تسجيل الدخولบทที่ 4
ณ จวนตระกูลหวาง
ไม่นานนัก คุณชายหวางเจ๋ออี้ก็พาเยี่ยนฟางมาถึง ณ จวนตระกูลหวางของเขา โดยคนรับใช้ของเขาได้จัดให้นางได้พักอยู่ในหอนอนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคุณชายหวางเจ๋ออี้มากนัก
“คืนนี้เจ้าพักผ่อนให้สบายเถิด พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปแนะนำกับท่านพ่อ ข้าเคยเล่าให้ท่านพ่อฟังว่าเจ้าเป็นคนช่วยชีวิตของข้าไว้ ท่านพ่อคงดีใจที่ได้เจอเจ้าอย่างแน่นอน” คุณชายหวางเจ๋ออี้พูดขึ้นรอยยิ้มที่หวานละมุนจนทำให้หัวใจของเยี่ยนฟางรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน
“ข้าขอบใจคุณชายหวางเจ๋ออี้มากที่ช่วยข้าไว้ หากข้ามีที่ไปแล้ว ข้าจะรีบไปทันที” เยี่ยนฟางตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ
“เจ้าไม่ต้องรีบไปไหนหรอก อยู่ที่นี่ไปก่อนเถิด ข้าถือว่าเจ้าเป็นผู้มีพระคุณของข้า ข้าจะต้องดีแลเจ้าให้ดี”
“ข้าขอบใจคุณชายหวางเป็นอย่างมาก” เยี่ยนฟางกล่าวขอบคุณเขาขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ! คืนนี้เจ้านอนพักผ่อนเสียก่อนเถิด” พูดจบ คุณชายหวางก็เดินออกมาจาก
ในด้านของจวนตระกูลจาง หลังจากที่เยี่ยนฟางหายตัวไป ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็ออกตามหาตัวนางจนแทบพลิกแผ่นดินทั่วแคว้นอี้เฉิง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็หาตัวนางไม่พบสักที ในที่สุดเขาจึงตอบแพ้ว่านางนั้นได้หนีจากเขาไปแล้ว
ท่านแม่ทัพจางฮั่นทิ้งตัวนั่งลงเตียงในหอนอนของเยี่ยนฟางที่ถูกตกแต่งไว้อย่างงดงามเพื่อพิธีเข้าหอของเขา แต่ตอนนี้นางผู้เป็นที่รักกลับทิ้งเขาจากไปอย่างไม่ใยดี
“เหตุใดเจ้าจึงใจร้ายกับข้าเพียงนี้?” ท่านทัพจางฮั่นพูดขึ้นกับตัวเอง
และในขณะนั้นเองเหมยกุ้ยก็เดินเข้ามาหาท่านแม่ทัพจางฮั่นพร้อมกับพูดขึ้น “ที่ท่านหญิงหนีไปแบบนี้ก็เพราะว่าท่านหญิงมิอาจยอมรับการแต่งงานเป็นภรรยาคนที่สองได้เจ้าค่ะ ท่านหญิงปรารถนาที่จะเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของสามีเท่านั้น ข้าจึงคิดว่านี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านหญิงหนีไป”
“เฮ้ออออออออออออออออออ ข้ามันไม่ดีเองที่มิอาจจะรักษาความรักไว้ได้ เพราะข้ามีหน้าที่ที่ยังต้องรับผิดชอบอีกมากมาย ดังนั้นข้าจึงไม่อาจจะปฏิเสธการแต่งงานกับคุณหลี่ซวงเจี๋ยได้เช่นกัน” ท่านแม่ทัพบ่นออกมาด้วยความท้อแท้ใจ
เมื่อเหมยกุ้ยเห็นว่าการหนีไปของเยี่ยนฟางจะไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจของท่านแม่ทัพให้กลับมาแต่งงานกับนางแต่เพียงผู้เดียวได้ เหมยกุ้ยจึงได้แต่นึกสงสารเยี่ยนฟางอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ณ จวนตระกูลหวาง
คุณชายหวางเจ๋ออี้พาเยี่ยนฟางไปแนะนำให้ท่านพ่อเขาผู้ซึ่งเป็นเสนาบดีได้รู้จักแต่เช้า ท่านเสนาบดีนั้นเอ็นดูในตัวของเยี่ยนฟางตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น และยิ่งรู้ว่านางเป็นคนเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อช่วยชีวิตบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาไว้ด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึกชื่นชอบและชื่นชมในตัวมากขึ้นไปอีก
และหลังจากนั้น เยี่ยนฟางก็ได้รับการปรนนิบัติดูแลอยู่ในจวนตระกูลหวางอย่างดี เพราะทุกคนต่างชื่นชอบในตัวของนาง โดยเฉพาะท่านเสนาบดีที่แอบหวังว่าจะได้นางเป็นลูกสะใภ้ของเขา
จนเวลาผ่านเลยไปถึง 7 วัน
ชีวิตที่แสนสุขและสงบสุขของเยี่ยนฟางก็ต้องจบลง เมื่อจู่ ๆ ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็มาโผล่ที่จวนตระกูลหวางพร้อมกับมาทวงนางกลับคืนไปจากคุณชายหวางเจ๋ออี้
“ข้าต้องการตัวเยี่ยนฟางกลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้” ท่านแม่ทัพจางฮั่นตะโกนเสียงดังใส่คุณชายหวางเจ๋ออี้ที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูจวน
“แต่ในเมื่อนางไม่เต็มใจที่จะอยู่ที่นั้น ข้าก็มิอาจจะปล่อยให้นางกลับไปอยู่ในที่ที่นางลำบากใจได้” คุณชายหวางเจ๋ออี้เถียงกลับไป
เยี่ยนฟางที่เดินตามออกมาทีหลัง นางรีบวิ่งเข้าไปหาท่านแม่ทัพจางฮั่นพร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพ ข้าอยู่ที่นี่สุขสบายดี ข้ามิอาจจะกลับไปเป็นอนุภรรยาของท่านได้ ข้าเคยเจ็บปวดจากคนรักเก่ามาแล้ว ข้าไม่อยากเจ็บปวดเพราะท่านต่อไปอีก”
“แต่ข้ามีเหตุจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับคุณหนูหลี่ เจ้าได้โปรดเข้าใจข้าด้วย” ท่านแม่ทัพอ้อนวอนนางออกมา
“ตอนนี้ข้าเข้าใจท่านแล้วว่าท่านจำเป็นต้องแต่งงานกับนาง งั้นท่านก็ต้องเข้าใจข้าด้วยว่าที่ข้าไม่อยากเป็นอนุภรรยาของท่าน เพราะข้ามิอาจจะทนเห็นสามีของตนเองไปร่วมรักกับคนอื่นได้” เยี่ยนฟางพูดจบ นางก็หันหลังเตรียมที่จะเดินเข้าจวนตระกูลหวางไป
แต่ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็ตะโกนรั้งนางไว้เสียก่อน “แต่ข้ารักเจ้า รักเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”
เมื่อได้ยินคำว่ารักออกจากปากของเขา น้ำตาของเยี่ยนฟางก็ไหลลงมาอาบแก้มทันที เพราะในใจของนางเองก็รักเขาเช่นกัน แต่เพราะสถานการณ์และสถานะที่บีบบังคับนี้ นางจึงไม่สามารถบอกให้เขารู้ได้
“ท่านกลับไปเสียเถิดท่านแม่ทัพ ความรักของท่านควรเก็บไว้ให้กับคุณหนูหลี่ซวงเจี๋ยผู้สูงศักดิ์ มิใช่ข้าที่เป็นหญิงสาวที่ต่ำต้อยเช่นนี้” นางพูดออกมาทั้งน้ำตา ก่อนที่จะเดินเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ทันที
“เยี่ยนฟาง! เยี่ยนฟาง! เยี่ยนฟางเจ้าฟังข้าก่อน” ท่านแม่ทัพตะโกนเรียกชื่อของนางตามหลังไป แต่นางก็ไม่หันมาหาเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเยี่ยนฟางเดินพ้นสายตาไปแล้ว คุณชายหวางเจ๋ออี้จึงเดินเข้ามาหาท่านแม่ทัพจางฮั่น พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพ ได้โปรดกับไปเสียเถิด ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มมามุงกันมากแล้ว ท่านอย่าทำให้ตัวเองต้องเสียเกียรติไปมากกว่านี้เลย”
“ฮึ! หัวใจของนางเป็นของข้า และจะต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว สักวันหนึ่งนางจะต้องกลายมาเป็นของข้าอย่างแน่นอน” พูดจบ ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็ยอมถอยกลับไป
หลังจากที่ท่านแม่ทัพจางฮั่นกลับมาที่จวนของตนเองแล้ว เขาก็ได้รับข่าวแจ้งว่าเกิดการสู้รบที่ทางชายแดนตอนใต้อย่างหนัก มีคำสั่งด่วนให้ท่านแม่ทัพจางฮั่นจางฮั่นนำทัพออกรบเพื่อปกป้องแผ่นดินทันที
ท่านแม่ทัพจางฮั่นแบกหัวใจที่แตกสลายออกไปร่วมรบ ในใจของเขาอยากจะไปยกเลิกงานแต่งงานกับคุณหนูหลี่ซวงเจี๋ยให้รู้แล้วรู้รอดเพื่อที่เขาจะได้ไปแต่งงานกับเยี่ยนฟางทันที แต่อีกใจหนึ่งของเขาก็ห้ามไว้เพราะมันไม่ถูกต้อง หากเขาไม่แต่งงานกับคุณหนูหลี่ซวงเจี๋ย เขาจะขาดคนสนับสนุนเขาในราชสำนักซึ่งก็คือท่านพ่อของคุณหนูหลี่ซวงเจี๋ยนั้นเอง
หลังจากนั้นผ่านไป 5 วัน
เหมยกุ้ยได้เดินทางมาเยี่ยนฟางที่จวนตระหูลหวาง พร้อมกับแจ้งข่าวให้นางรู้อย่างร้อนรนใจ “ท่านหญิง! ข้าได้ยินข่าวจากทหารในจวนของท่านแม่ทัพ ว่าตอนนี้ท่านแม่ทัพถูกจับตัวไปที่แคว้นปี่เฟิง ซึ่งเป็นแคว้นของศัตรู ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ข่าวคราว่าท่านแม่ทัพจางฮั่นเป็นตายร้ายดีอย่างไรเลยเจ้าค่ะ”
“ห๊ะ!” เยี่ยนฟางอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะถามเหมยกุ้ยกับไป “แล้วตอนนี้ทางการได้ส่งคนไปตามหาท่านแม่ทัพจางฮั่นหรือยัง?”
“เห็นว่าคนที่ถูกส่งไปนั้นถูกฆ่าตายหมดแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ทางการจึงหยุดการตามหาท่านแม่ทัพจางฮั่นก่อน เพราะไม่สามารถเสียกองกำลังคนไปมากกว่านี้เจ้าค่ะ” เหมยกุ้ยตอบกลับมา
“งั้นข้าจะไปขอให้คุณชายหวางช่วยพูดกับท่านเสนาบดีตอนนี้เลย” พูดจบเยี่ยนฟางก็รีบวิ่งไปหาคุณชายหวางเจ๋ออี้ทันที พร้อมกับพูดขึ้น
“คุณชายหวาง! ตอนนี้ท่านแม่ทัพจางฮั่นหายตัวไปในแคว้นปี่เฟิง ข้าอยากให้ท่านช่วยพูดกับท่านเสนาบดีเพื่อส่งคนไปช่วยที” เยี่ยนฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยกังวล
“เรื่องนี้ข้าได้หารือกับท่านพ่อตั้งแต่ทราบข่าวแล้ว แต่ท่านพ่อบอกว่ากองกำลังที่เราส่งไปเพื่อตามหาท่านแม่ทัพจางฮั่นนั้นถูกสังหารหมดสิ้น ดังนั้นเราต้องหยุดการเคลื่อนไหวก่อน เพราะแคว้นปี่เฟิงคงไล่ฆ่าคนที่เราส่งไปใหม่จนหมดสิ้นแน่” คุณชายหวางเจ๋ออี้ตอบกลับมาตามความเป็นจริง
“แล้วพวกท่านจะปล่อยให้ท่านแม่ทัพจางฮั่นถูกฆ่าตายที่แคว้นปี่เฟิงอย่างนั้นรึ?” เยี่ยนฟางถามขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโห
“พวกเรามิได้จะปล่อยให้ท่านแม่ทัพถูกฆ่าตายเช่นเจ้าคิด แต่พวกเราแค่รอเวลาก็เท่านั้นเอง”
“ชีวิตของท่านแม่ทัพจางฮั่นรอไม่ได้อีกแล้ว” เยี่ยนฟางพูดจบ นางก็เดินหนีห่างออกมาจากคุณหวางเจ๋ออี้ทันที โดยที่คุณชายหวางเจ๋ออี้ไม่รู้เลยว่านางกำลังจะออกไปช่วยเขาด้วยตัวของเขาเอง
__________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







