หน้าหลัก / วาย / คุณหัวขโมยที่รัก / ตอนที่ 5.1 เริ่มสงสัย

แชร์

ตอนที่ 5.1 เริ่มสงสัย

ผู้เขียน: JAOTUNTEE
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-22 19:30:30

- ภูริภัทร -

ผมรีบเหยียบคันเร่งรถคู่ใจให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไปถึงร้านให้เร็วที่สุด ความรู้สึกที่อยากเจอคนที่ผมแอบชอบมันล้นขึ้นมาในหัวใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรที่ยิ่งรีบ ก็เหมือนยิ่งช้าไปทุกที เหมือนโดนสัญญาณจราจรกลั่นแกล้งอย่างไรอย่างนั้น ติดไฟแดงได้ทุกจุดจริง ๆ

ในตอนที่ผมกำลังว้าวุ่นใจเพราะสัญญาณไฟจราจรนั้น ผมสังเกตเห็นรถคันหนึ่งที่จอดติดไฟแดงอยู่ด้านหน้าห่างกันเพียงรถยนต์อีกคันกลั้นไว้แค่หนึ่งคัน และจำได้เลยว่านั่นคือรถของพี่กร แค่ได้เห็นท้ายรถผมก็ยิ้มออกมาราวกับคนบ้า

อย่างน้อยไฟแดงก็มีดีแหละนะ ยังไม่ทันที่ผมจะคิดไปไกลกว่านั้นสัญญาณไฟจราจรก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่รถคันหน้ากลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ผมมองผ่านเลยรถคันนั้นไปก็เห็นว่าเป็นรถขอพี่กร ที่ไม่ได้ขยับไปตามสัญญาณไฟจราจร

ผมหันมองไปด้านหลังก็พบว่ามีรถอีกหลายคันที่กำลังรอออกรถในชั่วโมงเร่งรีบนี้ ผมที่กำลังจะกดแตรก็ได้ยินเสียงรถคันหน้ากดแตรเสียงดังให้รถพี่กรก่อนแล้ว เพียงไม่กี่วินาที รถของพี่กรก็ขยับออกจากไฟแดงอย่างรวดเร็ว และผมเห็นถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูงตรงดิ่งเข้าไปจอดที่ลานจอดรถหน้าร้าน ผมเองก็ได้แต่ขับตามรถพี่กรมาติด ๆ และรู้สึกถึงความแปลก ๆ ของพี่กร

“หรือว่าจะหลับใน นอนไม่พอหรือเปล่านะ”

ผมเลี้ยวรถจอดที่หน้าร้าน ไม่ห่างจากพี่กรมากนัก ก็ยังไม่เห็นว่าพี่กรนั้นจะลงรถมา ผมเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเงินกับมือถือยัดลงกระเป๋ากางเกง ลงจากรถแล้วเดินไปด้านหลังรถของพี่กร

ขณะที่กำลังยกมือเพื่อจะเคาะประตูรถนั้น ด้วยกระจกรถของพี่กรไม่ได้มืดมาก สายตาของผมก็โฟกัสไปที่รูปในหน้าจอมือถือของพี่กร และร่างกายของพี่กรที่นิ่งราวกับคนที่ไม่มีสติ เพราะขนาดที่ว่าผมมายืนอยู่ข้างรถยังไม่รู้สึกตัว มันทำให้ผมรู้สึกใจหายแวบไปที่ตาตุ่ม ราวกับขึ้นรถไฟเหาะที่กำลังลงมาด้วยความเร็ว

ก๊อก!ก๊อก!

ผมตัดสินใจเคาะกระจกเรียก แต่ก็ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับจากบุคคลด้านใน นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงพี่กรเข้าไปอีก ผมยืนขึ้นหันซ้าย หันขวา เห็นท่อนไม้ขนาดพอเหมาะที่วางไว้ข้างกระถางดอกไม้ตกแต่ง ผมเดินไปหยิบขึ้นมาก่อนจะกลับมาที่ข้างรถพี่กรอีกครั้ง กะไว้ในใจเลยว่าถ้าพี่กรไม่ตอบสนองจะใช้ไม้ทุบกระจกรถทันที

ก๊อก!ก๊อก!

ผมยกมือขึ้นไปเคาะกระจกอีกครั้ง และพี่กรยังคงนิ่งสนิท ผมยกไม้ในมือเงื้อหวังจะทุบไปที่กระจกแบบเต็มแรง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ประทุษร้ายกระจกรถพี่กร คนด้านในก็หันมามองที่ผมก่อนจะทำหน้าเหวอตกใจและส่งเสียงหวีดร้องจากด้านในน่าจะด้วยความตกใจ

ผมที่เห็นแบบนั้นก็โยนไม้ในมือไปไว้แถวกระถางต้นไม้ พี่กรก็เปิดประตูรถออกมาด้วยความเร็วสูง ปิดประตูและหันไปสำรวจประตูรถด้วยความเร็ว

“คุณภัทรจะทำอะไรน่ะ!”

“ก็ผมเคาะเรียกพี่ตั้งหลายรอบ พี่ไม่ตอบสนอง เลยจะทุบกระจกไง”

“คุณภัทรจะบ้าหรอ!ทำแบบนี้ผมตกใจหมดนะ!”

“ก็ถ้าเมื่อกี้พี่ยังไม่ตอบสนองผม ผมทุบจริงแน่”

“...”

“พี่เป็นอะไร ทำไมเหม่อขนาดนั้น”

“ก็เปล่านะ ผมน่าจะแค่ง่วงนอนเฉย ๆ”

“อ่อ สงสัยเมื่อคืนผมทำให้พี่นอนน้อยแน่ ๆ เลย”

ผมพูดแกมแซวออกไปหวังจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น แต่กลับตรงข้ามกันเลย เพราะผมสังเกตเห็นว่าใบหน้าของพี่กรนั้นดูเศร้าลงอีกเล็กน้อย ผมเองที่เห็นอาการของพี่กร บอกตรง ๆ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

“ป่ะพี่!ไปทำงานที่เรารักกันดีกว่า อะไรที่ไม่สบายใจก็ทิ้งมันไปก่อนเนาะ”

“ครับ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 10.1 ปาย อินเลิฟ

    ครืด ครืด!ครืด ครืด!ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาปิดนาฬิกาปลุก เมื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่งแล้ว ผมกำลังจะปลุกพี่กรให้แต่งตัวเตรียมไปเที่ยวดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลหมอก ก็สัมผัสได้ถึงว่ามีคนนอนหนุนแขนผมอยู่ ผมค่อย ๆ โฟกัสสายตาในความมืดก้มมองคนอ้อมกอด แต่อีกใจก็มีความกลัวเล็กน้อยว่านี่คงไม่ใช่ความฝันหรือผีอำอะไรหรอกนะ ยิ่งนอนต่างที่แล้วเมื่อคืนก็เพลียมากไม่ได้จุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางซะด้วยผมเพ่งตามองไปยังคนที่นอนหนุนแขนข้าง ๆ ก็ต้องถอนหายใจแบบโล่งใจ เพราะนี่คือพี่กรที่นอนกอดผมอยู่แน่น ผมไม่ได้ขยับหรืออะไร ปล่อยให้พี่กรนอนกอดผมไปแบบนั้น บอกได้คำเดียวว่าตอนนี้ทะเลหมอกอะไรนั่นก็ไม่อยากไปแล้วเพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก มากที่สุดผมโอบแขนไปกอดตอบพี่กร ถึงแม้ในใจจะรู้นะว่าพี่กรน่าจะหนาวเลยขยับหาความอบอุ่น แต่แบบนี้ผมยินดีมาก ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรผมก็ไม่ขัดหรอกนะ ขอแค่อยู่แบบนี้อีกนิด“อีกสิบนาทีค่อยตื่นละกัน”เรานอนกอดกันอยู่แบบนั้นสักพัก จนเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วผมก็เขย่าป

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 10.1 ปาย อินเลิฟ

    ผมพาพี่กรเดินทางทันทีที่เก็บของเสร็จ ปลายทางคืออำเภอปาย สถานที่ที่หลายคนบอกว่าสวยและหน้าหนาวคืออากาศดีมาก และผมเองก็ยังไม่เคยไปสักครั้งเหมือนกัน ผมเริ่มขับรถออกจากชะอำมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่อำเภอปายทันที ผมขับรถมาได้สักพักก็เห็นว่าพี่กรนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คาดว่าน่าจะเหนื่อยจากการร้องไห้เป็นเวลาที่นานมาก และผมเองก็ไม่อยากกวนพี่กรสักเท่าไหร่ผมขับรถไปด้วยความเร็วที่จัดว่าเร็วมากอยู่ เพราะใจอยากพาพี่กรไปให้ทันในช่วงเช้าแต่จากระยะทางและเวลาคาดว่าจะไม่ทัน และเกรงว่าหากขับด้วยความเร็วมากตลอดสาย ใบสั่งจะไปที่บ้านจนคุณแม่ช็อกก็เป็นได้เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงลดความเร็วมาขับด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด พี่กรก็มีตื่นมาคุยเป็นเพื่อนบ้าง นอนบ้าง และผมเองที่วันนี้ก็เร่งงานด้วย และขับรถเยอะด้วยก็มีอาการเหมือนจะรู้สึกเพลียบ้างเล็กน้อย จึงขับไปพักไปเป็นระยะผมใช้เวลาขับไปพักไป จากเพชรบุรีมาถึงอำเภอปาย ใช้เวลา สิบชั่วโมงพอดิบพอดี และก่อนเข้าอำเภอปายผมเองได้โทรจองที่พักไว้แล้ว เราจึงมาถึงและเข้าพักได้เลย“พี่กรนอนได้ไหม”“ได้สิ”

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 9.2 กอดแรกที่ริมทะเล

    และอาจจะเพราะพี่กรเอาแต่ก้มหน้า เขาเลยไม่เห็นว่าผมยืนข้าง ๆ หรือเปล่าไม่แน่ใจ ผ่านไปเล็กน้อยที่สองคนนั้นเดินกลับไปทางโรงแรมก็เห็นว่าพี่กรกำลังก้มหน้าก้มตาเดินตามสองคนนั้นไปเช่นกันผมที่เริ่มทนเห็นพี่กรที่เป็นแบบนี้ไม่ไหว คว้าแขนพี่กรเอาไว้จนพี่กรเองก็สะดุ้งพร้อมกับสะบัดมือผมจนหลุด ก่อนจะแหงนหน้ามามองที่ผม ผมไม่รู้ว่าพี่กรรู้สึกยังไงแต่ทันทีที่พี่กรเห็นผม ผมรู้สึกว่าพี่กรเริ่มร่างกายสั่นระริกอีกครั้งแม้ไฟที่ส่องจากถนนจะสาดมาถึงที่ ที่เรายืนอยู่ได้ไม่มากนัก แต่ผมกลับเห็นใบหน้าพี่กรที่อยู่ใต้หมวกปีกกว้างใบใหญ่ได้อย่างชัดเจน ดวงตาที่มีสีแดง ที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่คลอในดวงตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อราวกับคนที่เจ็บปวดแสนสาหัสแต่กลั้นความเสียใจนั้นไว้ มันช่างบีบหัวใจของผมจริง ๆผมเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา บรรยากาศรอบตัวเงียบจากเสียงผู้คน ได้ยินแค่เสียงคลื่นจากทะเลที่สาดกระทบชายหาดเท่านั้น เราสองคนยืนมองหน้ากันอยู่แบบนั้น และเป็นผมเองที่ทนเห็นภาพนี้ของพี่กรไม่ไหวผมเอื้อมมือไปดึงแขนพี่กรเบา ๆ เข้ามาสวมกอดช้า ๆ เพื่อปลอบใจคนตรงหน้า และพี่กรเองก็ไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 9.1 กอดแรกที่ริมทะเล

    ผมขับรถมาจนถึงหน้าโรงแรมหรูที่เดียวกับที่เห็นว่าแฟนของพี่กรเช็กอินไว้ โรงแรมนี้ใหญ่โตมากจนผมเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ และที่สำคัญอยู่ใจกลางหาดชะอำ ผมจัดการจอดรถเรียบร้อยเดินมาเช็กอินห้องพัก และก็คงเรียกว่าโชคดีเพราะยังมีห้องเหลือให้ผมเข้าพักเอนหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่า ผมจะหาพี่กรกับแฟนได้ที่ไหน และที่นี่ก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมนอนคิดไปมาสักพักก็นึกขึ้นว่าหรือจะลงไปถามที่ล็อบบี้ดี เมื่อคิดได้ดังนั้นผมเดินออกจากห้องรีบวิ่งลงมาที่ล็อบบี้โรงแรมทันที พนักงานที่เห็นผมวิ่งหน้าตาตื่นมาก็ตกใจถามผมกันพัลวัน“ลูกค้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าครับ พอดีผมอยากขอสอบถามผู้เข้าพักได้ไหมครับ”“เอ่อ..เป็นนโยบายของโรงแรม ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลคนพักได้ค่ะ”“นิดหนึ่งก็ไม่ได้หรอครับ”“ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”ผมที่เห็นความหนักแน่นของพนักงานเองก็รู้แล้วว่าวิธีนี้ไม่น่าจะได้ ผมจึงเดินมานั่งพักที่โซฟาแบบครุ่นคิดหาวิธีอีกครั้ง ผมล้วงมือหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาดูก็ยังไม่เห็นการอัปเดตอะไรของพี่กร รวมถึงของ

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 8.2 แอบตาม

    - ภูริภัทร -ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่กรถึงขับรถเร็วขึ้น หรือเขาเห็นว่าผมแอบตามเขามา ถึงจะขับเร็วขึ้นเท่าไหร่แต่ก็คงไม่หนีผมไปได้ไกลนักหรอก ผมใช้สกิลนักแข่งขับปาดซ้าย-ขวาไม่นานนักก็มาถึงรถของเป้าหมายที่ลดความเร็วลงมาค่อนข้างเยอะ และใช้ช่วงทิ้งระยะห่างเพื่อขับตามพี่กรไปเงียบ ๆผมยังคงขับรถตามมาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากที่พวกเราอยู่ค่อนข้างเยอะ เราใช้เวลาขับมาประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ เพราะตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างสลัวมาก และยิ่งตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาวด้วยแล้วยิ่งทำให้มืดลงเข้าไปอีกพี่กรขับรถมาจอดหน้าบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นสีขาวสะอาดตาที่ถึงแม้จะมีไฟจากถนนที่ห่างไปเล็กน้อยส่องให้ความสว่างได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังคงสว่างมากพอที่จะเห็นความสะอาดตาของบ้านหลังนี้ ผมขยับจอดรถห่างออกไปไม่มากนัก ดับเครื่องและลงจากรถออกมาดูให้แน่ใจ ก็เห็นว่าน้องชายของพี่กรเดินกอดกับผู้หญิง สูงวัยร่างท้วมไปยืนรอพที่หน้าบ้าน ผ่านไปสักระยะก็มีพี่กรเดินมายืนที่หน้าบ้าน ผมรีบวิ่งขึ้นบนรถและแอบมองอยู่แบบนั้นราวกับกลัว

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 8.1 แอบตาม

    ผมยังคงมองกระจกหลังอยู่สักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคุณภัทร คาดว่าน่าจะตามไม่ทันนั่นแหละนะผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอที่หน้าประตูบ้านหลังพอเหมาะ ที่ถูกกั้นด้วยประตูรั้วไม้สีสาวสะอาดตา ไอ้น้องชายตัวดีของผม ก็กระโดดลงรถไปทันทีที่เห็นว่าแม่กานดาในวัยหกสิบสองปีกำลังเดินจ้ำอ้าวยิ้มร่าออกมาเปิดประตูรั้วให้ และพากันเดินนำหน้าไปยืนรอที่หน้าบ้าน ผมขับรถเข้ามาจอดในตัวบ้านอย่างเคยชิน เดินลงจากรถมากอดแม่ด้วยความคิดถึง“แม่กับน้องเข้าบ้านก่อนเลยนะ เดี๋ยวกรไปปิดประตูรั้วก่อน”“จ้า รีบตามมานะลูก”ผมยิ้มให้แม่ เบี่ยงตัวออกมาปิดประตูรั้วหน้าบ้าน สายตาก็ยังคงลอบมองไปที่หน้าบ้าน เพื่อดูว่าคุณภัทรได้ตามมาไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจึงดึงประตูบ้านปิดทันทีมันเป็นธรรมดาที่ผมกับน้องจะกลับมาหาแม่ทุกสัปดาห์ ถึงแม้ว่าแม่จะมีน้าแจ่ม แม่บ้านที่ผมจ้างมาเพื่อช่วยดูแลและอยู่คุยกับแม่แล้ว ผมกับเจ้ากัซก็ยังอดห่วงแม่ไม่ได้อยู่ดี และด้วยความที่บ้านและที่ผมกับน้องอยู่นั้นมันก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ มันจึงทำให้ผมกับ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status