คุณหนูหกผู้ไร้ค่ากลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว

คุณหนูหกผู้ไร้ค่ากลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว

last updateآخر تحديث : 2025-03-20
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10
2 تقييمات. 2 المراجعات
50فصول
6.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"ตัวซวย" นางถูกโยนคำนี้ใส่หัวเพียงเพราะมิได้เกิดมาเป็นบุรุษ ครอบครัวต่างผลักไสราวกับนางเป็นตัวเชื้อโรค จนในที่สุดต้องตายตกอย่างอนาถเพียงลำพัง ทว่าเมื่อได้หวนคืนมาคิดว่านางจะปล่อยไปหรือ ไม่มีทางซะล่ะ!

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 : ชีวิตที่เลือกไม่ได้

ตอนที่

[1]

ชีวิตที่เลือกไม่ได้

 ท่ามกลางสายลมหนาวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่ไม่อยากพานพบกับความเหน็บหนาวที่แสนทรมานเช่นนี้ หากแต่บนพื้นที่แสนสกปรกและเต็มไปด้วยเศษใบไม้ร่วงที่ถูกพัดพาเข้ามาจนเต็มพื้นเรือน ยังมีร่างของสตรีนางหนึ่งที่อยู่ในสภาพราวกับเศษผ้าที่ใช้งานจนหมดสภาพแล้วนอนนิ่งอยู่ ร่างนั้นนอนคุดคู้งอตัวเข้าหากันไร้ผ้าห่มหนาคลุมกาย หนำซ้ำบนเนื้อตัวยังเต็มไปด้วยคราบเลือดเกรอะกรัง ใบหน้านั้นไม่สามารถมองออกได้ว่าก่อนหน้านี้มีหน้าตาเป็นเช่นไร 

 สายตาที่พร่ามัวมองไปยังจุดจุดหนึ่งด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง

 เขาไม่หันกลับมามองนางแม้เพียงนิด หากแต่เร่งรีบจับจูงมือของสตรีที่อยู่ด้านข้างออกจากเรือนไป

 ฉีจื่อหราน นึกสมเพชในโชคชะตาตนเอง นางมาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร หากจะผิดก็คงผิดตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่นางเกิดมาเป็นบุตรสาวตระกูลฉี เป็นบุตรสาวที่ไร้ค่าที่ไม่มีผู้ใดสนใจ ทั้งยังผลักไสราวกับเชื้อโรคที่ต้องหลีกหนีให้ไกลที่สุด 

 หึ สุดท้ายชีวิตของนางก็ต้องจบลงเช่นนี้ เกิดมาเป็นคนไร้ค่า ก็ต้องตายอย่างคนไร้ค่าเช่นนั้นหรือ 

 หนำซ้ำ….คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เช่นลูกในท้องของนางก็ต้องมารับกรรมตายตกทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกด้วยซ้ำ 

 นี่มันชีวิตบัดซบแบบใดกัน

 แม่ต้องขอโทษเจ้าด้วย ที่ไม่อาจให้เจ้าเกิดมาใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นได้ คิดแล้วมืออันขาวซีดที่แทบจะแข็งชาเพราะความหนาวก็ลูบไปที่หน้าท้องอันแบนเรียบของตนเองที่เคยมีชีวิตน้อย ๆ อยู่ในนั้นด้วยความสั่นเทา 

 ที่บอกว่าเคยมี นั่นก็เพราะว่าก่อนหน้านั้นเพียงแค่เค่อเดียว ท้องน้อย ๆ ของนางถูกผู้ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสามีลงไม้ลงมือทุบตีอย่างหนักเพราะนางไม่ยินยอมที่จะให้เขานำเงินเก็บของนางจากไปพร้อมกับสตรีอื่น 

 แต่สุดท้ายนอกจากเงินเก็บจะไม่สามารถรักษาไว้ด้วย ชีวิตของลูกน้อยอายุสองเดือนก็ไม่สามารถรักษาไว้เช่นกัน และสุดท้ายแม้แต่ชีวิตของนางเองก็คงต้องสังเวยให้กับการตัดสินอันโง่เขลาและโชคชะตาอันบัดซบของตนเอง 

 น่าเสียดายที่เกิดมาชาตินี้นางได้พบเจอกับโลกภายนอกน้อยเหลือเกิน จึงทำให้ชีวิตของนางราวกับถูกปิดกั้น ถูกปิดตาและไร้ทางเลือกมาโดยตลอด น่าเสียดาย….

 หากได้มีโอกาสอีกครั้ง…..ก็คงจะดี

 คิดแล้วดวงตาอันพร่าเลือนก็ค่อย ๆ เริ่มปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มขาดห้วงขึ้นเรื่อย ๆ 

 ‘อย่าเสียใจไปเลยนี่คือโชคชะตาของเจ้า จบชีวิตครานี้ก็เพื่อไปพานพบชีวิตใหม่ที่เจ้าสามารถเลือกทางเดินของตนเองได้อีกครั้ง’ เสียงอันอบอุ่นดังขึ้นในโสตประสาทของฉีจื่อหราน ดวงตาของนางไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเขาคือผู้ใด อีกทั้งก่อนที่นางจะจากไปเขายังพูดขึ้นอีกว่า 

 ‘นอกจากนี้ข้ายังจะพาเจ้าไปพานพบอีกโลกหนึ่งที่จะทำให้เจ้าได้พบกับประสบการณ์ดี ๆ ที่ไม่สามารถไปหาจากที่ใดได้อีก’ 

 เฮือก!!

 ร่างของหญิงสาวโฉมสะคราญกระเด้งกายขึ้นมาจากเตียงที่นอนอยู่กะทันหันจนทำให้สาวใช้คนสนิทได้แต่ตกใจต่อปฏิกิริยาเช่นนี้ของผู้เป็นนาย อ้ายมี่ถึงจะตกใจแต่ก็รู้สึกยินดี เพราะคุณหนูของตนจู่ ๆ ก็นอนซมไปนานกว่าสามวันไม่มีวี่แววจะฟื้นขึ้นมาแต่อย่างใด เมื่อไปแจ้งคนเรือนใหญ่ก็ราวกับว่าคำพูดของนางได้เลือนหายไปตามสายลม พวกเขาไม่ได้สนใจอันใดบอกเพียงว่าให้นอนพักผ่อนให้มาก ๆ ก็เท่านั้น 

 จะได้อย่างไรกัน คุณหนูของนางเป็นหนักถึงเพียงนี้ แม้จะยังมีลมหายใจอยู่ แต่ก็ช่างรวยรินเสียเหลือเกิน ระหว่างที่อ้ายมี่กำลังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น 

 ฉีจื่อหรานกำลังยกมือทั้งสองข้างของตนขึ้นมาสำรวจดูก่อนจะหยิบคันฉ่องที่อยู่ไม่ไกลมาพิศมองรูปลักษณ์ในยามนี้ของตนเองอย่างละเอียด 

 เมื่อเห็นว่านางได้กลับมายังเวลาที่ทุกอย่างยังไม่สายเกินไปแววตาที่เคยสว่างใสก็ปรากฏความบ้าคลั่งขึ้นมาสายหนึ่ง นอกจากนั้นยังหัวเราะขึ้นมาเสียงดังจนลั่นเรือน 

 “ฮ่า ๆ แม้แต่นรกและสวรรค์ยังเข้าข้างข้า” 

 ใบหน้าที่แต่เดิมมักจะเต็มไปด้วยการซ่อนอารมณ์ที่แท้จริงของตน ยามนี้กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมพ่นถ้อยคำที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจได้ออกมานอกจากเจ้าตัว 

 ยามนี้อ้ายมี่ยิ่งเป็นห่วงนายของตนมากขึ้น คุณหนูหลับไปนานหลายวันตื่นมาก็เป็นเช่นนี้จะไม่ให้นางหวาดกลัวได้เช่นไร

 ฉีจื่อหรานหลังจากที่ได้ระบายอารมณ์ที่คั่งค้างในใจและยินดีกับการกลับมาของตนเองเสร็จก็เริ่มเห็นปฏิกิริยาของสาวใช้คนสนิทว่ากำลังตกใจเพียงใด นางจึงค่อย ๆ คลี่ยิ้ม 

 “อ้ายมี่ ขอข้ากอดที”

 “…..” แต่นอกจากสาวใช้ตัวน้อยจะไม่ขยับเข้ามาหา ยังขยับกายออกไปอย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย ฉีจื่อหรานส่ายหน้าก่อนจะทำการดึงแขนของอีกฝ่ายเข้ามาหาตัว 

 หมับ! 

 “คุณหนู!” 

 “อ้ายมี่ ข้าดีใจเหลือเกินที่ได้กลับมา” 

อ้ายมี่ตัวแข็งทื่อไม่เข้าใจว่าคุณหนูกล่าวถึงเรื่องใด กลับมาหรือ กลับมาจากที่ใดในเมื่อคุณหนูแทบจะไม่ได้ออกจากจวนเลยด้วยซ้ำ และเมื่อสามวันที่แล้วจู่ ๆ ก็ล้มป่วยลงและไม่ฟื้นมาเลยนับจากนั้น 

 ฉีจื่อหรานรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใด จึงได้ผละกายออกมา 

 “ข้าหลับไปกี่วันหรือ” 

 แม้จะไม่เข้าใจแต่ปากเล็ก ๆ ก็ยังตอบผู้เป็นนาย 

 “สามวันเจ้าค่ะ คุณหนูหลับไปสามวัน” 

 “เช่นนั้นอ้ายมี่ ข้าจะเล่าเรื่องที่น่าเหลือเชื่อระหว่างที่ข้าหลับไปสามวันให้เจ้าฟังดีหรือไม่ ว่าข้าไปพบเจอสิ่งใดมา” กล่าวว่าสามวันแต่แท้จริงแล้วนางไปอยู่ที่แห่งนั้น ที่ที่เป็นเหมือนโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อนานนับสิบปี ซึ่งที่นั่นทำให้นางได้สะสมความรู้และความสามารถมากมาย ก่อนที่จะได้รับโอกาสให้กลับมาที่นี่ จวนตระกูลฉีที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมแห่งนี้ ทั้งยังกลับมาในช่วงก่อนที่ชีวิตของนางจะถูกผลักดันให้ไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด และจบลงด้วยความตายที่แสนอนาถ!

 นอกจากเล่าเรื่องราวโลกอนาคตที่นางไปประสบพบเจอมา นางยังจะเล่าเรื่องราวก่อนที่นางจะถูกส่งไปยังที่นั่นด้วย การถ่ายทอดเรื่องราวที่นางไปพบเจอให้กับอ้ายมี่ฟัง นางไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่ เพียงแต่แค่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าที่นางทำตัวแปลกไป นั่นเพราะนางไม่ใช่ฉีจื่อหรานคนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

 หลังฟังจบดวงตาของสาวใช้คนสนิทของฉี่จื่อหรานก็เบิกโพลง อ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าอ้ายมี่นั้นเชื่อนายของตนจนหมดใจ 

 ตั้งแต่ที่เป็นนายบ่าวกันมานางอยู่กับคุณหนูมาตั้งแต่ที่นางอายุห้าหนาว คุณหนูก็อายุเพียงเจ็ดหนาว ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณหนูจะมีท่าทางเช่นนี้ ความเด็ดเดี่ยว ความแข็งแกร่ง ดวงหน้าที่ไม่หวาดกลัวผู้ใดหากมิใช่คนที่ผ่านพ้นประสบการณ์ที่คาดไม่ถึงมา คงไม่สามารถที่จะแสดงออกเช่นนี้ได้

 “คุณหนู ต่อจากนี้ไม่ว่าจะต้องพานพบกับสิ่งใด บ่าวก็จะอยู่เคียงข้างกับคุณหนูให้นานที่สุดเจ้าค่ะ” 

 “เจ้าเชื่อในสิ่งที่ข้าเล่าหรือ” ฉีจื่อหรานเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ 

 “เชื่อเจ้าค่ะ บ่าวเชื่อคุณหนู”

 ในชาติที่แล้ว คุณหนูเล่าว่านางถูกโบยจนตาย เพราะถูกใส่ความว่าละเลยต่อการดูแลคุณหนูของตน ทั้งที่ความจริงแล้ว นางถูกคนชั่วนามว่าโก่วอี๋จับลากเข้าไปในเรือนเก็บฟืน ก่อนจะลงมือย่ำยีนางแล้วขังเอาไว้ ขณะเดียวกันนายของมันก็ไปลงมือกับคุณหนูของนางเช่นกัน และเรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีเบื้องลึกเบื้องหลัง ชาตินี้นางจะร่วมหัวจมท้ายกับคุณหนูเพื่อแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้องและจะไม่ให้คุณหนูของนางได้รับความอัปยศอดสูอีก

 “เช่นนั้นวันนี้เจ้าช่วยข้าแต่งกาย เย็นนี้ข้าจะไปกินอาหารกับครอบครัวที่รักของข้าเสียหน่อย” กล่าวแล้วรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัยก็ปรากฏขึ้น หากแต่ดวงตานั้นลึกล้ำจนแม้แต่อ้ายมี่ยังไม่กล้ามองนาน 

 ยิ่งฝีเท้าของนางเข้าใกล้เรือนใหญ่มากเท่าใด ก็ยิ่งได้ยินเสียงพูดคุยอย่างครึกครื้นของพวกเขาดังขึ้นมาเท่านั้น นางไม่เคยได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความครื้นเครงกลมเกลียวเช่นนี้สักครั้ง

ทั้งที่นางก็เป็นลูก เป็นหนึ่งในพี่น้องของพวกเขาเช่นกัน! 

รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นพร้อมสายตาที่ดูแคลน 

“ไหน ๆ ก็มากันครบแล้ว เรามาเริ่มกินข้าวกันเถิด” สิ้นคำของผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวกล่าว สมาชิกทุกคนก็หันไปหยิบจับตะเกียบของตนขึ้นมา หากแต่ยังไม่ทันได้ลงมือกินอาหารเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาเสียก่อน 

“จะครบได้อย่างไรเจ้าคะ ยังขาดข้าอีกคน”

“…..”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องสนุก มีครบทุกรส แต่งเก่ง ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-01-04 11:06:41
2
0
S S
S S
เรื่องนี้จบแล้ว สนุกค่ะ อ่านเรื่อยๆเพลินๆดี โรคระบาดในเรื่องนี่คุ้นมากเลย โควิดรึเปล่าคะ555555555
2025-05-31 11:06:15
2
0
50 فصول
ตอนที่ 1 : ชีวิตที่เลือกไม่ได้
ตอนที่[1]ชีวิตที่เลือกไม่ได้ ท่ามกลางสายลมหนาวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่ไม่อยากพานพบกับความเหน็บหนาวที่แสนทรมานเช่นนี้ หากแต่บนพื้นที่แสนสกปรกและเต็มไปด้วยเศษใบไม้ร่วงที่ถูกพัดพาเข้ามาจนเต็มพื้นเรือน ยังมีร่างของสตรีนางหนึ่งที่อยู่ในสภาพราวกับเศษผ้าที่ใช้งานจนหมดสภาพแล้วนอนนิ่งอยู่ ร่างนั้นนอนคุดคู้งอตัวเข้าหากันไร้ผ้าห่มหนาคลุมกาย หนำซ้ำบนเนื้อตัวยังเต็มไปด้วยคราบเลือดเกรอะกรัง ใบหน้านั้นไม่สามารถมองออกได้ว่าก่อนหน้านี้มีหน้าตาเป็นเช่นไร สายตาที่พร่ามัวมองไปยังจุดจุดหนึ่งด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง เขาไม่หันกลับมามองนางแม้เพียงนิด หากแต่เร่งรีบจับจูงมือของสตรีที่อยู่ด้านข้างออกจากเรือนไป ฉีจื่อหราน นึกสมเพชในโชคชะตาตนเอง นางมาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร หากจะผิดก็คงผิดตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่นางเกิดมาเป็นบุตรสาวตระกูลฉี เป็นบุตรสาวที่ไร้ค่าที่ไม่มีผู้ใดสนใจ ทั้งยังผลักไสราวกับเชื้อโรคที่ต้องหลีกหนีให้ไกลที่สุด หึ สุดท้ายชีวิตของนางก็ต้องจบลงเช่นนี้ เกิดมาเป็นคนไร้ค่า ก็ต้องตายอย่างคนไร้ค่าเช่นนั้นหรือ หนำซ้ำ….คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เช่นลูกในท้องของนางก็ต้องมารับกรร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 : ตระกูลฉี 1/1
ตอนที่[2]ตระกูลฉี สมาชิกทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าผู้ที่มาใหม่นี้จะเป็นคนที่พวกเขาแทบจะลืมไปแล้วว่าในจวนตระกูลฉีมีคนผู้นี้อยู่ จะว่าลืมก็มิใช่แต่พวกเขาไม่ได้สนใจมากกว่า “เหตุใดเพียงแค่พบข้าจะต้องตกใจกันถึงเพียงนั้นเจ้าคะ” และดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะกลายเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว ทุกคนต่างคิดเช่นเดียวกัน ฉีจื่อหรานยกยิ้มขึ้นพลางมองไปที่สมาชิกของตระกูลฉีแต่ละคนที่กำลังแสดงสีหน้าไม่ต่างกัน ยามนี้บนโต๊ะอาหารมีคนที่ร่วมโต๊ะอยู่ทั้งหมดหกคนประกอบด้วย ฉีหวัง บิดาผู้เป็นขุนนางกรมราชวงศ์ เสิ่นเจียงหรือฉีฮูหยินผู้เป็นมารดา ถัดมาจากมารดานั้นคือฉีเยว่อิน พี่รองของนาง ถัดมานั้นคือพี่สาม ฉีเยว่ชิง ตรงข้ามกันกับพี่สามนั้นคือพี่สี่นามฉีเยว่ซิน ถัดจากพี่สี่คือพี่ห้า ฉีเยว่เผิง เดิมทีบนโต๊ะควรจะมีพี่ใหญ่นามฉีเยว่สืออยู่ด้วย หากแต่นางออกเรือนไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ยามนี้จึงเหลือสมาชิกทั้งหมดหกคน จะเห็นได้ว่าชื่อพวกนางล้วนแต่คล้ายกันทั้งหมด มีก็เพียงแต่นาง ที่ไม่เหมือนผู้ใด มีใช่เพราะว่าพิเศษ แต่เป็นเพราะไม่ใส่ใจ ไม่สิ อาจจะเพราะเกลียดชังด้วยกระมังจึงไม่อยากให้นางเหมือนผู้ใดในครอบครัวนี้ “น้องหกเหตุใดจึง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 : ตระกูลฉี 1/2
ตอนที่[2]ตระกูลฉี ในค่ำคืนนั้นพี่น้องตระกูลฉีต่างพูดคุยกันว่าเหตุใดฉีจื่อหรานจึงทำเช่นนี้ เหตุใดคนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นมาเกือบสิบปี กินข้าวก็กินที่เรือนตนเองจึงได้ลุกมาร่วมกินข้าวที่เรือนใหญ่เช่นนี้ แต่คิดไปแล้วก็ไร้คำตอบ ได้แต่รอดูท่าทีของอีกฝ่ายอีกสักนิด สุดท้ายจึงได้แยกย้ายกันไปเช่นนั้น แต่แล้วพวกเขาก็ต้องตกใจ เมื่อในยามเช้าก็พบว่าฉีจื่อหรานกำลังนั่งรอที่โต๊ะอาหารพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เมื่อผู้เป็นบิดาและมารดาเห็นเช่นนั้น จึงได้ชะงักก่อนจะพากันเดินสะบัดหน้าหนีไปเฉกเช่นเมื่อวาน หากแต่ฉีจื่อหรานกลับคล้ายไม่กระทบกระเทือนอันใด นางยังคงกินอาหารที่เรือนใหญ่ด้วยความเอร็ดอร่อย อีกทั้งตลอดมื้ออาหารทั้งสามมื้อนางก็มากินที่เรือนใหญ่ทั้งสามมื้อไม่ขาดแม้แต่มื้อเดียว จนในเช้าวันต่อมาบนโต๊ะอาหารที่เรือนใหญ่กลับไม่มีผู้ใดมาเลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งอาหารก็ไม่มีเช่นกัน เห็นทีคงจะสุดทนกับนางแล้วกระมังแม้แต่กินอาหารร่วมกันก็ไม่อาจทำได้ แต่นางก็ยังคงเป็นนายผู้หนึ่งของจวนนี้มิใช่หรือ เหตุใดถึงผู้อื่นไม่มาแล้วอาหารในส่วนของนางก็ไม่มาเช่นกัน แม้นางจะรู้คำตอบ แต่ก็อยากจะสร้างความปั่นป่วนให้กับจวนน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 : บ้าไปเสียแล้ว 1/1
ตอนที่[3]บ้าไปเสียแล้ว ฉีจื่อหรานลากศีรษะของหัวหน้าแม่ครัวไปจุ่มกับถาดน้ำมันที่เหมือนจะจัดเตรียมไว้ทอดบางอย่างจนเปียกชุ่ม ผมของสุ่นเย้ายามนี้จึงมีแต่ความมันเยิ้มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดูเหนอะหนะยิ่ง ผู้อื่นที่เห็นเหตุการณ์เห็นดังนั้นจึงไม่อาจที่จะปล่อยให้ฉีจื่อหรานกระทำการได้ตามใจ จึงได้พากันกรูเข้าไปหาหญิงสาวคิดหวังจะช่วยเหลือหัวหน้าแม่ครัว อ้ายมี่พยายามจะใช้เรี่ยวแรงของตนเองขัดขวางไว้แต่คนเดียวหรือจะสู้กำลังหลายคนที่มีทั้งหญิงและชาย เมื่อผลักอ้ายมี่ไปยังทิศทางหนึ่งสำเร็จ พวกเขาก็รีบเข้าไปหาฉีจื่อหราน หากแต่ยังช้าไป หญิงสาวกำผมของสุ่นเย้าไว้แน่นก่อนจะลากไปที่หม้อตุ๋นขนาดใหญ่ที่สุมถ่านไม้มีไฟลุกโชติช่วงอยู่ข้างใต้ ในนั้นมีไก่ตุ๋นอยู่หลายตัว ใบหน้าของสุ่นเย้าห่างจากน้ำที่กำลังเดือดพล่านเพียงแค่ไม่กี่ชุ่น เหล่าผู้คนที่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือสุ่นเย้าจึงได้ชะงักฝีเท้าของตนลงแล้วสูดหายใจเข้าด้วยความลุ้นระทึก “นั่น…. คุณหนูหกกำลังคิดจะฆ่าหัวหน้าแม่ครัวหรือ!!” คนผู้หนึ่งเห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบปลีกตัวออกไปรายงานเจ้านายที่เรือนใหญ่ “ทำไมไม่เข้ามากันแล้วเล่า” เมื่อครู่ฉีจื่อหรานเห็นคนที่ปลีกต
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 : บ้าไปเสียแล้ว 1/2
ตอนที่[3]บ้าไปเสียแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นฉีจื่อหรานก็ถูกบ่าวจากเรือนใหญ่ถูกตามตัวให้ไปพบ สองขาเดินอย่างไม่รีบร้อน พลางชมธรรมชาติไปเรื่อยเปื่อย บ่าวผู้นั้นถึงกับไม่พอใจที่หญิงสาวทำท่าทางราวกับไม่ทุกข์ร้อนเช่นนี้ พลางดูถูกในการแต่งกายของฉีจื่อหราน งดงามเสียเปล่าหากแต่แต่งตัวซอมซ่อยิ่งกว่าบ่าวในจวนเช่นตนเสียอีก ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเรือนใหญ่ที่เป็นห้องโถงหลักจนได้ ฉีจื่อหรานใช้สายตากวาดมองทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น แหมอยู่กันครบเลยนะ ทีเมื่อเช้าล่ะหายกันไปหมด “ฉีจื่อหรานเจ้าได้ทำความผิดอันใดไว้หรือไม่!” เสียงของบิดาที่ไม่ได้เอ่ยเรียกนางมาเนิ่นนานดังขึ้น ทั้งยังเรียกแบบเต็มยศเสียด้วย ดูท่าจะไม่พอใจ “หืม มีอันใดหรือเจ้าคะ” กล่าวแล้วปั้นสีหน้าไร้เดียงสาก่อนจะหันไปมองเหล่าคนครัวด้วยความตกใจ เหล่าคนครัวยามนี้ล้วนแต่มีใบหน้าปูดบวม นางเกือบจะขำออกมา หากแต่ต้องรักษากิริยาเอาไว้ “นี่เกิดอะไรขึ้นเหตุใดใบหน้าพวกเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น” “เจ้าอย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง หากไม่มีผู้ใดทำ พวกเขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร” ครานี้ผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ชอบใจ “ข้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ เจ้าค่ะ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 : ฉีจื่อหราน 1/1
ตอนที่[4]ฉีจื่อหราน “คุณหนูทำเช่นนี้จะเป็นการดีหรือเจ้าคะ” อ้ายมี่เอ่ยถามขึ้นเมื่อกลับมาถึงเรือน นางไม่ได้เอ่ยถามสักครั้งว่าแผนการของคุณหนูมีแผนอย่างไรบ้าง แต่เพราะหากคุณหนูยังทำเช่นนี้ต่อไป เห็นทีต่อไปจะอยู่จวนตระกูลฉีได้อย่างลำบาก เอ๊ะหรือว่า…. ฉีจื่อหรานเห็นสาวใช้คนสนิทคล้ายจะตกผลึกบางอย่างได้จึงได้แย้มยิ้มออกมา “ข้ามิคิดจะอยู่ที่นี่ จึงได้หาทางที่จะออกจากที่นี่ตามแบบฉบับของข้า” “เป็นเช่นนี้เอง” อ้ายมี่พยักหน้า “แล้วพวกเราจะไปจากที่นี่อย่างไรหรือเมื่อใดเจ้าคะ” ทันใดนั้นดวงตาของผู้เป็นนายก็เข้มขึ้น “เร็ว ๆ นี้ ส่วนวิธีการเจ้าก็ค่อยรอดู” พอเสียทีกับชีวิตของสตรีนามว่าฉีจื่อหราน สตรีอาภัพที่ไม่มีผู้ใดต้องการ เดิมทีการเป็นบุตรสาวคนเล็กควรจะเป็นคนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะบุตรคนเล็กจะอายุน้อยและมักจะดูน่าเอ็นดูกว่าใครเสมอ ทั้งในสายตาบิดามารดาและผู้อื่นที่ได้พบเห็น หากแต่กับนางนั้นมิใช่ นางเป็นคนที่บิดามารดาเกลียดชังและผลักไสให้มีชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หากจะย้อนไปยังจุดเริ่มต้น บิดากับมารดาของนางแต่งงานกันด้วยความรักที่มีให้กัน ณ ขณะนั้น และผู้ใหญ่ต่างก็เห็นว่าทั้งคู่มีฐ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 : ฉีจื่อหราน 1/2
ตอนที่[4]ฉีจื่อหราน สุดท้ายเมื่อเห็นว่าบิดาเกลียดชังและไม่ชอบใจในบุตรสาวคนเล็ก ผู้เป็นมารดาก็ยิ่งพลอยไม่ชอบใจบุตรสาวเข้าไปด้วย รวมถึงพี่น้องคนอื่น ๆที่เริ่มห่างเหิน สุดท้ายพวกเขาก็คงจะลืมไปแล้วว่านางเป็นน้องสาวคนสุดท้องของพวกนาง แต่ที่จริงที่เหล่าพี่สาวไม่ชอบนางนั้นก็มีสาเหตุอื่นอยู่ ในตอนเด็กนางไม่รู้แต่ยิ่งโตมากลับมองได้ชัดขึ้น เรื่องราวทั้งหมดนี้ที่นางได้รับรู้ก็เป็นเพราะแม่นมที่เลี้ยงดูนางได้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟัง คงเพราะสงสารเด็กน้อยที่ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดบิดามารดาจึงเอาแต่เมินเฉยใส่ พี่น้องคนอื่นก็ไม่พูดด้วย แม่นมเป็นคนเดียวที่นางสามารถพูดคุยด้วยได้ ซึ่งแม่นมผู้นั้นก็ดันมาเสียในตอนที่นางอายุเจ็ดหนาว ในตอนนั้นเองที่นางถูกย้ายมาอยู่เรือนปัจจุบันที่ห่างจากเรือนของพี่น้องคนอื่น โชคดีที่ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีอ้ายมี่หลานสาวของแม่นมผู้นั้นอยู่ด้วย แต่จะว่าโชคดีก็ไม่ถูก เด็กน้อยที่อายุน้อยสองคน แม้อยู่ในจวนขุนนางใหญ่ แต่ก็ราวกับเด็กกำพร้าสองคนที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ทำสิ่งใดก็ล้วนลำบาก นางไม่เคยได้รับความรักจากบิดามารดา โดยเฉพาะมารดาที่ดูเหมือนจะเกลียดชังนางขึ้นเรื
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 : หน้าหนาดูสักครา 1/1
ตอนที่[5]หน้าหนาดูสักครา ในค่ำคืนนั้นนางได้ยินเพียงเสียงก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย สุดท้ายจึงจบที่คำว่า ‘ตัวซวย’ ของบิดา ไหนความยุติธรรม ไหนการสืบสาวราวเรื่องหาข้อเท็จจริง เหตุใดเมื่อพวกเขามาถึงก็เอาแต่โทษว่านางทำตัวไม่เหมาะสมเช่นนั้นเช่นนี้ และที่เจ็บปวดใจไปยิ่งกว่านั้นเหตุที่ทำให้นางรู้สึกสะเทือนใจนั่นก็คือสภาพของอ้ายมี่ที่ดูเลวร้ายกว่านางยิ่งนัก ใบหน้าที่เคยยิ้มสดใสกลับเต็มไปด้วยคราบสีดำของสิ่งสกปรก คราบสีแดงของเลือดที่สดใหม่และหยาดน้ำตา เนื้อตัวมอมแมม อาภรณ์ฉีกขาด บริเวณที่ชายกระโปรงยังมีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด ต้องลงมือเลวร้ายถึงเพียงใดถึงได้มีสภาพเช่นนี้ สุดท้ายคำตัดสินของคนตระกูลฉีคือ ให้นำตัวอ้ายมี่ไปโบย เพราะบกพร่องในการดูแลผู้เป็นนาย ชีวิตของอ้ายมี่จึงสิ้นชีวิตลงนับตั้งแต่คืนนั้น ส่วนนางถูกสั่งให้ออกเรือนไปกับ ถงเจี้ยน บุรุษเลวทรามที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นั้น ค่ำคืนนี้สิ่งที่บาดลึกลงจิตใจนางนั้นมีหลายอย่างเหลือเกิน แต่ที่เจ็บปวดในจิตใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นในยามที่ถงเจี้ยนกำลังรังแกนาง เขาได้หลุดเผลอกล่าวบางอย่างออกมา ‘ไม่น่าเชื่อว่าท่านป้าจะให้ข้าได้ครอบ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 : หน้าหนาดูสักครา 1/2
ตอนที่[5]หน้าหนาดูสักครา “ไม่ได้!!” ครานี้เป็นเหล่าพี่สาวที่ยังไม่ออกเรือนทั้งหลายเอ่ยขึ้นพร้อมกัน หากให้ฉีจื่อหรานได้ของสวยงามเหล่านี้นั่นจะไม่เป็นการยิ่งส่งเสริมให้งามยิ่งขึ้นไปอีกหรือ “นี่พวกท่านหวงของกับข้าถึงเพียงนี้ พวกท่านดูเถิด อาภรณ์ของข้าก็ล้วนแต่เป็นของเก่าของพวกท่านที่เบื่อแล้ว ไม่ก็ใส่ไม่ได้ ไหนเลยจะเคยได้ของใหม่เฉกเช่นของบนโต๊ะนั่น…” กล่าวแล้วก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยเหลือคณนา หากแต่ได้รับสายตาดูแคลนกลับมา “พี่ใหญ่ ของเหล่านั้นท่านเอามาหรือเจ้าคะ แบ่งให้ข้าบ้างได้หรือไม่” ยามนี้สายตาที่ราวกับกวางน้อยของฉีจื่อหรานกำลังมีน้ำตาคลอดูแล้วน่าสงสารยิ่ง ดวงตานั้นกำลังส่งสายตาอ้อนวอนไปยังพี่สาวคนโต ด้านฉีเยว่สือกลับใช้สายตาลึกล้ำมองกลับไปยังน้องสาว ฉีจื่อหรานที่นางรู้จักไหนเลยจะกล้าหน้าหนามาขอข้าวของผู้อื่นเช่นนี้ วัน ๆ เอาแต่อยู่ที่เรือนไม่ออกมาพบปะผู้ใด คนผู้หนึ่งเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใด สุดท้ายเป็นฉีฮูหยินที่ทนไม่ไหว จึงได้เอ่ยขึ้นว่าจะมอบอาภรณ์และเครื่องประดับให้ฉีจื่อหรานเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บุตรสาวคนอื่นมองไปที่มารดาด้วยความไม่พอใจ ฉีฮูห
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 : สามีดี ๆ ไม่มีไม่ได้แล้ว 1/1
ตอนที่[6]สามีดี ๆ ไม่มีไม่ได้แล้ว วันนี้ฉีจื่อหรานจงใจแต่งกายด้วยอาภรณ์และเครื่องประดับที่มีอยู่อย่างประณีตที่สุด ใบหน้างามแม้แต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมเพียงนิดก็สามารถฉายแววความโดดเด่นเปล่งประกายแม้ไร้แสงแดดจ้าเช่นช่วงกลางวันออกมาได้ ใบหน้าเดิมที่งดงามก็ยิ่งงดงามหาตัวจับยากยิ่งขึ้นไปอีก ยามเยื้องย่างก็ราวกับเทพธิดาลงมาจากสรวงสวรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ทำให้คนตระกูลฉีที่ต่างเตรียมตัวจะไปร่วมงานเลี้ยงล้วนแต่ตื่นตะลึงและอยู่ไม่สุข หากวันนี้ปล่อยให้ฉีจื่อหรานไปร่วมงานได้ เห็นทีว่าต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแน่ ดังนั้นผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงได้เอ่ยเสียงเย็น “เจ้าตามข้าไปที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้” “เอ๋ ไปทำไมหรือเจ้าคะท่านพ่อ พวกเราไม่รีบไปงานหรือ” หากแต่ฉีจื่อหรานกลับทำราวกับไม่เข้าใจเอียงคอเล็กน้อยเชิงสงสัย “ฉีจื่อหราน!!” ไม่รอช้าแขนเรียวก็ถูกบิดาลากเข้าไปยังเรือนใหญ่จนแทบตั้งตัวไม่ทัน ตามมานั้นคือสมาชิกคนอื่น ๆ รวมถึงบ่าวที่สอดรู้สอดเห็นต่าง ๆ “มิใช่ว่าข้าพูดอย่างชัดเจนแล้วหรือ ว่าที่นั่นมิใช่ที่ที่เจ้าควรจะไป” ทันทีที่เข้าไปในเรือนมือหนาก็สะบัดแขนของบุตรสาวอย่างแร
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status