คุณหนูหกผู้ไร้ค่ากลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว

คุณหนูหกผู้ไร้ค่ากลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-03-20
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
50Bab
6.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"ตัวซวย" นางถูกโยนคำนี้ใส่หัวเพียงเพราะมิได้เกิดมาเป็นบุรุษ ครอบครัวต่างผลักไสราวกับนางเป็นตัวเชื้อโรค จนในที่สุดต้องตายตกอย่างอนาถเพียงลำพัง ทว่าเมื่อได้หวนคืนมาคิดว่านางจะปล่อยไปหรือ ไม่มีทางซะล่ะ!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 : ชีวิตที่เลือกไม่ได้

บ้านพราวฟ้า 21.50 น.

 “ยัยพราว”

“ว่าไงคะ”

“ขึ้นไปตามไอ้องศาที่ห้องพี่ให้ทีดิ๊…..มันตายอยู่ข้างบนแล้วมั้งนั่น”

ฉันที่กำลังนั่งดูรายการวาไรตี้โชว์อยู่ที่ตรงโซฟากลางห้องโถงบ้าน ถึงกับทำหน้ามุ่ย เมื่อถูกคนเป็นพี่ชายเรียกให้ไปตามเพื่อนสนิทของเขาที่หายขึ้นไปบนชั้นสามของบ้าน

ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าหายไปนานเท่าไหร่ แต่ก็คงจะนานพอที่ทำให้พี่เพทายถึงกับต้องใช้ฉันขึ้นไปตาม

“ทำไมพี่เพทายไม่ขึ้นไปตามเองหละคะ พราวกำลังดูวาไรตี้โชว์อยู่” นี่ฉันก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมพี่ชายฉันถึงไม่ขึ้นไปตามเอง

“ขี้เกียจเดิน มันเหนื่อยแล้วก็เมาด้วย” อ่าว แล้วไม่คิดว่าฉันจะเหนื่อยบ้างหรือไง ห้องพี่เพทายอยู่ชั้นสามของบ้านเลยนะ บันไดแต่ละชั้นก็มีเกือบยี่สิบขั้นเข้าให้ ไม่รู้ว่าใครมันเป็นคนออกแบบบ้าน 

แล้วใครใช้ให้ดื่มเยอะแยะขนาดนั้นกัน นั่งดื่มกันตั้งแต่ห้าโมงเย็น จนตอนนี้จะสี่ทุ่มอยู่แล้ว ก็ยังไม่เลิกสักที

ถึงจะบ่นพี่ชายตัวเองแบบนั้น แต่ตอนนี้เท้าทั้งสองข้างของฉันก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องพี่เพทายแล้วเรียบร้อย

ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!

“พี่องศาคะ พี่เพทายให้มาตาม” ฉันเคาะบานประตูห้องนอนขนาดใหญ่ไปอยู่สองสามที แต่ก็เงียบ ไม่มีใครออกมาเปิด

แล้วพอฉันลองหมุนลูกบิดดูก็พบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อก

“พี่องศาคะ อยู่ในนี้รึเปล่า” ทำไมถึงไม่มีใครอยู่ในห้องเลยนะ ไฟก็เปิดนี่นา หรือว่าจะอยู่ในห้องน้ำ

“พี่องศาคะ…..” และในขณะที่ฉันกำลังจะเคาะประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท จู่ๆคนด้านในก็เปิดประตูออกมาทันที 

O.O

แต่ที่ทำให้ฉันตกใจตอนนี้คือ ทั้งตัวของพี่องศามีผ้าขนหนูแค่ผืนเดียวที่พันอยู่รอบเอวของเขา  

และที่สำคัญคือสายตาของฉันดันมองลงต่ำทำให้ไปปะทะเข้ากับความใหญ่โตที่มันนูนขึ้นเป็นลำอยู่หลังผ้าขนหนูผืนบางนั่น

เฮือก เลือดกำเดาแทบพุ่ง 

“จ้องขนาดนี้…..คิดมิดีมิร้ายกับพี่อยู่เหรอ”

“ปะ เปล่านะคะ พราวแค่ตกใจที่พี่องศาจู่ๆก็เปิดประตูออกมา พอดีพี่เพทายให้ขึ้นมาตามค่ะ” ฉันรีบกลับหลังหันทันที ก่อนจะพูดประโยคเมื่อกี้ออกไป บ้าจริง แล้วทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย

“หึ” เสียงพี่องศาหัวเราะในลำคอดังออกมา ก่อนที่เขาจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของพี่ชายฉัน 

“ออกไปสิ หรืออยากมองพี่แก้ผ้า” สิ้นเสียงพี่องศา ฉันรีบวิ่งออกมาจากห้องทันทีเลยจ้า ใครจะอยากดูเขาแก้ผ้ากัน บ้าหรือเปล่า

ตึกตึกตึก!!

“วิ่งทำไม แล้วไอ้องศาหละ” พี่เพทายที่เห็นฉันวิ่งลงบันไดมา เอ่ยถามขึ้น 

“เดี๋ยวตามลงมาค่ะ” กำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ ไอ้ประโยคหลังนี่ฉันพูดมันในใจนะ 

“แล้วนั่นทำไมหน้าแดง ไม่สบายเหรอ” 

“สงสัยเหนื่อยค่ะ แล้วก็ร้อนมากด้วย” ที่ร้อนนี่ไม่ใช่เพราะอากาศนะ แต่เป็นเพราะคำพูดของพี่องศาเมื่อกี้นั่นแหละที่ทำฉันร้อนไปหมดทั้งตัวเลย

หลังจากนั้นฉันก็กลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิม เพิ่มเติมคือใจที่เต้นระรัวอยู่ตอนนี้ 

อึก!!

ฉันกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เมื่อภาพของพี่องศาฉายวับเข้ามาในหัวของฉัน ทำไมมันถึงได้ใหญ่โตอลังการขนาดนั้นกัน 

“ไอ้คุณองศา กูนึกว่ามึงตายห่าอยู่ข้างบนแล้วนะนั่น ขึ้นไปโคตรนาน ทิ้งกูนั่งดื่มอยู่คนเดียว” 

“กูไปอาบน้ำมา นี่เดี๋ยวว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีประชุมเช้า” 

“ทิ้งกูอีกคนแล้วนะมึง” 

“กูไม่ได้ทิ้ง แต่พรุ่งนี้กูมีประชุมเช้าจริงๆ น้องมึงก็อยู่ ให้พราวมานั่งดื่มเป็นเพื่อนดิ” ฉันที่สติสตังกระเจิดกระเจิงไปก่อนหน้านี้ หันไปมองยังต้นเสียงที่คุยกัน ก่อนที่จะต้องรีบหันหน้ากลับมา เพราะสายตาไปปะทะเข้ากับสายตาพี่องศาที่กำลังมองมาทางฉันพอดี

“พราว พี่จะกลับแล้วนะ ไว้เจอกันที่บริษัทอาทิตย์หน้านะครับ เด็กน้อยนักศึกษาฝึกงาน” พี่องศาตะโกนมาทางฉัน นี่เขาเรียกฉันว่าเด็กน้อยอีกแล้ว คือยี่สิบสองย่างยี่สิบสามแล้วปะ ไม่น้อยแล้วนะ แต่ก็อาจจะเป็นเด็กน้อยในสายตาพี่เขาจริงๆนั่นแหละ เพราะพี่องศาแก่กว่าฉันตั้งแปดปี 

แล้วที่เมื่อกี้ที่เขาพูดว่าเจอกันอาทิตย์หน้า เพราะฉันจะเข้าไปเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทพี่เขา ความจริงบริษัทพี่เพทายก็มีนะ แต่อาจารย์ไม่อนุญาติฝึกงานในบริษัทของครอบครัวตัวเอง พี่เพทายเลยฝากฉันให้ไปฝึกงานที่บริษัทของพี่องศาแทน

“ขับรถกลับดีๆนะคะ” ฉันหันไปพูดกับพี่เขาตามมารยาท ก่อนจะรีบหันกลับมา เพราะพี่องศายังจ้องมองฉันอยู่ตรงนั้น 

“หึ งั้นกูกลับก่อนนะ” สิ้นเสียงพี่องศา เขาก็เดินผ่านฉันไปตรงหน้าประตูบานใหญ่ ฉันได้แต่นั่งมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป แล้วก็นึกไปถึงสภาพพี่เขาก่อนหน้านี้อีกแล้ว

ยัยพราวฟ้า ทำไมแกเป็นคนแบบนี้นะ ฉันได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ

เอ๊ะ เหมือนฉันจะลืมอะไรไป ลืมแนะนำตัวกับทุกคนไง ใช่มั้ย เอ่อคือ ฉันชื่อพราวฟ้านะ มีพี่ชายสุดหล่อที่อายุห่างกันถึงแปดปีอยู่หนึ่งคนชื่อพี่เพทาย คนที่ใช้ฉันขึ้นไปตามเพื่อนเขานั่นแหละ 

ตอนนี้ฉันเรียนมหาลัยปีสุดท้ายแล้ว กำลังจะเริ่มฝึกงานอาทิตย์หน้า ส่วนคนที่เพิ่งกลับไปเมื่อกี้ชื่อพี่องศาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายฉันค่ะ ที่สำคัญหล่อมากถึงแม้อายุจะสามสิบแล้วก็ตาม แต่หน้าเหมือนยังยี่สิบต้นๆอยู่เลย 

อีกอย่างคือฉันชอบเขา ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็คือชอบไปแล้ว แต่ฉันก็พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยมากไปกว่านี้ เพราะฉันรู้ดีว่ายังไงพี่องศาก็คงไม่มีทางสนใจผู้หญิงที่อายุห่างกับเขาเกือบสิบปีอย่างฉัน ที่สำคัญฉันเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทเขาด้วยไง เฮ้อ คิดแล้วเศร้าอยากขอเหล้าเข้มๆ

“พี่เพทาย เลิกดื่มแล้วขึ้นไปอาบน้ำนอนเถอะ เมาแล้วนะ” ฉันที่เห็นว่าพี่ชายตัวเองเริ่มจะนั่งเอนตัวไปมา ก็อดไม่ได้ที่จะลุกมาหาเขา

“เมาที่หนายยยยย ยังม่ายมาวววว” เมื่อกี้ยังพูดปกติอยู่เลย ตอนนี้เสียงเริ่มยานคางซะละ แล้วบอกว่ายังไม่เมา ฉันละเพลียกับพี่ชายสายดื่มของฉันจริงๆ เฮ้อ

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา…. 08.30 น.

บริษัทฯ (วันแรกของการฝึกงาน) 

“สวัสดีค่ะ หนูเป็นนักศึกษาฝึกงานที่จะเริ่มฝึกงานวันนี้ค่ะ” 

ฉันเอ่ยบอกฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้าบริษัทของพี่องศาไป ก่อนที่พี่ผู้หญิงตรงหน้าจะตอบฉันกลับมาแล้วต่อสายหาใครสักคน

“เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ” ฉันพยักหน้าให้พี่เขาไปแทนคำตอบ และในขณะที่ฉันกำลังยืนรอพี่ผู้หญิงด้านหน้าโทรหาใครอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงนึงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“พราว มาแล้วเหรอ” ฉันรีบหันไปตามเสียงเรียกจากคนด้านหลัง ก่อนจะพบว่าเป็นพี่องศา ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฉัน แล้วนี่ทำไมฉันจะต้องมองไปที่รูปร่างได้สัดส่วนในชุดสูทของพี่เขากัน บ้าจริง

“พ พี่องศา สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่เขาทันที หลังจากที่เรียกสติตัวเองกลับมาได้

“เดี๋ยวรอพี่แป๊บนึงนะ”  พอพี่องศาพูดจบ เขาก็เดินไปคุยกับพนักงานที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ทันที และ….

“ปะ ขึ้นไปข้างบนกัน เดี๋ยวพี่พาเราไป” พี่องศาเดินนำหน้าฉันไปหลังจากที่พูดจบ ซึ่งฉันก็เดินตามพี่เขาไปทันที

“กระโปรงจะสั้นไปไหน” ประโยคแรกที่เขาพูดกับฉันหลังจากที่เราสองคนเข้ามาอยู่ในลิฟต์ที่กำลังขึ้นไปยังชั้นยี่สิบที่เป็นชั้นบนสุด

“สั้นตรงไหนคะ นี่ไม่สั้นแล้วนะ คนอื่นใส่สั้นกว่าพราวอีก” คือวันนี้ฉันใส่กระโปรงทรงเอยาวเหนือเข่าขึ้นมาไม่กี่คืบเอง แค่นี้ไม่สั้นเลยนะ นี่พูดจริง

“เป็นเด็กเป็นเล็กกล้าเถียงผู้ใหญ่” 

“พราวไม่เล็กแล้วนะ นี่โตแล้ว” ทำไมเขาชอบพูดเหมือนฉันเป็นเด็กอยู่ได้

“อืม ไม่เล็กแล้วจริงๆ” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่น แต่เมื่อกี้ฉันเห็นนะว่าเขาแอบมองหน้าอกฉันอะ ไอ้ที่ว่าไม่เล็กของเขานี่คือยังไง 

“แล้วนี่เรากำลังจะไปไหนคะ” ฉันเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากที่พี่เขาเงียบอยู่นาน 

“ไปห้องทำงานพี่” ไปห้องทำงานเขางั้นเหรอ ไปทำไมกัน และก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยถามคำถามที่ตัวเองสงสัยเมื้อกี้ ประตูลิฟต์ก็เปิดออกทันที นี่ถึงแล้วสินะ

“คุณองศา สวัสดีค่ะ” เมื่อเดินไปถึงโต๊ะทำงานที่อยู่ห่างออกมาจากประตูบานใหญ่ประมาณห้าสิบเมตรเห็นจะได้ ก็มีพี่ผู้หญิงคนนึงรีบลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้พี่องศาทันที

“สวัสดีครับคุณสุนีย์ เรื่องที่ผมให้จัดการเสร็จแล้วใช่มั้ย” 

“เสร็จแล้วค่ะ” 

“ขอบคุณครับ” แล้วพอพี่องศาพูดจบ เขาก็เดินตรงไปห้องทำงานของเขาทันที และ…..

“ยืนทำหน้างงทำไม ตามมาสิ” เขาหันมาพูดกับฉันก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป พอเห็นแบบนั้นฉันก็เดินตามพี่องศาไปติดๆ

“โต๊ะทำงานของพราว” พี่องศาพยักพเยิดหน้าไปตรงโต๊ะทำงานขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ซึ่งฉันคิดว่าเป็นโต๊ะทำงานของพี่เขานั่นแหละ

“พี่จะให้พราวนั่งทำงานในนี้เหรอคะ?” ฉันถามคนตรงหน้าอย่างสงสัย 

“ใช่ พี่จะให้พราวนั่งทำงานในห้องนี้กับพี่” 

“แล้วใครจะสอนงานพราวละคะ พี่เหรอ?” อันนี้ฉันก็สงสัยอีกเหมือนกัน 

“ก็ประมาณนั้น” ว่าไงนะ ระดับประธานบริษัทต้องลงมาสอนงานเด็กฝึกงานอย่างฉันเลยเหรอ บ้าไปแล้ว

“ก็พี่ชายพราวเล่นกำชับพี่ว่าต้องดูแลให้ดีๆ ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลยงี้ พี่ก็ต้องดูแลเด็กน้อยอย่างเราเป็นพิเศษหน่อยสิ” เอาอีกละ ว่าฉันเป็นเด็กน้อยอีกละ

“อ่อ ลืมไปว่าไม่น้อยแล้ว ใหญ่พอตัวเหมือนกัน” ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียงพี่องศาไป พี่เขาก็ชิงพูดออกมาซะก่อน แล้วอะไรคือใหญ่พอตัวกันเล่า บ้าจริง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องสนุก มีครบทุกรส แต่งเก่ง ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-01-04 11:06:41
3
0
S S
S S
เรื่องนี้จบแล้ว สนุกค่ะ อ่านเรื่อยๆเพลินๆดี โรคระบาดในเรื่องนี่คุ้นมากเลย โควิดรึเปล่าคะ555555555
2025-05-31 11:06:15
2
0
50 Bab
ตอนที่ 1 : ชีวิตที่เลือกไม่ได้
ตอนที่[1]ชีวิตที่เลือกไม่ได้ ท่ามกลางสายลมหนาวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่ไม่อยากพานพบกับความเหน็บหนาวที่แสนทรมานเช่นนี้ หากแต่บนพื้นที่แสนสกปรกและเต็มไปด้วยเศษใบไม้ร่วงที่ถูกพัดพาเข้ามาจนเต็มพื้นเรือน ยังมีร่างของสตรีนางหนึ่งที่อยู่ในสภาพราวกับเศษผ้าที่ใช้งานจนหมดสภาพแล้วนอนนิ่งอยู่ ร่างนั้นนอนคุดคู้งอตัวเข้าหากันไร้ผ้าห่มหนาคลุมกาย หนำซ้ำบนเนื้อตัวยังเต็มไปด้วยคราบเลือดเกรอะกรัง ใบหน้านั้นไม่สามารถมองออกได้ว่าก่อนหน้านี้มีหน้าตาเป็นเช่นไร สายตาที่พร่ามัวมองไปยังจุดจุดหนึ่งด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง เขาไม่หันกลับมามองนางแม้เพียงนิด หากแต่เร่งรีบจับจูงมือของสตรีที่อยู่ด้านข้างออกจากเรือนไป ฉีจื่อหราน นึกสมเพชในโชคชะตาตนเอง นางมาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร หากจะผิดก็คงผิดตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่นางเกิดมาเป็นบุตรสาวตระกูลฉี เป็นบุตรสาวที่ไร้ค่าที่ไม่มีผู้ใดสนใจ ทั้งยังผลักไสราวกับเชื้อโรคที่ต้องหลีกหนีให้ไกลที่สุด หึ สุดท้ายชีวิตของนางก็ต้องจบลงเช่นนี้ เกิดมาเป็นคนไร้ค่า ก็ต้องตายอย่างคนไร้ค่าเช่นนั้นหรือ หนำซ้ำ….คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เช่นลูกในท้องของนางก็ต้องมารับกรร
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 : ตระกูลฉี 1/1
ตอนที่[2]ตระกูลฉี สมาชิกทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าผู้ที่มาใหม่นี้จะเป็นคนที่พวกเขาแทบจะลืมไปแล้วว่าในจวนตระกูลฉีมีคนผู้นี้อยู่ จะว่าลืมก็มิใช่แต่พวกเขาไม่ได้สนใจมากกว่า “เหตุใดเพียงแค่พบข้าจะต้องตกใจกันถึงเพียงนั้นเจ้าคะ” และดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะกลายเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว ทุกคนต่างคิดเช่นเดียวกัน ฉีจื่อหรานยกยิ้มขึ้นพลางมองไปที่สมาชิกของตระกูลฉีแต่ละคนที่กำลังแสดงสีหน้าไม่ต่างกัน ยามนี้บนโต๊ะอาหารมีคนที่ร่วมโต๊ะอยู่ทั้งหมดหกคนประกอบด้วย ฉีหวัง บิดาผู้เป็นขุนนางกรมราชวงศ์ เสิ่นเจียงหรือฉีฮูหยินผู้เป็นมารดา ถัดมาจากมารดานั้นคือฉีเยว่อิน พี่รองของนาง ถัดมานั้นคือพี่สาม ฉีเยว่ชิง ตรงข้ามกันกับพี่สามนั้นคือพี่สี่นามฉีเยว่ซิน ถัดจากพี่สี่คือพี่ห้า ฉีเยว่เผิง เดิมทีบนโต๊ะควรจะมีพี่ใหญ่นามฉีเยว่สืออยู่ด้วย หากแต่นางออกเรือนไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ยามนี้จึงเหลือสมาชิกทั้งหมดหกคน จะเห็นได้ว่าชื่อพวกนางล้วนแต่คล้ายกันทั้งหมด มีก็เพียงแต่นาง ที่ไม่เหมือนผู้ใด มีใช่เพราะว่าพิเศษ แต่เป็นเพราะไม่ใส่ใจ ไม่สิ อาจจะเพราะเกลียดชังด้วยกระมังจึงไม่อยากให้นางเหมือนผู้ใดในครอบครัวนี้ “น้องหกเหตุใดจึง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 : ตระกูลฉี 1/2
ตอนที่[2]ตระกูลฉี ในค่ำคืนนั้นพี่น้องตระกูลฉีต่างพูดคุยกันว่าเหตุใดฉีจื่อหรานจึงทำเช่นนี้ เหตุใดคนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นมาเกือบสิบปี กินข้าวก็กินที่เรือนตนเองจึงได้ลุกมาร่วมกินข้าวที่เรือนใหญ่เช่นนี้ แต่คิดไปแล้วก็ไร้คำตอบ ได้แต่รอดูท่าทีของอีกฝ่ายอีกสักนิด สุดท้ายจึงได้แยกย้ายกันไปเช่นนั้น แต่แล้วพวกเขาก็ต้องตกใจ เมื่อในยามเช้าก็พบว่าฉีจื่อหรานกำลังนั่งรอที่โต๊ะอาหารพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เมื่อผู้เป็นบิดาและมารดาเห็นเช่นนั้น จึงได้ชะงักก่อนจะพากันเดินสะบัดหน้าหนีไปเฉกเช่นเมื่อวาน หากแต่ฉีจื่อหรานกลับคล้ายไม่กระทบกระเทือนอันใด นางยังคงกินอาหารที่เรือนใหญ่ด้วยความเอร็ดอร่อย อีกทั้งตลอดมื้ออาหารทั้งสามมื้อนางก็มากินที่เรือนใหญ่ทั้งสามมื้อไม่ขาดแม้แต่มื้อเดียว จนในเช้าวันต่อมาบนโต๊ะอาหารที่เรือนใหญ่กลับไม่มีผู้ใดมาเลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งอาหารก็ไม่มีเช่นกัน เห็นทีคงจะสุดทนกับนางแล้วกระมังแม้แต่กินอาหารร่วมกันก็ไม่อาจทำได้ แต่นางก็ยังคงเป็นนายผู้หนึ่งของจวนนี้มิใช่หรือ เหตุใดถึงผู้อื่นไม่มาแล้วอาหารในส่วนของนางก็ไม่มาเช่นกัน แม้นางจะรู้คำตอบ แต่ก็อยากจะสร้างความปั่นป่วนให้กับจวนน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 : บ้าไปเสียแล้ว 1/1
ตอนที่[3]บ้าไปเสียแล้ว ฉีจื่อหรานลากศีรษะของหัวหน้าแม่ครัวไปจุ่มกับถาดน้ำมันที่เหมือนจะจัดเตรียมไว้ทอดบางอย่างจนเปียกชุ่ม ผมของสุ่นเย้ายามนี้จึงมีแต่ความมันเยิ้มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดูเหนอะหนะยิ่ง ผู้อื่นที่เห็นเหตุการณ์เห็นดังนั้นจึงไม่อาจที่จะปล่อยให้ฉีจื่อหรานกระทำการได้ตามใจ จึงได้พากันกรูเข้าไปหาหญิงสาวคิดหวังจะช่วยเหลือหัวหน้าแม่ครัว อ้ายมี่พยายามจะใช้เรี่ยวแรงของตนเองขัดขวางไว้แต่คนเดียวหรือจะสู้กำลังหลายคนที่มีทั้งหญิงและชาย เมื่อผลักอ้ายมี่ไปยังทิศทางหนึ่งสำเร็จ พวกเขาก็รีบเข้าไปหาฉีจื่อหราน หากแต่ยังช้าไป หญิงสาวกำผมของสุ่นเย้าไว้แน่นก่อนจะลากไปที่หม้อตุ๋นขนาดใหญ่ที่สุมถ่านไม้มีไฟลุกโชติช่วงอยู่ข้างใต้ ในนั้นมีไก่ตุ๋นอยู่หลายตัว ใบหน้าของสุ่นเย้าห่างจากน้ำที่กำลังเดือดพล่านเพียงแค่ไม่กี่ชุ่น เหล่าผู้คนที่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือสุ่นเย้าจึงได้ชะงักฝีเท้าของตนลงแล้วสูดหายใจเข้าด้วยความลุ้นระทึก “นั่น…. คุณหนูหกกำลังคิดจะฆ่าหัวหน้าแม่ครัวหรือ!!” คนผู้หนึ่งเห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบปลีกตัวออกไปรายงานเจ้านายที่เรือนใหญ่ “ทำไมไม่เข้ามากันแล้วเล่า” เมื่อครู่ฉีจื่อหรานเห็นคนที่ปลีกต
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 : บ้าไปเสียแล้ว 1/2
ตอนที่[3]บ้าไปเสียแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นฉีจื่อหรานก็ถูกบ่าวจากเรือนใหญ่ถูกตามตัวให้ไปพบ สองขาเดินอย่างไม่รีบร้อน พลางชมธรรมชาติไปเรื่อยเปื่อย บ่าวผู้นั้นถึงกับไม่พอใจที่หญิงสาวทำท่าทางราวกับไม่ทุกข์ร้อนเช่นนี้ พลางดูถูกในการแต่งกายของฉีจื่อหราน งดงามเสียเปล่าหากแต่แต่งตัวซอมซ่อยิ่งกว่าบ่าวในจวนเช่นตนเสียอีก ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเรือนใหญ่ที่เป็นห้องโถงหลักจนได้ ฉีจื่อหรานใช้สายตากวาดมองทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น แหมอยู่กันครบเลยนะ ทีเมื่อเช้าล่ะหายกันไปหมด “ฉีจื่อหรานเจ้าได้ทำความผิดอันใดไว้หรือไม่!” เสียงของบิดาที่ไม่ได้เอ่ยเรียกนางมาเนิ่นนานดังขึ้น ทั้งยังเรียกแบบเต็มยศเสียด้วย ดูท่าจะไม่พอใจ “หืม มีอันใดหรือเจ้าคะ” กล่าวแล้วปั้นสีหน้าไร้เดียงสาก่อนจะหันไปมองเหล่าคนครัวด้วยความตกใจ เหล่าคนครัวยามนี้ล้วนแต่มีใบหน้าปูดบวม นางเกือบจะขำออกมา หากแต่ต้องรักษากิริยาเอาไว้ “นี่เกิดอะไรขึ้นเหตุใดใบหน้าพวกเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น” “เจ้าอย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง หากไม่มีผู้ใดทำ พวกเขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร” ครานี้ผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ชอบใจ “ข้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ เจ้าค่ะ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 : ฉีจื่อหราน 1/1
ตอนที่[4]ฉีจื่อหราน “คุณหนูทำเช่นนี้จะเป็นการดีหรือเจ้าคะ” อ้ายมี่เอ่ยถามขึ้นเมื่อกลับมาถึงเรือน นางไม่ได้เอ่ยถามสักครั้งว่าแผนการของคุณหนูมีแผนอย่างไรบ้าง แต่เพราะหากคุณหนูยังทำเช่นนี้ต่อไป เห็นทีต่อไปจะอยู่จวนตระกูลฉีได้อย่างลำบาก เอ๊ะหรือว่า…. ฉีจื่อหรานเห็นสาวใช้คนสนิทคล้ายจะตกผลึกบางอย่างได้จึงได้แย้มยิ้มออกมา “ข้ามิคิดจะอยู่ที่นี่ จึงได้หาทางที่จะออกจากที่นี่ตามแบบฉบับของข้า” “เป็นเช่นนี้เอง” อ้ายมี่พยักหน้า “แล้วพวกเราจะไปจากที่นี่อย่างไรหรือเมื่อใดเจ้าคะ” ทันใดนั้นดวงตาของผู้เป็นนายก็เข้มขึ้น “เร็ว ๆ นี้ ส่วนวิธีการเจ้าก็ค่อยรอดู” พอเสียทีกับชีวิตของสตรีนามว่าฉีจื่อหราน สตรีอาภัพที่ไม่มีผู้ใดต้องการ เดิมทีการเป็นบุตรสาวคนเล็กควรจะเป็นคนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะบุตรคนเล็กจะอายุน้อยและมักจะดูน่าเอ็นดูกว่าใครเสมอ ทั้งในสายตาบิดามารดาและผู้อื่นที่ได้พบเห็น หากแต่กับนางนั้นมิใช่ นางเป็นคนที่บิดามารดาเกลียดชังและผลักไสให้มีชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หากจะย้อนไปยังจุดเริ่มต้น บิดากับมารดาของนางแต่งงานกันด้วยความรักที่มีให้กัน ณ ขณะนั้น และผู้ใหญ่ต่างก็เห็นว่าทั้งคู่มีฐ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 : ฉีจื่อหราน 1/2
ตอนที่[4]ฉีจื่อหราน สุดท้ายเมื่อเห็นว่าบิดาเกลียดชังและไม่ชอบใจในบุตรสาวคนเล็ก ผู้เป็นมารดาก็ยิ่งพลอยไม่ชอบใจบุตรสาวเข้าไปด้วย รวมถึงพี่น้องคนอื่น ๆที่เริ่มห่างเหิน สุดท้ายพวกเขาก็คงจะลืมไปแล้วว่านางเป็นน้องสาวคนสุดท้องของพวกนาง แต่ที่จริงที่เหล่าพี่สาวไม่ชอบนางนั้นก็มีสาเหตุอื่นอยู่ ในตอนเด็กนางไม่รู้แต่ยิ่งโตมากลับมองได้ชัดขึ้น เรื่องราวทั้งหมดนี้ที่นางได้รับรู้ก็เป็นเพราะแม่นมที่เลี้ยงดูนางได้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟัง คงเพราะสงสารเด็กน้อยที่ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดบิดามารดาจึงเอาแต่เมินเฉยใส่ พี่น้องคนอื่นก็ไม่พูดด้วย แม่นมเป็นคนเดียวที่นางสามารถพูดคุยด้วยได้ ซึ่งแม่นมผู้นั้นก็ดันมาเสียในตอนที่นางอายุเจ็ดหนาว ในตอนนั้นเองที่นางถูกย้ายมาอยู่เรือนปัจจุบันที่ห่างจากเรือนของพี่น้องคนอื่น โชคดีที่ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีอ้ายมี่หลานสาวของแม่นมผู้นั้นอยู่ด้วย แต่จะว่าโชคดีก็ไม่ถูก เด็กน้อยที่อายุน้อยสองคน แม้อยู่ในจวนขุนนางใหญ่ แต่ก็ราวกับเด็กกำพร้าสองคนที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ทำสิ่งใดก็ล้วนลำบาก นางไม่เคยได้รับความรักจากบิดามารดา โดยเฉพาะมารดาที่ดูเหมือนจะเกลียดชังนางขึ้นเรื
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 : หน้าหนาดูสักครา 1/1
ตอนที่[5]หน้าหนาดูสักครา ในค่ำคืนนั้นนางได้ยินเพียงเสียงก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย สุดท้ายจึงจบที่คำว่า ‘ตัวซวย’ ของบิดา ไหนความยุติธรรม ไหนการสืบสาวราวเรื่องหาข้อเท็จจริง เหตุใดเมื่อพวกเขามาถึงก็เอาแต่โทษว่านางทำตัวไม่เหมาะสมเช่นนั้นเช่นนี้ และที่เจ็บปวดใจไปยิ่งกว่านั้นเหตุที่ทำให้นางรู้สึกสะเทือนใจนั่นก็คือสภาพของอ้ายมี่ที่ดูเลวร้ายกว่านางยิ่งนัก ใบหน้าที่เคยยิ้มสดใสกลับเต็มไปด้วยคราบสีดำของสิ่งสกปรก คราบสีแดงของเลือดที่สดใหม่และหยาดน้ำตา เนื้อตัวมอมแมม อาภรณ์ฉีกขาด บริเวณที่ชายกระโปรงยังมีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด ต้องลงมือเลวร้ายถึงเพียงใดถึงได้มีสภาพเช่นนี้ สุดท้ายคำตัดสินของคนตระกูลฉีคือ ให้นำตัวอ้ายมี่ไปโบย เพราะบกพร่องในการดูแลผู้เป็นนาย ชีวิตของอ้ายมี่จึงสิ้นชีวิตลงนับตั้งแต่คืนนั้น ส่วนนางถูกสั่งให้ออกเรือนไปกับ ถงเจี้ยน บุรุษเลวทรามที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นั้น ค่ำคืนนี้สิ่งที่บาดลึกลงจิตใจนางนั้นมีหลายอย่างเหลือเกิน แต่ที่เจ็บปวดในจิตใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นในยามที่ถงเจี้ยนกำลังรังแกนาง เขาได้หลุดเผลอกล่าวบางอย่างออกมา ‘ไม่น่าเชื่อว่าท่านป้าจะให้ข้าได้ครอบ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 : หน้าหนาดูสักครา 1/2
ตอนที่[5]หน้าหนาดูสักครา “ไม่ได้!!” ครานี้เป็นเหล่าพี่สาวที่ยังไม่ออกเรือนทั้งหลายเอ่ยขึ้นพร้อมกัน หากให้ฉีจื่อหรานได้ของสวยงามเหล่านี้นั่นจะไม่เป็นการยิ่งส่งเสริมให้งามยิ่งขึ้นไปอีกหรือ “นี่พวกท่านหวงของกับข้าถึงเพียงนี้ พวกท่านดูเถิด อาภรณ์ของข้าก็ล้วนแต่เป็นของเก่าของพวกท่านที่เบื่อแล้ว ไม่ก็ใส่ไม่ได้ ไหนเลยจะเคยได้ของใหม่เฉกเช่นของบนโต๊ะนั่น…” กล่าวแล้วก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยเหลือคณนา หากแต่ได้รับสายตาดูแคลนกลับมา “พี่ใหญ่ ของเหล่านั้นท่านเอามาหรือเจ้าคะ แบ่งให้ข้าบ้างได้หรือไม่” ยามนี้สายตาที่ราวกับกวางน้อยของฉีจื่อหรานกำลังมีน้ำตาคลอดูแล้วน่าสงสารยิ่ง ดวงตานั้นกำลังส่งสายตาอ้อนวอนไปยังพี่สาวคนโต ด้านฉีเยว่สือกลับใช้สายตาลึกล้ำมองกลับไปยังน้องสาว ฉีจื่อหรานที่นางรู้จักไหนเลยจะกล้าหน้าหนามาขอข้าวของผู้อื่นเช่นนี้ วัน ๆ เอาแต่อยู่ที่เรือนไม่ออกมาพบปะผู้ใด คนผู้หนึ่งเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใด สุดท้ายเป็นฉีฮูหยินที่ทนไม่ไหว จึงได้เอ่ยขึ้นว่าจะมอบอาภรณ์และเครื่องประดับให้ฉีจื่อหรานเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บุตรสาวคนอื่นมองไปที่มารดาด้วยความไม่พอใจ ฉีฮูห
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 : สามีดี ๆ ไม่มีไม่ได้แล้ว 1/1
ตอนที่[6]สามีดี ๆ ไม่มีไม่ได้แล้ว วันนี้ฉีจื่อหรานจงใจแต่งกายด้วยอาภรณ์และเครื่องประดับที่มีอยู่อย่างประณีตที่สุด ใบหน้างามแม้แต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมเพียงนิดก็สามารถฉายแววความโดดเด่นเปล่งประกายแม้ไร้แสงแดดจ้าเช่นช่วงกลางวันออกมาได้ ใบหน้าเดิมที่งดงามก็ยิ่งงดงามหาตัวจับยากยิ่งขึ้นไปอีก ยามเยื้องย่างก็ราวกับเทพธิดาลงมาจากสรวงสวรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ทำให้คนตระกูลฉีที่ต่างเตรียมตัวจะไปร่วมงานเลี้ยงล้วนแต่ตื่นตะลึงและอยู่ไม่สุข หากวันนี้ปล่อยให้ฉีจื่อหรานไปร่วมงานได้ เห็นทีว่าต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแน่ ดังนั้นผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงได้เอ่ยเสียงเย็น “เจ้าตามข้าไปที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้” “เอ๋ ไปทำไมหรือเจ้าคะท่านพ่อ พวกเราไม่รีบไปงานหรือ” หากแต่ฉีจื่อหรานกลับทำราวกับไม่เข้าใจเอียงคอเล็กน้อยเชิงสงสัย “ฉีจื่อหราน!!” ไม่รอช้าแขนเรียวก็ถูกบิดาลากเข้าไปยังเรือนใหญ่จนแทบตั้งตัวไม่ทัน ตามมานั้นคือสมาชิกคนอื่น ๆ รวมถึงบ่าวที่สอดรู้สอดเห็นต่าง ๆ “มิใช่ว่าข้าพูดอย่างชัดเจนแล้วหรือ ว่าที่นั่นมิใช่ที่ที่เจ้าควรจะไป” ทันทีที่เข้าไปในเรือนมือหนาก็สะบัดแขนของบุตรสาวอย่างแร
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status