แชร์

9.1 | อย่าเผลอใจ

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 11:34:18

เช้าวันต่อมา อมลรดารีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่และรีบลุกจากเตียงคนเจ็บที่นอนกอดเธอไว้ทั้งคืน ก่อนที่พยาบาลหรือก้องภพจะเข้ามาเห็น หญิงสาวรีบทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดินทางที่อคิณเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินมาปลุกคนที่ยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง

               “คุณอคิณคะ ตื่นได้แล้วค่ะ” อมลรดาเขย่าแขนเขาเบาๆ เพียงไม่นานชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นมาถามอย่างสะลึมสะลือ

               “กี่โมงแล้ว ทำไมรีบปลุก”

               “เจ็ดโมงค่ะ ลุกขึ้นมาเตรียมตัวเดินทางเถอะค่ะ คุณก้องเพิ่งโทร. มาบอกว่าจะเข้ามารับคุณออกจากโรงพยาบาลตอนเก้าโมงเช้า”

               “อีกตั้งนาน ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ” คนที่ยังง่วงอยู่ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้า

               “ไม่ได้ค่ะ” หญิงสาวบอกเสียงดุแล้วดึงผ้าห่มออก “แปดโมงครึ่งหมอจะเข้ามาตรวจอาการคุณก่อนให้ออกจากโรงพยาบาล ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย”

               อคิณยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วใช้มือเสยผมยุ่งๆ ของตัวเองแบบลวกๆ “ผมให้คุณมาเป็นพยาบาลส่วนตัว เป็นเมีย เป็นแม่ของลูก ไม่ใช่มาเป็นแม่ผม”

               “ไหนๆ ฉันก็มีหน้าที่ครอบจักรวาลขนาดนั้นแล้ว ฉันแถมหน้าที่สุดท้ายให้คุณอีกหน้านึงก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ” เธอว่ายิ้มๆ

               “เป็นแค่เมียก็พอ” อคิณบอกเสียงขุ่น

               “เจ้าค่ะ คุณสามี” อมลรดาโต้กลับอย่างลืมตัว แต่พอรู้ตัวว่าเผลอเรียกเขาว่า ‘คุณสามี’ แก้มทั้งสองข้างก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที และเธอก็แน่ใจว่าตอนนี้มันต้องแดงจัดแน่

               อคิณยิ้มอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาทันที “ผมชอบ ต่อไปนี้เรียกผมว่าคุณสามีนะ”

               “เมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่น แล้วจะเรียกแค่ครั้งเดียว ไม่เรียกอีกเด็ดขาด” หญิงสาวบอกหน้ายู่ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันดูแล ฉันก็จะตามพยาบาลมาให้”

               “ไม่เอา ไม่ต้องเรียกพยาบาล” อคิณคว้าหมับที่ข้อมือเล็กที่กำลังจะยื่นไปกดปุ่มเรียกพยาบาล “ผมจะเอาคุณคนเดียว”

               “นี่คุณ พูดให้มันดีๆ หน่อย” เธอว่าหน้าแดงจัด

               “แค่บอกว่าจะเอาคุณคนเดียว ผิดตรงไหน” เขาแกล้งตีหน้าซื่อ ทั้งที่จงใจพูดให้เธอคิดลึก

               “หยุดพูดไปเลยนะ” อมลรดาว่าหน้าง้ำ

               “เอ๊า...พูดก็ไม่ได้อีก”

               “ถ้าคุณยังไม่หยุดกวนประสาทฉัน ฉันจะไม่ยุ่งด้วยแล้วนะ”

               “เรียกผมว่า ‘คุณสามี’ ก่อน แล้ววันนี้ผมจะทำตัวดีๆ กับคุณทั้งวันเลย”

               อมลรดานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง การรับมือกับจอมกวนประสาทอย่างอคิณทำให้เธอต้องใช้พลังงานมากเหลือเกิน ถ้าเขายอมทำตัวสงบเสงี่ยมได้สักวันก็น่าจะทำให้เธอประหยัดพลังงานไปได้มาก “ก็ได้”

               “งั้นก็เรียกสิ”

               “คุณสามี” หญิงสาวกระแทกเสียงแข็งกระด้าง

               “เรียกให้มันดีๆ หน่อย” อคิณยังสนุกกับการได้แกล้งคนตรงหน้า

               “คุณสามีคะ คุณสามีขา” อมลรดาแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างประชดประชัน “พอใจหรือยังคะคุณสามี”

               “ค่อยรื่นหูหน่อย” ชายหนุ่มยิ้มพอใจทั้งที่รู้ว่าถูกประชด

อมลรดาดูแลอคิณให้ทำธุระส่วนตัว ตลอดจนช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นชุดพร้อมออกเดินทาง พอถึงเวลาแปดโมงครึ่ง นายแพทย์วัยกลางคนที่เป็นเจ้าของไข้ก็เข้ามาตรวจอาการตามเวลานัดหมาย ซึ่งการตรวจใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที

               “อาการทั่วไปโดยรวมถือว่าเป็นปกติแล้วนะครับ จะเหลือก็แต่ทำกายภาพบำบัดให้กลับมาเดินได้เป็นปกติ กับฟื้นฟู ‘เจ้าหนู’ ให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม” คุณหมอบอกกับคนไข้หนุ่มด้วยสีหน้าแย้มแย้มโดยลืมไปว่า ที่ข้างเตียงยังมีหญิงสาวอีกคนที่ยืนก้มหน้าซ่อนแก้มสีแดงระเรื่อเพราะความกระดากอายจนทำตัวไม่ถูกที่ผู้ชายสองคนพูดถึง ‘เรื่องนั้น’ ให้ได้ยินอย่างเปิดเผย

               “ไม่ต้องห่วงครับหมอ ตอนนี้ผมมีพยาบาลส่วนตัวแล้ว คิดว่าอีกไม่นานก็กลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิม” อคิณพูดพลางเอื้อมมือมาจับมือนุ่มของหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าอยู่ใกล้ตัว

               “ฝากคุณรดาดูแลต่อด้วยนะครับ” คุณหมอพูดด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “ผมขอตัวนะครับ”

               คุณหมอเดินไปยังประตูห้อง สวนกับสุมาลีและแพรวาที่เปิดประตูเข้ามาพอดี คุณหมอทักทายแม่และพี่สาวของอคิณตามมารยาทแล้วเดินออกไป

               “คุณแม่กับพี่แพรมาทำไม ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาส่ง”

               สุมาลีค้อนควักทันทีที่ได้ยินประโยคแสนกวนอารมณ์จากลูกชาย “คิดว่าจะไปอยู่ที่โน่นนานแค่ไหน”

               “จนกว่าจะหายเป็นปกติครับ จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับรดา”

               อมลรดาไม่อาจทนสายตาเชือดเฉือนของสุมาลีที่จ้องมาหลังจากที่บุตรชายพูดแบบนั้นได้ จึงขอตัวออกไปรอข้างนอก “ฉันขอออกไปโทร. หาคุณก้องก่อนนะคะ ว่าใกล้มาถึงหรือยัง” ว่าแล้วก็รีบเดินออกไป

               “คุณแม่ทำให้รดากลัวนะคะ” แพรวาพูดขึ้นหลังจากที่อมรดาออกจากห้องไปแล้ว

               “แม่ไม่ชอบ เห็นหน้าทีไรก็นึกถึงแต่เรื่องที่พ่อกับพี่สาวของแม่คนนี้ทำไว้ แล้วเรื่องที่จะให้มาเป็นพยาบาลพิเศษให้คิณ แม่ก็ไม่เห็นด้วยเลย”

               “คุณแม่ครับ ผมตัดสินใจไปแล้ว และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง” อคิณบอกเสียงเรียบ

               “ระวังเถอะ รดาจะสวมเขาให้แกเหมือนริษาสักวัน”

               “ผมกับรดาไม่ได้เป็นอะไรกัน จะมาเรียกว่าสวมเขาได้ยังไง” คนเป็นลูกแย้ง

               “ให้มันแน่เถอะ ไม่ใช่ว่าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้วหลงเสน่ห์ขึ้นมาล่ะ” สุมาลีบอกเสียงสะบัด แล้วเดินปั้นปึ่งหนีลูกชายออกไปนอกห้อง

               “คุณแม่คิดมาก ระแวงไม่เข้าเรื่อง” อคิณบ่นอุบอิบ

               “อย่าว่าแต่คุณแม่เลย พี่ก็คิด รดาเป็นเด็กน่ารัก ใครใจแข็งอยู่ได้ก็ตายด้านแล้วละ” แพรวาพูดขำๆ

               อคิณแอบยิ้มนิดหนึ่ง ที่แพรวาพูดก็ถูก ขนาดเขาเป็นแบบนี้ เวลาได้อยู่ใกล้เธอเขายังอดรู้สึกดีด้วยไม่ได้เลย

               “แต่ถ้าไม่อยากมีปัญหากับคุณแม่ คุณปู่ พี่ว่าคิณไม่ควรคิดอะไรกับรดานอกเหนือจากข้อตกลงที่ทำสัญญากันไว้”

               ประโยคถัดมาของแพรวาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอคิณเลือนหายไปทันที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณสามีที่รัก   19.3 | แต่งงาน (ตอนจบ)

    “คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให

  • คุณสามีที่รัก   19.2 | เด็กน้อยคือกาวใจ

    “คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค

  • คุณสามีที่รัก   19.1 | เริ่มต้นกันใหม่

    “ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส

  • คุณสามีที่รัก   18.3 | พ่อลูกได้พบกัน

    “เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้

  • คุณสามีที่รัก   18.2 | ความหวังดีที่สูญเปล่า

    “คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค

  • คุณสามีที่รัก   18.1 | อย่าโทษตัวเอง

    สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status