หน้าหลัก / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 33 สิ่งที่อยู่ในใจเจ้า

แชร์

ตอนที่ 33 สิ่งที่อยู่ในใจเจ้า

ผู้เขียน: Charuda Singsathon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-14 14:19:02

ตอนที่ 33 สิ่งที่อยู่ในใจเจ้า

ความมืดมิดที่เข้าปกคลุมรอบกายนั้นช่างไร้ก้นบึ้ง...

ไม่มีพื้นพสุธาให้ยึดเหนี่ยว ไม่มีทิศทางให้ก้าวเดิน มีเพียงสภาวะไร้น้ำหนักที่ชวนให้สะอิดสะเอียน ร่างของหลินเยว่ซินกำลังร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด ประหนึ่งวิญญาณที่ถูกกระชากลงสู่ขุมนรกที่มืดมิดที่สุดเท่าที่มนุษย์จะจินตนาการถึง

ปัง!

แรงกระแทกอย่างรุนแรงปลุกให้นางตื่นจากความมืดมิด ร่างระหงกระแทกพื้นหินที่เย็นเฉียบจนเสียงกระดูกลั่นเกรียว ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วร่างประหนึ่งกระแสไฟสังหาร หลินเยว่ซินพยายามค้ำกายพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบาก ร่างกายที่บาดเจ็บหนักจากการปะทะครั้งก่อนยังไม่ทันฟื้นตัวดีนัก พลังมารในกายเหือดแห้งจนแทบสัมผัสไม่ได้

นางหอบหายใจหนักหน่วง พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ท่ามกลางหมอกจางๆ ที่หนาวเหน็บ

“เซวี่ยอิง? เจ้าอยู่ที่ไหน!”

นางตะโกนเรียก ทว่าไม่มีเสียงตอบรับกลับมาแม้เพียงความถี่เดียว มีเพียงเสียงสะท้อนของตัวนางเองที่ดังย้อนกลับมาเสียดแทงโสตประสาท นางถูกแยกตัวออกมา... อยู่ในที่ที่เงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งกลองรบที่กำลังเสียขวัญ

“เยว่ซิน...”

เสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มันแผ่วเบา สั่นเครือ ทว่ากลับคุ้นเคยเสียจนหัวใจของนางแทบหยุดเต้น หลินเยว่ซินชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อประหนึ่งถูกคำสาปหิน นางค่อยๆ หันกลับไปมองเบื้องหลังอย่างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

เซียวหาน

เขายืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดที่เปื้อนเลือดชุดเดิม ใบหน้าคมเข้มที่นางโหยหาปรากฏชัดเจนประหนึ่งเขายังมีชีวิตอยู่ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้มองมาที่นางด้วยความรักอย่างที่เคยเป็น

“เจ้า...” เสียงของนางสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำ “เจ้ายังไม่ตายจริงๆ หรือ?”

เขาเริ่มก้าวเดินเข้ามาหานางช้าๆ ท่าทางนิ่งสงบจนน่าขนลุก “เจ้าทิ้งข้าไว้ในความหนาวเหน็บนั่น...” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยทว่าเย็นเยียบประหนึ่งคมดาบน้ำแข็ง “เจ้าบอกว่าจะไม่ปล่อยมือข้า... เจ้าบอกว่าจะอยู่เคียงข้างข้า... แล้วทำไมสุดท้าย ข้าถึงเป็นเพียงคนเดียวที่ต้องตาย?”

คำพูดเหล่านั้นแทงลึกเข้าไปในบาดแผลที่ใจของนางอย่างอำมหิต

“ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ... ข้าพยายามจะช่วยเจ้าแล้ว!” หลินเยว่ซินถอยหลังกรูด มือกำแน่นจนสั่นเทา น้ำตาที่เคยแห้งเหือดไปเริ่มเอ่อลอนองหน้า

ทว่าเขากลับพุ่งเข้ามาคว้าลำคอของนางไว้แน่นหนาประหนึ่งกรงเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้ลำคอระหงแทบแหลกละเอียด “โกหก!” เขาคำรามเสียงต่ำที่น่าหวาดหวั่น

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนไปชั่วพริบตา โลกมืดมิดกลายเป็นหอคุมขังที่โชกไปด้วยเลือด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้องประหนึ่งเสียงเพลงจากนรก ภาพเหตุการณ์ที่เซียวหานถูกมีดปักอกไหลมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายวนไม่จบสิ้น

“เจ้าคือคนที่ฆ่าข้า... เจ้าคือคนที่ใช้ชีวิตข้าเพื่อดับแค้นของตัวเอง!”

เสียงของเขาดังซ้ำๆ อยู่ในหัวของนางประหนึ่งคำสาปแช่ง หลินเยว่ซินพยายามดิ้นรนแต่ไร้ผล พลังมารในร่างเริ่มปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่งตามแรงกดดันของอารมณ์ที่พังทลาย

“นี่แหละคือความจริง...” เสียงของซูเหยียนดังก้องมาจากความว่างเปล่าประหนึ่งผู้คุมวิญญาณ “สิ่งที่เจ้าเห็น... คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจเจ้า”

“เจ้าไม่ได้กลัวข้า... และเจ้าไม่ได้กลัวตาย แต่เจ้ากำลังหวาดกลัวตัวเอง... กลัวความเป็นปีศาจในใจที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่เจ้ารัก!”

วูบ!

พื้นดินใต้เท้าเปิดออกอีกครั้ง หลินเยว่ซินร่วงหล่นลงสู่ชั้นที่ลึกกว่าเดิม ก้นบึ้งของจิตวิญญาณที่นางพยายามปิดผนึกไว้มาตลอดชีวิต เมื่อนางหยุดลง... นางพบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มืดมิดและอับชื้น

ห้องพักศิษย์ระดับล่าง... ห้องที่นางเคยอยู่ตอนเป็นเด็ก

ที่มุมห้องอันหนาวเหน็บนั้น เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งนั่งคุดคู้กอดเข่า ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความหนาวและความหวาดกลัว เด็กคนนั้นคือหลินเยว่ซินในวัยเยาว์... ก่อนที่หัวใจจะกลายเป็นหยกเย็น

“อย่าได้ริอ่านร้องไห้...”

เสียงทุ้มต่ำของหลินอู๋เชียนดังก้องขึ้นจากเงามืด “ถ้าเจ้าอ่อนแอ... เจ้าก็ไม่มีค่าพอที่จะหายใจอยู่ต่อในโลกใบนี้ เจ้าต้องแข็งแกร่งพอที่จะเหยียบย่ำทุกคนเพื่อความอยู่รอด!”

เด็กหญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่อาบไปด้วยน้ำตาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินในยามนี้ แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการขอร้องทำเอาหัวใจของนางบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก

“นี่คือเจ้าที่แท้จริง... เด็กหญิงที่แสนอ่อนแอที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นเครื่องมือ” เสียงของซูเหยียนกระซิบข้างหู “เจ้าจะยอมแพ้และจมอยู่กับความเจ็บปวดนี้ต่อไปหรือไม่?”

หลินเยว่ซินค่อยๆ หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า “ข้า... ข้าเหนื่อยเหลือเกิน...” นางพึมพำน้ำเสียงแผ่วเบา สติสัมปชัญญะของนางเริ่มเลือนลางประหนึ่งเปลวเทียนที่กำลังจะมอดดับท่ามกลางพายุ

ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดชั่วนิรันดร์... ภาพหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในมโนภาพ

มันไม่ใช่ภาพความตาย... ไม่ใช่ภาพของเลือดหรือสงคราม แต่มันคือ “รอยยิ้ม” ที่แสนอ่อนโยนของเซียวหานในวันที่เขายังมีลมหายใจ รอยยิ้มที่มอบพลังให้นางสู้ต่อในวันที่สิ้นหวังที่สุด

“เจ้าคือเจ้า... ไม่ว่าโลกจะตราหน้าเจ้าว่าเป็นอะไร แต่สำหรับข้า เจ้าคือหลินเยว่ซินที่งดงามที่สุด”

เสียงนั้น... ไม่ใช่เสียงกระซิบของปีศาจจากค่ายกล แต่มันคือเสียงจริงที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำที่แท้จริงของนาง

หลินเยว่ซินลืมตาขึ้นช้าๆ ทว่าครั้งนี้ดวงตาของนางกลับนิ่งสงบและเยือกเย็นประหนึ่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ความสับสนและหวาดกลัวอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเจตจำนงที่แน่วแน่และทรงพลัง

“ไม่...” นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยอำนาจมหาศาล “ภาพเหล่านั้นไม่ใช่ข้า... และความอ่อนแอนั่นก็ไม่ใช่ตัวตนที่ข้าจะเป็นต่อจากนี้!”

ปัง!!!

พลังมารระเบิดออกจากร่างของนางอย่างรุนแรงประหนึ่งพายุทมิฬ คลื่นพลังทำลายล้างกวาดล้างห้องมืด ภาพอดีตที่ขมขื่น และร่างเงาของเซียวหานจอมปลอมให้แตกกระจายเป็นผุยผงในพริบตา โลกมายาของสำนักเฟิงอวี่เริ่มปริร้าวและพังทลายลงต่อหน้าต่อตา

นางยืนอยู่อย่างสง่างามท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มจางหาย

“อืม... น่าประทับใจจริงๆ”

เสียงหัวเราะเบาๆ ของซูเหยียนดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันแฝงไปด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชม “ในที่สุดเจ้าก็ปฏิเสธความดำมืดในใจ และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้สำเร็จ”

หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปยังทิศทางของเสียง แววตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ข้าไม่ได้ปฏิเสธอดีตที่แสนเจ็บปวดเหล่านั้นหรอก ซูเหยียน...”

นางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง “ข้ายอมรับมันทั้งหมด... ทั้งความผิดบาปที่ฆ่าคน และความอ่อนแอในวัยเยาว์ ทว่าข้าเลือกแล้ว... ว่าข้าจะไม่ยอมถูกสิ่งเหล่านั้นควบคุมชีวิตของข้าอีกต่อไป!”

เงาทั้งหมดในค่ายกลเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ภาพลวงตาที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษกระจกที่รอวันร่วงหล่น หลินเยว่ซินแผ่รังสีสังหารออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว

“ในเมื่อเจ้าขุดคุ้ยความลับในใจข้าจนพอใจแล้ว...” นางเอ่ยเสียงต่ำที่เปี่ยมด้วยอันตราย “คราวนี้... ถึงตาข้าที่จะขุดคุ้ยความลับและชีวิตของเจ้าออกมาทำลายทิ้งบ้างแล้ว!”

ความมืดมิดกำลังจะถูกฉีกกระชากออก และพญามารสาวกำลังจะก้าวออกมาพิพากษาทุกคนที่บังอาจเล่นตลกกับหัวใจของนาง!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status