登入“ก็ยังไม่แต่งนี่คะ อดใจอีกนิดหนึ่งไม่ได้เหรอ”
“ก็คนมันคิดถึงนี่นา ทำโทษคนใจร้ายด้วย เมื่อตอนกลางวันลุกหนีพี่ไปเฉยเลย”
“คนอื่นอยู่กันตั้งหลายคนพี่กุมภ์น่ะชอบทำอะไรน่าอาย”
“สิ่งที่พี่ทำไม่เห็นน่าอายเสียหน่อย ก็แค่ทำให้คนอื่นอิจฉาตาร้อนผ่าว ๆ เท่านั้นเอง”
“แต่กุลอายเขา”
“ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว เราก็ไม่ต้องอายแล้วสิครับ” เขาขึ้นคร่อมทับร่างน้อยเอาไว้ กุมใบหน้าของเธอแล้วยิ้ม พอเธอจะร้องประท้วงเขาก็บดจูบ ริมฝีปากนุ่มของเธออย่างดูดดื่ม
กุลยาถึงกับหอบหายใจสะท้านในยามที่เขาถอดถอนริมฝีปากออกห่าง กุมภ์ใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างเอ็นดู
“อายอะไรกัน พี่แก้ผ้าให้เห็นออกบ่อย โอ๊ย! หยิกพี่อีกแล้ว”
“พี่กุมภ์ชอบลามก”
“พี่เปล่า แบบนี้เรียกว่าแค่หยอกล้อกับเมีย” เขาไม่ยอมรับ แถมยังตีหน้ามึนเสียอีก
“พี่กุมภ์น่ะ” เธอคร้านจะเถียงเขา
“อื้อ...” กุมภ์ประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ก่อนจะบดจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง
“จูบตอบพี่สิครับ คิดถึงมากเลยรู้ไหม ขอชื่นใจนิดเดียวเอง”
“นิดเดียวของพี่กุมภ์น่ะไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้” นิดเดียวของเขาคือตลอดทั้งคืน แต่กุลยาก็ค้นพบว่าร่างกายของเธออ่อนระทวยเสียเหลือเกินในเวลานี้ จิตใจของเธอก็ไม่ต่างกัน มันช่างอ่อนล้าไร้แรงกำลังต้านทานสัมผัสอันแสนวาบหวามของเขา
เสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอถูกปลดออกจากเนื้อกายสาวอย่างไม่รีบร้อน แต่เพียงไม่นานเธอก็เปลือยเปล่าไม่แตกต่างจากเขา
“พี่มีของขวัญให้เมียพี่ด้วยนะ” กุมภ์ดึงร่างของเธอขึ้นมาหา ก่อนจะจับเธอมานั่งตัก ให้หันหน้าเข้าหาเขา
“อ๊าย... พี่กุมภ์” เนื้อกายสาวที่สอดเสียบเข้าในเรือนกายแกร่งอย่างลง ล็อกทำให้กุลยาร้องครางเสียงสะท้าน ลมหายใจร้อนผ่าวของกุมภ์เป่ารดอยู่ตรงพวงแก้มสาว เขาซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่นอย่างลุ่มหลง มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอด้วยสัมผัสชวนสยิว
กุลยาสะท้านยามที่นิ้วแกร่งของเขาลากไล้ไปตามแกนสันหลัง เธอหอบหายใจรุนแรงขึ้นเมื่อเขาเลื่อนลงมากอบกุมสะโพกผายเอาไว้ จับโยกไปมาให้เธอสวมครอบแก่นกายของเขาในจังหวะขึ้นลง
หญิงสาวจับบ่ากว้างของเขาเอาไว้ หลับตาปล่อยกายปล่อยใจให้เขานำพาไปสู่ปลายทางสายสวาท รับรู้ได้ถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนเข้ามาในเรือนกายสาวมันกำลังกระแทกกระทั้นจนร่างของเธอสั่นคลอน
เขาทำให้เธอร้องครางออกมาเสียงหลง ยามที่มือหนาช้อนสะโพกผายของเธอขึ้นอุ้มในท่าอุ้มแตงพาเดินไปเรื่อย ๆ ก่อนที่แผ่นหลังของเธอจะบดเบียดไปกับผนังห้องนอนกว้าง
“พี่กุมภ์” กุลยาหลุดเสียงครางออกมายามที่ร่างกายแข็งแกร่งของเขาทุ่มแทรกเข้ามาในเรือนร่างของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
“แรงจังค่ะ” เธอเผยอริมฝีปากร้องครางเสียงสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่จู่โจมเข้ามาคือความซ่านกระสันที่มันรุนแรงเหมือนคลื่นยักษ์
เขาจับขาของเธอวางลงก่อนจะยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดกับแขนแกร่งพร้อมทุ่มกายเข้าหาแบบแนบชิดสนิทเนื้อ
กุลยาขาสั่นยามที่เขาจับเธอเหวี่ยงเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้งหลังจากพาเธอมายังหน้ากระจกเงาบานใหญ่
“พี่กุมภ์” เธอมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่งด้วยดวงตาวาบหวาม เรือนกายแข็งแรงของเขากำลังกกกอดแนบชิดมาทางเบื้องหน้า ที่ทำให้เธอหน้าแดงและรู้สึกอายแสนอายก็คือแก่นกายที่กำลังวิ่งเข้าวิ่งออกในซอกเนื้อฉ่ำวาวกลางลำตัว
กุลยาเบือนหน้าหนีด้วยใบหน้าร้อนผ่าวในขณะที่กุมภ์จับปลายคางของเธอเอาไว้พร้อมด้วยกัดติ่งหูเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ อย่างหยอกเย้า
“มองสิครับ น่ามองออก” เขากระซิบเสียงแหบพร่า พลางเลื่อนมือไปกอบกุมความอวบอูมกลางลำตัวของเขา มือหนาสีแทนของเขาตัดกับผิว ผุดผ่องเป็นยองใยภายใต้ร่มผ้าของเธออย่างชัดเจน
อวบใหญ่... ประโยคที่เขาเอ่ยชื่นชมหรือแค่หลุดครางออกมาเธอก็ไม่อาจรู้ได้ ทรวงอกของเธอกระเด้งกระดอนไปตามแรงโยกที่เขากระแทกเข้าหาจากทางเบื้องหลัง เข่าของเธองอไปด้านหน้าด้วยความเสียวสะท้านหวั่นไหว สะโพกงอนงามโก่งไปทางด้านหลังรับหน้าขาแกร่งที่กระแทกเข้ามาจนเกิดเสียงดังสนั่นลั่นห้อง
กุมภ์ดึงแขนของเธอมาทางด้านหลังทำให้กายสาวต้องเอนไปด้านหน้าพร้อม ๆ กับเข่าที่งอมากขึ้น พร้อมกับก้นงอน ๆ โก่งไปด้านหลัง ทำให้เธอโดนกระแทกซ้ำ ๆ จนเสียงเนื้อกายดังสนั่นลั่นห้องกว้าง กุลยาร้องครางไม่เป็นส่ำ เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก็เจอว่าใบหน้าของตัวเองกำลังเสียวซ่านอย่างที่สุด ดวงตาปรือเยิ้ม ริมฝีปากเผยอครวญครางแทบไม่เป็นภาษา
นายหัวหนุ่มดึงร่างของหญิงสาวขึ้นมาหาอีกครั้ง เขากอดรัดเธอเอาไว้แนบอก กดความอวบอูมกลางกายให้แนบชิดไปกับท่อนกายที่กำลังโจนจ้วงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อารมณ์หวามที่เกิดขึ้นกำลังจะเข้าสู่จุดแห่งความสุขสม กุลยาหวีดร้องเบา ๆ จนต้องยกมือขึ้นอุดปากยามที่ร่างกระตุก
กุมภ์หมุนกายของเธอมาหา ช้อนอุ้มร่างน้อยไปที่เตียงนอนกว้าง ให้เธอคุกเข่าไปกับเตียง ในขณะที่ขาช่วงล่างพ้นจากขอบเตียงออกมาครึ่งหนึ่ง แล้วเขาก็แทรกกายเข้าหาจากทางเบื้องหลังในท่าที่กำลังยืนอยู่ข้างเตียงนอนกว้าง
กุลยาจิกมือกับผ้าปูที่นอนด้วยความเสียวซ่าน เธอหยัดสะโพกให้เขาอย่างยินยอมพร้อมใจ เผลอไผลไปกับรสสัมผัสอันดุดันร้อนแรงของเขา เสียงกายที่แทรกสอดเข้ามานั้นรุกเร้ารุนแรงจนร่างน้อยสั่นเทิ้ม หญิงสาวแหงนใบหน้าขึ้นด้านบนเพื่อร้องคราง เกร็งกระตุกอีกครั้งรับน้ำรักที่เขาฉีดพ่นเข้ามาในร่างจนหมดสิ้น
ร่างที่โอบกอดเธอเอาไว้มันช่างให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานระคนไปด้วยความสุขซ่านที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจ
“แต่งงานแล้วมาอยู่กับพี่ที่ประจวบฯ ไหม” กุมภ์เอ่ยถามคนที่กอดเอาไว้แนบอก ในขณะที่เขาไล้แขนเปลือยของเธอเล่น
“กุลเป็นห่วงคุณยายน่ะค่ะ กุลทิ้งคุณยายไม่ได้ เป็นห่วงร้านขนมของกุลด้วย” เธอตอบเขาออกไป ใจโหวงอย่างประหลาดที่หลังแต่งงานเธอกับเขาอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน บทรักร้อนแรงที่เกิดขึ้นนั้น เธอยอมรับว่าลึก ๆ เธอยินยอมและเต็มใจที่จะตกเป็นของเขาทุกครั้งที่เขาต้องการ
“พี่ตามใจกุล ไป ๆ มา ๆ ก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปหาเอง พี่ยังไงก็ได้ หลังแต่งก็ต้องดูแลครอบครัวของกันและกัน” กุมภ์ใส่ใจครอบครัวเสมอ นั่นทำให้กุลยายิ่งรักเขา กอดเอวหนาของเขาแน่นยิ่งขึ้น มันรู้สึกอบอุ่นใจเสมอเมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนของเขาแบบนี้
“พี่กุมภ์คะ”
“ครับ”
“ถ้าวันหนึ่งไม่มีกุล พี่กุมภ์อยู่ได้ใช่ไหมคะ” กุลยาเอ่ยถามออกไป ด้วยว่าอยากรู้ความนึกคิดในหัวใจของเขา เธอกำลังสับสนอย่างหนักว่าตัดสินใจถูกต้องแล้วใช่ไหม
นั่นคือน้องสาวที่เธอรักและต้องดูแล ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขมากที่สุด เพื่อชดเชยกับสิ่งเลวร้ายที่กุลธิดาได้รับมาตลอดหลายปี
และคนที่เธอกำลังกอดอยู่คือผู้ชายที่เธอไม่ได้คิดว่าจะรักแต่ก็รักหมดหัวใจเพราะเธอแพ้ความดีของเขา
“ถามอะไรแบบนั้น” กุมภ์ขยับตัวผละห่างเล็กน้อย เพื่อมองหน้าคนในอ้อมแขนให้ชัดเจน เธอหลบสายตาของเขาก่อนจะกัดริมฝีปากน้อยเบา ๆ
“กุลแค่ถามเฉย ๆ น่ะค่ะ”
“กุลพูดเหมือนจะจากพี่ไป” กุมภ์เอ่ยถามอย่างคาดคั้น
“ไม่ใช่นะคะ กุลแค่ถามเฉย ๆ คนเราเกิดมาแล้วต้องตายนี่คะ”
“พี่ยังไม่อยากให้กุลตาย กุลสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอกครับ ที่สำคัญก็คือพี่จะดูแลปกป้องกุลให้ดีที่สุด ไม่ให้กุลเกิดอันตรายอะไรร้ายแรงแน่นอน”
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







