مشاركة

(7)ตาม

last update تاريخ النشر: 2025-07-22 21:38:25

ตาม

(เธอจะได้รับผลที่ขัดคำสั่งฉัน และเธอจะต้องจำมันไปจนตาย!)คำพูดของเทมโปทำให้ฉันรู้สึกว่าหัวใจสั่น ๆ หวาดกลัวอยู่เหมือนกัน เพราะน้ำเสียงเขาดูจริงจังแฝงความโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็น

"...."ฉันนิ่งไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกไป

(เตรียมตัวไว้ล่ะกัน!)เสียงคำขู่จบลง เทมโปก็กดวางสายไป

ฉันจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่อย่างเอือมระอากับคนที่มักจะเอาแต่ใจ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"ออร์แกน ทำอะไรอยู่"นั่นเป็นเสียงแม่ฉันที่พูดขึ้นอยู่ที่หน้าประตูห้อง.

"แต่งตัวอยู่ค่ะ"ฉันขานกลับไปแต่ไม่ได้ไปเปิดประตูให้ท่าน

"เร็ว ๆ หน่อยนะพ่อกับแม่รออยู่"

"ค่ะ แกนจะรีบตามไป"พูดจบ ก็มีเสียงฝีเท้าบางเดินออกไป จากนั้นฉันก็รีบแต่งตัวทันที

พอออกมาจากลิฟต์ก็เห็นพ่อกับแม่รออยู่ที่ล็อบบี้ทั้งคู่เห็นฉันก็ลุกขึ้นจากโซฟา

"อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"พ่อเอ่ยถามเมื่อฉันเดินมาถึง.

"อะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่พ่อกับแม่เลย"ฉันพูดพร้อมกับยิ้มหวานให้ท่าน จากนั้นพวกเราก็พากันออกมาจากโรงแรมมุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่แถวชายหาด

พอมาถึงพนักงานก็พาฉันไปที่โต๊ะซึ่งบรรยากาศดีมาก ระหว่างที่ฉันกวาดสายตาไปรอบ ๆ ร้านก็ได้สบตากับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็หันมาสบตากับฉันพอดี

"คุณ/คุณ"เราอุทานขึ้นเบา ๆพร้อมกับยกยิ้มให้กัน ก่อนที่ชายคนนั้นจะลุกจากเก้าอี้เดินมายังโต๊ะที่ฉันนั่งอยู่กับพ่อแม่

"สวัสดีครับ"สิ้นเสียงพ่อกับแม่ก็เงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยท่าทางสงสัยก่อนที่จะหันมาที่ฉัน

"นี่คุณภิสิงห์..."

"คุณออร์แกนเป็นคนช่วยผมไว้เราน่ะครับ"ยังไม่ทันได้พูดอะไรภิสิงห์ก็แทรกพูดขึ้นมาซะก่อน แต่ก็ไม่ได้ทำให้พ่อแม่หายสงสัย

"เชิญนั่งก่อนค่ะ"แม่เป็นคนเอ่ยชวน ภิสิงห์ก็นั่งลงข้าง ๆ ฉัน

"เรื่องมันเป็นยังไง ทำไมยัยแกนถึงไปช่วยคุณได้"พอภิสิงห์นั่งปุ๊บแม่ก็ถามขึ้นทันที

จากนั้นภิสิงห์ก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้พ่อกับแม่ฟังโดยไม่ผิดเพี้ยน

"แบบนี้เองสินะ"พ่อฉันพึมพำเบา ๆ พอได้ยินหลังจากภิสิงห์เล่าจบ

"ผมขอถือโอกาสนี้เลี้ยงอาหารทุกคนนะครับ"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ในขณะที่พ่อแม่และฉันต่างพากันมองหน้ากัน

"เอ่อ..."

"ถ้าจะบอกว่าเกรงใจ...ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับถ้าคุณออร์แกนไม่ช่วยผมไว้ป่านนี้ผมอาจจะเป็นผีเฝ้าทะเลไปแล้ว"พอภิสิงห์พูดจบฉันก็คลี่ยิ้มเบา ๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น

"เรียกแกนเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ เรียกคุณรู้สึกไม่ชินเลย แหะ ๆ"ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเอามือเกาท้ายทอยด้วยความเขิน

"ทำงานทำการอะไรเหรอคะคุณ"คำถามของแม่ทำให้ฉันกับพ่อหันไปที่ท่านพร้อมกัน ทางพ่อก็มองแม่ด้วยสีหน้าดุนิดหน่อย.ฉันพอรับรู้ได้ว่าเป็นคำถามที่ไม่ควรถามสำหรับคนเพิ่งจะเจอกัน

"ผมทำงานที่บริษัท2Z"ภิสิงห์ตอบกลับแล้วล้วงไปในกระเป๋าหยิบนามบัตรมาให้พวกเรา พ่อแม่ลูกคนล่ะใบ

"บริษัทอสังหา?"ฉันพึมพำเบา ๆ เมื่อได้เห็นนามบัตรที่ภิสิงห์ยื่นให้

"ใช่ครับ มีปัญหาเรื่องบ้าน ที่ดินปรึกษาผมได้นะครับ"ต่างคนก็ผงกหัวรับ ฉันจ้องไปที่นามบัตรนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า ทางบ้านของเทมโปก็มีบริษัทเกี่ยวกับอสังหาเหมือนกัน แต่บริษัทนั้นค่อนข้างใหญ่โตและมีชื่อเสียงระดับหนึ่ง และที่สำคัญพ่อฉันก็ทำบริษัทนั้น ด้วยความช่วยเหลือจากเทมโป

"อืม"พ่อฉันขานรับสั้น ๆ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าท่านก็ทำงานบริษัทอสังหาเหมือนกัน

"คุณภิสิงห์เป็นลูกชายเจ้าของบริษัท?"ฉันพลั้งปากเอ่ยถามขึ้นเหมือนเห็นนามสกุลประธานกับรองประธานเป็นนามสกุลเดียวกัน

"ใช่ครับ..."เขาตอบกลับพร้อมคลี่ยิ้มบาง ๆ

"...เรียกพี่แทนคุณได้ไหมเหมือนกันกับที่แกนไม่อยากให้เรียก"

"เหอะ"ฉันกลั้วหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้าตอบ.

อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ พวกเราก็ลงมือรับประทานอาหารกัน แต่ฉันสังเกตว่าพ่อมีท่าทางราวกับรอใครบางคนอยู่ ท่านมักจะมองไปยังรถยนต์ที่ขับเข้ามา

"พ่อมองหาใครหรือเปล่าคะ"

"เทมโปน่ะ เห็นบอกว่าจะตามมา"เคร๊งงง สิ้นเสียงคำพูดของพ่อ ฉันเกิดรู้สึกมือไม่อ่อนแรงขึ้นมาทันที ช้อนที่อยู่ในมือจึงร่วงหล่นกระทบจานเสียงดังทำให้คนในห้องต่างพากันมองมาที่ฉัน

"ขอโทษค่ะ"ฉันกล่าวออกไปพร้อมกับก้มหน้างุดหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก

"นั่นไงเทมโปมาแล้ว"เคร๊งงง ช้อนในมือฉันร่วงหล่นเป็นครั้งที่สอง พร้อมกับหันหน้าไปมองตามพ่อก็เห็นรถคันหรูที่คุ้นเคยขับเข้ามาในลานจอดรถของร้านอาหาร ไม่นานชายหน้าที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่นิสัยชั่วร้ายเอาแต่ใจก็ลงจากรถแล้วเดินเข้ามาในร้าน

"เทมโปทางนี้"พ่อของฉันโบกมือเรียกเขาที่อยู่ไม่ไกล.เทมโปส่งสายตามาที่ฉันแล้วยกยิ้มมุมปากแต่ต้องชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว ซึ่งมีภิสิงห์นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาก้าวขายาวเดินเอามือล้วงกระเป๋ามาที่โต๊ะ

"ใครเหรอแกน"ภิสิงห์กระชิบเอ่ยถามเบา ๆ

"เอ่อ เพื่อนแกน.."

"สวัสดีครับ"ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เทมโปก็เดินมาถึงแล้วยกมือสวัสดีทักทายพ่อกับแม่ฉันก่อนที่จะส่งสายตามาที่ฉันสลับไปจ้องหน้าภิสิงห์

"เชิญนั่ง ๆ"พ่อผายมือไปที่เก้าอี้หัวโต๊ะให้กับหลานชายเจ้านายของตนนั่ง

"ขอบคุณครับ..กำลังทานกันอยู่เหรอครับ"ปากหนาเอ่ยแต่สายตายังจ้องมาที่ฉัน

"เพิ่งจะเริ่มทานกันได้นิดหน่อย อยากทานอะไรเพิ่มไหม.."พ่อพูดจบก็กำลังจะกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ แต่เทมโปก็ห้ามไว้

"ไม่ครับผมทานที่อยู่บนโต๊ะได้"เขาพูดและยิ้มให้พ่ออย่างสุภาพ

"ออร์แกนตักข้าวให้เทมโปหน่อยสิ"นั้นเป็นคำสั่งของแม่ซึ่งบนหน้าเทมโปมีถ้วยจานช้อนวางอยู่แล้ว ฉันลอบหายใจเบา ๆ แล้วหยิบจานเปล่าตักข้าวให้เขา

"ลืมแนะนำเลย..."พ่อพูดขึ้นแล้วหันไปที่ภิสิงห์

"...นี่เทมโปเป็นเพื่อนออร์แกน และเป็นหลานชายเจ้านายน้าเอง"ว่าจบภิสิงห์ที่ยิ้มทักทายเทมโปตามมารยาทแต่ทว่าเขากลับทำหน้านิ่งแล้วหันไปทางอื่น

"เทมโปนี่คุณภิสิงห์เป็นลูกชายเจ้าของบริษัท.."

"ขอโทษครับผมไม่อยากรู้"เทมโปแทรกพูดขึ้นอย่างไม่มีทารยาท ทำให้พ่อดูหน้าเสียนิดหน่อย ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าแล้วหันไปพูดกับภิสิงห์

"แกนขอโทษแทนเทมโปด้วยนะคะ เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ"

"ไม่เป็นไร"ภิสิงห์ตอบกลับแล้วคลี่ยิ้มให้ พร้อมกับตักอาหารใส่ลงมาที่จากฉัน

"ลองทานนี่สิอร่อยนะ"

"ขอบคุณค่ะ"ฉันกล่าวก็ยิ้มหวานให้เขา หางตาเห็นว่าเทมโปทำหน้านิ่งมองมาที่ฉันอยู่ตลอด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (42)ตอนจบ nc

    ตอนจบ"เทมโป..." ใบหน้าหล่อคมคายหันมาจ้องที่ฉัน"...แกนจะไม่เป็นแค่เพื่อนอีกต่อไปใช่ไหม" เทมโปคลี่ยิ้มออกมาหลังจากที่ฉันพูดจบ"เธอไม่ใช่แค่เพื่อน..แต่เธอเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉันแล้ว.." มือหนายกมาลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน"..ถ้าฉันขาดเธอ ฉันขาดใจ" ปลั่ก! นั่นเป็นเสียงที่ฉันกำมือทุบไปที่อกของเขา"คนบ้า!""ใช่ ก่อนหน้าฉันเคยบ้ามาแล้ว ตั้งแต่เธอหนีไป" เทมโปพูดสวนกลับ ก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนัก"มันคงเป็นเวรกรรมที่ฉันเคยทำกับเธอ รู้ไหมว่าฉันทรมานจนดูน่าสมเพชเอามาก ๆ เลย""ออร์แกน...ตอนที่เธอหายไปฉันยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ""ทะ เทมโป.." ฉันเอ่ยน้ำเสียงสั่น ๆ แต่ภายในใจมันรู้สึกพองโต"ถ้าเธอไม่หนีไป วันนี้ฉันคงไม่รู้ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน..." คนร่างสูงโน้มหน้ามาจูบที่หน้าผากฉัน"...ขอบคุณที่สอนบทเรียนให้กับฉัน และขอบคุณที่กลับมาไม่ว่าเหตุผลที่เธอกลับมาไม่ใช่เพราะฉัน""..." เทมโปคลี่ยิ้มด้วยแววตาที่มีความสุข ใบหน้าสดใส"ถึงแม้เธอจะไม่ได้กลับมาเพราะฉัน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันได้เจอเธอ ได้ขอโทษและได้บอกความในใจของฉันให้เธอฟัง""เทมโป..แกนก็ไม่เคยลืมนายเลยนะ" ไม่รู้อะไรดลใจ ทำให้ฉัน

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (41)จากเพื่อนสู่ผัว

    จากเพื่อนสู่ผัว"กวิน กรัณย์ ออร์แกน" ฉันและลูกแฝดต่างพากันหันไปที่ต้นเสียง ซึ่งเป็นคนป่วยที่นอนอยู่เอ่ยขึ้นมา เขาลืมตามองมาที่พวกฉันแล้วค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้น"พ่อตื่นแล้ว" กวินบอกกับคนเป็นน้อง ก่อนจะลุกจากโซฟาเดินไปที่เตียง พร้อม ๆ กับฉันที่รีบไปประคองเขาลุกนั่ง.เทมโปคลี่ยิ้มด้วยแววตาที่มีความสุข ขณะที่ลูกแฝดขึ้นบนเก้าอี้แล้วเอ่ยถามอาการพ่อตัวเองทันที"พ่อเจ็บตรงไหนฮับ" แฝดพี่พูดแล้วใช้สายตามองไปที่เรือนร่างคนเป็นพ่อราวกับหาอะไร"พ่อรีบหายนะครับ จะได้มาเล่นกัน...." กรัณย์เอ่ยแล้วหันไปพูดกับกวิน"...ให้พ่อเป็นผู้ร้ายนะพวกเราเป็นตำรวจ""หึหึ" เทมโปหัวเราะออกมาแล้วเอื้อมไปลูบหัวลูกแฝดคนโต แล้วกำลังจะสลับไปลูบหัวคนน้องแต่เขากลับชะงัก คงจะจำวันนั้นได้วันที่กรัณย์ไม่ยอมให้เขาลูบเพราะกลัวผมเสียทรง"พ่อเป็นพ่อของกรัณย์ พ่อลูบได้ครับ" เด็กน้อยแฝดน้องพูดพร้อมกับยื่นหัวให้พ่อของเขาลูบ สร้างรอยยิ้มปนน้ำตาที่คลอเบ้าให้คนเป็นพ่อทันที"วันนี้เธอกับลูกอยู่กับฉันนะ" เทมโปหันมาพูดกับฉัน"อืม" ฉันตอบกลับสั้น ๆ แล้วคลี่ยิ้มให้"ขะ ขอบใจนะ" เทมโปกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ"รับหายนะ..แกนอยากให้เทมโปกลับมาใ

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (40)ยังไม่ให้โอกาส

    ยังไม่ให้โอกาส"แล้วเด็กฝาแฝดนั้นเป็นลูกใคร"ฉันคลี่ยิ้มหวานแล้วดึงมือหนาเดินเข้ามาด้านในห้อง"รอตรงนี้นะ เดี๋ยวแกนจะไปพากวิน กรัณย์เข้ามา" เทมโปทำสีหน้ามึนงงปนสงสัย แต่ก็ทำตามที่ฉันสั่ง เขาเลือกที่จะเดินไปนั่งที่โซฟา จากนั้นฉันก็ออกมาจากห้องก็เห็นทุกคนต่างนั่งอยู่กันเป็นกลุ่ม"เทมโปเป็นยังบ้าง ออร์แกน" คุณน้าเรอาลุกขึ้นแล้วรีบเดินมาถามด้วยใบหน้าที่ยังมีความกังวล"ตอนนี้เทมโปโอเคขึ้นแล้วค่ะ..." ว่าจบ ฉันก็หันไปที่ลูกแฝดที่มีผู้ใหญ่ล้อมรอบอย่างอบอุ่น"...แกนขอพากวิน กรัณย์ไปหาพ่อของเขาก่อนนะคะ" คุณน้าเรอาคลี่ยิ้มแล้วเอื้อมมากุมมือของฉัน"ออร์แกน น้าขอโทษแทนเทมโปด้วยนะ..." เธอลอบหายใจเบา ๆ ก่อนที่จะเอ่ยต่อ"...ไม่คิดเลยว่าฉันจะมีหลานฝาแฝดที่น่ารักแบบนี้ ขอบคุณเธอจริง ๆ ที่เลี้ยงดูที่เกิดมาจากเทมโปมาอย่างดี" คุณน้าเรอาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ น้ำตาคลอเบ้า"กวิน กรัณย์ เป็นยิ่งกว่าชีวิตยังไง แกนก็ต้องเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุดค่ะ" คุณน้าเรอาผงกหัวรับแล้วหันไปที่ลูกชายฝาแฝดของฉัน"กวิน กรัณย์ มากับแม่" ฉันเอ่ยเรียก ทั้งคู่ก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินยิ้มใบหน้าสดใสมาที่ฉัน"ลุงคนนั้นเป็นยังไงบ้างฮับ

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (39)ขอร้อง

    ขอร้องOrgan"ทำไมคุณทอยคิดว่าเราสองคนแต่งงานกัน" ภิสิงห์เอ่ยถามขึ้นขณะที่ตอนนี้พวกเราต่างพากันธุระเสร็จจนกลับมาที่บ้านแล้ว ส่วนสองแฝดก็นอนหลับด้วยความเพลีย"หว่าหวาเป็นคนโกหกเองค่ะ" คนเป็นพี่หันไปที่น้องสาวของตนด้วยสีหน้าสงสัย"คือวันนั้นพวกเราเจอกับเทมโป...." หว่าหวาหยุดพูดแล้วหันมาที่ฉัน"...นายนั่นคอยเซ้าซี้แกนไม่เลิก หว่าหวาก็เลยโกหกไปว่า..""พี่กับแกนแต่งงานแล้วกวิน กรัณย์คือเป็นลูกพี่?" ภิสิงห์แทรกพูดขึ้นหว่าหวาก็ผงกหัวรับสีหน้ารู้สึกผิด"อย่าโกรธหว่าหวาเลยค่ะ แกนเองก็ไม่ทักท้วงปล่อยเลยตามเลย" ฉันพูดจบ หว่าหวาก็หันมาฉีกยิ้มให้ ขณะที่ภิสิงห์มีสีหน้าดูเครียด ราวกับมีเรื่องบางอย่างในใจ"พี่สิงห์โกรธหรอกคะ แกนขอโทษ""เปล่า พี่ไม่ได้โกรธ.." ว่าจบ ภิสิงห์ก็ลอบหายใจออกมาเบา ๆ"...ไม่นานทางนั้นก็ต้องรู้ว่าเราไม่ได้แต่งงานกันจริง ๆ""...." ฉันไม่พูดอะไรได้แต่ก้มหน้าเม้มปากทั้งสองเข้ากันแน่น ภายในใจก็คิดไว้อยู่เหมือนกัน ยิ่งวันนี้ที่เจอกับพี่ทอย เขาดูมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ฉันคิดว่าเขาต้องไปสืบเรื่องแต่งงานที่หว่าหวากุขึ้นมาแน่"แกน..." ฉันเงยหน้าขึ้นมองไปยังพี่ชายเพื่อน"...พี่ได้ข

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (38)กลัว

    กลัววันนี้ฉัน หว่าหวา และภิสิงห์ต่างพากันไปดูสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับ แน่นอนว่าสองแสบจะต้องไปด้วย กวิน และกรัณย์ค่อนข้างที่จะติดฉัน เพราะฉันดูแลทั้งสองคนอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เขาเกิดมา ให้ความรัก เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับพวกเขา"แม่ฮับ..." บนรถของภิสิงห์ที่อาสาเป็นคนขับพาไปยังสถานที่จัดงาน อยู่ ๆ กวินก็เอ่ยขึ้น"...พ่ออยู่ไหนเหรอครับ" คำถามของลูกชายที่เป็นแฝดพี่ทำให้หัวใจฉันรู้สึกสั่น ๆ"นั่นสิครับ พ่อไปไหนเหรอ" ฉันละสายตาหันไปที่กรัณย์ที่พูดเสริมขึ้นมา หว่าหวาที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ พร้อมกับภิสิงห์หันมาสบตาฉันทันที"เอ่อ...ทำไมอยู่ดี ๆ ถามขึ้นมาล่ะครับ""ก็ลุงคนนั้นถามผมยังไม่ได้ตอบเขาเลย" ลุงคนนั้น ที่กวินเอ่ยถึงก็คือเทมโป พ่อของพวกเขานั้นแหละ"พ่อทำไมไม่มาหาพวกเราเลยล่ะครับ" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับสีหน้าเศร้า"...." ฉันนิ่งมองดูทั้งสองด้วยความสงสาร"เด็ก ๆ เดี๋ยวแวะกินไอศครีมคลายร้อนกันนะ" ภิสิงห์เอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเศร้า และดูเครียด"เย้ / เย้" พอได้ยินคำว่าไอศครีม เด็ก ๆ ก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าดีใจทันทีจากนั้นภิสิงห์ก็ขับรถเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพื่อพาเด็ก ๆไปทานไอศครีมระห

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (37)พ่อของเด็กเป็นใคร

    พ่อของเด็กเป็นใครฉันหยุดชะงักแล้วหันไปมองใบหน้าหล่อ นิ่ง ๆ เขาก้าวขายาวเดินมายืนตรงหน้าฉันแล้วหลุบตามองไปที่กวิน และกรัณย์สลับกัน ก่อนจะย่อตัวลงคุยกับกวิน แฝดพี่ที่ฉันจับมืออยู่"พ่ออยู่ไหนครับ" เทมโปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"...." กวินไม่ตอบ แล้วเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยสีหน้ามึนงง แฝงสงสัย"คุณเป็นใครเหรอครับ" กรัณย์แฝดน้องที่หว่าหวาจับอยู่เอ่ยขึ้น ทำให้เทมโปละสายตาหันไปมองเด็กน้อย"ลุงเป็น...." เขาหยุดพูดแล้วช้อนตาขึ้นมองมาที่ฉัน ก่อนที่จะตอบกลับกรัณย์"...ลุงเป็น พะ เพื่อนแม่เราน่ะ" เทมโปพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ สีหน้าเจ็บปวด แล้วเอื้อมมือไปลูบที่หัวกรัณย์ แต่ทว่า"อย่าลูบ เดี๋ยวผมเสียทรง" แฝดคนน้องผละหัวหนีออก ทำให้มือหนาชะงักแล้วหัวเราะปนเศร้าเบา ๆ"เหอะ" ไม่รู้ซะแล้วว่ากรัณย์ห่วงหล่อขนาดไหน"แล้วพ่อไปไหนเหรอครับ" ในเมื่อถามกวินแล้วไม่ได้คำตอบ เขาจึงเลือกถามแฝดน้องแทน"...." กรัณย์ ส่ายหัวแล้วก้มหน้าลงด้วยใบหน้าเศร้า ทำเอาหัวใจฉันวูบไหวสงสารลูก"พอสักทีเถอะ..เลิกยุ่งเรื่องของแกนได้แล้ว" พูดจบ ฉันก็พากวิน และหว่าหวาจูงมือกรัณย์เดินหนีมา"ออร์แกน...ออร์แกน""อย่าตามมานะ!" ฉันหันไปตวา

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (10)ดูถูก

    ดูถูกหลังจากเทมโปพูดจบก็ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา ดูแล้วพ่อกับแม่ฉันคงไม่ได้อยากจะไปนั่นแหละ พอทานมื้อเช้าเรียบร้อย พวกเราก็ออกมาจากโรงแรมเพื่อไปนั่งเล่นรับลมริมหาด ระหว่างทางก็ได้เจอกับภิสิงห์ที่กำลังเดินมาพอดี"สวัสดีครับ"เขายกมือไหว้ทักทายพ่อแม่ก่อนที่จะหันมายิ้มให้ฉัน ในขณะที่เทมโปยืนมอ

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (3)สถานะเพื่อนที่เอากันได้

    สถานะเพื่อนที่เอากันได้3 ปีก่อน "วันนี้ฉันไปส่งนะ"ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยน้ำเสียงทุ้มในขณะที่ฉันกำลังเก็บหนังสือเรียนใส่กระเป๋า เตรียมตัวกลับบ้าน "...."ฉันเงยหน้ามองคนพูดแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ "วันนี้เธอไม่ได้เอารถมาไม่ใช่เหรอ""อืม"ฉันตอบกลับสั้น ๆ แต่ในใจรู้สึกแย เมื่อรถประจำที่ฉันขับได้ถูกขายไปแล้ว เ

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (2)แอบรักเพื่อน

    แอบรักเพื่อนปึก ปึก ปึกเอวสอบกระแทกเข้ามาที่ระหว่างขาฉันอย่างหนักหน่วง"ทะ เทมโป..บะ เบา ๆ หน่อย อ๊ะ"ฉันเอ่ยร้องขอให้ชายบนร่างช่วยผ่อนแรงลงเพราะรู้สึกว่าจุกและที่สำคัญเจ็บตรงส่วนนั้นมาก"ทน! อีกแปบเดียวจะเสร็จแล้ว อ่า~"ปึก ปึก ปึก เขาไม่ผ่อนแรงแต่กลับรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย ฉันต้องนอนอดทนกัดฟันมือ

  • ก็แค่เพื่อน (set...ก็แค่)   (1)หน้าที่

    หน้าที่ครืนนน ครืนนนเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นในขณะที่หญิงสาวกำลังทำรายงานส่งอาจารย์อย่างเคร่งเครียด สายตากลมโตมองไปที่หน้าจอผ่านกรอบแว่นใส เมื่อเห็นรายชื่อคนที่โทรเข้าเธอก็ลอบหายใจเบา ๆ ก่อนจะหยิบขึ้นมาแล้วกดรับสาย."ฮาโหล"(มาให้เอาหน่อยสิ)เสียงทุ้มเอ่ยดังเข้ามาในสาย ทำให้หัวใจหญิงสาวเต้นรั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status