LOGINปาแปง ปารเมศ อธิพัฒน์โภคิน ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ต้องอับขายขายหน้าไปทั้งวงศ์ตระกูลเมื่อแฟนสาวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยหนีไปกับชายชู้ในเช้าวันแต่งงานพร้อมลูกในท้อง เขาจำต้องใช้อำนาจของตระกูลที่ยิ่งใหญ่บีบบังคับให้ โรส โรสิตา ผู้เป็นเลขานุการหน้าห้องของเขาและเป็นน้องสาวต่างแม่ของผู้หญิงคนนั้นแต่งงานด้วยเพื่อล้างอายและกู้ศักดิ์ศรีให้ตัวเอง คืนแต่งงานที่เขาควรจะมีความสุขที่สุดในชีวิต กลับกลายเป็นคืนอัปยศ เมื่อหญิงสาวที่นอนเคียงข้างไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารัก แต่ดันเป็นผู้หญิงที่เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้า ชีวิตคู่ของสามีภรรยาจอมปลอมที่มีระยะเวลาเป็นตัวกำหนดสถานะ ดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นนักเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ได้รักกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับหาเศษหาเลยกับเธอไม่หยุด จนสุดท้ายเกิดเป็นความสัมพันธ์เกินเลยที่ยากจะห้ามใจ แต่เมื่อความผูกพันของคู่สามีภรรยาจอมปลอมกำลังจะก่อตัวขึ้น ผู้หญิงที่เคยเป็นเจ้าของเขาก็กลับมาทวงของรักคืน แล้วแบบนี้...จะเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ที่แสนเปราะบาง ของคนสองคน ที่ต่างคิดว่า...ไม่ได้รักกัน
View More“อืม แปงคะ...”
หญิงสาวร่างเย้ายวนกำลังโยกขย่มกายใหญ่อย่างเร่าร้อนจนโซฟามุมห้องขยับกระแทกผนังดังตึงตัง
เสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องของท่านประธานบริษัทอธิพัฒน์โภคิน จำกัด (มหาชน) ทำให้ โรส โรสิตา เลขานุการสาวสวยชะงักมือที่กำลังเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือที่ลืมไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานหลังจากขับรถออกไปจนเกือบถึงคอนโดมิเนียมแล้ว
“อะไรน่ะ โจรหรือเปล่า”
เลขานุการสาวสวยหันมองซ้ายขวา ดวงตาเบิกโพลง เวลานี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดแล้ว คนในบริษัทกลับบ้านกันหมด ถ้าข้างในนั้นเป็นโจรจริง ๆ เธอไม่รอดแน่ จึงตั้งใจจะหนี
แต่เสียงผนังห้องกระแทกรัว ๆ ติดต่อกันอีกหลายครั้งทำเธอได้สติ ช่วงนี้บริษัทของเธอกำลังจะสร้างคอนโดมิเนียมหรูติดริมน้ำ ข้อมูลสำคัญที่เป็นความลับอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเจ้านาย ซึ่งแน่นอนว่าป่านนี้เขาคงกลับออกไปแล้ว เพราะฉะนั้น ข้างในห้องจึงเป็นโจรอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าหากว่าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง ข้อมูลสำคัญของบริษัทต้องหลุดออกไปแน่ จึงคว้าแบตเตอรี่สำรองของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในลิ้นชักติดมือมาด้วย ถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วเดินย่องไปเปิดประตูห้องทำงานเจ้าปัญหาทันที
และทันทีที่เปิดประตูได้ โรสิตาก็ขว้างแบตเตอรี่สำรองชิ้นใหญ่ในมือออกไปโดยที่ไม่ทันได้มองสักนิดว่าเงาตะคุ่ม ๆ ตรงนั้นเป็นโจรจริงหรือเปล่า
“โอ๊ย...”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยร้องขึ้น พร้อมกับไฟในห้องที่สว่างพรึบ ดวงตากลมเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า บนโซฟามีร่างใหญ่ของท่านประธานหนุ่มนั่งอยู่ กางเกงขายาวถูกถอดร่นลงกองที่ข้อเท้า บนของตักมีหญิงสาวแสนสวยในชุดเดรสรัดรูปสีแดงที่ตอนนี้หลุดลุ่ยโชว์เนื้อหนัง เธอกำลังคร่อมทับท่อนล่างของเขาในท่วงท่าล่อแหลม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เธอคนนั้นนั่งทับคืออะไร
“ว้าย นังบ้า แกเข้ามาได้ยังไง”
แพรวพิลาศ กรีดร้องเสียงหลง ฟุบกอดคนรักแน่น ในขณะที่คนซึ่งเพิ่งเข้ามาใหม่ยังยืนอึ้ง เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เท้าเปล่าทั้งสองข้างไม่สามารถขยับไปไหนได้ราวถูกตรึงด้วยหมุดขนาดใหญ่
“ขะ ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าโจร”
เมื่อได้สติก็รีบหันหลัง กำลังจะก้าวเดินเพื่อหนีความผิดก็ถูกเสียงทุ้มเรียกเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยว จะไปไหน”
“ขะ ขอโทษค่ะคุณแปง ฉันไม่ได้ตั้งใจ จะ...จะกลับบ้านแล้วค่ะ”
“คุณยังกลับไม่ได้ ยืนอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ”
“แต่แปงคะ เรายัง...”
แพรวพิลาศไม่ยอม เธอตวัดสายตาเกลียดชังไปยังแผ่นหลังบอบบางของน้องสาวต่างแม่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยมาตลอดชีวิต ก่อนหันมาออดอ้อนคนรักอีกครั้ง
“เรามาต่อกันเถอะนะคะ ไล่ยัยนี่ออกไปซะ”
“ผมว่าแพรวกลับก่อนดีกว่านะครับ ผมมีเรื่องต้องคุยกับคนของผมก่อน”
ท้ายประโยคเจือน้ำเสียงเย็นชาชวนขนลุก ทำเอาคนหวังดีไม่ถูกที่ถูกเวลาเสียวสันหลังวาบ แม้จะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ แต่เขาก็เป็นคนเข้มงวดคนหนึ่ง แถมเธอยังมาทำลายสวรรค์ของเขากับคนรักจนล่มไม่เป็นท่าแบบนี้ ไม่ต้องคิดให้ยากเลยว่าเธอจะโดนอะไร
“แต่แปงคะ แพรวไม่ได้มีเวลาว่างมากนะคะ เดี๋ยวก็ต้องบินอีกแล้ว”
แฟนสาวยังคงงอแงไม่เลิก กว่าที่เธอจะหาเวลามาทำเรื่องสนุกกับเขา มันไม่ง่าย เพราะถึงแม้ว่าเธอจะว่างงาน ไม่ค่อยได้เข้าไปช่วยแม่ดูแลกิจการร้านทองชื่อดังที่มีสาขามากมาย แต่เธอก็เอาแต่เที่ยวเล่นกับเพื่อนไม่หยุด บางครั้งก็ไปต่างประเทศนานเป็นเดือน โดยที่ไม่มีคนบ้างานอย่างเขาตามไปเที่ยวด้วยเลยสักทริป
แต่อีกไม่นานนี้หรอก เธอจะแต่งงานกับเขาให้ได้ เขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สุด หลานชายคนโตของอธิพัฒน์โภคินที่คุมบังเหียนการบริหารบริษัทในเครือแทบจะทั้งหมด แถมยังหลงรักเธอหัวปักหัวปำจนถูกเธอจูงจมูกหลายครั้ง ล่าสุดก็เรื่องที่เขายอมมีอะไรกับเธอโดยที่ไม่ป้องกันนั่นไง
เห็นไหมว่าแบบนี้ แพรวพิลาศ ลูกสาวคนโตของข้าราชการระดับสูงและเจ้าของร้านทองชื่อดังอย่างเธอ อย่างไรก็ต้องได้เป็นมาดามอธิพัฒน์โภคินแน่นอน
“นะครับแพรว เดี๋ยวผมโทรหา ขอจัดการคนของผมก่อน อีกเดี๋ยวผมก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน วันนี้ปู่เรียกให้กลับบ้าน”
“ก็ได้ค่ะ”
คนรักสาวยอมลุกขึ้นจากการครอบครองท่อนร้อนที่ยังไม่ยอมหดตัวแม้จะมีคนเข้ามาขัดจังหวะ น้ำใส ๆ ของเธอเคลือบคลอท่อนเนื้อจนมันวาววับ อีกเพียงนิดเธอกับเขาก็จะเสร็จสมอารมณ์หมาย นานนับสัปดาห์แล้วที่เธอไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน อดอยากปากแห้งกลับมาหาคนรักก็ยังไม่สมหวัง
เมื่อเธอลุก เขาจึงเอื้อมหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดทำความสะอาด ในขณะที่เธอรีบแต่งตัวจนเรียบร้อยแล้วจูบแก้มเขาเพื่อลา ก่อนจะเดินกระแทกไหล่คนตัวบางที่ยังคงยืนหันหลังจนเซถลาไปหลายก้าว
ปาแปง ปารเมศ อธิพัฒน์โภคิน ท่านประธานหนุ่มรูปหล่อยืนขึ้น ดวงตาคมกริบวาววับจ้องแผ่นหลังบอบบางของเลขานุการสาวสวยที่เขาไม่ชอบหน้า มือยังคงเช็ดทำความสะอาดความเป็นชาย ก่อนจะเก็บมันลงไปในกางเกงผ้าเนื้อดีราคาแพง
“หันมาได้แล้ว โรสิตา”
“เอ่อ ค่ะ”
สาวสวยในชุดกระโปรงสั้นรัดรูปผ้าทวีตสีชมพู ด้านในมีเสื้อสายเดี่ยวสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อสูทผ้าทวีตสีเดียวกันกับกระโปรง แต่งกระดุมโลหะฉลุสีทองดูน่ารัก ใบหน้าเรียวรูปไข่ล้อมกรอบด้วยผมยาวสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนตรงปลาย คิ้วถูกกันแต่งเป็นทรงสวยรับกับใบหน้า จมูกโด่งปลายเชิดรั้นบ่งบอกนิสัย
เธอค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาหาเจ้านายหนุ่มช้า ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดสั่นระริก ดวงตากลมโตที่ตกแต่งเครื่องสำอางอย่างสวยงามยังคงเบิกโพลง
“คุณเข้ามาทำไม”
“ขะ ขอโทษค่ะ พอดีฉันลืมโทรศัพท์มือถือ เลยกลับเข้ามาเอา แล้วบังเอิญได้ยินเสียงดังในห้อง ปกติเวลานี้คุณกลับไปแล้ว เลยคิดว่าเป็นโจรค่ะ”
“อ้อ คิดว่าเป็นโจร เลยสุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาเอาของขว้างหัวโจรเนี่ยนะ ดีจริง ๆ”
ดวงตากลมตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจแวบหนึ่ง เธอผิดจริงที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามา แต่ใครจะไปคิดว่าเขากับคนรักจะทำอะไรบ้า ๆ กันในบริษัท แถมยังไม่ยอมล็อกประตูอีกต่างหาก
แม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม แต่แววตาวาววับคู่นั้นก็ทำให้ท่านประธานหนุ่มรู้ว่าเด็กดื้อผู้เป็นเพื่อนสนิทน้องสาวไม่พอใจ
“ทำไม...มองผมแบบนั้น มีอะไรก็พูดมา”
“ฉันแค่กลัวว่าข้อมูลสำคัญในคอมพิวเตอร์ของคุณจะหาย เลยไม่ทันมองให้ดีว่าเงาตะคุ่ม ๆ ตรงโซฟามันคืออะไร ขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัวนะคะ”
รอยแดงตรงหน้าผากแทนคำตอบได้ดีว่าสิ่งที่เธอขว้างออกไปมันไปโดนตรงไหนของเขา ถึงทำให้เขาร้องลั่น ดีที่หัวไม่แตก ไม่อย่างนั้นมีหวังเธอคงโดนไล่ออก ที่บังอาจไปขัดขวางสวรรค์ของเขากับคนรัก แถมยังทำเขาเลือดตกยางออกอีกต่างหาก
“วันหลังก็หัดเคาะประตูบ้าง”
เมื่อรู้เหตุผลของเธอก็ทำเขาอ่อนลง รู้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ประมาท ไม่ยอมล็อกประตูให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
“ขอโทษค่ะ คงไม่มีวันหลังแล้วค่ะ เพราะต่อให้ลืมคีย์การ์ดเข้าห้อง ฉันก็จะไม่มีวันกลับมาเอา”
“แล้วจะไปนอนที่ไหน”
คิ้วเข้มขมวดมุ่น เมื่อคิดได้ว่าเธอคงไปนอนกับคนที่เธอใส่ชุดนอนไม่ได้นอนบางเฉียบนั่นให้ดู อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ
“ก็ไปนอนห้อง...”
“อ้อ แฟนสินะ”
“แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะได้กลับก่อน”
“ไม่มีอะไรได้ไง คุณเข้ามาขัดจังหวะทำผมอารมณ์เสีย แถมคุณยังทำผมหัวโนอีก คุณต้องรับผิดชอบ”
พูดจบก็สาวเท้าเข้าหา คนตัวบางถอยร่นจนแผ่นหลังชิดผนังไร้หนทางหนีเมื่อเขาใช้แขนทั้งสองข้างกักเธอเอาไว้
“คุณแปง คุณจะทำอะไรคะ”
“ก็มาให้คุณรับผิดชอบนี่ไงโรสิตา ดูสิ ทำอะไรเอาไว้”
มือใหญ่จับมือเล็กขึ้นมาแตะที่หน้าผาก รอยแดงนั้นนูนขึ้นมาจริง ๆ อย่างที่เขาบอก แม้จะไม่มีแผลแตก แต่เขาคงเจ็บไม่น้อยเลย
“เอ่อ ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรับผิดชอบผมด้วย”
“จะให้ฉันทำยังไงคะ”
ดวงตาคมกริบวาบลึกที่แปลความหมายไม่ออกทำหัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำ เขาอยู่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ประจำ
ไม่ต่างจากคนตัวโตนักที่ตอนนี้ลอบสูดกลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้แทบทุกวัน มันเป็นเหมือนกลิ่นประจำตัวของเธอไปแล้ว และเขาก็ชอบกลิ่นนี้มากจึงยื่นหน้าเข้าไปหาทีละนิดหวังข่มขู่
แต่ยิ่งยื่นหน้าเข้าใกล้ กลิ่นนั้นยิ่งดึงดูดให้เขาค้นหา ก่อนที่เขาฝังจมูกลงไปบนซอกคอหอมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เลขานุการสาวตัวสั่นสะท้าน ยกมือขึ้นยันอกแกร่ง เบิกตาโพลง ตกใจจนแทบสิ้นสติ
“คุณแปง...”
“ไปเอาของมาทำแผลให้ผมสิ รับผิดชอบกันหน่อย”
“ดะ ได้ค่ะ”
เธอตอบรับเสียงสั่น มือที่ยันอกแกร่งก็ไม่ต่าง เขาจึงแค่นยิ้มขำคนอวดดีที่ชอบทำท่าทางราวกับสาวมั่นใจ แต่แค่อยู่ใกล้ชายหนุ่มรูปหล่ออย่างเขากลับประหม่าได้ขนาดนี้
“ส่วนเรื่องที่คุณเข้ามาขัดจังหวะทั้งที่ผมยังไม่เสร็จ จะรับผิดชอบยังไงโรสิตา”
“คุณก็ไปเรียกแฟนคุณกลับมาสิคะ แล้วจะไปทำอะไรกันที่ไหนต่อก็เชิญ ฉันไม่ตามไปขวางคุณอีกแน่”
พูดจบก็ออกแรงผลักอกแกร่งจนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้เธอขยับตัวหนีไปที่ประตู
“รออยู่นี่นะคะ ฉันจะไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลให้”
ปารเมศแค่นยิ้มขำ มองประตูที่ปิดลงแล้วได้สติ จึงสะบัดหน้า เดินกลับไปนั่งรอเธออยู่ที่โซฟาตัวเดิม ไม่นานเธอก็กลับเข้ามาพร้อมกล่องอุปกรณ์ทำแผลกล่องใหญ่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนจะถูกเปิดเข้ามาโดยปราลีที่ทันได้เห็นพี่ชายคลานไปอ้วกด้วยใบหน้าซีดเซียวและท่าทางทรมานราวกับจะขาดใจตายทำเธอหลุดหัวเราะด้วยความสะใจ“พี่จะตายอยู่แล้ว แกยังมาขำพี่ได้อีกนะยัยปาย”โวยน้องเสร็จก็คลานไปอาเจียนเอาน้ำเปล่าออกจากกระเพาะอีกครั้ง ก่อนตวัดสายตามองน้องสาวด้วยความไม่พอใจ“รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าการแพ้ท้องแทนเมียมันทรมานมากแค่ไหน จำได้ไหมคะที่พี่เคยสมน้ำหน้าดินของปายแล้วโดนปายแช่งให้พี่กินอะไรไม่ได้เลย ต้องคลานอ้วก กินได้แค่น้ำเปล่าประทังชีวิต”ความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาเข้าเป็นฉาก ๆ ปารเมศที่ต้องเหนือผู้หญิงทุกคนเคยหัวเราะเยาะน้องเขยที่ยอมเดินตามเมียต้อย ๆ เป็นเบี้ยล่างทุกอย่างถึงขั้นต้องแพ้ท้องแทนมันเป็นภาพที่น่าขำและน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน แต่พอถึงวันนี้ คำสาปแช่งของน้องสาวดันเป็นจริงเสียได้ตั้งแต่มื้อเที่ยง เขาเอาแต่คลื่นไส้ อาเจียน เหม็นทุกอย่าง อะไรที่เคยชอบก็รู้สึกพะอืดพะอมทันทีที่ได้ยินชื่อ แถมเอาอะไรเข้าปากก็อาเจียนออกหมด คลานอ้วกจนต้องเอาน้ำเปล่าลูบท้องประทังชีวิตตามคำสาปแช่งจริง ๆ“แกแช่งพี่”“ค่ะ ก็พี่มาเยาะเย้ยดินของปายก่อน ถือว่าเป็นกรรม
ปารเมศยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งไปโก่งคออาเจียนที่ชักโครกจนหน้าแดง โรสิตารีบวิ่งตามไปลูบหลังให้จนทุกอย่างสงบ เธอจึงพยุงเขาขึ้นมายืนหน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า“คุณแปง เป็นอะไรไปคะ ทำไมอ้วกล่ะ”“ผมเหม็น ต้มยำมันเหม็นมาก ผมว่ากุ้งมันน่าจะเน่า พูดถึงยังอยากจะอ้วกเลย”พูดจบก็หันไปโก่งคออาเจียนอีกครั้งทั้งที่เหลือเพียงน้ำย่อยเหนียว ๆ ที่ออกมาจากกระเพาะอาหารเท่านั้น“แปรงฟันหน่อยดีไหมคะ”เมื่อเขาอาเจียนเสร็จ เธอก็บีบยาสีฟันใส่แปรงให้ เขาไม่อิดออด รับมาทันที แต่เมื่อแปรงลิ้นได้แค่เพียงสองครั้งก็ต้องโยนทิ้งแล้วรีบบ้วนปาก ก่อนจะอาเจียนเอาน้ำย่อยออกมาอีกครั้ง“คุณแปง ตายจริง”โรสิตาหน้าเสีย ลูบหลังให้สามีด้วยความเป็นห่วง“ไปหาหมอกันนะคะคุณแปง”“ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ โรสเอาต้มยำออกไปทีนะ ผมเหม็น”“ได้ค่ะ งั้นคุณแปงไปนั่งรอโรสนะคะ เดี๋ยวโรสจัดการให้”เมื่อไม่มีต้มยำกุ้งเน่าตามที่เขาเรียกแล้วจึงกลับมานั่งกินข้าวกันอีกครั้ง แต่เมื่อเขาตักผัดคะน้าน้ำมันหอยเข้าปาก อาการเดิมก็กำเริบอีกครั้ง“คุณแปง คุณต้องไปโรงพยาบาลกับโรสแล้วนะคะ โรสขอร้อง”ใบหน้าซีดเซียวด้วยความกังวลของภรรยาทำเขาใจอ่อน ยอมพยักหน้ารับก่อน
แต่จนแล้วจนรอด ผ่านเที่ยงวันมาแล้ว ปารเมศและโรสิตาก็ยังไม่มีใครยอมลงมากินข้าว ทำรินรดานั่งไม่ติด“ยาหยี เป็นอะไรครับ พี่เห็นผุดลุกผุดนั่งตั้งนานแล้ว”ปรินทร์เอ่ยถามเมียรัก ท่าทางลุกลี้ลุกลนดูไม่สมกับเป็นเธอ“เอ่อ ลูกยังไม่ลงมากินข้าวกันเลยค่ะ ห้องก็ปิดเงียบกริบ น่าจะยังไม่มีใครตื่น หรือยาหยีจะไปปลุกดีคะพี่ปรินซ์”“อย่าเลยครับ ให้ลูกนอนกันไปเถอะ เมื่อคืนคงเมากันมากจริง ๆ เดี๋ยวตื่นเมื่อไหร่สองคนนั้นก็ลงมากินข้าวกันเอง ตาแปงมันไม่ปล่อยให้เมียมันอดข้าวหรอกน่า”“ก็เป็นห่วงนี่คะ”“เอาน่า โต ๆ กันแล้ว อย่าเป็นห่วงลูกให้มากไปเลย”“เดี๋ยวอีกสักพักยาหยีค่อยไปปลุกลูกดีกว่า”ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นห่วง สองร่างภายใต้ผ้าห่มก็กำลังขยับโยกอย่างเมามันท่านประธานหนุ่มที่พาเลขานุการสาวโดดงานอีกแล้วพลิกกายขึ้นคร่อมแล้วจับเธอกินอย่างมูมมามทันทีตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นไม่รู้เพราะฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ยังไม่หมดหรือเพราะว่าเขาหื่นด้วยตัวเองกันแน่ แต่คนตัวบางใต้ร่างที่เหนื่อยจนแทบสลบกลับยอมตามใจเขาไม่มีอิดออดอึดใจ ผ้าห่มก็ถูกสะบัดออกพร้อมร่างใหญ่ที่จับเธอพลิกกายคลานเข่า เขากดแทรกความเป็นชายเข้าไปอย่างรวดเร็วแล้วเร่ง
“เร็วสิคุณ เป็นผู้ชายอะไรแต่งตัวนาน เราจะไปทำงานสายแล้วนะ”ไลลาเร่งคู่หมั้นหนุ่มที่กำลังผูกเนกไท หลังจากที่เธอปลุกเขาแต่เช้าเพื่อไปทำงานในบริษัทของพ่อเธอในตำแหน่งผู้บริหาร แต่เขากลับอ้อยอิ่งจับเธอรังแกตั้งแต่บนเตียงยันห้องน้ำ สุดท้ายก็สายจนได้“ผมไม่ได้แต่งตัวนาน แต่คุณต่างหากที่แต่งตัวเร็ว ผู้หญิงอะไร นี่ทาครีมหรือเปล่าเนี่ย”“ฉันทาหมดทุกอย่างนั่นแหละ แต่งหน้าแล้วด้วย”คนที่สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าคว้าต่างหูขึ้นมาใส่ พร้อมกับเดินไปหยิบรองเท้าและกระเป๋าเข้าชุดสมเป็นคุณหนูไลลาที่ต้องดูดีทุกกระเบียดนิ้วภูตะวันมองคู่หมั้นสาวแล้วอมยิ้ม เธอสวยจริง ๆ นับวันยิ่งสวย แต่น่าแปลกที่เธอเป็นคนทำอะไรรวดเร็วไปหมดจนคนเฉื่อยอย่างเขาดูช้าไปเลย“เสร็จแล้ว อะไรเนี่ยคุณ ใส่เนกไทไม่เป็นหรือไง ยืนคลำอยู่ได้”ไลลาหันมาทำหน้าเซ็งใส่คู่หมั้น ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินมาแกะเนกไทลายสวยแล้วผูกให้เขาใหม่อย่างคล่องแคล่วตั้งแต่ต้น ภูตะวันมองใบหน้าสวยงามที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เข้ากันได้ดีกับกลิ่นกายเธอกลายเป็นฟีโรโมนชั้นเลิศทำเขาอดใจไม่ไหวต้องฝังจมูกลงไปที่ซอกคอขาว“คุณภู”“น้ำหอมกลิ่นนี้เข้ากับคุณนะ”“ใช้มาน





