登入เธอเคยสงสัยว่าทำไมน้องสาวถึงได้ร้ายกาจกับคนอื่น แต่ตอนนี้รู้แล้ว กุลธิดาแค่อยากปกป้องตัวเอง เนื้อแท้แล้วกุลธิดาไม่ได้ใช่คนใจร้ายใจดำอย่างที่ใครๆ คิด
“มันหลอกว่าจะพาไปแคสต์งาน เอาชื่อเสียงมาเอ่ยอ้างแล้วก็หลอกพวกเรามา” เพราะชื่อเสียงจอมปลอมแท้ ๆ กุลยาคิดอย่างเศร้าใจ
“พวกเราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้” กุลยาพูดกับทุกคน ณ เวลานี้เธอต้องตั้งสติเพื่อเผชิญกับปัญหา
กุลยาอดที่จะคิดถึงกุมภ์เสียไม่ได้ เขาจะรู้หรือยังนะว่าเธอหายตัวมาแบบนี้
“หนีไปยังไง พี่นัดก็โดนมันจับไปแล้ว” กุลธิดาพูดขึ้นหลังจากนั่งเงียบมานาน
“พี่นัดผู้จัดการส่วนตัวของธิดาน่ะเหรอจ๊ะ”
“ใช่ พี่นัดเป็นตำรวจปลอมตัวมา แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนถึงโดนมันจับได้ ตอนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงไม่รู้ ธิดาเป็นห่วงพี่นัดจังเลยค่ะ” ประโยคของกุลธิดาหมดอาลัยตายอยากอย่างเห็นได้ชัด เพราะคิดว่าปนัดดาจะทำทุกอย่างสำเร็จตามแผนที่วางเอาไว้กับเธอ
คุณยายร้อนใจที่เห็นว่าหลานสาวยังไม่กลับมาจึงรีบโทรศัพท์ไปหากุมภ์บอกว่ากุลยาหายตัวไป กุมภ์ที่ขับรถจากประจวบคีรีขันธ์มาถึงอยุธยารีบประสานงานกับชัยชนะโดยเร็ว เพื่อเช็กกล้องวงจรปิดว่า กุลยาขับรถออกไปจากร้านตอนไหน ทำไมถึงยังไม่กลับบ้าน พอรู้ว่า กุลยาขับรถไปยังบ้านของพลแถบชานเมือง เขาก็รีบเร่งตามไปโดยเร็ว
“ฉันให้ลูกน้องไล่ดูกล้องวงจรปิดว่ามีรถเข้าออกบ้านหลังนี้กี่คันและไปทางไหนบ้าง นายรอเดี๋ยว” ชัยชนะเอ่ยบอกเพื่อนรักที่ตอนนี้มีสีหน้ากังวลเป็นอันมาก เขาไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับพลบิดาของกุลยา และไม่เคยไปมาหาสู่กันด้วย
ในขณะที่ชัยชนะนั้นทราบเรื่องราวของพลมาโดยตลอด เขาเองก็กำลังติดต่อประสานงานกับปนัดดาอยู่ แต่ข่าวคราวของเธอเงียบหายไปและติดต่อไม่ได้ คนที่จะช่วยเขาได้ในตอนนี้คือสมใจ สาวใช้บ้านของพลที่เป็นบุคคลสำคัญที่รู้เรื่องราวทั้งหมด
“ได้ข้อมูลแล้วเพื่อน ก่อนหน้านี้ไม่นานมีรถบรรทุกขับออกไปจากบ้าน” ชัยชนะรีบเอ่ยบอกเพื่อนเมื่อลูกน้องของเขาส่งข้อมูลเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับได้จากบริเวณนี้
ทางด้านกุลยา เธอโดนจับใส่รถบรรทุกไปพร้อมกับผู้หญิงอีกหลายคนที่เตรียมส่งไปขาย พร้อมทั้งถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ จึงพยายามช่วยกันแก้มัดจนสำเร็จ
“ทำยังไงต่อดีคะ รถวิ่งเร็วมาก ขืนกระโดดลงไปคอหักตายแน่ ๆ เลย”
พิมพ์ผกาเอ่ยถามกุลยาและกุลธิดา คนอื่น ๆ ก็มีท่าทีหวาดกลัวไม่น้อย
“เราต้องขอความช่วยเหลือจากคนข้างนอก” กุลยาขบคิด ถ้าพวกมันพาเธอกับน้องสาวและผู้หญิงพวกนี้ไปถึงสถานที่นัดหมายคงรอดยาก เธออาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก
“ก่อนอื่นเราต้องทำให้มันหยุดรถก่อน ทุกคนเอาเชือกผูกเอาไว้ที่ข้อมือเหมือนเดิม อย่าให้มันรู้ว่าเราช่วยกันแก้มัดได้สำเร็จแล้ว แล้วก็กระแทกรถโวยวายให้เสียงดังที่สุดบอกว่าปวดท้องก็ได้ อาหารเป็นพิษท้องเสียก็ได้” กุลยาบอกทุกคนที่อยู่ในรถ
ปู๊ด! เสียงตดของใครคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะเบือนหน้าหนี
“หนูท้องเสียจริง ๆ ค่ะ” เด็กสาวหน้าละอ่อนคนหนึ่งพูดขึ้น
“เอางี้เลย มีกลิ่นแล้วก็ร้องเลย พอพวกมันมาก็จัดการพวกมันเลย แล้วก็รีบหนี หนีสุดชีวิตเลยนะพวกเรา วิ่งแบบไม่ต้องเหลียวหลัง ถ้ามีคนรอดไปได้สักคน ก็รีบไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ”
กุลยาคิดว่าในเวลานี้ถ้าใครหนีออกไปขอความช่วยเหลือได้สำเร็จ น่าจะมีสิทธิ์รอดมากกว่าห่วงหน้าพะวงหลังและช่วยเหลือกันให้รอดทุกคนซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ พวกชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่ด้านหน้านั้นอาวุธครบมือ แถมยังแข็งแรงอีก ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเธอคงสู้อะไรไม่ได้ ดีไม่ดีจะโดนตบตีทำร้ายจนตาย สิ่งสำคัญในเวลานี้คือไหวพริบเท่านั้น
เสียงโครมครามท้ายรถทำให้พวกมันตกใจไม่น้อย มันจอดรถข้างทางเพราะรถส่ายไปมา ก่อนจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย รีบลงมาเปิดประตูทางด้านหลังที่บรรจุสินค้าของเจ้านายเอาไว้ ตรงนี้เป็นทางเปลี่ยวและมืด แถมยังไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมา พวกมันเลยกล้าจอดรถ
“มีอะไรอีกวะพวกมึง อยากตายกันนักหรือไงวะ” กลิ่นเหม็นของอุจจาระจากอาการท้องเสียของเด็กสาวที่ชื่อเดือนพรายทำให้พวกมันต้องเบือนหน้าหนี
“ใครเป็นอะไรอีกวะ” ทุกคนพยายามดิ้น พวกมันเลยเดินขึ้นไปบนตู้ คอนเทนเนอร์ กระชากผ้าปิดปากของกุลยาออก
“พวกเราท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ให้พวกเราลงไปถ่ายท้องหน่อย”
“จะบ้าหรือไงวะ ลงไปพวกมึงก็หนีน่ะสิ” ชายฉกรรจ์อีกคนเดินขึ้นมาบนรถ พอขึ้นมาครบทั้งสองคนแล้ว กุลยาก็พยักหน้าให้ทุกคนในทันที ผู้หญิงทุกคนบนรถลุกขึ้นตบตีจิกข่วน ทำให้มันสองคนเจ็บตัวให้มากที่สุด พวกมันฟาดฝ่ามือเข้าใส่จนหลายคนหน้าหัน
“หนีไป! ธิดา” เสียงของกุลยาดังขึ้น กุลธิดาหันไปมองพี่สาวอย่างซาบซึ้งใจ อีกฝ่ายเข้ามาขวางเอาไว้ จนโดนตบและตะโกนให้เธอหนีไป เธอวิ่งสุดชีวิตยังไงก็ต้องหนีให้ได้เพื่อไปขอร้องให้คนอื่นมาช่วย
พิมพ์ผกาและคนอื่น ๆ วิ่งหนีลงมาจากท้ายรถแบบไม่คิดชีวิตเช่นกันแต่โดนจับกลับไป เสียงปืนดังขึ้น กุลธิดาโดนยิงเข้าที่ไหล่ แต่เธอก็ตะกายร่างหนีเข้าไปในป่า พวกมันรีบใช้กระบอกปืนตบหน้าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่จะหนีเอาไว้ รวมถึงกุลยาด้วย
“โอ๊ย!” กุลยาร้องเสียงดังเมื่อโดนตบจนหน้าหัน เลือดกบปาก
คุณแม่ขาปกป้องน้องด้วยนะคะ ช่วยให้น้องปลอดภัย หนีไปได้สำเร็จและอย่าเป็นอะไรเลยนะคะ กุลยาเป็นห่วงน้องสาวจับใจ เธอสวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และมารดาให้ช่วยเหลือกุลธิดาให้หนีรอดไปได้
“ฤทธิ์เยอะนักนะพวกมึง ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมึงเป็นสินค้า กูฆ่าทิ้งไปแล้ว” มันตวาดเสียงดัง ในขณะหันไปปรึกษากัน
“เอาไงดีวะ มันหนีไปแล้ว”
“เอาไอ้อีพวกนี้ไปส่งยังที่นัดหมายก่อน ที่เหลือโทร. บอกเจ้านายให้ส่งคนมาช่วยตามจับกลับมาให้ได้ ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่” มันปรึกษากันก่อนจะโทร. ไปแจ้งพล พลตบโต๊ะลั่นที่สินค้าของเขาหนีไป จึงส่งลูกน้องให้ออกไปตามหาคนที่หนีไปให้ได้
“กุมภ์ มีคนโทร. มาแจ้งว่าได้ยินเสียงปืน” ชัยชนะบอกเพื่อนรัก เขาต้องตัดสินใจเล่าเรื่องของพลให้เพื่อนฟังคร่าวๆ กุมภ์เองก็ตกใจเมื่อได้รับรู้เรื่องราวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของผู้หญิงที่เขารัก
“ที่ไหน” กุมภ์รีบเอ่ยถาม
“ไปด้วยกัน เดี๋ยวถึงที่เกิดเหตุก็จะรู้เอง” ชัยชนะสั่งลูกน้องให้ขับรถไปยังที่เกิดเหตุในทันควัน คนที่โทร. มาแจ้งบังเอิญเห็นเหตุการณ์พอดีเพราะมาปลูกกระท่อมอยู่แถวนั้น
“มีคนบาดเจ็บด้วยครับ ผมช่วยเอาไว้ ผมหลบอยู่อีกด้านพวกมันเลยไม่เห็น” พลเมืองดีรีบเล่าเหตุการณ์ตามที่เห็น เขาช่วยผู้บาดเจ็บเอาไว้ รีบหาอะไรมาพันแผลเอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกมันตามรอยเลือดได้
กุลธิดาเหงื่อโชกไปทั้งร่าง หอบหายใจสะท้านเพราะเสียเลือดมาก
“ชะ... ช่วยพะ... พี่ กะ... กุลด้วย” กุลธิดาดีใจที่เห็นกุมภ์กับชัยชนะ
“ทำใจดีๆ เอาไว้นะ ตอนนี้กุลโดนพาไปที่ไหน” กุมภ์ประคองร่างของกุลธิดาเอาไว้ เอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“ป้ายทะเบียนรถxxxx” หล่อนเอ่ยบอกเสียงสั่น ๆ กุมภ์ก้มลงไปฟังใกล้ๆ ก่อนจะรีบเอ่ยบอกเพื่อน ชัยชนะจึงรีบเรียกรถพยาบาลและสั่งสกัดจับรถบรรทุกคันดังกล่าว
ในขณะคนขับรถบรรทุกกำลังนำพาผู้หญิงหลายชีวิตซึ่งเป็นสินค้าของเจ้านายไปส่งยังชายแดนให้เร็วที่สุดหันไปคุยกันอย่างเคร่งเครียด
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







