย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากแชมพูของเธอลอยเข้ามาแตะจมูก ทำให้คิรินต้องเม้มปากแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์ คิรินพาร่างอวบอิ่มของเกลวางลงบน เตียงขนาดห้าฟุต ในห้องนอนของเธออย่างเบา ๆ เขาตั้งใจจะดึงมือของเขาออกแล้วกลับไปนอนที่โซฟาเพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังต่อ
แต่เพราะมือของเกลที่ขยับเข้ามากอดแขนของเขาไว้แน่น มือที่เต็มไปด้วยรอยเข็มเล็ก ๆ จากการทำงานหนักของดีไซเนอร์
“ไม่เอา อย่าเอาของกินเกลไปนะแม่” เกลพึมพำเสียงเบาในภวังค์
“นี่! ตื่นสิ ยัยอ้วน ปล่อยแขนฉัน” คิรินพยายามดึงแขนออกเบา ๆ แต่เกลกลับยิ่งกอดแน่นขึ้นอีกราวกับว่าคิรินคือหมอนข้างใบสุดท้ายของโลก
คิรินถอนหายใจยาว เขาแพ้
เขาไม่ได้กลัวสตอล์กเกอร์จะเข้ามา แต่เขากลัวว่าเขาเองจะทำอะไรคนตรงหน้าเองรึเปล่า
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลื่อนตัวขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยเลย
คิรินค่อย ๆ ใช้มืออีกข้างดันตัวเกลให้เอนไปฝั่งหนึ่ง แล้วเขาก็เอนกายลงนอนข้าง ๆ โดยพยายามเว้นระยะห่างให้มากที่สุด แต่ในเตียงห้าฟุตที่เกลนอนขวางอยู่ครึ่งเตียงนั้น ระยะห่างที่ทำได้ก็แคบมาก
คิรินนอนหงายจ้องมองเพดานอย่างสิ้นหวัง แม้จะเคยมีเซ็กส์มานับครั้งไม่ถ้วนแต่เขาไม่เคยต้องมานอนเตียงเดียวกับผู้หญิงคนไหน โดยเฉพาะกับ 'ยัยอ้วน' คู่กัดของเขาเอง
ร่างบางที่ใส่เพียงแค่ชุดนอนผ้าซาตินบางๆมันไม่ปิดกั้นอะไรเลย สัมผัสนุ่มนิ่มของเพื่อนตัวเล็กของเขามันโดนเขาเหมือนไม่มีอะไรขว้างกั้น ยัยบ้านี้ไม่ใส่บลานอน เกลขยับตัวเข้ามากอดเขาแน่นขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของเธอซุกเข้ากับแผ่นอกเปลือยเปล่าของคิริน
“...” คิรินนิ่งไป หายใจไม่ทั่วท้อง เขาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย เขารับรู้ได้ถึงความนุ่มนิ่มของร่างกายเธอที่แนบชิดอยู่
พุทธโธ ยุบหนอ เบาหนอ นิ่มหนอ ไอบ้าเอ้ย! วันนี้เขาบรรลุธรรมแน่ถ้าไม่ได้ทำอะไร
สติสัมปชัญญะที่พยายามสั่งให้เขาหนีมันสู้ความคิดที่อยากกอดไม่ได้! คิรินพยายามดึงแขนของตัวเองออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดึงเกลก็ยิ่งกอดแน่นราวกับเขามีมูลค่ามากกว่าบราคัพดีของเธอเสียอีก
เขาค่อย ๆ ปรับแขนข้างที่ถูกกอดให้โอบรอบไหล่เกลอย่างช้า ๆ เป็นการยอมจำนนอย่างมีศักดิ์ศรี
คิรินปิดเปลือกตาลง "ผีผลัก" ที่ไอ้เดย์เคยแซว คงไม่ใช่แค่เรื่องตลกอีกต่อไปแล้ว เขาปล่อยให้ความเหนื่อยล้าจากการสืบสวนและความเครียดตลอดวันเข้าครอบงำ โดยมี ยัยอ้วน คู่กัดตัวแสบของเขานอนซบอยู่ข้าง ๆ อย่างน่ารักที่สุด
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาปะทะใบหน้าของเกลอย่างจัง เกลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นผิดปกติ มันอุ่นกว่าผ้าห่ม และมีกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาด ๆ ลอยอยู่รอบตัว
เธอขยับตัวแล้วพบว่าตัวเอง กำลังกอดแผงอกเปลือยเปล่าของใครบางคนอยู่ ใบหน้าของเธอซุกอยู่ในตำแหน่งที่ถ้าขยับอีกนิดก็คงจะชนคางเขาพอดี
เกลเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคมกริบของคิรินกำลังจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว เขาตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
คิรินยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะที่ได้ภาพเด็ด
“อรุณสวัสดิ์ครับ ยัยอ้วน คืนนี้เธอซบฉันแน่นกว่าตอนร้องไห้อีกนะ”
เกลเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน อาจจะเพราะนี้เป็นครั้งที่สองที่เจอหน้าหล่อๆของเพื่อนเธอ เลยไม่ได้ตกใจเท่าครั้งแรก เกลรีบกระโดดลงจากเตียง จนปลายเท้ากระแทกพื้นเสียงดัง
“ทำไมชอบปีนเตียงคนอื่นเรื่อยเลยหะ” เกลคว้าหมอนข้างมาปิดบังตัวเองไว้ ทั้งที่ชุดนอนผ้าไหมซาตินก็ปกปิดร่างกายเธออยู่แล้ว
คิรินลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างสบายอารมณ์ เขายกมือขึ้นมาเท้าศีรษะ
“ก็เตียงมีจะนอนโซฟาทำไม อีกอย่างฉันอุตส่าพาเกลมานอนบนเตียง” คิรินทำเสียงเหมือนเห็นเรื่องตลก “เกลต่างหากที่กอดฉันไม่ยอมปล่อย”
“ไม่จริง! เกลไม่ได้กอดนะ” เกลปฏิเสธเสียงแข็ง “คินโกหก เชื่อก็โง่แล้ว”
“ไม่เชื่อก็ดูเองดิ” คิรินคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงแล้วยื่นให้เธอ “หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ยังจะกล้าเถียงอีกเหรอ แม่คนขี้ฟ้อง”
เกลรับโทรศัพท์มาดูอย่างสั่น ๆ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเธอหน้าแดงไปถึงใบหู
มันคือภาพเซลฟี่ที่คิรินถ่ายในมุมสูง เกลนอนซบแผงอกเปลือยของเขาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าซุกอยู่ระหว่างร่องกล้ามเนื้อหน้าท้องของคิรินโดยที่มือของเธอโอบกอดเอวของเขาไว้อย่างเต็มวง ส่วนคิรินมองกล้องด้วยสีหน้าภูมิใจ รูปนี้เขาเอาลงในสตอรี่โคสเฟรน
แคปชั่นภาพ: บอดี้การ์ด 24 ชั่วโมง คือบริการถึงที่นอน
“นี่ไอบ้า” เกลแทบจะปาโทรศัพท์คืนใส่หน้าเขา “ลบเดี๋ยวนี้นะ นายจะเอารูปนี้ไปทำอะไร”
คิรินยักไหล่ “ก็อยากลงทำไม ไม่ได้หรอหรือมีแฟนแล้ว”
“มีสักทีเถอะ” เกลประชดกลับ
“เดี๋ยวก็มี” คิรินก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ เขาหยุดยืนที่หน้าประตูแล้วหันมายิ้ม
“หะ ไงนะ” เกลพูดด้วยน้ำเสียงงง
คิรินเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้เกลยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับความงงและความโกรธที่ปนเปกันอยู่
บรรยากาศในคอนโดของเกลเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุข หลังจากการฉลองวันเกิดย้อนหลังของคิรินจบลง ทุกคนก็เริ่มเก็บของเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมกลับบ้านง่าย ๆคิรินที่กำลังนั่งคุยอยู่กับไนท์เหลือบมองนาฬิกา เที่ยงคืนตรง!“เฮ้ย ทุกคน” คิรินตะโกนขึ้นมาเสียงดัง จนทุกคนหันมามองเขา “เที่ยงคืนแล้ว”ทันใดนั้นเอง! พิชชี่ เมษา และข้าวฟ่าง ก็ทำตามแผนที่วางไว้ พวกเธอยกเค้กก้อนที่สองออกมา มันเป็นเค้กที่ตกแต่งอย่างน่ารักสีชมพูอ่อน และทุกคนก็เริ่มร้องเพลงวันเกิดขึ้นพร้อมกันทันที"Happy Birthday to You! Happy Birthday to You!"เกลที่เพิ่งจะเขินเรื่องการปาดครีมเค้กของคิรินไปหยกๆ ถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง วันนี้เป็นวันเกิดของเธอเอง“สุขสันต์วันเกิดนะยัยเกล” เมษาบอกอย่างรักใคร่เกลน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดว่าวันเกิดตัวเองจะวุ่นวายและน่ารักได้ขนาดนี้ หลังจากร้องเพลงจบ ทุกสายตาก็พุ่งเป้ามาที่เกล คิรินเดินเข้ามาหาเกลเป็นคนแรก เขายิ้มกวน ๆ แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนโยนอย่างที่สุด“ไหน เป่าเทียนสิ” คิริน
หลังจากกลับมาจากทริปเขาใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างเกลกับคิรินก็ยิ่งใกล้ชิดขึ้นไปอีก คิรินยังคงแสดงความห่วงใยอย่างเปิดเผย จนพิชชี่ยกสถานะให้คิรินเป็นผัวเธอแล้วที่โต๊ะเรียนของคณะ กลุ่มสาว ๆ กำลังรวมตัวกันตามปกติ“คิรินมันเป็นอะไรของเขาก็ไม่รู้อะ” เกลบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด เธอวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์“เป็นอะไรอีกล่ะ” พิชชี่ถามพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ“ก็เขาอะ! อยู่ ๆ ก็ไม่อ่านไม่ตอบไลน์ฉัน! โทรไปก็รับแบบห้วน ๆ เหมือนโกรธใครมา! ฉันทำอะไรผิดอีกเนี่ย!” เกลบ่นด้วยความมึนงง เพราะความสัมพันธ์กำลังไปได้ดีแท้ ๆพิชชี่ยิ้มขำ “โอ๊ย! ผัวเมียทะเลาะกันหรอคะคุณเกล!”เกลรีบเถียงทันที “ไม่ใช่ผัวเมีย! ก็แค่เพื่อน! แล้วฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงทำหน้าบึ้งใส่ฉันตั้งแต่เมื่อเช้า”เมษาที่กำลังพิมพ์แชตอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาสมทบ“เมื่อกี้ฉันแชตไปถามเดย์มา” เมษาบอก “เดย์บอกว่าวันนี้คิรินหน้าเป็นตูดอีกแล้ว ทั้งวันเลยตั้งแต่ตื่นนอน แถมยังไม่ยอมพูดคุยกับใครด้วย&rdq
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ปลุกให้เกลตื่นขึ้นจากอาการมึนงงเกลรู้สึกว่าอาการปวดหัวลดลงไปมาก แต่ยังมีความรู้สึกมึนงงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย เธอจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ราง ๆ โดยเฉพาะคำถามที่เธอถามคิรินในเปลญวน“ถ้าเราไม่ได้ใจเต้นกับเขา แต่รู้สึกสบายใจที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ มันคือการชอบมั้ย?”เกลหลับตาลงเงียบๆ เมื่อนึกถึงคำถามที่ตัวเองถามออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่แปลกคือ เธอรู้สึกว่าริมฝีปากของเธอมันเหมือนมีอะไรมาสัมผัสเบา ๆ เมื่อคืนนี้ แต่ก็คิดว่าคงเป็นเพียงความฝันจากอาการเมา“ตื่นแล้วเหรอแก!” เสียงของพิชชี่ดังขึ้นมาจากข้างเตียง“เมื่อคืนแกสลบไปเลยนะเกล” เมษาพูดพลางยื่นน้ำเปล่าให้ “ดีนะที่คิรินอุ้มแกเข้ามาส่ง”เกลรับน้ำมาดื่ม ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อคิริน“คิรินมาส่งฉันเหรอ?” เกลถามเสียงเบา พยายามควบคุมความรู้สึกสั่นไหวในใจ“เออดิ! อุ้มเข้ามาเหมือนเจ้าหญิงเลยนะ” พิชชี่แซว “ฉันกับเมษาต้องแกล้งหลับแทบตาย ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ”เกลไม่พูดอะไรต่อ เธอทำเป็นลุกไปอา
เกลมองไปยังเพื่อน ๆ ที่ส่งสายตาจับจ้องมาอย่างคาดหวัง“ฉันเลือก จริง” เธอตัดสินใจเลือกจริง เพราะถ้าเลือก 'ท้า' เธอกลัวว่าคิรินจะท้าอะไรที่มันเลยเถิดไปมากกว่าเดิม เสียงหวานตอบเสียงแผ่ว แต่ใบหน้าเริ่มแดงก่ำคิรินยิ้มกว้างขึ้นทันที เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เกลเล็กน้อย จนทุกคนต้องเงียบฟัง“คำถามของฉันง่ายมากเลย” คิรินพูดเสียงทุ้มคิรินจ้องตาเกลอย่างสื่อความหมาย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ใกล้จนเกลรู้สึกว่าหัวใจกำลังจะหลุดออกมาจากอก“ตอนนี้ เธอชอบใครอยู่?”บรรยากาศรอบวงเงียบสนิทลงทันที ทุกคนรู้ว่าคำถามนี้พุ่งเป้าไปที่เกลกับคิรินโดยตรง เกลหายใจติดขัด เธอพยายามจะเรียบเรียงคำพูด แต่สายตาที่จริงจังของคิรินทำให้เธอไม่กล้าโกหกหน้าสวยหวานส่ายหน้าช้า ๆ “ฉัน” เกลอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน“ตอนนี้ ฉันไม่มีใครที่ชอบอยู่หรอก”ทุกคนในวงมองหน้ากันอย่างผิดหวังเล็กน้อยโดยเฉพาะพิชชี่ที่ถึงกับทำหน้าเหวอ เพราะเขาจิ้นคู่นี้มาก ๆคิรินฟังแล้วก็เงียบ เขารู้ว่ามันคงยากที่เกลตอบออกมาว่าชอบเขา เขาได้แต่หวั
“หัวเราะอะไรหนักหนา ยัยอ้วน!” คิรินแกล้งทำเสียงดุ เกลรีบหยุดหัวเราะ แล้วทำท่าจะถอยหนี แต่ไม่ทันแล้ว คิรินคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มร่างเล็กของเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว ทำให้เกลต้องรีบใช้มือโอบรอบคอเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ“เฮ้ย! ทำอะไรของนาย!” เกลตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นทันทีที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงแบบฉับพลันคิรินชั่งน้ำหนักของเกลอย่างสบาย ๆ ในวงแขน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เกลใจเต้นไม่เป็นส่ำ“ก็ไม่อ้วนเท่าไหร่นะ” คิรินยิ้มกวน ๆ “ตัวแค่นี้” เกลพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนที่เปียกน้ำของเขา“ปล่อยนะไอ้บ้า! เกลใส่ชุดถ่ายรูปอยู่นะ!”“ไม่ปล่อย!” คิรินทำเสียงดื้อ ก่อนที่เขาจะพาเกลเดินไปที่ขอบสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว“กรี๊ดดดด!” เกลร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไรคิรินกระโดดลงน้ำต่อทันที โดยที่ยังอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ตกลงไปในน้ำพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงดัง ตูม! ตามมาเป็นครั้งที่สาม น้ำกระเซ็นไปทั่วบริเวณจนเพื่อน ๆ ที่เหลือหัวเราะลั่น ส่วนเกลเมื่อโผล่ขึ้นมาจากน้ำ เธอก็รีบพ่นน้ำออกจากปาก แล้วตีไหล่ของคิรินอย่างแรงด้วยความโมโหที่ปนความ
นี่มันน่าจับมาตีแทนคุณป้าอรุณีจริง ๆ เลย สั้นจนเห็นตูดละนั้น! ถ้าไม่ติดว่าผ้ามันพลิ้ว ๆ แล้วมีกางเกงซับในนะ...คิรินวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเกลที่กำลังหมุนตัวอยู่หน้ากระจก“ชุดนี้สวยนะ” คิรินพูดเสียงทุ้ม เขายืนประชิดด้านหลังเกลจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขา“แน่นอน” เกลตอบอย่างภูมิใจ คิรินโน้มตัวลงมาใกล้จนปากของเขาอยู่ข้างใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว“แต่เกลมันโป๊ไป”เกลหันขวับมามองเขาอย่างกวนๆ “โป๊อะไรละ ยาวเป็นคืบ”คิรินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เขาละเบื่อไอนิสัยดื้อตาใสของยัยอ้วนจริงๆเขาใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่เอวบางของเกล ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสที่ขอบกระโปรงสั้นกุดของเธอ การสัมผัสที่ดูรุกล้ำและคุกคามทำให้เกลตัวแข็งทื่อทันที“มันถอดง่ายไงล่ะ” คิรินพูดเสียงต่ำ ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเกลอย่างดุดัน “ผู้ชายมันไม่ได้คิดดีแบบที่เธอคิดหรอกนะเกล”เขาหยุดมือไว้ที่ขอบกระโปรงนั้น ก่อนจะเลื่อนมันขึ้นไปสัมผัสที่ต้นขาของเธอเบา ๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของชุดที่ง่ายต่อการเข้าถึง“ขนาดฉันที่อยู่กับเกลแบบ







