Partager

กลรักกับดักซาตาน
กลรักกับดักซาตาน
Auteur: เสวี่ยเยว่

บทนำ

last update Date de publication: 2025-10-25 03:30:24

“ผมมีข้อเสนอจะให้คุณ”

น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ หากแต่กังวานอยู่ในความเงียบของห้องราวกับมนตร์สะกด หลินซีเผลอกลั้นหายใจ หัวใจกระตุกวูบไปกับสุ้มเสียงที่นุ่มนวลดุจเครื่องดนตรีชั้นเลิศ

“ค่ะ”

เธอตอบรับเสียงแผ่ว พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น ลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างยากลำบากขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ดวงตาที่เปล่งประกายคมปลาบราวกับรัตติกาลที่ประดับด้วยดาวนับล้านดวง

ทว่าแววตาที่จ้องกลับมากลับเจือไปด้วยความหยอกเย้า หรือบางทีอาจเป็นความเย้ยหยัน เธอรอ...รอให้เขาเอ่ยประโยคถัดไป แต่เขากลับนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันอย่างเลือดเย็น บีบคั้นเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

ความอึดอัดเริ่มเกาะกุมจนเธอทนไม่ไหว

“แล้ว...ข้อเสนอของคุณคืออะไรเหรอคะ”

ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาค่อย ๆ เผยอออกเป็นรอยยิ้มอย่างเชื่องช้า เป็นรอยยิ้มที่เผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาด แต่กลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศดีขึ้นเลย เขายังคงไม่พูดอะไร ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความสับสนของตัวเองต่อไป

“หรือว่าคุณไม่มีอะไรจะพูดคะ” ครั้งนี้หลินซีกระแทกเสียงถาม ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นมาในแววตา

ในที่สุดเขาก็ยอมเปิดปาก

“ผมมีเรื่องจะพูดเยอะแยะเลยล่ะครับ” ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นลูบไล้ไปตามเส้นผมสีดำขลับของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูสง่างามจนน่าโมโห “แต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณพร้อมที่จะฟังมันแล้วรึยัง”

“ก็เห็นอยู่ว่าฉันพร้อมแล้ว”

เธอสวนกลับทันควัน พลางเสมองไปทางอื่นอย่างรวดเร็วเกินไปจนดูมีพิรุธ แผงอกกำยำที่โผล่พ้นสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวซึ่งไม่ได้ติดกระดุมสองเม็ดบนนั้น ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจ จินตนาการบ้า ๆ แล่นพล่านเข้ามาในหัว อยากให้เขาปลดกระดุมเม็ดที่เหลือ...อยากเห็นกล้ามเนื้ออกที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้า...อยากกระชากเนคไทที่คลายออกอย่างหลวม ๆ นั่นทิ้งไป แต่เธอก็ทำได้เพียงกำมือแน่น พยายามสะกดความปรารถนาของตัวเองไว้ เธอจะไม่มีวันให้เขารู้เด็ดขาดว่าเธออ่อนแอต่อเสน่ห์ของเขามากแค่ไหน

“ดีครับ” เขาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ตัดระยะห่างระหว่างพวกเขาทันที

หลินซีกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออีกครั้ง หัวใจในอกเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก ผิวเนื้อร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

“แล้ว...ข้อเสนอของคุณคืออะไรคะ”

น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาราวกระซิบ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณกำลังกรีดร้องให้ออกห่างจากชายคนนี้ เธอพอจะเดาได้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร แต่ใจหนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะหาคำตอบรับมือกับเกมบ้า ๆ ของเขาได้อย่างไร เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับใคร ยิ่งกับคนที่แทบไม่รู้จักอย่างเขาด้วยแล้ว

“ผมไม่แน่ใจว่าคุณพร้อมแล้วจริง ๆ” เขาหัวเราะในลำคอขณะก้าวตามเข้ามาอย่างคุกคาม

“ฉันบอกว่าพร้อมแล้วไงคะ” ครั้งนี้เธอหยัดยืน ไม่ยอมถอยอีก เธอจะไม่ยอมให้เขาได้ใจไปมากกว่านี้

“ผมต้องแน่ใจก่อนว่าคุณจะรับมือผมไหว”

เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองช้า ๆ เป็นภาพที่อันตรายและเซ็กซี่อย่างเหลือร้าย ในชั่วขณะนั้น หลินซีรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะที่กำลังจะถูกหมาป่าเจ้าเล่ห์ขย้ำ

“รับมือเรื่องอะไรคะ”

เธอกลืนน้ำลายอีกครั้ง สายตาเจ้ากรรมกลับทรยศความคิดโดยเลื่อนไปจับจ้องยังต้นแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม สมองเจ้ากรรมกลับวาดภาพว่ามันจะรู้สึกอย่างไร หากแขนคู่นั้นจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงเธออยู่บนเตียง เธอหน้าแดงก่ำกับความคิดของตัวเอง

ให้ตายสิ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่...

“ทุกเรื่อง” เขาเอ่ยเรียบ ๆ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับลากไล้สำรวจเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วงราวกับจะเปลื้องผ้าเธอด้วยสายตา

“ทุกเรื่องเหรอคะ” เธอเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง

“ผมอยากจะให้คุณยอมจำนนต่อผม...หลินซี” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงราวกับเสียงคำราม เปลวไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนขึ้นอย่างเปิดเผยในดวงตาของเขา

“ว่าไงนะคะ!” ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เขาไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด เธอคาดว่าเขาจะอ้อมค้อมกว่านี้ แต่ดูเหมือนชายคนนี้จะชอบตัดเข้าประเด็นเลย

“ผู้ชายอย่างผม...อยากได้อะไรก็ต้องได้...เมื่อไหร่ที่ต้องการ” กู้เทียนอี้ปลดเนคไทของตัวเองออกแล้วโยนมันลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี ราวกับกำลังปลดเปลื้องพันธะชิ้นสุดท้าย “นั่นคือสิ่งที่คุณต้องจำไว้”

“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอมองตามเนคไทที่กองอยู่บนพื้น แล้วเงยหน้ามองเขา

เขาจะทำอะไรต่อไป?

“แน่ใจเหรอครับ”

ร่างสูงขยับเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ปลายนิ้วแกร่งเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่เด็ดขาด ค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองออกทีละเม็ด...ทีละเม็ด...ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนถูกยืดออกจนยาวนาน หลินซีรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดขณะจ้องมองแผ่นอกสีมะกอกที่ค่อย ๆ เผยออกมา นี่มันเหมือนความฝัน ช่างเป็นฝันร้ายที่แสนยั่วยวน

“ค่ะ” เธอพยักหน้า พยายามกลืนน้ำลายอีกครั้ง แต่ในคอกลับไม่มีน้ำลายเหลืออยู่แล้ว เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกแล้วโยนมันไปกองอยู่ข้าง ๆ เนคไท “คุณ...คุณกำลังทำอะไรคะ” เธอถามเสียงสั่นเมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนไปที่หัวเข็มขัด เธอมองตามมือของเขาที่ปลดมันออกอย่างชำนาญ

ไม่นะ...เขาคงไม่ได้จะถอดเสื้อผ้าทั้งหมดจริง ๆ ใช่ไหม

“ดูเหมือนอะไรล่ะครับ” เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองแล้วก็ยิ้มมุมปากใส่เธอ

“ทำไมคุณถึงถอดเสื้อผ้า”

“แล้วคุณคิดว่าทำไม” เขาไม่ตอบ แต่กลับก้มลงถอดกางเกงสีกรมท่าของตัวเองออก บัดนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ เกือบจะเปลือยเปล่า เหลือเพียงบ็อกเซอร์สีขาวที่ปกปิดความเป็นชายของเขาไว้เท่านั้น

“คุณกู้เทียนอี้...”

ในหัวของเธอหมุนติ้ว ลำคอแห้งผาก ให้ตายเถอะ เขาเซ็กซี่เกินไปแล้ว

“ครับ?”

รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น ก่อนจะก้าวออกจากบ็อกเซอร์ชิ้นสุดท้าย ตอนนี้เขาเปลือยเปล่าโดยสิ้นเชิง สายตาของเธอถูกตรึงอยู่ที่แก่นกายของเขา เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาเพิ่งจะเปลื้องผ้าต่อหน้าเธออย่างสบาย ๆ นี่มันชักจะเลยเถิดเกินไปใหญ่แล้ว...เธอต้องหยุดเรื่องนี้เดี๋ยวนี้!

“คุณกู้เทียนอี้!” เธอถอยกรูด ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจับไข้ เธอถลำลึกเข้ามาเกินไปแล้ว...จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ เธอครางออกมาอย่างจนมุม เขาต้อนเธอเหมือนกับที่วางแผนไว้ไม่มีผิด

“ครับ...หลินซี” ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาอย่างรู้ทัน

“คุณจะทำอะไร” เธอทวนคำถามเดิม น้ำเสียงสั่นเทาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

“ก็แค่...แสดงให้คุณเห็นว่าการปล่อยวางมันง่ายแค่ไหน”

สิ้นคำพูดนั้น เขาก็กระแทกประตูปิดเสียงดัง ปัง!

เสียงลูกบิดที่ถูกล็อกดัง ‘คลิก’ สะท้อนก้องอยู่ในใจของเธอ

“ตอนนี้คุณพร้อมจะฟังข้อเสนอของผมรึยัง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลรักกับดักซาตาน   บทส่งท้าย

    กู้เทียนอี้นั่งเอนหลังลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนกรงขัง เขาไม่สามารถทนนั่งนิ่ง ๆ ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ความกลัวมันอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าถ้าหลินซีไม่ให้อภัย ถ้าความรักที่เธอเคยมีให้มันจางหายไปหมดแล้ว ชีวิตของเขา ตัวตนของเขา ก็จะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงไขกุญแจที่ประตูหน้าดังขึ้นในอีกสิบห้านาทีต่อมา ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวนไปวนมาชะงักกึก เขาหันขวับไปยังต้นเสียงราวกับสัตว์ป่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก วินาทีที่ประตูเปิดออก และเขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าเขาขยับช้ากว่านี้ “คุณ...” หญิงสาวดูตกใจ เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 60 กลัวว่าจะสายเกินไป

    สองเดือนต่อมา กู้เทียนอี้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์ของเจิ้งลี่ซา หญิงสาวเจ้าของห้องจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเขาก็พยายามจะส่งยิ้มที่ดีที่สุดกลับไปแม้จะรู้ดีว่ามันคงจะดูน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาไม่โทษเธอเลยที่เกลียดเขา ไม่โทษเลยที่ไม่อยากจะให้เขามาเหยียบที่นี่ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจ เขาต้องดึงทุกเส้นสายที่มี อ้อนวอนให้กู้หยุนเฟิงไปคุยกับฉู่เฮ่าหรานเพื่อให้ฉู่เฮ่าหรานไปคุยกับเจิ้งลี่ซาอีกทอดหนึ่ง เพียงเพื่อโน้มน้าวให้เธอยอมให้เขาได้มีโอกาสแค่สักครั้งที่จะได้คุยกับหลินซี หัวใจของเขาเต้นระรัวขณะที่นั่งรออยู่ตรงนั้น เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าหญิงสาว...ดวงตาที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ นึกถึงตอนที่เธอร้องไห้ในครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แล้วเขาก็นึกถึงวิธีที่เขาเดินจากมา นึกถึงคำพ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 59 บทพิพากษา

    เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในเวลาทุ่มตรงเป๊ะราวกับเขาจงใจตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลา หลินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังประตู แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับสวมโซ่ตรวน ในใจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินไปหาเพชฌฆาต มันทั้งประหม่า ตื่นเต้น และหวาดกลัวจนแทบจะคลั่ง และเธอก็รู้ดีว่าความรู้สึกผสมปนเปที่น่าสมเพชนี่มันคือสัญญาณอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น สูง สง่างาม และหล่อเหลาราวกับภาพฝัน แม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยก็ตาม ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นกำแพงทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็พังทลายลงมาในพริบตา ความรักที่ทั้งโง่เขลาและรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอรู้ได้ในทันทีว่านี่มันเป็นควา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 58 สัญญาณสุดท้าย

    ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นใยบาง ๆ ที่ดึงเธอขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เจิ้งลี่ซาค่อย ๆ แง้มประตูเข้ามา มองสภาพห้องที่รกเหมือนกองขยะสลับกับร่างของเพื่อนรักที่นอนขดตัวนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วง “หลินซี ฉันเห็นแกเงียบไปนาน เป็นอะไรรึเปล่า” หลินซีพยายามจะฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่สิ่งที่ออกมากลับดูเหมือนการแสยะยิ้มที่เจ็บปวดมากกว่า “เปล่าหรอกแก แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” “แน่ใจนะ หน้าแกซีดเหมือนกระดาษเลย” เจิ้งลี่ซาไม่เชื่อ เดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือมาอังหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “ฉันกำลังจะตัดใจแล้วล

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 57 คืนวันแห่งความเงียบงัน

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่ค่ำคืนที่แตกสลายหรือบางทีอาจจะเป็นหลายอาทิตย์ หลินซีไม่ได้นับวันเวลาอีกต่อไปแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวด เธอกลับมายังอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เคยเป็นเหมือนที่พักพิงใจ แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้าย เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง มองดูหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกไม่หยุดหย่อนเหมือนหยดน้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้งไปจากใจ ในหัวยังคงฉายวนแต่ภาพและเสียงความเย็นชาและไร้เยื่อใยในวันสุดท้ายราวกับมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลสด กู้เทียนอี้โทรหาเธอแค่สองครั้งในอาทิตย์ต่อมา เธอไม่ได้กดรับสาย ไม่ใช่เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่เพราะขี้ขลาดเกินกว่าจะได้ยินเสียงของเขา กลัวว่าเขาจะมายืนยันว่าทุกอย่างมันจบแล้วจริง ๆ เขาไม่เคยทิ้งข้อความเสียงไว้เลยสักครั้ง และไม่ได้พยายามจะมาเจ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 56 รุ่งเช้าที่แตกสลาย 2

    เสียงของซูเฟินแหลมขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผ่านไหล่กว้างมาเห็นหลินซีที่ยืนนิ่งอยู่ หล่อนส่งสายตาว่างเปล่าที่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและความเกลียดชังมาให้เธอก่อนที่กู้เทียนอี้จะหันขวับกลับมามอง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงเรียบเฉยและเย็นชาจนน่ากลัว จนหลินซีอดประหลาดใจไม่ได้ อย่างน้อยเขาน่าจะแสดงท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิดบ้างสิ “ซูเฟิน” เขาหันกลับไปหาสาวสวยข้าง ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาด “เข้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ เดี๋ยวผมตามไป” “ก็ได้ค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับคำด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น แต่ดวงตาที่บวมช้ำและเศร้าสร้อยคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่หลินซี เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด จนหลินซีรู้สึกผิดและเศร้าไปพร้อม ๆ กัน “เกิดอะไรขึ้นคะ นั่น...นั่นใครเหรอ” หลินซีถามออกไปเสียงเบา พยายามอย่างยิ่

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 56 รุ่งเช้าที่แตกสลาย 1

    เธอคงจะเผลอหลับไปในอ้อมกอดแสนอบอุ่นนั้น เพราะเธอหลับลึกและเนิ่นนานกว่าที่คิด เมื่อเปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ปรือขึ้นมาอีกครั้ง แสงแดดยามเช้าที่สว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาในห้องนอนหรูหราจนแสบตา&

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 55 เพลิงรักลุกโชน

    “ถ้าอย่างนั้นคุณก็กำลังจะบอกผมว่าคุณเป็นเด็กไม่ดีเหรอครับ” ดวงตาคมเบิกกว้างเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ขณะที่มองหญิงสาวเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอบราแล้วก็หยุดไปครู่หนึ่ง&n

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 54 การเปิดใจกับความหลังอันเจ็บปวด 1

    ความรู้สึกดี ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในร้านหนังสือยังคงอบอวลอยู่รอบตัวของคนสองคนราวกับฟองสบู่บางเบาที่ห่อหุ้มพวกเขาเอาไว้ ขณะที่รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวกลับเข้ามาจอดในเพนท์เฮาส์สุดหรูอีกครั้ง มือของเธอยังคงอยู่ในมืออุ่น ๆ ของชายหนุ่ม มันเป็ฯสัมผัสที่เรียบ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 53 โลกอีกใบในร้านหนังสือ

    หลินซีนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แอบลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เป็นระยะ ความรู้สึกอุ่นวาบที่อันตรายกำลังก่อตัวขึ้นในใจ กู้เทียนอี้ในโหมดที่ผ่อนคลายนี้ดูเหมือนจะจริงใจ มันช่างแตกต่างจากผู้ชายเย็นชาที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิง เธอเผ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status