LOGIN“พี่กุมภ์” กุลยาน้ำตาซึม
“พี่รักกุลและจะดูแลกุลให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ พี่สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายคนหนึ่ง” กุมภ์จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงของเธอเบา ๆ ด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งห่วงใยคนในอ้อมแขนสุดหัวใจ ในขณะที่กุลยาแนบใบหน้าเข้าซบที่อกกว้างด้วยจิตใจเลื่อนลอย
กุลยารู้สึกใจหาย เธอจะทำใจให้จากกุมภ์ไปได้จริงๆ เหรอ คำตอบก็คือไม่ได้ แต่ในเมื่อเธอรับปากน้องสาวไปแล้ว เธอจะผิดคำพูดได้อย่างไรกัน
ตัดสินใจไปแล้วเธอก็ต้องตัดใจให้ได้ ชีวิตคนเราต้องก้าวเดินต่อไป เธอไม่ควรพูดกลับไปกลับมา ยอมเจ็บแต่มันจบ มันก็ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ
พิธีแห่ขบวนขันหมากเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากงานแต่งของนุชรีกับผู้กองชัยชนะไม่กี่วัน บรรดาแม่ ๆ ที่ถึงเหนื่อยกับงานแต่งของลูก ๆ เพียงใด แต่ก็มีความสุขยิ้มจนหน้าบานที่ลูกของตนจะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับคนดีที่จะอยู่ดูแลกันไปจนแก่เฒ่า รวมถึงมีทายาทเอาไว้สืบสกุลด้วย
ตอนพวกท่านแต่งงานก็ไม่ได้คบหาดูใจกันนานนัก พอได้เจอผู้ชายดี ๆ ในชีวิตก็รีบตัดสินใจสละโสด แต่อยู่กันไม่นานคนดี ๆ ก็มาด่วนจากไปเสียก่อน สองพี่น้องเลยกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนับจากบัดนั้นเป็นต้นมา
“ยายตัวแสบเรามากั้นประตูกับเขาด้วยเหรอ” กุมภ์เปลี่ยนสรรพนามเรียกน้องสาวด้วยความประหลาดใจระคนไม่ไว้วางใจ
“แล้วทำไมคุณนุชจะมากั้นประตูเงินประตูทองไม่ได้ล่ะคะ” คนเอ่ยถามยิ้มกริ่ม ก่อนจะแบมือมาตรงหน้าพี่ชาย
“คุณกุมภ์คงกระเป๋าฉีกอีกแน่ ๆ เลย”
กุมภ์ปาดเหงื่อเมื่อเห็นท่าทีของน้องสาว
“จะมีเมียก็ต้องลงทุนสิคะ ถ้าคุณกุมภ์งกก็ไม่ต้องมีเมียหรอกค่ะ ประตูเงินประตูทองและประตูนากต้องจัดหนัก ๆ ค่ะ จริงไหมพวกเรา” นุชรีหันไปเอ่ยถามเพื่อนสาวตัวแสบทั้งหลายที่สนิทกันมาหลายปี กุมภ์รู้ดีว่ารวมแก๊งกันคราใดใครทำให้ไม่พอใจบรรลัยทุกคนงาน
“จริง” เสียงประสานกันดังลั่น ทำเอากุมภ์ถึงกับเกาหัวไปมา
“คุณกุมภ์ต้องใส่ซองให้หนักนะคะ อย่าให้เพื่อน ๆ ของคุณนุชเอาไปนินทาได้ว่าเจ้าของเกาะผู้แสนร่ำรวยใส่ซองยี่สิบบาท”
“เฮ้ย! รู้ได้ไงว่าพี่ใส่ยี่สิบบาท นี่พี่ใช้เหรียญบาทด้วยนะ” เขาโดนแกล้งก็เลยแกล้งกลับ
“คุณกุมภ์น่ะ” นุชรีค้อนพี่ชาย กระทืบเท้าไปมาอย่างขัดเคืองใจ กุมภ์หัวเราะก่อนจะควักซองออกมาแจกให้สาว ๆ ที่คอยกั้นประตูเงินประตูทองและมีประตูนากแถมมีอีกหลายประตู ดีที่ไม่มีประตูเพชร ประตูพลอย แล้วก็ประตูไม้สักเพิ่มมาอีก ไม่อย่างนั้นเขาคงกระเป๋าฉีก ซองที่เตรียมมาน่าจะไม่พอ
“ไอ้อังคารเวลาคนบ้านมึงแต่งงานมีประตูกั้นเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ”
คิดยังไม่ทันขาดคำประตูเพชรนิลจินดาก็เพิ่มมาอีกสิบชั้น จนนายหัวหนุ่มต้องก้มลงไปกระซิบที่ริมหูของลูกน้องคนสนิทอย่างสงสัยใคร่รู้
“บ้านเจ้านายกับบ้านผมมันหมู่บ้านเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ” อังคารกระซิบถามกลับ มองเจ้านายที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองบันไดบ้านตาปริบ ๆ
ทุกคนลงความเห็นว่าจะมาจัดงานที่ประจวบคีรีขันธ์ จึงใช้บ้านของกุมภ์เป็นสถานที่จัดงานแทนโรงแรมเพราะกว้างขวางและใหญ่โต หลังจากงานเลี้ยงก็จะได้ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอเลย
ซึ่งบ้านของกุมภ์นั้นมีสนามหญ้าหน้าบ้านที่กว้างขวาง มีชายหาดไกลสุดลูกหูลูกตา เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้นั่งรับประทานอาหารกันอย่างสะดวกสบาย มีพนักงานของโรงแรมที่มาคอยช่วยเสิร์ฟอาหารและบริการแขกอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
ทางด้านเจ้าสาวนั้นได้ยินเสียงขบวนขันหมากแห่มาถึงหน้าบ้านก็รีบชะโงกหน้าออกไปดู หมุนตัวกลับมาก็เจอเข้ากับน้องสาวที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ
“วันนี้พี่สวยมากนะ” กุลธิดายิ้มให้พี่สาว
“ธิดาก็สวยมากเหมือนกันจ้ะ” กุลธิดาเดินเข้าหาพี่สาวก่อนจะมองชุดแต่งงานนั้นใกล้ ๆ เสียงเคาะประตูเรียกให้คนทั้งสองต้องหันไปมอง เจ้าสาวค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องด้านในเพื่อเข้าพิธีในช่วงเช้าแบบไทย ๆ
“เจ้าสาวของพี่สวยมากเลยครับ” กุมภ์เอ่ยบอกเจ้าสาวของเขาที่อยู่ในชุดไทยจักรพรรดิสีงาช้าง โทนสีเรียบหรูมีการทอดิ้นเงิน และผมยาวสลวยที่ดัดเป็นลอนทำให้ใบหน้าของเธออ่อนหวานละมุนละไม
ใบหน้าเรียวรูปไข่ได้รูปรับกับผิวเนียนละเอียดของเธอทำให้ชุดที่สวมใส่อยู่แลดูโดดเด่นงดงามไม่มีที่ติ ในขณะที่เจ้าบ่าวอยู่ในชุดสูทสีครีมกับโจงกระเบนสีน้ำตาลเข้ม
“วันนี้เจ้าบ่าวของกุลก็หล่อที่สุดเลยค่ะ” เธอยิ้มหวานให้เขา ซุกซ่อนแววตาเศร้าสร้อยเอาไว้อย่างมิดชิด
กุมภ์จับมือเจ้าสาวพาไปต้อนรับแขกเหรื่อภายในงาน กล่าวทักทายญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือพร้อมรับของขวัญแต่งงานและถ่ายรูปร่วมกัน เห็นคู่อื่นแต่งงานแล้วมีความสุขสนุกสนาน ซึ่งพอได้แต่งเองก็รู้ว่ามีความเหนื่อยอยู่พอสมควร
งานแต่งดำเนินไปอย่างเรียบร้อย จนถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอ ญาติผู้ใหญ่ต่างอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุขและอายุมั่นขวัญยืน รักกันจนแก่เฒ่า
“ยายฝากหลานของยายด้วยนะพ่อกุมภ์ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน ธรรมดาของคนเรา ลิ้นกับฟันอยู่ด้วยกันก็ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้อภัยกัน ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาดนะลูกนะ” ทั้งสองกราบแทบเท้าคุณยาย คุณยายยิ้มกว้างลูบหลังลูบไหล่และศีรษะของหลานสาวและหลานเขยอย่างรักใคร่เอ็นดู
“แม่เองก็ไม่มีของขวัญอะไรรับขวัญหนูกุลนอกจากเครื่องเพชรชุดนี้ แม่ยินดีที่ได้หนูมาเป็นสะใภ้ของแม่นะจ๊ะ” คุณกันยามอบเครื่องเพชรชุดใหญ่รับขวัญลูกสะใภ้
“แล้วก็ที่ดินที่เขาสน แม่ให้เป็นของขวัญสำหรับเราสองคน รับไปสิจ๊ะ”
คุณกันยาหยิบโฉนดที่ดินหลายร้อยไร่มอบให้ลูกชายและลูกสะใภ้เป็นของขวัญอีกชิ้น
“ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะนายแม่” ทั้งสองก้มลงกราบแทบเท้าของท่าน คุณกันยาดึงเด็กทั้งสองมากอดรัดน้ำตาซึมด้วยความดีใจที่เห็นลูกชายได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที
“น้าเองก็ยินดีด้วยนะ มีหลานให้อุ้มไว ๆ นะจ๊ะ มีความสุขมาก ๆ แล้วก็ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร รักกันให้มาก ๆ เข้าใจกันให้มาก ๆ มีเรื่องอะไรก็หันหน้าเข้าหากันคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์แล้วชีวิตคู่ของเราสองคนจะมีแต่ความเข้าใจปราศจากบาดหมางขัดแย้งกัน รวมถึงมีความสุขมาก ๆ ด้วยจ้ะ”
“พ่อขอให้ลูกมีความสุขมากๆ นะ พ่อขอโทษที่ไม่ได้ดูแลหนู ต่อจากนี้ไปพ่อจะไม่ไปไหนไกลอีกแล้ว” ชัยยศอวยพรลูกสาวและลูกเขย ทั้งสองก้มลงกราบแทบเท้า
ญาติผู้ใหญ่อวยพรเสร็จก็ทยอยกันออกไปจากห้องหอ ทุกคนออกไปหมดแล้ว นุชรีก็ยัดของขวัญใส่มือพี่ชายแล้วอมยิ้ม
“ของขวัญจากคุณนุชให้คุณกุมภ์เป็นพิเศษเลยค่ะ ใช้คืนนี้เลยนะคะ คิก ๆ รับรองว่าแซ่บ”
“อะไรของเรา คงไม่ใช่อะไรพิเรนทร์ ๆ หรอกนะ”
“โหย... คุณกุมภ์จะมองคุณนุชในแง่ดีบ้างไม่ได้เหรอคะ”
“คุณนุชชอบแกล้ง” กุมภ์ว่าน้องสาว แต่นุชรีก็ยิ้มกว้างขยิบตาอย่างมีเลศนัย ก่อนรีบตามทุกคนออกไปจากห้องหอ
“อาบน้ำกันดีกว่าครับ” กุมภ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์
“พี่กุมภ์อาบก่อนสิคะ” กุลยาเบี่ยงหลบไม่ยอมไปอาบน้ำพร้อมกันกับเขา
“ทำไมล่ะครับ อาบด้วยกันดีออก” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย
“คือกุลอยากให้พี่กุมภ์อาบก่อนน่ะค่ะ กุลอยากแกะของขวัญ”
“ค่อยช่วยกันแกะก็ได้”
“อยากแกะของขวัญคุณนุชไงคะ อยากรู้ว่าเป็นอะไร”
“พี่ก็อยากรู้”
“รอเซอร์ไพรส์ดีกว่าค่ะ พี่กุมภ์ไปอาบน้ำก่อนนะคะ เชื่อกุลสิ”
กุลยาดันร่างของสามีเข้าไปในห้องน้ำ กุมภ์ไม่อยากขัดใจเมียก็เลยเข้าไปอาบน้ำก่อน
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







