เข้าสู่ระบบทุ่มเทรักเขาจนหมดหัวใจ ไม่ว่าสิ่งใดก็ยกถวายให้ได้ แต่ทว่าชายคนนั้นกลับตอบแทนความรักของนางด้วยแผนการ ช่วงชิงทุกอย่างไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือกระทั่งครอบครัวอันเป็นที่รัก... กว่าจะรู้ความจริงว่าชีวิตถูกขีดเขียนให้เดินไปตามการชี้นำของผู้อื่น ชีวิตของเยว่ซินหลานก็จบสิ้นลงแล้ว ไม่นึกเลยว่า ตัวนางจะได้รับวาสนา โอกาสที่ได้รับมานี้เยว่ซินหลานจะใช้มันให้ดี ชาตินี้นางจะไม่ขอเดินตามเส้นทางเดิม !!!
ดูเพิ่มเติม“เยว่ซินหลานเจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่ !!”
สุรเสียงทรงพลังดังขึ้นเหนือแท่นประหาร เยว่ซินหลานเงยหน้ามองใบหน้าคมคายติดเย็นชาของเขา หัวใจดวงน้อยปวดหนึบยากจะทานทน ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดนี้กลับไม่ได้มากมายเท่าความรู้สึกสมเพชเวทนาที่มีต่อตนเอง
รักเขามากเหลือเกิน...
พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเหลียวมอง
แต่แล้วจุดจบเป็นเช่นไร? ...การเข้าไปยุ่งกับเจ้าของหัวใจอีกฝ่ายกลับกลายเป็นตรวนเกี่ยวคอกระชากนางลงสู่นรก
หากตายตกเพียงหนึ่งเยว่ซินหลานคงไม่รู้เจ็บปวดทรมานใจเท่าใดนัก ไม่สิ นางคงปล่อยวางและยอมรับความตายได้โดยง่าย
แต่ทว่าความผิดบาปจากความริษยาของนางกลับลากครอบครัวที่ไม่ผิดอะไรมาเกี่ยวข้องด้วย
“หลิวซือคนที่วางยาสังหารนางในดวงใจของเจ้าคือข้า คนในครอบครัวข้าหาได้เกี่ยวอันใดไม่ เหตุใดถึงได้ลากครอบครัวข้ามาเกี่ยวข้อง!” น้ำเสียงคับข้องใจเอ่ยถาม นัยน์ตาไม่ยอมจำนนจ้องมองอีกฝ่าย
บุรุษผู้นี้น่ะหรือคือคนที่นางใช้เวลาหลายปีไขว่คว้าอยากได้มาครอบครอง
บุรุษใจจืดใจดำเช่นนี้เมื่อก่อนนางมองเขาว่าอ่อนโยนไปได้อย่างไร
“ไม่มีความผิด? เหตุใดจะไม่มีความผิด ความผิดของพวกเขาคือการเลี้ยงดูสตรีชั่วช้าอย่างเจ้าขึ้นมา ในเมื่อสามารถเลี้ยงดูเจ้าให้กลายเป็นคนชั่วช้าสามานย์ถึงเพียงนี้จิตใจพวกเขาก็คงไม่ได้สูงส่งไปกว่าเจ้า แล้วข้าจะปล่อยครอบครัวของสตรีต่ำช้าอย่างเจ้าไปได้อย่างไร”
“เหลวไหล! เจ้ามันยืมอำนาจรังแกผู้อื่น ถึงข้าจะชั่วร้ายแต่หาได้เกี่ยวกับครอบครัวไม่! พวกเขาทุกคนล้วนบริสุทธิ์ ปล่อยพวกเขาไปพวกเขาไม่ได้ผิดอะไรเลยสักนิด!!”
“คงไม่ได้...” หลิวซือถอนหายใจเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “ในเมื่อเจ้ากล้าทำร้ายได้ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา ตอนนี้เสียเวลาไปมากแล้ว ควรเริ่มต้นลงมือประหารคนชั่วได้แล้ว”
“ไม่! พวกเจ้าคิดจะทำอะไร หากอยากจะฆ่า ฆ่าข้าคนเดียวก็พอ ครอบครัวข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดเลย!! อย่าทำอันใดพวกเขา” ดวงตาสั่นไหวมองเพชฌฆาตก้าวขึ้นมาบนลานประหารพร้อมดาบเล่มใหญ่ในมือ เยว่ซินหลานขยับกายคิดเข้าไปขัดขวางแต่ร่างกายกลับถูกกดแนบพื้น
กรีดร้องออกมาอย่างเวทนาเงยหน้าเปื้อนหยาดน้ำตามองครอบครัว
“หลานเอ๋อร์พ่อกับแม่ไม่เป็นอะไร อย่างน้อยก็ได้ตายไปพร้อมกับลูก”
ได้รับรอยยิ้มอภัยจากมารดาหัวใจเยว่ซินหลานยิ่งปวดแสบ ความรู้สึกผิดมากล้นท่วมท้นในอก
“พวกท่านทำไมถึงไม่กล่าวโทษข้า ข้าเป็นคนทำให้ครอบครัวต้องตาย ข้าทำผิดต่อพวกท่าน ฮึก”
“จะให้กล่าวโทษได้อย่างไร การที่ลูกกลายมาเป็นเช่นนี้เป็นความผิดของแม่ หากแม่เข้มงวดมากกว่านี้ ไม่เอาแต่ตามใจลูกก็คงไม่หลงเดินทางผิด”
“พวกท่าน ฮึก ทำไม ฮึก ทำไมถึงไม่โทษข้า ท่านสอนข้ามาดีแล้วเป็นข้าเองไม่ให้ค่า เป็นข้าเองที่มองไม่เห็นความเอาใจใส่ของพวกท่าน ฮึก” นัยน์ตาเยว่ซินหลานแดงก่ำ มองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของพวกเขา
มาถึงขั้นนี้แล้วยังยิ้มให้นางอยู่อีก ทำไมถึงไม่โทษนาง หากพวกเขากล่าวโทษสักนิด ดุด่าต่อว่าตนเพิ่มอีกหน่อย นางคงไม่รู้สึกผิดจะเป็นจะตายมากมายขนาดนี้
พวกเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาบิดามารดาเป็นผู้ปกครองที่ดีเสมอ ชีวิตที่ผ่านมาล้วนซื่อตรงไม่เอนเอียงไม่ว่าผลประโยชน์ที่กองอยู่ตรงหน้าจะมากมายแค่ไหนพวกท่านก็ยังยึดถือในความถูกต้อง
ทั้งที่เป็นอย่างนั้น...แต่แล้วทำไม ทำไมถึงต้องทำลายชีวิตคนดี ๆ คนหนึ่ง
เป็นเพราะนางหรือ เพียงเพราะนางวางแผนสังหารสตรีผู้นั้นถึงได้ทำให้ครอบครัวต้องมารับผิดไปด้วยกัน
ถูกคนมากมายประณาม เป็นที่เกลียดชังของคนนับหมื่น
เยว่ซินหลานพยายามดิ้นรนออกจากเงื้อมมือของเพชฌฆาต หันสายตามองบิดามารดาไม่ห่าง มองพวกเขาถูกจับพาดคอกับแท่นประหาร
มองดูดาบในมือเพชฌฆาตยกขึ้นสูง
“ไม่นะ ไม่!!! อย่าฆ่าพวกเขา ได้โปรดอย่าประหารพวกท่าน ทุกอย่างเป็นความผิดข้า ไม่ว่าจะให้ข้าทำอะไรก็ยอม แต่ได้โปรดอย่าฆ่าพวกเขา!!!”
ฉับ!!
ตุ๊บ
เลือดสีแดงสาดกระเซ็น ศีรษะกลิ้งไปมาก่อนจะร่วงตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง
เยว่ซินหลานดวงตาเบิกกว้างจ้องมองเลือดสีสดพุ่งออกจากลำคอ
“ฮ่าวเอ๋อร์หลานมั่นใจในการกระทำและทางเลือกของตนจริง ๆ ใช่ไหม? หากหลานคิดว่าสิ่งที่หลานทำถูกลุงก็ขอให้หลานยอมรับผลที่ตามมาให้ได้ และลุงก็หวังว่าหลังผ่านวันนี้ไปหลานจะยังสามารถยิ้มอย่างมั่นใจเช่นนี้ได้อยู่อีก”“ท่านลุงหมายความว่าอย่างไร” หัวคิ้วเฉินเยว่ฮ่าวขมวดเข้าหากันเขาสามารถเอาชนะท่านแม่ได้แล้วยังจะมีอะไรให้ไม่พอใจอีกหรือ? ท่านแม่ที่น่ารำคาญไม่มายุ่งกับเขาแล้ว จากนี้เขาจะทำทุกอย่างที่อยากทำให้เต็มที่!ทว่าความมั่นใจและรอยยิ้มของเฉินเยว่ฮ่าวก็อยู่ได้ไม่นานจริง ๆ เมื่อท่านแม่ที่เขาคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอย่าได้มายุ่งวุ่นวายไม่มาวุ่นวายกับเขาไม่สิท่านแม่ไม่แม้แต่จะให้ความสนใจเขาเลยด้วยซ้ำ ท่านทำเหมือนเขาเป็นเพียงเศษฝุ่นไม่มีค่าอะไรในสายตาวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าเขาจะรังแกคนอื่นมากแค่ไหน จะมีบาดแผลกลับมาบ้านหรือไม่ ท่านแม่ที่มักเอ่ยปากต่อว่าแต่มือกลับคอยรักษาอาการบาดเจ็บให้ทุกครั้งท่านแม่คนนั้นหายไปแล้วคราแรกเฉินเยว่ฮ่าวมั่นใจว่าท่านแม่คงเมินเฉยตนได้ไม่นานนัก เพราะท่านเป็นคนเข้มงวดและขี้บ่นจนถึงที่สุด ทว่าหลังเวลาผ่านพ้นไปครึ่งเดือนจวบจนหนึ่งเดือน ท่านแม่ก็ยังคงไม่สนใจเขาดั่งคำที
“เฉินเยว่ฮ่าวรู้หรือไม่ว่าก่อเรื่องอะไรไว้” หยางจี้เยว่เท้าสะเอวหลุบตามองเด็กน้อยวัยสามขวบย่างเข้าสี่ขวบยืดกำปั้นทั้งสองขึ้นสุดแขน ก้มหน้ามองพื้น“เฉินเยว่ฮ่าวแม่กำลังถามเจ้าอยู่นะ รู้หรือไม่ว่าวันนี้ก่อเรื่องอะไรไว้”เฉินเยว่ฮ่าวยังคงนิ่งเด็กน้อยหน้าบูดไม่ยอมเงยหน้ามองมารดา แสดงอาการต่อต้านอย่างชัดเจน“ท่านแม่ก็เอาแต่ดุด่าข้า ไม่เคยแสดงด้านอ่อนโยนให้ข้าเห็นเลยสักครั้ง ข้าเป็นลูกท่านนะ ท่านควรจะรักและตามใจข้าสิถึงจะถูก”คนถูกย้อนถึงกับสะอึก มองลูกน้อยที่ต่อว่าตนด้วยน้ำเสียงแข็งขืนหากนางเป็นอีกคนที่ตามใจเฉินเยว่ฮ่าวเคยตัวแล้วใครจะสั่งสอนเขาให้รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี“เฉินเยว่ฮ่าวแม่เคยดุด่าเจ้าแรง ๆ หรือไม่ เคยต่อว่าเจ้าในเรื่องที่เจ้าไม่เคยทำผิดหรือไม่”“ข้าไม่เคยทำอะไรผิด คนพวกนั้นต่างหากล่ะที่สมควรโดนรังแก ใครใช้ให้คนพวกนั้นเกะกะขวางทางสายตาข้า”หยางจี้เยว่สูดหายใจเข้ายาวแล้วถอนหายใจออกมา จ้องมองลูกน้อยวัยหกขวบที่ไม่มีทีท่าสำนึกผิดเลยสักนิด‘ทุกอย่างมันผิดพลาดที่ตรงไหนหรือหลักการเลี้ยงลูกของนางจะผิดจริง ๆ อย่างนั้นแล้วตนควรจะลองปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นไปสักพักให้ลูกได้เ
“โจวฮ่าวข้าพร้อมแล้ว” หยางจี้เยว่ฉีกยิ้มกว้างหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเดินไม่เร็วไม่ช้ามาหยุดยืนตรงหน้าเฉินโจวฮ่าว หญิงสาวเงยหน้ามองเขาพลางฉีกยิ้มหวาน “รีบพาข้ากลับบ้านเร็วเข้า”เห็นท่าทางกระตือรือร้นจนออกนอกหน้าของนางเฉินโจวฮ่าวพลันเกิดความรู้สึกอยากกลั่นแกล้ง รั้งรอเวลาเดินทางออกไปสักหน่อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือทำอย่างใจนึกเพราะเขาไม่อาจหักใจกลั่นแกล้งจนพานทำให้รอยยิ้มงดงามนี้จางหายไปได้“ข้าพาเจ้าไป” ชายหนุ่มจับมือภรรยามากุมไว้ มืออีกข้างโอบเอวคนเข้าหา “อยู่นิ่ง ๆ แล้วหลับตา”หยางจี้เยว่พยักหน้าเชื่อฟังหลับตาลงอย่างว่าง่ายและชั่วอึดใจต่อมานางก็สัมผัสได้ถึงอาการวิงเวียนศีรษะก่อนเสียงทุ้มน่าฟังจะดังตามมาติด ๆ“ลืมตาได้แล้ว”ทันทีที่ลืมตาสิ่งที่เห็นตรงหน้าถึงกับทำให้นางตกตะลึงด้านหน้าเยื้องออกไปไม่ไกลนักคือเรือนตระกูลหยาง ตอนนี้นางกำลังยืนอยู่เหนือตระกูลหยาง !“โจวฮ่าวท่าน...ทำได้อย่างไรกัน” อดเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจไม่ได้คราวก่อนนางใช้เวลาเดินทางเกือบหกชั่วยามถึงสามารถเดินทางผ่านช่องทางเคลื่อนย้ายขึ้นสู่ดินแดนเบื้องบน ทว่าเฉินโจวฮ่าวกลับย่นระยะเวลาการเดินทางอันยาวนานใ
เคยมีคำกล่าวว่าการก้าวข้ามขึ้นไปสู่โลกเบื้องบนหาใช่อะไรที่ทำกันได้ง่าย วันนี้หยางจี้เยว่ได้ประจักษ์ด้วยตนเองแล้วหลังเลื่อนระดับขึ้นเป็นผู้ฝึกปราณขึ้นเจ็ดก็ถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายกระดูกมนุษย์ขึ้นสู่กระดูกเซียนเสียที เมื่อได้รับกระดูกเซียนความเร็วในการฝึกปราณของนางก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับอายุขัยที่ยาวนานกว่าเดิมหยางจี้เยว่ล้มตัวนอนกลิ้งไปมาบนเตียงเม็ดเหงื่อผุดผายสีหน้าทรมาน หญิงสาวนอนกระสับกระส่ายไปมาทั้งที่ร่างกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทว่าทั่วร่างกลับรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่อยู่ในธารน้ำแข็ง ไอเย็นนี้แข็งแกร่งและทรงอานุภาพมากถึงขั้นก่อตัวขึ้นภายในเส้นลมปราณและเริ่มกัดกินหยางจี้เยว่จากภายในเส้นเลือดทุกเส้นเริ่มหยุดเคลื่อนไหว เช่นเดียวกับร่างกายที่ค่อย ๆ ปรากฏคราบสีน้ำใสกระจ่างเกาะตามร่างกายเฉินโจวฮ่าวที่คอยเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือภรรยาไว้ไม่ยอมห่างสีหน้าเป็นกังวล ทันทีที่เห็นร่างกายอีกฝ่ายถูกความเย็นเกาะกุมก็รีบใช้พลังปราณส่งพลังหยางบริสุทธิ์เข้าไปสกัดไอเย็นภายในกาย ไม่ให้ร่างกายนี้ถูกพลังความเย็นกัดกินระหว่างกำลังสลัดกระดูกเปลี่ยนถ่ายคุณลักษณะเลือดเฉินโจวฮ่าวมองหน้าภรรย












ความคิดเห็น