LOGIN“เดี๋ยวป้อนให้นะคะ”
“ค่ะ” นุชรีรับคำก่อนจะอ้าปากรับ
“อร่อยจังเลยค่ะ”
“หวานอร่อยปลอดสารพิษค่ะ”
“ป้อนผมด้วยครับ”
“แกน่ะไม่ต้อง ฉันป้อนเอง” กุมภ์หยิบจานผลไม้อีกจานไปป้อนให้เพื่อนรัก
“อร่อยจริง ๆ ด้วยครับ”
“อร่อย ๆ ก็ต้องกินเยอะ ๆ นะคะ คุณยายคงดีใจ” กุลยาหันไปตอบเสียงหวาน
“อาการเป็นยังไงบ้างคะนี่ กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว”
“ไม่เป็นอะไรมากค่ะ อีกสามเดือนแน่ะกว่าจะแต่งงานกัน เราแต่งพร้อมกันก็ดีนะคะ สองคู่ไปเลย”
นุชรีพูดแล้วแอบมองสีหน้าของกุลยาก็เห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีเขินอาย
“เอ่อ... คุณนุชอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวกุลทำให้กิน” กุลยารีบเปลี่ยนเรื่อง ทำเอานุชรีอมยิ้มให้พี่ชายที่นั่งยิ้มไม่หุบอยู่อีกด้าน
“อยากกินข้าวต้มปลาฝีมือคุณกุลน่ะค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวกุลทำให้กินนะคะ”
“เดี๋ยวให้คุณกุมภ์พาไปทำที่บ้านนะคะ คุณกุลพักกับคุณกุมภ์ใช่ไหมคะ”
“เอ่อ... ค่ะ” กุลยาหันไปมองหน้าของกุมภ์ก่อนจะหน้าแดง ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกหน้าแดงที่ได้มองสบตาเขา
กุลยามองบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ บ้านหลังนี้ออกแบบได้สวยงาม เป็นบ้านไม้ทรงไทยมีใต้ถุนสูงทรงโบราณของคนปักษ์ใต้ดั้งเดิม
“บ้านสวยจังเลยค่ะ” เธอเผลอตัวพูดมันออกมา ทำให้กุมภ์ต้องจับมือหญิงสาวมาจับเอาไว้
“อุ๊ย! จับมือทำไมคะ”
“จับเอาไว้กลัวคุณหาย”
“คุณนี่!” เธอย่นจมูกใส่เขา
“มากันแล้วเหรอจ๊ะหนูกุล” น้ำเสียงของกันยาดังขึ้นตรงหน้าบ้านพร้อมด้วยรอยยิ้มต้อนรับ
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
“เรียกแม่ดีกว่าจ้ะ เราจะได้คุ้นเคยกันไง เคยมาเที่ยวประจวบฯ หรือยัง ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารอร่อย ๆ เยอะแยะเลยนะ เดี๋ยวให้กุมภ์เขาพาเที่ยว” กันยารับไหว้แล้วเข้ามาโอบกอดว่าที่ลูกสะใภ้ คุยจ้อพาเดินเข้าไปในบ้านอย่างสนิทสนม
“ไม่เคยมาเที่ยวค่ะ เคยแต่นั่งรถผ่านเฉย ๆ”
“นั่นแหละยิ่งต้องให้กุมภ์เขาพาไปเที่ยว” กันยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขที่เห็นลูกชายจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา
“คือกุลแค่มาเยี่ยมคุณนุชกับผู้กองน่ะค่ะ ไม่อยากรบกวนนาน”
“รบกงรบกวนอะไรกันจ้ะ กุมภ์เขาเต็มใจพาเที่ยว มาแล้วก็อย่าให้เสียเที่ยวจ้ะ ไปเปิดหูเปิดตา แล้วที่สำคัญแม่จะฝากของไปให้คุณยายด้วย คุณยายน่ะน่ารักฝากของมาให้แม่ตลอด”
“ขอบคุณค่ะ”
“หนูมาแม่ก็ต้องฝากของกลับไปด้วยไม่งั้นไม่ได้เลยจ้ะ” กันยานั้นคุยเก่งคุยสนุกทำให้กุลยาหายเกร็งไปได้มาก กุมภ์นั่งฟังมารดาคุยกับเมียแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“เราน่ะพาน้องไปที่ห้องพักสิ” คุยกันสักพักกันยาก็หันไปบอกลูกชายอยากให้กุลยาได้อาบน้ำอาบท่าพักผ่อนให้สบายเนื้อสบายตัว เพราะเดินทางกันมาเหนื่อย ๆ
“ห้องผมใช่ไหมครับนายแม่”
“เดี๋ยวเถอะ จะหยิกให้เนื้อเขียวเลย”
“หยิกผมทำไม” กุมภ์ทำหน้าตาเหลอหลา
“แม่ให้คนจัดห้องให้น้องแล้ว จะให้ไปนอนห้องเราได้ยังไงกัน เดี๋ยวเถอะ” คุณกันยาทำเสียงเขียวใส่ลูกชาย
“อ้าว... อดนอนกอดว่าที่ลูกสะใภ้นายแม่เลยสิครับ” ได้ยินแบบนั้นกุลยาก็ตาโตพลางหน้าแดง
“ปากเหรอนั่น ถึงแม่จะเป็นแม่เรา แต่แม่ไม่ให้เราทำอะไรรุ่มร่ามกับผู้หญิงหรอกนะ โชคดีขนาดไหนที่ผู้หญิงเขาเอา”
“โหย... นายแม่ก็ พูดซะผมดูไร้ค่าเชียว” กุมภ์โอดครวญทำท่าเหมือนจะลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นกับประโยคของท่าน
“ไม่ต้องมาหงมาโหย”
“นายแม่รักลูกสะใภ้มากกว่าผม”
“คุณนี่!” กุลยาหลุดเสียงอุทานเล็ก ๆ ออกมา เขามาเรียกเธอว่าลูกสะใภ้ได้อย่างไรกัน เพราะเขากับเธอยังไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย
“หนูกุลอย่าไปถือสาพวกเรียกร้องความสนใจเลยนะจ๊ะ”
“ค่ะนายแม่” กุลยารับคำพลางนึกขำท่าทีของกุมภ์กับมารดาไม่น้อย เธอคิดว่าเขาคงสนิทกับมารดามากถึงได้หยอกล้อกันเช่นนั้น
“ตอนเด็ก ๆ ตากุมภ์ถูกทุกคนแย่งน่ะจ้ะ โตขึ้นเลยเป็นผู้ใหญ่มีปัญหาชอบเรียกร้องความสนใจแบบนี้”
“แย่งกันเอาใจเหรอคะ” กุลยาเอ่ยถาม
“แย่งกันไม่เอาน่ะจ้ะ ฮ่า ๆ ๆ” คุณกันยาหัวเราะ
“คิก ๆ” กุลยาอดจะหัวเราะตามท่านเสียไม่ได้ ท่านเป็นคนตลกเฮฮา หันไปมองกุมภ์ก็เห็นว่าเขากำลังทำหน้าตูมอยู่อีกด้าน
“ดีจังนะครับ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าเลยทีนี้”
“ผู้หญิงเขาตอบตกลงหรือยังว่าจะเอาเรา ชิ! ทำมาเป็นพูดดี” คุณกันยายังพูดหยอกล้อลูกชายไม่หยุด ทำให้กุลยาอดจะยิ้มและหัวเราะออกมาไม่ได้ ท่านไม่ได้เข้าข้างลูกชายและคงจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับกุมภ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ไม่ตอบตกลงผมก็จะฉุด โอ๊ย! นายแม่หยิกผมทำไมครับนี่”
“ขืนทำอะไรหนูกุลอีกแม่จะบิดหูเราให้ขาดเลย”
“โอ๊ย! ผมเจ็บนะครับนายแม่ ผมไม่กล้าทำอะไรลูกสะใภ้นายแม่หรอกครับ โอ๊ย! เจ็บหู ทำไมนายแม่ต้องทำรุนแรงกับลูกคนนี้ด้วย”
“หมั่นไส้” คุณกันยาค้อนบุตรชาย
“ผมสงสัยจริง ๆ เลยนะครับ” กุมภ์ลูบหูป้อย ๆ
“สงสัยอะไรของเรากัน”
“ตกลงผมเป็นลูกนายแม่หรือเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงครับ”
“ดูพูดเข้า”
“กุลยานี่ชาติที่แล้วเคยเป็นลูกสาวนายแม่หรือไงกันครับ นายแม่ดูรักและเอ็นดูยิ่งกว่าผมเสียอีก” ประโยคของกุมภ์และท่าทีโอดครวญนั้นทำให้ กุลยาอมยิ้ม
“ไป ๆ พาหนูกุลไปพักได้แล้ว ห้ามรังแกหนูกุลเด็ดขาด ถ้าแม่รู้ว่าเราทำ มิดีมิร้ายหนูกุล แม่เอาเราตายแน่”
“โอ๊ย! ผมไม่กล้าแตะเขาหรอกครับ โดนรุมซะขนาดนี้” กุลยาเอ่ยขอตัวแล้วค่อย ๆ เดินตามกุมภ์ขึ้นไปที่ห้องพักของตัวเอง
“ห้องนี่ละครับห้องของคุณ”
“ค่ะ”
“ห้องข้าง ๆ นี่ห้องผมเองนะครับ” กุมภ์ยิ้มแฉ่ง
“แล้วมาบอกฉันทำไมคะ”
“เผื่อคุณคิดถึง อยากเจอหน้าผม ก็เคาะประตูห้องของผมได้นะครับ” เขาเสนอตัวเองเต็มที่
“ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ”
“พูดแล้วห้ามกลับคำนะครับ ถ้าคุณมาเคาะห้องผมเมื่อไหร่ผมจะเล่นตัว”
“คุณนี่พูดไปเรื่อย” กุลยาปิดประตูแต่ก็แอบอมยิ้ม เธอมองห้องพักกว้างขวางของตัวเองอย่างสำรวจตรวจตรา บ้านหลังใหญ่ของกุมภ์ภายในตกแต่งด้วยเครื่องเรือนราคาแพง พอเปิดม่านหน้าต่างห้องออกไปเธอก็เห็นท้องทะเลกว้างอยู่เบื้องหน้า
กุมภ์ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องของหญิงสาวยกยิ้มตรงมุมปาก เขาเดินเข้าห้องตัวเองก่อนจะกดโทรศัพท์โทร. หาลูกน้องคนสนิท
“ไอ้อังคาร”
“ครับนายหัว”
“รับโทรศัพท์โคตรเร็ว”
“ผมอยู่หน้าจอครับ”
“แกอู้งานแอบเล่นไลน์คุยกับสาว”
“ผมไม่เคยทำแบบนั้นนะครับ นายหัวอย่าใส่ความผม”
“สาวที่มึงคุยด้วยน่ะพนักงานโรงแรมของคุณนุช”
“เจ้านายอย่าหักเงินเดือนผมนะครับ” พอโดนรู้ความลับเข้าก็ทำเสียงอ่อยในทันที
“เราจะข้ามประเด็นนั้นไปก่อน สรุปว่ามึงทำตามที่กูบอกหรือยัง”
“ทำแล้วครับ รับรองว่าสิบนาทีนายหญิงต้องตกใจตุ๊กแกที่ผมเอาไปปล่อยไว้ในห้องน้ำอย่างแน่นอน แล้วนายหญิงก็จะวิ่งใส่กระโจมอกมาเคาะห้องของเจ้านาย แล้วขออาบน้ำหรือนอนด้วย ตอนนั้นละครับ เจ้านายก็จัดการรวบหัวรวบหางนายหญิงซะเลย ผมจะคอยเป็นกำลังใจให้นะครับ”
“มึงไม่ต้องบรรยายแผนการละเอียดยิบให้กูดูชั่วขนาดนี้ก็ได้” กุมภ์ด่าลูกน้องแต่ก็ยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงระเบียงห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“เฮ้ย! ไอ้อังคารเมียกูมาเคาะประตูห้องแล้วว่ะ นี่ยังไม่ถึงสิบนาทีเสียด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวนะ! กูให้มึงเอาตุ๊กแกปลอมมาหลอกเมียกู มึงทำตามที่กูสั่งอย่างบิดพลิ้วเลยใช่ไหม”
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







