แชร์

ตอนที่ 5 ไฟในตัวลุกโชน 2

ผู้เขียน: สล็อคโก้
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-02 08:17:03

พอมาถึงบ้าน เด็กสาววิ่งขึ้นลงห้องตัวเองอยู่หลายรอบ ไฟในตัวลุกโชน แม่ที่กำลังล้างผักอยู่ในครัว ได้แต่มองลูกสาววิ่งวุ่น อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

เด็กสาวหยุดนิ่ง มองหาตามซอกชั้นต่าง ๆ ในบ้าน ก่อนจะตะโกนลั่นบ้าน

“แม่ ! แม่เห็นหนังสือคณิตฯหนูไหม ?”

“อยู่ในชั้นตู้ทีวี” แม่ตะโกนกลับ

เธอรวบรวมหนังสือวางทับกันชั้นหนา นั่งลงโซฟานุ่มรับตัวในห้องรับแขก

“หนูขอนมด้วยนะคะแม่” เด็กสาวรวบผมมัด พร้อมปากที่คาบยางรัดผม

“ได้จ้าลูก รอสักครู่นะ” แม่ได้แต่ยืนยิ้มอยู่ต่อหน้าตู้เย็นเครื่องใหญ่ ก่อนจะเปิดเทนมเต็มแก้ว

“นี่จ้า” แม่วางแก้วนมไว้ข้าง ๆ กองหนังสือหนา ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าชื่นใจ แล้วเดินกลับที่ครัว

ขณะที่แม่ยืนล้างผัก ก็ได้แต่ยิ้ม ยิ้ม แล้วยิ้มอยู่อย่างนั้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปริ่มใจ ที่เห็นลูกสาวจอมแก่นตั้งใจขนาดนี้

หลังจากงานในมือเสร็จทีละอย่าง แม่ผละเวลาหยิบผลไม้ในตู้เย็น พลางเหลือบมองดูลูกสาวที่ตั้งใจอ่านหนังสือ จึงนำผลไม้หลายชนิดมาล้าง ค่อย ๆ บรรจงปอกเปลือก เพราะรู้ว่าลูกสาวไม่กินเปลือกผลไม้ทุกชนิด

แอปเปิลลูกโต ถูกมีดสับแบ่งชิ้นอย่างสวยงาม แตงโมแดงฉ่ำที่แม่แกะเมล็ดออกจนหมด วางข้างกัน ส้มปอกเปลือกพร้อมเส้นใยออกเกลี้ยง วางเรียงซ้อน สีส้มตัดแดงของแตงโมอย่างสวยงาม พลางยื่นแขนหยิบส้อมเล็กจิ้มลงที่ชิ้นแตงโม

แม่ถือจานผลไม้ หวังจะไปให้ลูกสาวที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือสอบ แต่สิ่งที่เห็นทำเอาแม่แทบจะยึดรอยยิ้มก่อนหน้าคืนทั้งหมด

... เด็กสาวหน้าฟู้บทับแขนลงกับหนังสือหน้าสี่ ที่เปิดค้างไว้

แม่อมยิ้มส่ายหน้า เอ็นดูในความพยายามอ่านหนังสือในสี่หน้าของลูกสาว ก่อนจะค่อย ๆ วางจานผลไม้ลงด้วยความเบามือ

“แม่วางไว้ตรงนี้นะ”

.

.

.

ณ บ้านก้องกิจตระกูล

เด็กหนุ่มเดินเข้ามาสวมกอดแม่จากข้างหลัง อย่างเงียบ ๆ ใบหน้าแนบชิดเนื้อนุ่มของแม่ที่กำลังหั่นผัก

“ผมมีเรื่องที่ต้องรู้” เด็กหนุ่มพูดเสียงอื้อผ่านแผ่นหลังของแม่

“เรื่องนั้นมันต้องสำคัญมากแน่เลย” แม่วางมีดในมือลง หันกลับมาพูดคุยกับลูกชาย ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เด็กหนุ่มทำสีหน้าเศร้าปนความอยากรู้

“ผมอยากรู้มากจริง ๆ”

“ว่ามาสิลูก ถ้าแม่ตอบได้แม่จะตอบนะ” แม่นั่งยองลงตรงหน้า

“ป๊อบเขาป่วยเป็นอะไรเหรอครับ ร้ายแรงมากไหม แล้วจะหายไหม ?” เด็กหนุ่มเรียงคำถามยาว ด้วยน้ำเสียงตึงเครียด

แม่อ้ำอึ้ง เกรงว่าตอบไป ก็กลัวจะเป็นการกล่าวล่วงต่อผู้เป็นบุรุษที่สาม จะไม่ตอบ ก็กลัวจะเป็นคำถามคาใจของลูกชาย

แม่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เอิ่ม ... หนูป๊อบน่ะ ...”

“แม่ไม่ได้คิดว่าจะต้องเล่าให้ลูกฟังหรอกนะ แต่แม่ว่าตอนนี้ลูกก็โตพอที่จะรู้แล้วล่ะ” สองมือของแม่จับลงที่ไหล่ทั้งสองข้างของลูกชาย

“หนูป๊อบน่ะ ... เขาเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง ถ้าเกิดความเศร้ามาก ๆ หรือดีใจมาก ๆ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วมาก ๆ หนูป๊อบก็จะมีอาการทันที”

“รักษาหายไหมครับ” เด็กหนุ่มถามอีกครั้ง ด้วยสีหน้าวิตก

“แม้รู้มาว่าโรคนี้รักษาไม่หาย หรืออาจจะหาย แม่ก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ทำได้เพียงประคองอาการน่ะนะ” แม่ไขข้อข้องใจของลูกชาย สีหน้าของเด็กหนุ่มดูจะเข้าใจ เพราะด้วยเขาเป็นคนที่หัวไวเข้าใจง่ายมาแต่ไหนแต่ไร เรื่องบางอย่างเขาก็พอจะเข้าใจได้ง่ายกว่าที่คิด

“ผมเข้าใจแล้วครับ” เด็กหนุ่มพูดขึ้น ก่อนจะกลับขึ้นห้องที่ชั้นสอง ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงเตียงนุ่ม หยิบนิยายข้างหมอนที่อ่านไปแล้วค่อนเล่ม กางออกปิดลงบนหน้า

“ให้แม่เอาข้าวขึ้นไปให้ไหม” เสียงแม่ตะโกนจากชั้นล่าง

เด็กหนุ่มตะโกนกลับ

“ไม่ครับ เดี๋ยวผมลงไปกิน”

“โรคหัวใจ ...” เด็กหนุ่มพึมพำออกเสียงอยู่คนเดียว

“กานต์ลูก ... ลงมากินข้าวตอนที่กำลังร้อน ๆ นะ” แม่ตะโกนกลับขึ้นมาอีกครั้ง

“ครับแม่” เด็กหนุ่มตะโกนกลับไปสวนความห่วงใยของแม่ ด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างจะอึดอัดใจจากสิ่งที่กำลังคิดอยู่ในหัว

เด็กหนุ่มพยายามสลัดความคิดในหัวทิ้ง รวมถึงเรื่องที่สมัครห้องเรียนพิเศษ แทนที่จะหยิบหนังสือเตรียมสอบมาอ่าน แต่กลับหยิบนิยายเล่มใหม่ ที่เพิ่งเก็บเงินค่าขนมซื้อมาหมาด ๆ ขึ้นอ่านแทน

ในเวลาว่าง เด็กหนุ่มมักจะชอบอ่านนิยายเอามาก ๆ อาจด้วยความที่เขาเป็นลูกคนเดียว พ่อทำงานต่างบ้าน แม่ทำงานอยู่แต่บ้าน เพื่อนเล่นที่สนิทก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงเหมือนเพื่อนคนอื่นเขา สิ่งที่คลายเหงาให้กับเด็กหนุ่ม ก็มีเพียงการอ่านนิยาย คบหากับเพื่อนในจินตนาการ ด้วยเหตุนี้อาจเป็นผลสะท้อนให้เขาเป็นคนที่อ่อนโยนเอามาก ๆ ทั้งภายในและภายนอก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status