ข้าคืออนุท้ายครัวของท่านอ๋องจอมโหด

ข้าคืออนุท้ายครัวของท่านอ๋องจอมโหด

last updateDernière mise à jour : 2025-05-04
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 Notes. 3 commentaires
29Chapitres
7.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

นางเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านที่ถูกชินอ๋องจอมโหดเหี้ยมและปากร้ายรับเป็นอนุภรรยา เขาทั้งเอาใจสตรีไม่เป็นและยังมักมากในกามเสียจนนางระอาใจ ในเมื่อหนีเขาไม่พ้น นางคงต้องตกเป็นของเขาจนได้สินะ จ้าวฝูหมิง ชินอ๋องจอมโหดแห่งเมืองหลวงเสียนหยาง เขาเป็นแม่ทัพปีศาจที่โหดเหี้ยมและโฉดที่สุด เขานำทัพไปปราบเหล่ากบฏที่คิดต่อต้านเมืองเสียนหยาง จนได้พบกับ ไป๋มู่หลัน หญิงสาวชาวบ้านจิตใจงาม จ้าวฝูหมิงพานางกลับไปที่จวนอ๋องด้วยกัน แต่ทว่าสตรีน้อยนางนี้ช่างบอบบางเสียจนเขาหงุดหงิด ซ้ำยังไม่ประสาเรื่องอย่างว่าเขาจึงรู้สึกรำคาญนางยิ่งนัก ไป๋มู่หลันหวาดกลัวจ้าวฝูหมิงเหลือเกิน แต่นางก็จำต้องปรนนิบัติเขาทุกวันอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางเป็นเพียงสตรีชาวบ้าน สิ่งเดียวที่นางพอจะทำได้คือการทำอาหารที่นางชื่นชอบ เขาชอบแทะโลมนาง นางจะทำเช่นไรดีเล่า!!!

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยม

เสียงสายฝนโหมกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ไป๋มู่หลัน สาวน้อยวัยเพียงสิบเจ็ดปีสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดผวา นางหันซ้ายแลขวามองฝ่าความมืดในห้องนอนก่อนจะรีบซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา เพื่อช่วยให้คลายความหนาวเย็นลงไปได้บ้าง

ไป๋มู่ชิงเป็นนักเรียน ม. ปลายของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองปักกิ่ง แต่ทว่าเธอกลับโชคร้ายถูกรถชนตาย วิญญาณจึงมาเกิดใหม่ในร่างไป๋มู่หลันสาวน้อยชนบทผู้มีจิตใจงดงามเมื่อสองปีก่อน

ที่นี่คือแคว้นฉีตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองหลวงเสียนหยาง ยามนี้ไฟสงครามกำลังปะทุ ด้วยเพราะฉีอ๋องคิดก่อการกบฏหวังขึ้นเป็นฮ่องเต้ บ้านเมืองจึงลุกเป็นไฟไร้ซึ่งความสงบ เหล่าชาวบ้านต่างใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวา หวั่นเกรงการถูกเข่นฆ่าด้วยน้ำมือของทหารเสียนหยาง

ครอบครัวของไป๋มู่หลันเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่ที่กลางตลาด ไป๋มู่หลันชื่นชอบการทำอาหารเป็นอย่างมาก ฝีมือของนางยอดเยี่ยมจนผู้คนต่างแวะเวียนมาลองลิ้มชิมรสไม่ขาดสาย เพราะนางมาจากโลกอนาคตจึงนำอาหารจากปัจจุบันและอดีตมาดัดแปลงรวมกันได้อย่างน่าทึ่ง

ไป๋มู่หลันอาศัยอยู่กับบิดาเพียงสองคนมารดาของนางเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วด้วยโรคประจำตัว ครอบครัวของนางมีฐานะยากจน เวลาสองปีไป๋มู่หลันต้องปรับตัวให้กลมกลืนกับคนที่นี่ มันช่างยากเย็นเหลือเกินแต่สุดท้ายนางก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี

"แม่นางไป๋วันนี้ข้าอยากมาลองชิมฝีมือของเจ้า"

ไป๋มู่หลันหันไปมองเหล่าลูกค้าที่เรียงรายกันเข้ามา นางออกไปต้อนรับพวกเขาด้วยท่าทีเป็นมิตร

"วันนี้มีบะหมี่ผักเจ้าค่ะ"

ไป๋มู่หลันเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้านางคิดสูตรนี้ขึ้นมาได้เมื่อหลายวันก่อน นางนำบะหมี่ไปลวกกับน้ำซุปพะโล้ชั้นดีที่เคี่ยวจนเข้มข้น ส่วนผักก็ต้มในน้ำซุปเนื้อ จากนั้นนำเนื้อไปผัดกับไฟจนหอมกรุ่น นางจัดวางบะหมี่และเนื้อผัดลงในชามอย่างพิถีพิถัน และราดด้วยน้ำซุปที่เคี่ยวด้วยกระดูกไก่อย่างดีราดลงไป กลิ่นหอมยั่วยวนทำให้เหล่าลูกค้าที่มายืนรออดน้ำลายสอไม่ได้

ฮี่!!!

แต่ทว่ายังไม่ทันที่ไป๋มู่หลันจะได้ขายอาหารที่นางตั้งใจทำเอาไว้เป็นอย่างดี เสียงควบม้าก็ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงคำรามที่ดุดันชวนขนหัวลุก

"ไสหัวไปให้หมด!!! ชินอ๋องจ้าวฝูหมิงมาถึงแล้ว!!!"

ผู้คนต่างอกสั่นขวัญหายเมื่อได้ยินชื่อนี้ ได้ยินว่าสามวันก่อนกลางดึกคืนที่สายฝนกระหน่ำชินอ๋องผู้นี้บุกเข้าไปสังหารฉีอ๋องอย่างเหี้ยมโหดและยังตัดศีรษะของเขาส่งกลับไปยังเมืองเสียนหยางเพื่อถวายแด่องค์ฮ่องเต้เท่ากับว่ายามนี้แคว้นฉีตกอยู่ในมือของชินอ๋องผู้นี้เสียแล้ว

ไอหยา!!! ครานี้ราษฎรแคว้นฉีคงอยู่ไม่เป็นสุขเสียแล้ว

ไป๋มู่หลันเคยได้ยินชื่อเสียงของชินอ๋องผู้นี้อยู่บ้างแต่นางมิค่อยใส่ใจเท่าใดนัก ได้ยินมาว่ากองทัพของชินอ๋องมักชื่นชอบดื่มสุราและเคล้านารี สตรีใดงามต้องใจเขาก็จะต้องบังคับพานางกลับไปยังกองทัพด้วยทุกครั้ง

เมื่อสองปีก่อนนางยังมีอายุเพียงสิบห้าปีบิดากลัวนางจะล้มป่วยเพราะทำงานหนักจึงมิให้ออกจากเรือนแต่ยามนี้นางแข็งแรงดีแล้วจึงได้ออกมาช่วยท่านพ่อขายอาหารที่ร้านได้

ไป๋มู่หลันคร้านจะใส่ใจนางเพียงหลบลี้หนีหายเข้าไปในร้านเพื่อดูน้ำซุปที่เคี่ยวเอาไว้ในครัวที่ด้านหลังร้านแทน

จ้าวฝูหมิงควบม้ามาถึงกลางตลาดด้วยความเร็ว ผู้คนที่ได้พบเห็นต่างต้องรีบหลีกทางให้แก่เขา กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าร้านของไป๋มู่หลัน ดวงตาเย็นชาจ้องมองไปรอบ ๆ บริเวณ เขาเห็นเหล่าชาวบ้านต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขาบางคนถึงกับตัวสั่นเข่าทรุดก็มี

บัดซบ!!! ความหล่อของข้าถึงกับทำให้ชาวบ้านแคว้นฉีหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

จ้าวฝูหมิงกระโดดลงจากหลังม้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายในร้านหากทางเดินมีผู้คนยืนขวางเขาก็จะยกเท้าถีบมันให้กระเด็นไปให้พ้นทางเดินของเขาเสีย

ไป๋เฟยบิดาของไป๋มู่หลันรู้สึกหวาดกลัวจ้าวฝูหมิงไม่น้อย ใคร ๆ ต่างก็รู้จักท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมเป็นอย่างดีเขามาที่นี่เพื่อกวาดล้างกบฏ

จ้าวฝูหมิงปรายตามองไป๋เฟยด้วยแววตาที่เฉยชาเห็นเขาเป็นผีหรืออย่างไรกัน ถึงแม้เขาจะได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้มาปราบปรามเหล่ากบฏแต่เขาก็แยกแยะถูกผิดได้เหล่าชาวบ้านที่มิรู้เรื่องใดใดเขาก็ไม่ได้คิดจะสังหารทิ้งแม้แต่น้อย

"ร้านเจ้ามีสิ่งใดที่รสชาติดีที่สุดนำออกมาให้ข้ากินเสีย"

"เอ่อ ทูลท่านอ๋อง ร้านของข้าน้อยต่ำต้อยยิ่งนักเกรงว่า..."

"จะเอาออกมาดีดีหรือจะให้ข้าตัดหัวเจ้าทิ้งเสีย!!!"

ไป๋เฟยไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปที่ด้านหลังร้านก่อนจะสั่งให้ไป๋มู่หลันเตรียมชามใบใหญ่เท่าหม้อมาหนึ่งใบ แล้วจึงจัดการนำเส้นและเนื้อใส่ขยำรวม ๆ กันมาอย่างลวก ๆ และเทน้ำซุปลงไปไป๋มู่หลันที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น

"ท่านพ่อ ลูกค้ามาหลายคนหรือเจ้าคะท่านถึงใส่ชามใบใหญ่ถึงเพียงนี้"

ไป๋เฟยไม่เอ่ยสิ่งใดเขารีบยกชามใบนั้นออกมามอบให้จ้าวฝูหมิงทันที

จ้าวฝูหมิงจ้องมองชามใบใหญ่นั้นด้วยสายตาอำมหิตก่อนจะปรายตามองไป๋เฟยอย่างเอาเรื่อง

บัดซบ!!! มันเหมือนชามใส่ข้าวหมายิ่งนักตาแก่นี่คงเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!!!

ไป๋เฟยที่เห็นจ้าวฝูหมิงมองเขาด้วยสายตาอำมหิตก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ จ้าวฝูหมิงลุกขึ้นยืนก่อนจะชักดาบยาวออกมาวางพาดลงไปบนลำคอของไป๋เฟย

"ทะ ท่านอ๋อง!!!"

"เจ้ากล้าดูหมิ่นข้าหรือ!!! ใครจะไปกินหมดชามเท่าฝาหม้อเช่นนี้!!!"

"ขออภัยท่านอ๋อง ฮือออ ข้าน้อยมิบังอาจ!!!"

"หึ!!! เห็นแก่ที่เจ้าสำนึกผิด ข้าจะไว้ชีวิต"

"ขอบพระทัยท่านอ๋อง"

"ข้าจะไปเติมเนื้อเพิ่ม หม้อของเจ้าอยู่ที่ใด?"

"ในครัวขอรับ"

จ้าวฝูหมิงเดินถือชามใบใหญ่เข้าไปด้านหลังครัวอย่างถือวิสาสะ วินาทีนั้นเป็นช่วงเวลาที่ไป๋มู่หลันกำลังจะเดินออกไปที่หน้าร้านพอดี

จ้าวฝูหมิงจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา ดวงตากลมโตของนาง เอวบางระหง เรือนร่างอรชร ใบหน้าขาวนวลเนียน นางสวมชุดสีเขียวอ่อนตามแบบฉบับของสตรีชนบททั่วไป เส้นผมยาวสลวยถูกรวบตึงขึ้นและปักปิ่นธรรมดาเอาไว้อย่างลวก ๆ สองแก้มแดงระเรื่อเพราะผ่านความร้อนจากหน้าเตาไฟช่างดูงดงามไม่น้อย

จ้าวฝูหมิงเลื่อนสายตาลงไปมองเนินอกขนาดใหญ่ของนางด้วยแววตาที่ล้ำลึก แม้นางจะสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด  แต่ทว่าเขากลับละสายตาไปจากหน้าอกของนางไม่ได้เลย 

นี่คือสตรีที่เขาชื่นชอบ ลักษณะเช่นนี้ที่เขาอยากได้มาครอบครอง

ไป๋มู่หลันจ้องมองจ้าวฝูหมิงด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยสิ่งใด จ้าวฝูหมิงก็โยนชามบะหมี่ผักทิ้งลงไปบนพื้นจนหกเลอะเทอะ แล้วจึงสาวเท้าเข้ามาหานาง เขายื่นมือหนาใหญ่มาจับร่างของนางขึ้นไปพาดเอาไว้บนบ่า ก่อนจะพาเดินออกไปด้านนอก ไป๋มู่หลันกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว ไป๋เฟยที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบวิ่งไปขวางทางเขาเอาไว้

"ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตบุตรสาวของข้าน้อยด้วยเถิดขอรับ!!!"

"นางเป็นบุตรสาวของเจ้าหรือ?'

"ขอรับ"

"ข้าจะรับนางเป็นอนุ แต่ยามนี้ข้าขอพานางไปขึ้นสวรรค์เสียก่อน แล้วจะส่งนางกลับไปที่เรือนเจ้า"

ไป๋เฟยทำได้เพียงยืนอ้าปากค้าง มองดูจ้าวฝูหมิงแบกไป๋มู่หลันไปต่อหน้าต่อตา

สาวน้อยวัยเพียงสิบเจ็ดปี ถูกพากลับมาที่กระโจมของจ้าวฝูหมิงอย่างรวดเร็ว จ้าวฝูหมิงโยนนางลงไปบนเตียงอย่างไร้ความปรานี ไป๋มู่หลันรู้สึกปวดสะโพกเป็นอย่างมาก คนเลว!!! เขาโยนนางลงมาเช่นนี้ได้อย่างไรกันป่าเถื่อนที่สุดเลย!!!

เมื่อเห็นนางทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น

บัดซบ!!! ยังไม่ได้เสียบนางก็เจ็บแล้วหรือ?

จ้าวฝูหมิงจัดการถอดเสื้อผ้าของตนโยนทิ้งลงไปกับพื้นแล้วจึงก้าวเข้ามาหาไป๋มู่หลันอย่างไม่รอช้า ไป๋มู่หลันที่เห็นเช่นนั้นก็ตกใจดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว!!!

อ๊าส์!!! แท่งนั่นมัน

ไป๋มู่หลันมิเคยเห็นของบุรุษมาก่อน นางจึงเป็นลมล้มพับไปกับเตียงทันที จ้าวฝูหมิงที่เห็นเช่นนั้นก็ชะงักค้างอยู่กับที่

บัดซบ!!! ข้าแข็งเต็มที่แล้วแต่เจ้ากลับสลบไปเช่นนี้หรือ!!!

"นี่เจ้า!!!"

ไร้เสียงตอบรับจากไป๋มู่หลัน นางยังคงนอนสลบเป็นลมไม่ได้สติ จ้าวฝูหมิงยื่นมือไปเขย่าที่ไหล่นางหลายต่อหลายคราจนเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเสียแล้ว

บังอาจนัก!!! สตรีทั่วแคว้นต่างหมายปองจะตกเป็นของเขาแต่นางกลับเล่นตัวเช่นนี้!!!

จ้าวฝูหมิงก้มหน้าลงไปจ้องมองลำแท่งเอ็นร้อนของตนเองก่อนจะโยกเอวส่ายมันให้ขยับโตงเตงไปทางซ้ายทีทางขวาที พร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากด้วยความภาคภูมิใจ

ใหญ่ขนาดนี้มีสิ่งใดให้เจ้าต้องกลัวกันเล่าแม่สาวน้อย!!!"

เขาโน้มใบหน้าเข้าไปหานางพลางสำรวจจ้องมองนางอย่างไม่ลดละ เมื่อตอนอายุสิบแปดปีเขาเคยหลับนอนกับนางบำเรอที่เสด็จแม่ทรงมอบให้ เขาใช้ชีวิตสำราญมาจนอายุยี่สิบห้าปี เหล่านางบำเรอในจวนของเขามีมากมาย แต่เขาไม่เคยผูกพันรักใคร่และอยากแต่งสตรีใดเลย เขาเพียงหลับนอนกับพวกนางเพียงครั้งเดียวก็มิคิดแตะต้องพวกนางอีก

เหล่าสตรีน่ารำคาญ เขาเพียงต้องการระบายอารมณ์เพียงเท่านั้น!!! เขาก็เป็นคนเช่นนี้ มิชอบให้คนมาก้าวก่ายชีวิตเขา แล้วใครจะทำไม!!!

ว่าแล้วก็จ้องมองไป๋มู่หลันต่อ แม้จะอยากจับนางกินเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาก็มิใช่บุรุษใจทรามคิดข่มเหงสตรีที่มิยินยอมเช่นนี้!!!

น่าเบื่อ!!!

เขาเดินออกมาจากกระโจมก่อนจะกระโดดถีบทหารองครักษ์ผู้นั้นจนล้มลงไปกองกับพื้น

"ท่านอ๋อง ถีบบ่าวด้วยเหตุใดขอรับ!!!"

"อยากถีบ!!! เจ้ามีปัญหาหรือ?"

ทหารองครักษ์ผู้โชคร้ายทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม ทว่าจ้าวฝูหมิงกลับร้อนรุ่มจนเกินจะทน เขาจึงเดินตรงไปที่แม่น้ำด้านหลังกองทัพ แล้วกระโดดลงไปทันทีเพื่อคลายความร้อนรุ่ม!!!

บัดซบ!!! ข้าต้องใช้มืออีกแล้ว

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

jay
jay
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
2025-06-11 13:26:45
1
0
Paison Thimdib
Paison Thimdib
ขอบคุณอ่านจบแล้ว
2025-05-30 21:44:03
2
0
Virat Ponrit
Virat Ponrit
ชอบพระเอกเรื่องนี้มาก ตรงไปตรงมาโหด หืน รักเมียคนเดียว
2025-05-21 22:33:57
2
0
29
บทที่ 1 ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยม
เสียงสายฝนโหมกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ไป๋มู่หลัน สาวน้อยวัยเพียงสิบเจ็ดปีสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดผวา นางหันซ้ายแลขวามองฝ่าความมืดในห้องนอนก่อนจะรีบซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา เพื่อช่วยให้คลายความหนาวเย็นลงไปได้บ้างไป๋มู่ชิงเป็นนักเรียน ม. ปลายของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองปักกิ่ง แต่ทว่าเธอกลับโชคร้ายถูกรถชนตาย วิญญาณจึงมาเกิดใหม่ในร่างไป๋มู่หลันสาวน้อยชนบทผู้มีจิตใจงดงามเมื่อสองปีก่อนที่นี่คือแคว้นฉีตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองหลวงเสียนหยาง ยามนี้ไฟสงครามกำลังปะทุ ด้วยเพราะฉีอ๋องคิดก่อการกบฏหวังขึ้นเป็นฮ่องเต้ บ้านเมืองจึงลุกเป็นไฟไร้ซึ่งความสงบ เหล่าชาวบ้านต่างใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวา หวั่นเกรงการถูกเข่นฆ่าด้วยน้ำมือของทหารเสียนหยางครอบครัวของไป๋มู่หลันเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่ที่กลางตลาด ไป๋มู่หลันชื่นชอบการทำอาหารเป็นอย่างมาก ฝีมือของนางยอดเยี่ยมจนผู้คนต่างแวะเวียนมาลองลิ้มชิมรสไม่ขาดสาย เพราะนางมาจากโลกอนาคตจึงนำอาหารจากปัจจุบันและอดีตมาดัดแปลงรวมกันได้อย่างน่าทึ่งไป๋มู่หลันอาศัยอยู่กับบิดาเพียงสองคนมารดาของนางเสียชีวิตไปเมื่อปีที่
Read More
บทที่ 2 แต่งอนุ
จ้าวฝูหมิงใช้มือหนารูดชักลำแท่งเอ็นร้อนของตนเองอยู่ที่ริมแม่น้ำพลางส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเสียวกระสัน เหล่าทหารองครักษ์ทำได้เพียงปิดหูปิดตาไม่ได้ยินสิ่งใด เอ๋!!! มิใช่ว่าท่านอ๋องพาสตรีน้อยนางหนึ่งมาด้วยหรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงไปช่วยตนเองอยู่ที่ริมแม่น้ำเช่นนั้น แต่ใครจะกล้าถามให้โดนถีบกันเล่า!!!จ้าวฝูหมิงที่ระบายความร้อนรุ่มในกายออกจนหมดแล้วก็รู้สึกโล่งสบายเป็นอย่างยิ่ง เขาเดินกลับไปที่กระโจมทันที ก่อนจะพบกับไป๋มู่หลันที่กำลังฟื้นคืนสติขึ้นมา นางรีบลุกขึ้นมานั่งตัวตรงและก้มลงสำรวจร่างกายของตนเองด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าอาภรณ์บนกายยังอยู่ครบทุกชิ้นก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย "ฟื้นแล้วหรือ?"เสียงเข้มดุดันทำให้ไป๋มู่หลันขนลุกชูชันไปทั้งกาย นางเงยหน้าไปมองเขา ก่อนจะขยับกายถอยร่นหนี ยิ่งนางถอยห่าง จ้าวฝูหมิงก็ยิ่งขยับเข้าไปใกล้นางมากขึ้นเรื่อย ๆ ยามนี้นางรู้แล้วว่าคนที่จับตัวนางมาคือผู้ใด ชินอ๋องแห่งเมืองเสียนหยาง!!!"อย่าทำสิ่งใดหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันยังเด็กเพคะ"จ้าวฝูหมิงปรายตามองนางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เด็กหรือ? ไม่เด็กแล้วละข้าว่า "เจ้าโตเป็นสาวงามเช่นนี้ มิใช่เด็กเส
Read More
บทที่ 3 บำรุงให้นางโตเร็ว ๆ
ไป๋มู่หลันรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก นางรีบมุดหน้าเข้าไปในผ้าห่มทันที ผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อจ้าวฝูหมิงได้ระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว เขาจึงล้มตัวลงนอนข้างกายของนาง ตลอดทั้งคืนไป๋มู่หลันรู้สึกนอนไม่หลับเลยแม้แต่น้อย คงเพราะนางแปลกที่ด้วย และอีกอย่างก็เพราะจ้าวฝูหมิงใช้ท่อนขาแกร่งมาวางพาดบนร่างของนางตลอดทั้งคืนราวกับนางเป็นหมอนข้างให้เขากอดก่าย จ้าวฝูหมิงมิเคยให้สตรีใดมานอนข้างกายเขาทั้งคืนเช่นนี้ เมื่อไป๋มู่หลันมานอนด้วย เขาจึงไม่รู้ว่าควรจะต้องทำเช่นไร จะกอดนางก็กลัวว่าตนเองจะทนไม่ไหว เผลอทำสิ่งใดนางลงไปโดยไม่รู้ตัว นางยังไม่มีรอบเดือน เขาจึงทำได้เพียงใช้ท่อนขาข้างหนึ่งก่ายไว้บนกายนางสตรีของข้าย่อมต้องอยู่ใต้บัญชาของข้า ต่อให้ข้าเอาขาก่ายคอนาง นางก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าเขาแม้แต่น้อย!!!รุ่งเช้ามาเยือน ดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในกระโจม จ้าวฝูหมิงลืมตาตื่นขึ้นมาและมองไปข้างกาย กลับพบว่านางหายไปเสียแล้ว บัดซบ!!! แอบหนีไปตอนข้าหลับหรือ!!! บังอาจนัก เขาชักดาบยาวออกมาพร้อมกับเดินมุ่งตรงออกไปนอกกระโจม แต่เมื่อออกไปกลับพบไป๋มู่หลันที่กำลังง่วนอยู่ที่หน้าเตาไฟ โดยมีหลัวเฉิงลู่คอยรับใช้อย
Read More
บทที่ 4 เดินทางกลับเสียนหยาง
หลายวันต่อมาจ้าวฝูหมิงให้ไป๋มู่หลันกลับไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ของนางที่เรือนให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมออกเดินทางกลับเมืองหลวงเสียนหยางทันที ส่วนเขากลับไปกวาดต้อนเหล่าเชลยที่เป็นพวกเดียวกับฉีอ๋องให้กลับไปรับโทษที่เสียนหยางด้วย ยามนี้จวนอ๋องที่เคยใหญ่โตกลับกลายเป็นจวนร้าง จ้าวฝูหมิงจัดการฆ่าล้างตระกูลของฉีอ๋องจนสิ้นซากภายในคืนเดียว แต่ไหนแต่ไรฉีอ๋องผู้นี้ก็คิดก่อความวุ่นวายมาโดยตลอด ฮ่องเต้จ้าวฝูหรง พี่ชายของเขาเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันญาติมิตรมาโดยตลอด แม้จะเป็นญาติห่าง ๆ แต่ก็ยังยกดินแดนแคว้นฉีให้ปกครอง แต่ทว่าฉีอ๋องกลับโลภมากไม่รู้จักพอ จึงต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ นี่สินะความโหดเหี้ยมในราชวงศ์ต่อให้เป็นญาติมิตรพี่น้องที่เคยรักใคร่กันแค่ไหน สุดท้ายแล้วก็ต้องจบชีวิตลงเพราะคำว่ายื้อแย่งอำนาจเพียงคำเดียวไป๋มู่หลันกลับมาลาบิดาของนางด้วยแววตาที่เศร้าใจไม่น้อย ได้ยินมาว่าท่านอ๋องสั่งให้เหล่าทหารมาทุบร้านของท่านพ่อ นางรู้สึกตื่นตระหนกยิ่งนัก แต่ทว่าทหารเหล่านั้นเอ่ยเพียงว่าท่านอ๋องสั่งให้ทุบร้านเก่าทิ้งเพราะเล็กเกินไป และสั่งให้สร้างร้านใหม่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ให้ตายเถิด!!! เหตุใดจึงไม่แจ้งก่อนทุบ
Read More
บทที่ 5 ท่านอ๋องน้อยโม่ฉือ
หลิงหลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็อดยกยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากมิได้ หึ!!! อย่างไรเสียนายหญิงคนใหม่ก็ยังไร้อำนาจในจวนอ๋องอยู่ดี ดูดูไปแล้ว เหมือนจะเป็นเพียงเด็กสาวที่ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกเพียงเท่านั้น "พวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว ส่วนเจ้าไป๋มู่หลันอยู่ก่อน"เหล่านางบำเรอต่างย่อกายทำความเคารพเขาและทยอยเดินออกไปทีละคน หลิงหลิงไม่ลืมที่จะปรายตามองไป๋มู่หลันอีกครา ไป๋มู่หลันเองก็หันไปสบตากับนางเช่นกัน แต่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น หลังจากที่หลิงหลิงและเหล่านางบำเรอออกไปกันหมดแล้ว จ้าวฝูหมิงก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะเดินเข้าไปหานาง แต่ทว่าเขากลับซวนเซเล็กน้อย รู้สึกว่าศีรษะมึนงงไปชั่วขณะ บัดซบ! ข้าคงดื่มสุรามากเกินไปสินะ "ท่านอ๋อง""ไป๋มู่หลัน ข้าจะสอนเจ้าเอาไว้""เพคะ สอนสิ่งใดหรือเพคะ?"ไป๋มู่หลันที่ได้ยินจ้าวฝูหมิงเอ่ยเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจะสอนสิ่งใดนางกัน และจะเชื่อถือได้หรือไม่ ดูสภาพเขาสิขนาดยืนยังทรงตัวแทบไม่อยู่ด้วยซ้ำ!ให้ตายเถิด!!! เขาทั้งบ้ากาม ไร้มารยาท และติดสุราอีกด้วย เวรกรรมอันใดของนางกันต้องมามีสามีเช่นนี้!!!จ้าวฝูหมิงยื่นฝ่ามือหนาใหญ่ไปจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของนางเอาไว้ ก่อนจะ
Read More
บทที่ 6 โลหิตหลั่งราดรดปฐพี
ด้านจ้าวฝูหมิงนั้นเดินทางเข้าวังหลวงทั้งที่กลิ่นสุรายังคละคลุ้งอยู่ทั่วทั้งกาย แต่เขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ในหัวเขาคิดเพียงแค่ว่า ข้าจะดื่ม ใครจะทำไม?"ถวายพระพรฝ่าบาท เอิ๊ก!!!"จ้าวฝูหมิงส่งเสียงเรอออกมาจนดังก้องไปทั้งตำหนักมังกร จ้าวฝูหรงกำลังนั่งตรวจฎีกาบนโต๊ะทรงอักษรได้เห็นเช่นนั้นก็เบ้หน้าขมวดคิ้วมุ่นทันที กลิ่นสุราที่น้องรองเรอออกมาช่างน่าเวียนหัวยิ่งนัก เขามิชมชอบการดื่มสุราเท่าไรนัก แต่ทว่าน้องรองกลับชมชอบมันเป็นชีวิตจิตใจ "ไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถิด""ขอบพระทัยฝ่าบาท"จ้าวฝูหมิงเอ่ยพลางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ บนโต๊ะมีชาหลงจิ่งชั้นดีวางเอาไว้ เขายกชาร้อนขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะวางมันลง "ท่านพี่ได้รับหัวของฉีอ๋องแล้วหรือยัง?""ได้รับแล้ว น้องรองคราวหลังเจ้าก็ไม่ต้องส่งมาเช่นนี้ก็ได้ เหล่าขุนนางในราชสำนักได้เห็นถึงกับอกสั่นขวัญหาย เจ้ารู้หรือไม่?""ไม่รู้ ข้าเพียงทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยดี เหล่าขุนนางขวัญอ่อนพวกนั้นจะหวาดกลัวหรือไม่หวาดกลัว ข้าไม่สน"จ้าวฝูหรงถอนหายใจเล็กน้อย พลางจ้องมองจ้าวฝูหมิงที่ยกขาทั้งสองข้างขึ้นมาพาดเอาไว้บนโต๊ะอย่างไม่สนใจเขาแม้แต่น้อยเฮ้อ!!! นิสัย
Read More
บทที่ 7 สตรีเนื้อหอม
ผ่านไปร่วมหลายวันที่ไป๋มู่หลันใช้ชีวิตอยู่ในจวนอ๋องของจ้าวฝูหมิง นางเริ่มปรับตัวเข้ากับเมืองเสียนหยางได้เป็นอย่างดี บางคราเขาก็พานางนั่งรถม้าไปเดินเที่ยวเล่นในตลาดบ้างเป็นบางครา นางได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่า แท้จริงแล้ว ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์พระองค์นี้ ก็มีมุมที่น่ารักหลายมุม เขาใส่ใจราษฎรและเหล่าชาวบ้านเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ถือตนอีกด้วย แต่ทว่าหากเขาพบกับเหล่าชนชั้นสูงที่คิดรังแกราษฎรต่ำต้อย เขาก็จะจัดการสั่งสอนคนเหล่านั้นอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน จ้าวฝูหมิงสั่งให้หมอหลวงในวังมารักษาอาการของนางอย่างต่อเนื่อง ไป๋มู่หลันต้องทนดื่มยาขม ๆ อยู่หลายครา มีบางครั้งที่นางแอบเทยาเหล่านั้นทิ้ง แต่ทว่าเมื่อเขารู้เข้า ก็จะอุ้มนางพาดบ่าและฟาดฝ่ามือลงไปบนบั้นท้ายงามของนางอีกทั้งยังบีบขยำจนก้นนางแดงไปหมด นิสัยไม่ดี!!!นานวันเข้านางก็เริ่มจะชินชากับพฤติกรรมที่แสนประหลาดและหื่นกามของเขาเสียแล้วด้านหลิงหลิงก็หาทางกลั่นแกล้งไป๋มู่หลันไม่เว้นแต่ละวัน แต่ทว่านางกลับถูกโม่ฉือกระโดดข่วนจนริมฝีปากล่างฉีกขาดเป็นแผล และนอนซมเป็นไข้อยู่หลายวัน เหล่านางบำเรอคนอื่น ๆ ต่างมิกล้ามีปากมีเสียง ทำได้เพียงอยู่นิ่ง ๆ ไป
Read More
บทที่ 8 สมรสพระราชทาน
จ้าวฝูหมิงรีบพุ่งทะยานเข้ามาและดึงร่างของไป๋มู่หลันออกมาจากจ้าวซือซือทันที ดวงตาคมจ้องมองแฝดน้องของตนเองด้วยสายตาเย็นชา จ้าวซือซือ เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงเฮอะในลำคอด้วยความหงุดหงิดใจ "อย่ายุ่งกับอนุของข้า!!!""พี่รอง ข้าเพียงพาน้องไป๋ไปเที่ยวชมวังหลวงเพียงเท่านั้นเพคะ""หึ!!! เที่ยวชมวังหลวงหรือ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันเจ้า!""แล้วอย่างไร ข้าชอบนาง ข้าอยากอยู่ใกล้นาง หากเจ้าไม่พอใจก็มาทุบตีข้าสิ!"จ้าวฝูหมิงลอบสบถด่าทอจ้าวซือซือในใจเป็นพันครั้ง หากนางเป็นบุรุษเขาคงได้ถีบนางกระเด็นออกไปนอกกำแพงวังหลวงเป็นแน่ "งานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว เจ้าอย่าคิดก่อเรื่อง!""พูดมาก น่ารำคาญยิ่งนัก!!! น้องไป๋ ไว้เราค่อยมาพูดคุยกันอีกนะ""เพคะองค์หญิง"ไป๋มู่หลันยิ้มให้จ้าวซือซืออย่างเป็นมิตร ในใจรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดจ้าวฝูหมิงต้องทำท่าทีไม่พอใจยามที่นางอยู่กับแฝดน้องของเขาเช่นนี้ด้วย "อย่าเข้าใกล้นาง!!!""ทำไมเล่าเพคะ?""ไม่ต้องถาม!!!"เช่นนั้นนางก็จะไม่ถามเขาอีก ไป๋มู่หลันก้มหน้างุด ช่างเถิด ในเมื่อเขาไม่ให้นางถามนางเดินกลับไปนั่งที่เดิมอย่างว่าง่าย คราวนี้จ้าวฝูหมิงก็ตามมานั่งกับนางด้วย งานเลี้ยงเริ
Read More
บทที่ 9 เข้าหอ 1-1
ไป๋มู่หลันรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก นางทั้งรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จ้าวฝูหมิงจะเดินทางไปปราบเหล่ากบฏเขาได้สั่งให้พ่อบ้านเฉินหาสาวใช้มาดูแลนางคนหนึ่ง นามว่าหนิงชุ่ย "หนิงชุ่ย""เจ้าคะนายหญิง"หนิงชุ่ยที่ได้ยินเสียงเรียกของไป๋มู่หลันจึงรีบวิ่งเข้ามาหานางทันที เมื่อได้เห็นเลือดมากมายไหลเปรอะเปื้อนบนเตียงนอน นางก็รู้ได้ทันที นายหญิงของนางมีรอบเดือนแล้ว หนิงชุ่ยคอยดูแลรับใช้ไป๋มู่หลันเป็นอย่างดี นางเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบห้าปี แต่มีรอบเดือนตั้งแต่อายุสิบสี่เพราะร่างกายของนางอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี นางชื่นชอบไป๋มู่หลันเป็นอย่างมาก นายหญิงของนางทั้งใจดีและทำอาหารอร่อย "นายหญิง ปวดมากหรือไม่เจ้าคะ""อือ ข้าลุกไม่ไหว""รอสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้"หนิงชุ่ยไม่รอช้านางรีบไปนำน้ำอุ่นมาหนึ่งกะละมัง และใช้ผ้าสะอาดบิดชุบน้ำหมาด ๆ ทำความสะอาดร่างกายให้ไป๋มู่หลันเสียก่อน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทำให้ไป๋มู่หลันรู้สึกอยากอาเจียนเป็นอย่างมาก "รอบเดือนของสตรีครั้งแรกย่อมมากเช่นนี้เจ้าค่ะ รออีกสามสี่วันก็จะค่อย ๆ เบาบางลง นายหญิงอดทนหน่อยนะเจ้าคะ"ไป๋มู่หลันพยักหน้า
Read More
บทที่ 10 เข้าหอ1-2
จ้าวฝูหมิงเอ่ยวาจาหยอกเย้านางด้วยน้ำเสียงที่แหบกระเส่า เขายื่นมือไปเชยคางนางให้เงยขึ้นมาสบสายตากับเขา ไป๋มู่หลันรู้สึกร้อนวูบวาบในกายเป็นอย่างยิ่ง ยามที่เขาจ้องมองนางราวกับนางเป็นกวางน้อยที่เขาจับมาได้ เมื่อถูกจ้องมองเช่นนี้นางจึงยิ่งรู้สึกเขินอายจนทำสิ่งใดไม่ถูก เขาใช้มืออีกข้างค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบไม่ร้อน ในระหว่างนั้นก็โน้มใบหน้าเข้ามาซุกไซ้ดอมดมซอกคอขาวเนียนของนางอย่างหื่นกระหาย การกระทำของเขาช่างดูคล่องแคล่วยิ่งนัก ไม่นานร่างกายของนางก็ไร้ซึ่งสิ่งใดห่อหุ้มอีก กายสาวงามสะพรั่งกำลังเย้ายวนสายตาเหลือเกิน เขาช้อนอุ้มร่างบางของนางขึ้นไปวางลงบนเตียง แล้วจึงโน้มใบหน้าเข้าไปหานาง เขาทาบทับริมฝีปากหนาใหญ่ลงไปบนริมฝีปากบางสวยของนางอย่างดุดัน ลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นชื้นแฉะของนางอย่างย่ามใจ ไป๋มู่หลันเริ่มหายใจติดขัด นางพยายามจะใช้ฝ่ามือน้อย ๆ ผลักไสเขาออกไป แต่ทว่าคนร่างใหญ่กลับยิ่งบดขยี้ริมฝีปากนางอย่างไม่ยอมลดละ มือหนาทั้งสองข้างของเขาบีบขยำดอกบัวงามทั้งสองข้างที่ชูช่อบานสะพรั่งอย่างเอาแต่ใจ สองเต้าเต่งตึงของนางใหญ่โตเสียจนล้นไม้ล้นม
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status