LOGINโมเน่ได้ยินแบบนั้นก็ดีดตัวลุกขึ้นไปกินข้าวทันที สุดยอดความคิดใช้ปากป้อน ฝันไปเถอะใครมันจะไปยอมให้ทำแบบนั้นกันเอ๊ะหรือมีกันนะแต่ไม่ใช่ฉันแน่ ๆ
“เรื่องเมื่อคืนเธอจะเล่าให้ฉันฟังได้หรือยัง” “ขอกินข้าวก่อนก็แล้วกัน” ไคมองโมเน่ที่กำลังตักข้าวเข้าปากทีละคำสองคำอย่างไม่รีบร้อนจนไคต้องถอนหายใจออกมา รออยู่นานจนเธอกินหมดแล้วหันมายิ้มให้กับเขาอย่างอารมณ์ดี “ก็อย่างที่หนูบอก ว่าหนูไม่ผิด” “ขอรายละเอียด” โมเน่ได้ยินแบบนั้นก็เล่าออกมาตั้งแต่ต้นจนจบยิ่งเล่าเขาก็ยิ่งขมวดคิ้วเอาแต่จ้องตาเธอราวกับว่าหาความจริงใจกับสิงที่เธอพูด “เธอก็เลยเอาคืนอริณโดยการเอากำไลไปเกี่ยวผมของเธอแทนใช่ไหม” “ใช่ เรื่องนี้หนูจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวหรอกนะอีกอย่างหนูก็เล่าไปหมดแล้วพี่จะเชื่อหนูไหมก็แล้วแต่เลย” เพราะก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเชื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว “ฉันเชื่อ” โมเน่หันหน้าควับทันที ทวนถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเมื่อกี้ไม่ได้หูฝาด “หูหนวกหรือไง” เอ้า ไม่ตอบแทนโดนด่ากลับมาอีกกำลังจะอ้าปากด่ากลับเขาก็ดันเอามือมาบีบที่ปากของฉันเบา ๆ ราวกับว่ารู้ทันจนต้องดักทางกันฉันด่ากลับ “อื้อ ปล่อยนะ!” เขาไม่ปล่อยแถมยังเปลี่ยนจากบีบปากมาหยิกแก้มของฉันจนหนำใจ ร้องโอ๊ยไปสามรอบเหมือนไม่เขาหูเขาเลยจนกระทั่งเขาปล่อยมืออกจากแก้มฉัน “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเธอจะออกไปไหนหรือทำอะไรเธอต้องขออนุญาตจากฉันก่อน” ฉันที่นั่งลูบแก้มตัวเองอยู่ถึงกับนิ่งไปชั่วครู่เพื่อประมวลผล “พี่ไม่ใช่พ่อหนูนะ” “ก็เป็นว่าที่ผัวไง” “……” ตั้งแต่วันนั้นบ้านของไคก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลยเพราะทุก ๆ วันโมเน่มักจะชอบสร้างปัญหาภายในบ้านหลังนี้ เธอมักจะเปิดเพลงเสียงดังเพื่อก่อกวนเขาอยู่เสมอ ไคก็เลยแก้ปัญหาโดยการจัดคอนเสิร์ตให้กับเธอไปเสียเลยหรือบางครั้งก็ชอบทำของหน้าตาแปลกประหลาดมาให้กับเขากินเกือบจะครบสามเวลา “หน้าตาแปลกใช่ว่ารสชาติจะแย่นะคะ อ้ามม” เธอมักจะพุูดคำนี้ทุกครั้งเพื่อให้เขายอมกิน แม้ว่าไคจะรู้อยู่แล้วก็ตามว่ารสชาติอาหารที่เธอทำโคตรจะห่วยแตกแต่เขาก็ยังกินเข้าไปแล้วตอบกลับเธอเสมอว่ามันอร่อยและปฎิกิริยาของโมเน่ก็มักจะไม่สบอารมณ์ถ้าเขาตอบแบบนั้นออกมา ซึ่งแน่นอนว่าเขาค่อนข้างที่จะชอบโมเน่ที่เป็นแบบนี้จนลืมไปเลยว่าเธอคือผู้หญิงที่เขาเคยรังเกียจมาก่อน ไคกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานโดยที่มีโมเน่นอนหลับอยู่บนโซฟา รอยยิ้มปรากฏอยู่ที่มุมปากของเขาอย่างพึงพอใจก่อนจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนเขาต้องละสายตาจากเธอ เพียงแค่เห็นชื่อจากปลายสายไคก็ถอนหายใจออกมา “มีอะไร” เสียงของเขาทุ้มต่ำเล็กน้อยต่างจากปกติที่คุยกับโมเน่ (ขอโทษที่รบกวนนะคะ พอดีมีเอกสารที่มีปัญหาอยู่ที่บริษัทต้องให้บอสตรวจสอบภายในวันนี้เลยค่ะ ถ้าบอสไม่สะดวกอริณเอาไปให้ได้นะคะ) “ไม่ต้อง” (แต่บอสคะ….) “ผมจะไม่พูดซ้ำ” เขาตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะกดวางสายไป เขาไม่ต้องการให้อริณมาที่นี้และมันไม่มีเรื่องจำเป็นอะไรขนาดนั้นที่เธอจะต้องโผล่หน้ามา เพราะเธอควรจะแจ้งฝ่ายที่ทำให้เอกสารมีปัญหาเสียก่อนเพื่อให้นำไปแก้ไขไม่ใช่มาแจ้งเขาที่เป็นประธานบริษัท และที่สำคัญเขาไม่ต้องการให้ใครมารบกวนเวลาพักผ่อนของคู่หมั้นของเขาในตอนนี้ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปที่โซฟาที่โมเน่นอนอยู่ เขายืนมองเธอสักพักก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มเธอแล้วกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ “เดี๋ยวพี่กลับมานะครับ” To be continuedโมเน่นิ่งไปชั่วครู่ ใจหวิวขึ้นมาแปลก ๆ กับคำพูดนั้น เธอรู้สึกอบอุ่นในอกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยตลอดที่อยู่ในร่างนี้ เธอเดินตามไคเข้ารถอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้ความรู้สึกในใจค่อย ๆ ตกตะกอนไปตลอดทางเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ ไคจูงมือเธอเดินขึ้นห้องด้วยสีหน้าพึงพอใจ แสงไฟในโถงบันไดสลัวรางส่องกระทบใบหน้าทั้งสองขณะเดินขึ้นไปด้วยกัน เขาต้อนเธอเข้ามุมกำแพงข้างประตูห้องนอน มือทั้งสองยันอยู่ข้างศีรษะเธอ"วันนี้ทำดีมากเลยนะ หมูเน่" เขากระซิบใกล้ใบหู น้ำเสียงต่ำทุ้มเต็มไปด้วยความพอใจ "รางวัลของเด็กดีที่ช่วยเล่นละครให้พี่วันนี้ คือการที่พี่จะดูแลเธอ...ทั้งคืน"โมเน่รู้สึกใจเต้นรัวจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง ริมฝีปากอ้าจะเถียงกลับแต่ไม่มีคำไหนหลุดออกมาได้เลยสักคำ มีเพียงแสงไฟในห้องที่ค่อย ๆ ถูกปิดลงพร้อมกับประตูที่ปิดสนิทตามหลัง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันของค่ำคืนที่รอคอยอยู่เบื้องหลังประตูบานนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น โมเน่ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกเพลีย ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอเหลือบมองไคที่ยังหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าคมเข้มที่ยามหลับดูอ่อนโยนกว่ายามตื่นมากนัก เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะร
"หนูจะต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอคะ" โมเน่บ่นพึมพำขณะยืนหน้ากระจกบานใหญ่ มองชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่คนใช้ช่วยกันแต่งตัวให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมถูกจัดทรงสวยหรู หน้าตาแต่งแต้มให้ดูอ่อนหวานผิดจากที่เธอคุ้นชิน กระโปรงบานเบาสะบัดตามจังหวะที่เธอขยับตัวไปมาอย่างไม่สบายใจ"สวยแล้ว เธอต้องไปกินข้าวที่บ้านพ่อแม่ฉันวันนี้" ไคยืนพิงกรอบประตูมองเธออย่างพอใจ สายตาส่องประกายชื่นชมจนโมเน่ต้องหันหนีเพราะเขินจนหน้าร้อนวูบ"ทำไมต้องแต่งขนาดนี้ด้วยล่ะคะ กินข้าวแค่มื้อเดียวเอง" เธอเอ่ยพลางดึงชายกระโปรงเบา ๆ ด้วยความอึดอัด ไม่คุ้นเคยกับชุดที่หรูหราขนาดนี้เลยสักนิด"เพราะเธอเป็นคู่หมั้นของฉันไง" เขาตอบง่าย ๆ พร้อมยื่นมือมาให้เธอจับ นิ้วเรียวของเธอวางลงบนฝ่ามือกว้างของเขาอย่างไม่มีทางเลือกระหว่างทางไปคฤหาสน์วรโชติใหญ่ โมเน่นั่งนิ่งอยู่ในรถ มองวิวข้างทางที่ผ่านไปเรื่อย ๆ ใจคิดถึงสิ่งที่จะต้องเผชิญข้างหน้า เธอไม่รู้เลยว่าวันนี้จะมีอะไรรอเธออยู่บ้างทว่าเมื่อเดินเข้าไปในห้องอาหารของคฤหาสน์วรโชติใหญ่ สิ่งแรกที่โมเน่เห็นทำเอาใบหน้าเธอเปลี่ยนสีทันที เพราะมีอริณนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว ในชุดทำงานเรียบร้อยเหมือนเช
ไคหัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนจะถอยออกไปอย่างใจเย็น "รู้ตัวแล้วสินะว่าใครจะแพ้เกมนี้ก่อนกัน" เขาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องทำงานไปต่อประชุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งเสียงหัวเราะแผ่วเบาไว้ข้างหลังโมเน่ยืนนิ่งอึ้งอยู่หน้าห้อง มือกำผ้าเช็ดตัวแน่น หน้าแดงจนร้อนวูบไปทั้งใบหน้า เธอรีบเดินหนีขึ้นห้องด้วยฝีเท้าเร็วผิดปกติ ปิดประตูดังปัง แล้วทรุดตัวลงนั่งพิงประตูอยู่อย่างนั้น หัวใจยังคงเต้นแรงไม่หยุด'ไอ้บ้าเอ๊ย มันไม่กลัวสายตาคนในที่ประชุมเลยเหรอ!' เธอคิดในใจพลางเอามือทั้งสองปิดหน้าที่ยังคงร้อนผ่าวอยู่คืนต่อมา เธอลองใหม่อีกครั้ง คราวนี้แอบย่องเข้าไปในห้องทำงานตอนไคกำลังตรวจเอกสารสำคัญ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าเขาที่กำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสารสูงเป็นตั้ง เธอนั่งลงตักเขาแบบไม่ขออนุญาต แขนโอบรอบคอ ทำหน้าเหมือนแมวเหมียวขอความรัก"พี่ไก่คะ เบื่องานแล้ว มาเล่นกับหนูดีกว่า" เธอกระซิบข้างหูพลางเป่าลมหายใจเบา ๆ ตามสูตรในนิยายที่เคยอ่านมา มือเรียวเล่นอยู่ที่ปกเสื้อของเขาอย่างเป็นธรรมชาติไควางปากกาลงอย่างสงบ มือหนึ่งโอบเอวเธอไว้แน่น อีกมือลูบผมที่ยังหอมกลิ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้เข้ามาตกกระทบใบหน้า โมเน่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ และอีกสิ่งหนึ่งที่หนักอึ้งกว่านั้นคือความรู้สึกผิดที่ก่อตัวอยู่เต็มอกเธอนอนขดตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มองเพดานห้องนอนที่คุ้นตาไปหมดแล้ว ภาพเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวทีละฉากราวกับหนังที่เล่นซ้ำไม่มีวันจบ สายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาทางระเบียง เสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ อ้อมแขนที่รัดแน่นจนหนีไม่หลุด และริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดทับลงมาอย่างไม่ยอมปล่อยเธอเอามือทั้งสองข้างทาบหน้าตัวเองแล้วกรี๊ดลั่นอยู่ในใจ กลิ้งตัวไปมาบนที่นอนจนผ้าห่มพันกันยุ่งเหยิง'ไม่นะ ไม่ ๆๆๆ นี่มันไม่ใช่แผนที่วางไว้เลยสักนิด!'โมเน่พยายามนึกทบทวนเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาปลอบใจตัวเอง เธอเคยเรียนมาว่าตอนหวาดกลัวใกล้ตายหรือตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาปริมาณมาก และสารตัวนี้เองที่มักทำให้สมองสับสนระหว่างความกลัวกับความตื่นเต้นทางอารมณ์อื่น ๆ ใช่แล้ว มันคือ "อุบัติเหตุ" ล้วน ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับใจเธอสักนิดเดียวเธอพยักหน้ากับตัวเองอย่างมั่นใจในทฤษฎีที่คิดขึ้นมาเอง ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเ
เขาคำรามต่ำก่อนจะรูดซิปลงปลดกางเกงทิ้งไป ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าปรากฏโฉมทุกสัดส่วน ความเป็นชายขนาดยักษ์เด้งทะลักออกมาอย่างทรงพลังทั้งยาวใหญ่และหนา เส้นเลือดปูดโปนตามความยาว ส่วนปลายบานแดงฉ่ำมันวาวเยิ้ม โมเน่เหมือนถูกกระชากสติกลับมาดวงตาเธอเบิกกว้างอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตสั่นระริกจับจ้องความยิ่งใหญ่ตรงหน้าในหัวประมวลผลวุ่นวายจนเผลอคิดพิเรนทร์ ‘คนเขียนนิยายเรื่องนี้ใส่เลขผิดหรือเปล่าเนี่ย?! ใหญ่ขนาดนี้ฉันได้ตายคาเตียงแน่ๆ’ร่างเล็กพยายามถดตัวหนีจนแผ่นหลังชนหัวเตียง แต่ไคกลับคว้าข้อเท้าเธอไว้แล้วลากกลับมาอยู่ใต้ร่างอย่างง่ายดาย เขาโน้มตัวลงมาทับจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุและขนาดอันน่าเกรงขามที่บดเบียดอยู่ตรงหน้าขา"เป็นอะไร..." ไคหัวเราะทุ้มในลำคอ เมื่อเห็นท่าทีช็อกสุดขีดของสาวน้อยใต้ร่าง เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนส่วนหัวที่ฉ่ำวาวเฉียดกรายร่องนุ่มที่เปียกชุ่ม"พี่ไก่ ไม่เอา! มันใหญ่ไป ฉันไม่ไหวหรอก!""ทำไมจะไม่ไหว ยังไม่ได้ลองเลย" ไคกระซิบข้างหู เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม "ปากเธอยังด่าฉันแซ่บขนาดนั้น มาดูสิ้ว่าปากล่างจะแซ่บขนาดไหน""ไอ้คนลามก! ปล่อยนะ!""หึ ด่าสิ ด่าอี
"ไม่! ปล่อยฉันนะ!" โมเน่แผดเสียงพลางปัดป้องพัลวัน เธอพยายามจะรวบสาบเสื้อเข้าหากันและปัดมือใหญ่ของเขาออกไป แต่พละกำลังของตัวเองกลับน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับเขา ไคใช้มือเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองของเธอไว้แน่นแล้วกดลงกับเตียงนุ่ม"พี่ไก่! ไอ้คนบ้า! ปล่อย!" โมเน่ดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าไคกลับใช้นิ้วหนาแกะกระดุมเสื้อเธอออกอย่างใจเย็นและยั่วเย้าเม็ดแรกหลุดออก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ขึ้นสีระเรื่อ เม็ดที่สองและสามตามมาติดๆ แม้โมเน่จะบิดกายหนีและพยายามจะหุบไหล่เพื่อปกปิดเพียงใด ไคก็จัดการกระชากอาภรณ์ที่เปียกชื้นนั้นให้พ้นทางจนทรงเสน่ห์อวบอิ่มเด้งออกมาสู้สายตาอย่างโจ่งแจ้งไคกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเขาแผดเผาจนโมเน่รู้สึกร้อนไปทั้งตัว เขาโน้มหน้าลงประทับจูบบนรอยแดงเก่าที่เขาเคยฝากไว้ ลิ้นร้อนชื้นวนเวียนปลุกเร้าจนร่างบางสะท้านเฮือก ความพยศในตอนแรกเริ่มมลายกลายเป็นความซ่านสยิว"สวยชิบ ถ้ามีของดีก็น่าจะเอามาอวดกันแต่แรกสิ"“หยุดเถอะ ขอร้อง” โมเน่กัดริมฝีปากมองไคที่จัดการสลัดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายทิ้งไป ไคหยุดชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่สั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างอย่างห



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



