LOGIN“เจ้าลงจากเขาครานี้ก็คงหวังไปเยี่ยมเยือนนาง ฝากความคิดถึงของข้าถึงนางด้วย”“แล้วเรื่องทะเลสาบ...” กิเลนหนุ่มยังคงมิอาจเบาใจได้ จึงไต่ถามขึ้นมาอีกคราผู้อาวุโสหลับตาลงอย่างเชื่องช้า “ข้ารับรองว่าช่วงนี้ผนึกยังมิเสียหาย” “เช่นนั้นศิษย์ก็วางใจแล้ว” หลี่ลู่ร่ำลาผู้เป็นอาจารย์อีกสองสามประโยค จากนั้นก็แปลงกายเป็นกิเลนมุ่งหน้าเข้าสู่กลีบเมฆที่หนาทึบ ประเดี๋ยวอีกไม่นานคงมีพิรุณโปรยปรายลงมา เหอเหยาจวงลุกขึ้นจากโขดหินพลางเดินเอื่อยเฉื่อยไปที่ริมผา แววตาหยั่งลึกเก็บงำเรื่องราวมากมายความลับของสรวงสวรรค์ ผู้ใดเล่าเป็นผู้กำหนด “จางกั๋วเหล่า เรื่องนี้ข้าคงช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้” ชายชรายกมือไพล่หลัง มองผืนฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสียามตะวันใกล้ลับจากขอบฟ้า “เวลาเหลือไม่มากแล้ว...”สายลมพัดผ่านพาเอาใบไม้สีฉี่จื่อ[1] พลิ้วโชยไปยังที่ไกลแสนไกล นำพาเสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก้องสู่ใต้หล้าสรรพสิ่งในสามพิภพล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ยินยอมหรือไม่ ดึงดันหรือไม่ ล้วนไร้ความหมาย...ท้องตลาดยามเช้าคับคั่งไปด้วยอาหาร ของสด ของคาว ของหวาน วางเรียงอย่างสวยงามอยู่บนโต๊ะและเพิง
เหอเหยาจวงสีหน้าเคร่งขรึม ยกมือขึ้นมาทาบชิดริมฝีปากเจ้าศิษย์ที่ริอ่านส่งเสียงดัง “ชู่ๆๆ อย่าเสียดัง ประเดี๋ยวก็ครบแล้ว ไม่เกินวันสองวันนี้ บิดาของเจ้าต้องขึ้นไปรายงาน”“หมายความว่าต้องรออีก?”“ใช่ รอก่อน” น้ำเสียงของผู้กล่าวสงบเยือกเย็น ผิดกับอีกฝ่ายที่ร้อนดังไฟแผดเผา“ท่านอาจารย์ เรื่องใหญ่เช่นนี้จะใจเย็นได้อย่างไร หาก...” หลี่ลู่พูดเพียงเท่านั้นก็หุบปากพร้อมกับตรงมาทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นเบื้องหน้าผู้ที่อบรมสั่งสอนตนมาหลายพันปี ยามที่สายตาของเหอเหยาจวงมองมาตรงๆ เขาก็มักจะเกรงใจและสำนึกได้ว่าตนเองเผลอทำตัวเสียมารยาทไปเสียแล้วเหอเหยาจวงยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากคล้ายพึงพอใจ ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาหาใช่มีฐานะเป็นเพียงศิษย์ แต่เขายังเป็นอนาคตของเผ่ากิเลน เป็นคลื่นลูกต่อไปของสามพิภพหกดินแดน หากเยือกเย็นและสุขุมมากขึ้น ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเขาและผู้อื่นในภายภาคหน้า“ท่านอาจารย์ ท่านยังไม่บอกศิษย์เลยว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” ในที่สุดชายหนุ่มก็ระงับความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่เหอเหยาจวงเหม่อมองผืนฟ้า “เจ้าสี่”ดวงตาของหลี่ลู่เบิกกว้างมากขึ้น สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลัน “หมายความว่าศิษย์น้องสี่มีคำทำนาย
หงหยางจูพูดพลางเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวคนเดียวในที่นี้ และด้วยความเคยชินก็ใช้ตัวกระแทกร่างอ่อนปวกเปียกของเด็กน้อยที่เกะกะอยู่ก่อนหน้านี้ออกไป นึกไม่ถึงว่าจะกะจังหวะพลาดเมื่อคนที่ถูกชนออกไปสะบัดข้อมือตามการตอบสนองของร่างกายอึก!มู่หรงอู่หน้าซีดขาว ผิดพลาดไปแล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจ!หลังมือของเจ้าของใบหน้าหวานกระแทกโดนปากของเด็กชายประเดี๋ยวเดียว วัตถุสีขาวสะอาดก็พุ่งกระเด็นออกมาจากปากของหงหยางจูหล่นตุ้บลงบนพื้นผู้มีประสบการณ์มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกว่าวันนี้ฟ้าได้เข้าข้างเขาเสียทีฟันหลอแล้ว... ในที่สุดก็ถึงคราวของเจ้าปีศาจงูบ้างที่ต้องถูกเยาะเย้ย!อี้เฟิงหลงแสยะยิ้มทันควัน “ไหน ข้ามีประสบการณ์มาก่อน เจ้าอ้าปากให้ข้าดูหน่อย ต้องห้ามเลือดที่ไหลก่อนนะ”เด็กชายเจ้าของเรือนผมสีขาวรีบยกมือขึ้นมาตะครุบปาก ถลึงตาใส่ผู้กล่าวอย่างเคียดแค้น“อุบอากเอี๋ยวอี้!” ...หุบปากเดี๋ยวนี้!“พูดจาภาษาอันใด ฟังไม่รู้ความ” บุตรชายเทพมังกรเงี่ยหูทรงแหลมเข้ามาใกล้ “ไหน พูดอีกทีสิ”ก่อนหน้านี้หงหยางจูล้อเลียนเรื่องที่เขาฟันหลอมาก็มาก หากมีโอกาสเอาคืน มีหรือที่จะไม่เอาคืน!“อากไอ้อ่อนเออะ!” ...ฝากไว้ก่อนเถอะ
เทพธิดาส่ายหน้าช้าๆ ราวกับมู่หรงอู่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว “ความสุขของผู้มีบุญเท่านั้นจึงจะเข้าใจ มู่หรงอู่ หากอยากเข้าใจอยากลึกซึ้ง ข้าจะสอน...”“ท่านอาขอรับ” เสียงเล็กขัดขึ้นมาอย่างออดอ้อน “ท่านอาพาข้าไปเที่ยวเล่นได้หรือไม่ขอรับ”“ทะ...เที่ยวเล่น?” หลิวฟางซวงกุมประสานมือบนโต๊ะ “เที่ยวเล่นที่ใดหรือ”“แดนมนุษย์”หลิวฟางซวงชะงัก “ไยจึงอยากไปเล่า”“เมื่อก่อนยามท่านผู้เฒ่าดูแลข้า ท่านผู้เฒ่าเคยพาข้าไปเที่ยวเล่นโลกมนุษย์อยู่บ่อยครั้ง” มู่หรงอู่เข้ามากอดขานางพร้อมถูไถใบหน้าหวานเข้ากับตักนุ่ม “นะๆ ท่านอาซวง ข้าเองก็เป็นมนุษย์ ข้าอยากไปเที่ยวเล่นบ้าง”หญิงสาวครุ่นคิดถึงคราวหลี่ลู่ที่เคยลากนางไปเที่ยวเมืองหลวงของแดนมนุษย์ขึ้นมา จนป่านนี้บุรุษที่รับปากว่าจะมาหานางก็ยังไม่มา คราวก่อนที่ไป ก็เข้าไปข้องเกี่ยวกับปัญหาภายในของเผ่ามังกร ไปคราวนี้อาจสอดมือไปยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นอีกแน่นอนว่านางไม่อยากไป เพราะไม่อยากไปยุ่งเรื่องที่มิใช่เรื่องของตนเอง แต่ที่เหนือกว่านั้นคือแรงดึงดูดมหาศาลจากเตียงในห้องนอนที่กำลังร้องเรียกนางปานจะขาดใจ“ไม่อยากนอนหน่อยหรือ” โฉมสะคราญถามย้ำอีกครา“ข้าอยากไปเที่ยวขอรับ” มู่หรงอ
“อาลู่ รีบขอโทษท่านอาจารย์ของเจ้าเสีย” ผู้เป็นบิดากล่าวเสียงเข้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่ยอมรับความผิดของตน หลี่ลู่เป็นบุตรชายคนเดียว ทั้งยังเป็นว่าที่ผู้นำคนต่อไปของชนเผ่า เรื่องนี้เขาเองก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้มารดาดูแลบุตรอย่างตามใจ ชื่อเสียงความดื้อดึงจึงแพร่สะบัดไปทั่วดินแดนศิษย์อันดับสองของปรมาจารย์ผู้เลื่องชื่อหันหน้ากลับไปสบตาอาจารย์ “ท่านอาจารย์ ข้ามีกิจสำคัญบางอย่างต้องทำ ประเดี๋ยวจะตามไปรับใช้ท่านที่แดนเซียน ได้หรือไม่”สีหน้าของหลี่อวิ๋นเคร่งขรึมกว่าเดิม “อาลู่! เสียมารยาท ท่านเหออุตส่าห์เดินทางมารับเจ้าด้วยตนเอง เจ้ายังจะปล่อยให้อาจารย์ต้องรอเจ้าอีกหรือ”“เจ้าสอง” เสียงนุ่มนวลของผู้สูงส่งขัดการต่อว่าที่บิดามีแก่บุตรชาย และเมื่อชายหนุ่มหันขวับมามอง เจ้าตัวก็ชูมือขึ้นพร้อมกับกวักน้อยๆ “มานี่”เจ้าของร่างสูงใหญ่ผิวสีแทนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง หากพออาจารย์เร่งกวักมือถี่ๆ เข้า เจ้าตัวจึงต้องเดินมาหาอย่างช่วยมิได้“ท่านอาจารย์ ข้า...”เหอเหยาจวงส่ายหน้า ครั้นมั่นใจว่าหลี่อวิ๋นจะไม่ได้ยินพวกเขาคุยกันก็ป้องปากกระซิบเสียงแผ่ว “ข้ารู้แล้วว่าเจ้ามาที่นี่ทำไม”“ทะ...ท่าน...” นัยน์ตาสีทองเบิก
“ถูกต้อง” นัยน์ตาของผู้กล่าวกลอกไปมาเล็กน้อย “ด้วยความเป็นห่วงข้าจึงไปพบนาง นางบอกกับข้าว่านางฝันถึงทะเลสาบสีดำ ซึ่งก็คือทะเลสาบจันทราจม”“แล้วอย่างไรต่อ”“ท่านพ่อ เหล่าเทพมิได้ฝันบ่อยนัก หากฝันจริงอาจเป็นลางบอกเหตุ เพื่อความแน่ใจ ข้าจึงต้องมาดูให้เห็นกับตา”“อือ...” หลี่อวิ๋นพยักหน้า “ที่เจ้ากล่าวมานับว่ามีเหตุผล”“เช่นนั้น...” ความคาดหวังวาดผ่านแววตาของชายหนุ่ม ก่อนที่มันจะสลายไปอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา“แต่ถึงอย่างไรก็มิได้”“ท่านพ่อ...”“องค์เง็กเซียนฮ่องเต้[1] ทรงมีรับสั่ง หากมิได้รับพระราชทานอนุญาต ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามก้าวผ่านเขตแดนต้องห้ามได้”หลี่ลู่หน้าสลดหากก็มิละทิ้งความหวัง “แม้กระทั่งท่านพ่อ?”กลิ่นอายของบิดาช่างสูงส่ง แววตาท่าทีมีเพียงความสุขุมเยือกเย็น เขาหวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถเป็นผู้นำเผ่าที่ดีได้ หากดูจากรูปการณ์แล้วมันช่างยากเย็นเหลือเกิน“ถูกต้อง”ว่าที่หัวหน้าเผ่าคนต่อไปมีสีหน้าผิดหวัง “หากเป็นดังที่ท่านพ่อว่า เช่นนั้นถ้าเกิดปัญหากับผนึกในทะเลสาบ ก็จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้”“เหลวไหล!” เสียงของบิดาขุ่นมัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “หากมีสิ่งใดผิดปกติ องค์เง็กเซียนย่อมล่วงรู้อยู







