MasukAda-ada saja ulah mereka. Memanfaatkan rasa hormat dan rasa kasihanku, lalu pelan-pelan uang tabunganku pun habis. Namun, anehnya ... semakin mereka menguras uangku, hartaku semakin bertambah. Tak pernah habis. Hartaku Unlimited! Kenapa bisa begitu, ya?
Lihat lebih banyakเสียงฆ้องมงคลบรรเลงดังไปทั่วเมืองหลวงขบวนรับเจ้าสาวขององค์ชายรอง ฉู่เลี่ยงหวง ผู้ที่กำลังเป็นที่อิจฉาของบุรุษทั้งเมืองหลวงในยามนี้
บุรุษรูปร่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยนลงจากหลังม้ามารับเจ้าสาวในจวนตระกูลหาน
หานเจียวจู สาวงามล่มเมือง ถูกประคองออกมาจากเรือนเพื่อเข้าพิธีมงคล ภายในจวนตระกูลหาน มีแต่ความชื่นมื่น รอยยิ้มของผู้เป็นบิดามารดาที่มองมาทางบุตรสาวอย่างยินดี
“เปิ่นหวางจะดูแลจูจูอย่างดี ท่านราชครูมิต้องเป็นห่วง” ฉู่เลี่ยงหวงประคองสาวงามที่ทำพิธีกล่าวลาบิดามารดาเรียบร้อยแล้ว เดินออกจากจวนเพื่อไปขึ้นเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่
ในตำหนักขององค์ชายรอง หานเจียวจู ที่ถูกพาเข้ามาส่งในห้องหอเรียบร้อยแล้ว กำลังเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนักอึ้งออกจากร่างกาย
“พระชายาเพคะ คุณหนูไป๋ขอเข้าพบเพคะ” สาวใช้ร้องแจ้งอยู่หน้าห้องหอ
“รีบพานางเข้ามา” เจียวจูสวมชุดกลับให้เรียบร้อยเช่นเดิม ก่อนจะเดินไปรับสหายรักที่กำลังเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหานาง
“จูจูวันนี้เจ้างามนัก” เสียงใสเอ่ยชมนางอย่างยินดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่หนักใจขึ้นมาแทน
“อาเล่อ เจ้ามีเรื่องอันใดเช่นนั้นรึ” เจียวจูดึงมือสหายให้เข้าไปนั่งด้านใน เพื่อจะสอบถามถึงความกังวลของนาง
“ข้ามีสองเรื่องที่จะบอกเจ้า เพียงแต่ว่า...ไม่รู้ควรบอกเรื่องใดก่อนดี”
“พูดมาเถิด ข้ารอฟังเจ้าอยู่”
“จูจู องค์ชายรองรับปากบิดาของข้า เรื่องจะรับข้าเข้ามาเป็นพระชายารอง ข้าคิดว่าควรบอกให้เจ้ารู้เสียก่อน”
เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของเจียวจู นางเพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนักองค์ชายรองได้ไม่ถึงวัน เขาก็คิดจะรับสตรีอื่นเข้ามาแล้วรึ แต่ใบหน้าของเจียวจูก็ยังเรียบเฉยอยู่แม้ภายในใจ จะสั่นสะท้านและไม่ยอมรับก็ตาม
“แล้วอีกเรื่องเล่า” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไป๋เยว่เล่อที่รู้ว่าสหายของนางเป็นเช่นใด ก็ลอบยิ้มมุมปาก ก่อนจะยืดแผ่นหลังขึ้นเพื่อบอกกล่าวเรื่องที่สอง
“เจ้าต้องทำใจไว้ให้ดีเล่า ข้ากลัวว่า...”
“เจ้าพูดเถิด ยังจะมีเรื่องใดร้ายไปกว่าเรื่องที่เจ้าพูดเมื่อครู่อีกรึ” เจียวจูยกยิ้มมุมปาก จ้องมองสหายที่คิดแทงข้างหลังของนางมาตลอด
นางมิใช่สตรีใจแคบ ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะแต่งให้คนในราชวงศ์ย่อมต้องรู้ดีว่า สามีของนางไม่อาจมีนางเพียงหนึ่งเดียวได้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเป็นสหายรักของนางที่จะแต่งเข้ามาเป็นพระชายารอง
“ท่านราชครูหานถูกคุมขังอยู่ที่คุกหลวง”
“ไม่จริง!!!” นางจะเชื่อได้อย่างไร นางเพิ่งจะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาได้ไม่ถึงสองชั่วยาม บิดาของนางจะถูกจับกุมได้อย่างไร
“ให้สาวใช้ของเจ้าออกไปสืบความเจ้าก็จะรู้ได้เอง ข้าหวังดีจึงนำเรื่องนี้มาบอกเจ้า องค์ชายรองคงไม่คิดจะบอกเจ้าแน่ถึงสองเรื่องที่ข้าเพิ่งจะเอ่ยไป” นางยิ้มเยาะมองใบหน้าตื่นตระหนกของเจียวจูอย่างได้ใจ
นางเกลียดความสง่างามของเจียวจูมาตลอด ไม่ว่าเรื่องใดก็ไม่ทำให้นางสั่นคลอนได้เลย แม้แต่เรื่องที่นางจะเข้ามาเป็นพระชายารองก็ดูเหมือนสหายจะไม่มีอาการเสียใจให้ได้เห็น
นับว่าครั้งนี้นางทำเสร็จแล้ว ที่ได้เห็นสหายรักมีท่าทีตื่นตระหนกเสียอาการอย่างที่ไม่เคยมีมา
เจียวจูเรียกสาวใช้ให้ออกไปสืบความทันที ก่อนจะกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม แล้วจ้องมองไป๋เยว่เล่ออย่างพิจารณา
“เจ้าหวังดีกับข้าจึงรึ อาเล่อ มิใช่ว่าเจ้ารอวันนี้มาตลอดหรือไร”
“หึหึ มีเรื่องใดที่ปิดบังเจ้าได้บ้าง ข้าละเกลียดความเฉลียวฉลาดเกินผู้ใดของเจ้านัก ไหนจะใบหน้าที่เหมือนจิ้งจอกล่อลวงบุรุษของเจ้า หากไม่มีเจ้าสักคนตำแหน่งพระชายาก็ต้องตกเป็นของข้า อ้อ...แต่ว่า บุตรีของขุนนางต้องโทษ อย่างไรก็ต้องถูกถอดจากตำแหน่งพระชายาอยู่แล้วกระมัง” นางยิ้มเยาะออกมาอย่างได้ใจ
“เจ้าคิดรึว่าเจ้าจะได้เป็นพระชายาจริง ถึงต่อให้ข้ามิได้แต่งให้องค์ชายรอง แต่พระองค์ก็คงไม่รับเจ้าที่เป็นเพียงบุตรีขุนนางไร้อำนาจมาเป็นพระชายากระมัง” เจียวจูปรายตามองไป๋เยว่เล่ออย่างดูแคลน
“เหอะ เจ้าจะปากเก่งอีกได้นานเพียงใด ข้าจะบอกให้เจ้าตาสว่างก็แล้วกัน ข้ากับองค์ชายรองชอบพอกันก่อนที่พระองค์จะพบเจ้าเสียอีก แต่ที่เข้าหาเจ้าก็ด้วยบิดาของเจ้าเป็นคนโปรดของฝ่าบาท ในเมื่อตอนนี้มิใช่เช่นนั้นแล้ว เจ้าคิดว่า...เจ้ายังจะเป็นที่ต้องการอยู่หรือไม่เล่า”
เจียวจูมองหน้าสหายรักอย่างเรียบเฉย นางคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดจึงได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ไป๋เยว่เล่อ เป็นผู้ที่พาองค์ชายรองให้มาพบกับนาง ทั้งยังสนับสนุนให้นางและองค์ชายรองรักกันอีกด้วย
“นับว่าข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว มีสหายเช่นเจ้าเป็นโชคร้ายของข้าเสียจริง แต่ก็ต้องขอบใจเจ้ามาก หากเจ้าไม่นำความมาบอกข้า ข้าก็คงมิรู้เลยว่าที่ผ่านมาตนเองโง่งมเพียงใด” เจียวจูยิ้มออกมา แต่ดวงตาของนางมิได้ยิ้มออกมาด้วย มันมีแต่ความเกลียดชัง โกรธแค้น แม้แต่ไป๋เยว่เล่อยังอดที่จะขนลุกไม่ได้
“หึ รู้ตัวว่าโง่งมก็ดี ข้าหวังว่าเจ้าจะชูคอได้อีกไม่นาน” นางเกลียดท่าทางไม่ทุกข์ร้อนของเจียวจูจนอยากจะเข้าไปบีบคอนาง หากอยู่นานกว่านี้ จึงได้รีบออกไปจากห้องหอทันที
อีกอย่างไป๋เยว่เล่อก็กลัวว่า องค์ชายรองจะมีโทสะ หากพระองค์รู้ว่านางนำเรื่องราวทั้งหมดมาบอกกล่าวเจียวจู จึงได้รีบออกไปก่อนที่จะมีผู้มาพบเห็น
พอไป๋เยว่เล่อออกจากห้องหอไป เจียวจูก็นั่งลงที่เก้าอี้อย่างหมดแรง นางไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่แสดงออกมา ภายในออกของนางร้อนรุ่มดั่งไฟสุ่ม ด้วยอยากจะรู้ว่ายามนี้เกิดอันใดขึ้นกับบิดานางกันแน่
ไม่นานสาวใช้ที่ให้ออกไปสืบความก็วิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามาหานางภายในห้อง ก่อนจะรีบปิดประตูลงกลอนเพื่อไม่ให้คนนอกเข้ามาได้
“ว่าอย่างไร” เจียวจูร้องถามอย่างร้อนรน
“คุณหนูเป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ จะทำเช่นไรกันดี” นางสะอื้นไห้ไปด้วย
“สงบใจก่อน แล้วค่อยๆ บอกกล่าวข้า ข้าจะได้หาหนทางได้ถูก” เจียวจูต้องลูบหลังปลอบประโลมสาวใช้ที่เสียขวัญ
หลังจากที่เจียวจูนางขึ้นเกี้ยวออกจากจวนตระกูลหาน ผู้ตรวจการไป๋บิดาของไป๋เยว่เล่อก็เข้าทำการจับกุมคนทั้งตระกูลหานไว้ทันที
ความผิดครั้งนี้ของราชครูหานดูจะหนักหนาไม่เบา เมื่อองค์ชายรองร่วมมือกับผู้ตรวจการไป๋ สร้างหลักฐานเรื่องที่ราชครูหาน เป่าหูองค์รัชทายาท เข้าแทรกแซงเรื่องราวภายในราชสำนักมาเป็นเวลานาน
แม้แต่ตัวองค์รัชทายาท ฉู่เลี่ยงรุ่ย ยามนี้ก็ถูกคุมตัวไว้ให้อยู่ภายในตำหนักบูรพา เพื่อจะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น
แต่ไม่รู้ว่าตอนจับกุมเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ ผู้ตรวจการไป๋จึงได้พลั้งมือสังหารราชครูหาน ฮูหยินหานและพี่ชายของเจียวจูทิ้งเสีย ภายหลังเขาอ้างว่า ทานราชครูหานคิดจะต่อสู้ จึงได้ป้องกันตัว
เจียวจูที่ได้ฟังสิ่งที่สาวใช้แจ้งนางก็เกือบจะเป็นลมล้มไปกองกับพื้น
“คุณหนู!!!” สาวใช้รีบเข้ามาประคองตัวของเจียวจูให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมทั้งรินน้ำชาให้นางดื่ม
“เจ้าออกไปก่อน เฝ้าหน้าห้องไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้ามา” เมื่อนางกลับมาควบคุมอารมณ์ให้เรียบเฉยได้เช่นเดิม จึงร้องบอกสาวใช้
“แต่ว่า...” นางมองมาที่เจียวจูด้วยความกังวล
“ข้ามิเป็นอันใด เพียงแต่อยากอยู่เพียงผู้เดียว” นางยิ้มออกมาเล็กน้อย เพื่อให้สาวใช้วางใจ
“Enggak, Mas Dasep, Ayu gak sedang pura-pura. Sepertinya dia beneran gak waras!” kata Pak RT dengan nada dan ekspresi terkejut. “Lihat saja!”Pak RT menunjuk wajah Ayu, tatapan biang onar itu memang benar-benar kosong, tak terlihat seperti akting.Mas Dasep mendekat, diikuti semua warga mendekati Ayu yang masih tertawa cekikan tak jelas. Kurasa benar, Ayu tidak sedang berpura-pura.“Aduh, bagaimana ini? Sekarang tersangkanya malah tidak bisa ditanyai,” kata Bapak Mertua seakan bicara pada dirinya sendiri.Bapak dan Pak RT membangunkan Ayu hingga sekarang posisi Ayu berdiri, namun nampaknya Ayu lemas dia hampir terjatuh meskipun beberapa kali Bapak Mertua dan Pak RT membangunkannya.“Gimana nih nasib uang kita kalau tersangkanya gak waras kayak gini? Boro-boro minta ganti rugi, diajak ngobrol aja gak nyambung!” kata warga.“Sudahlah, kita berhenti bicara soal uang dulu. Yang terpenting sekarang bagaimana kita menenangkan Ayu!” jawab Bapak Mertua. “Lihat, dia terus berontak sambil teria
Kulihat Mas Dasep keluar dari arah dapur produksi dan berlari ke arah kerumunan. Refleks kakiku melangkah ke luar warung, mengejar Mas Dasep.“Ada apa ini, Mur? Kok pada bawa golok segala itu?” Rupanya, saking terlalu fokus di dapur produksi, Mas Dasep baru ‘ngeuh’ kalau Ayu sudah tertangkap.“Itu Ayu yang dibonceng Pak RT, Mas! Warga mau menghakiminya!” jawabku tak kalah panik. “Cepat hentikan mereka, Mas!”“Astaghfirulloh!”Mas Dasep langsung menerobos kerumunan hingga kini dia berada diantata Ayu dan Pak RT, menengahi pertikaian mereka dan warga.Satu orang maju mengacungkan tinju pada Ayu dan hendak saja memukulnya, namun ditahan oleh Mas Dasep. Tak berhenti sampai di situ, warga yang lain pun melakukan aksi serupa dan membuat Mas Dasep semakin kewalahan menghadapi mereka, bahkan kulihat Mas Dasep tak sanggup lagi menahan gejolak amarah warga.Tak lama kemudian, aku kesulitan menyaksikan lagi apa yang terjadi di kerumunan sana, karena warga yang berdesakkan dan tak mau diam mengha
"Minta tolong apa, Mbak?""Selama ini saya menghilang karena saya kabur-kaburan, saya dikejar-kejar pihak kepolisian, karena disangka telah membantu menyembunyikan Ayu. Padahal, selama ini saya sendiri tidak tahu kalau Ayu adalah buronan. Saya mengenalnya karena waktu itu tak sengaja bertemu di minimarket, dia minta tolong dicarikan rumah kontrakan dan akhirnya saya bantu. Saya juga lumayan sering mengunjunginya untuk memberinya sedikit makanan, karena kasihan dia mengaku diusir dari kampungnya dan hanya membawa pakaian yang menempel di badan. Saya juga bayarkan rumah kontrakannya yang di belakang minimarket itu," jelas Mbak Widi di telepon dengan panjang lebar."Kalau begitu, Mbak Widi gak perlu merasa takut. Jangan kabur lagi, kalau ditanyai polisi tinggal jelaskan saja seperti yang tadi Mbak jelaskan ke saya. Lagipula, polisi minta keterangan Mbak sebagai saksi, bukan sebagai tersangka," kataku. "Tetap saja, kalau di depan polisi saya pasti gugup. Saya sudah takut duluan, Mbak Mur
"Ya, Mas paham."Satu jawaban yang membuatku tenang. Mas Dasep kemudian membantuku mencetak adonan pentol. Kami menghabiskan waktu menjelang subuh bersama, mengobrol dan bertukar pikiran tentang kejadian-kejadian yang akhir-akhir ini menimpa kampung dan keluargaku."Tapi, bagaimana mereka tahu tentang permasalahan kita dengan Pak Hendar ya, Mas?" tanyaku."Palingan juga dari Mang Sidik. Waktu ngurusin Aminah kan dia lumayan sering bolak-balik rumah kita, mungkin dia tak sengaja mendengar kita membahas Pak Hendar," jawab Mas Dasep."Bisa juga sih. Tapi apa iya Mang Sidik suka nyebar gosip? Rasanya tidak, Mas. Apa jangan-jangan Mang Kosim dan Mang Surya, yang waktu malam kemarin Pak Hendar bertamu ke sini mereka tengah ngobrol dengan Bapak dan Pak RT. Bisa jadi Mang Kosim dan Mang Surya mencuri dengar percakapan kita?""Entah. Sudahlah, tak penting siapa yang menyebar, tak penting orang-orang mau menggosipkanmu. Yang penting aku percaya padmau, iya kan?"Seulas senyum tersungging di bib
"Nah, itu orangnya datang, Mur. Cepat selesaikan masalahmu."Ibu Mertua yang telah mengetahui kesalahpahaman dengan Pak Hendar, lantas mengambilalih kukusan dari tanganku dan menyuruhku cepat-cepat ke ruang tamu untuk meluruskan kesalahpahaman yang terjadi.Masih ada Pak RT dan tiga orang warga di rua
"Ah, jangan iseng, Mur," keluh Mas Dasep, dia kecewa karena menganggapku berbohong."Tapi benar, Mas. Chat nya terhapus," jelasku dengan suara pelan.Lemas sudah rasanya, kecerobohanku berujung ketidakpercayaan dari suamiku. Kedua mataku mulai menghangat, rasanya lelah hati dan pikiran ini menghadapi
"Tidak, Pak. Ambil lagi saja. Saya tak mau terima!" tolakku."Tidak bisa, Mbak. Paket ini harus diterima Mbak hari ini juga. Kalau tidak, nanti saya dianggap menggelapkan paket."Dengan terpaksa kuterima ketiga paket ini, namun hanya kugeletakkan saja di teras rumah.Mas Dasep datang dari dapur produks
"Maaf, Bu Rosita, tolong ulangi sekali lagi perkataan Ibu barusan?" tanyaku dengan hati yang meletup karena kaget."Jangan pura-pura tak mendengar, Mbak Murni. Saya mengatakan dengan jelas, tadi," jawabnya sinis. Delikan matanya menyiratkan persaingan sengit terhadapku.Kucoba mengatur napas, untuk se












Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
Ulasan-ulasanLebih banyak