เข้าสู่ระบบเขาหัวเราะในลำคอ เพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่ทำให้พรรณเรศเจ็บน้อยที่สุด เขาพยายามปกป้องเธออย่างถึงที่สุด
“ผมไม่แน่ใจกับเรื่องที่คุณบอกแล้วเรศ!”
“ธัชกำลังดูถูกเรศอยู่นะคะ!”
ชายหนุ่มสบตา “ผมกำลังพูดเรื่องจริงเรศ คุณรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องที่ผมพูดอยู่มันจริงหรือไม่!”
“แต่เด็กในท้องเรศเป็นลูกคุณนะธัช!”
เขาขบกรามกำมือแน่น จ้องคนรัก
“ท้องลูกผม แต่ไปนอนกับผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะเรศ!”
หญิงสาวสะอึกกับคำพูดของเขา ริมฝีปากบางสั่นระริก ร่างกายกำลังสั่นสะท้าน นี่เขารู้เรื่องระหว่างเธอกับพลรบงั้นเหรอ กระนั้นหากเธอไม่ยอมรับเล่า จะเป็นยังไง
“เรศไม่เคยมีใคร คุณอย่าพูดจาทุเรศๆ แบบนี้กับเรศนะธัช เรศมีคุณแค่คนเดียว!”
“แน่ใจเหรอเรศที่พูดมา ผมดูเหมือนคนโง่นักเหรอ!” เขาถามย้ำแววตาแข็งขึ้น
พรรณเรศขบคิดวุ่นวายภายในใจ เหตุผลอะไรเขาก็คงไม่เชื่อ แล้วเธอต้องทำยังไง
“ความรักของคุณที่มีให้กับเรศ มันแค่นี้เองเหรอคะ ทำไมคุณถึงหวั่นไหวกับเรื่องที่มาแทรกระหว่างเรา ทำไมคุณถึงไม่มั่นคงเหมือนเรศเลย” เธอตัดพ้อ
เขากล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้ “มั่นคงงั้นเหรอ? ในชณะที่ผมคบกับคุณ ผมไม่เคยไปมีใครเลยเรศ แต่คุณกลับ...” เขาหยุดคำพูดไว้แค่นั้น น้ำเสียงถูกกลืนหายลงไป
เธอส่ายหน้าทั้งน้ำตา “เรศไม่เคยนอกใจคุณ เรศรักคุณแค่คนเดียว ได้โปรดอย่าทิ้งเรศไปเลยนะคะ”
ธัชพลเหลือบมอง ชายรูปร่างหน้าตาคมคาย สวมแว่นสีดำปกปิดสายตา สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ มองปราดเดียวเขารับรู้ได้ทันที ว่าชายคนนี้เป็นดารามีชื่อเสียงในตอนนี้ ธัชกระตุกยิ้มราวกับเยาะ ถ้ากล้ามาขนาดนี้ คงไม่ต้องคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่
“สวัสดีครับคุณธัชพล” เสียงทุ้มเอ่ยทัก ทำเอาหญิงสาวหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้าง
พรรณเรศหันควับจ้องมองสีหน้าตื่นตระหนก จดจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา
“คุณมาทำไม กลับไปนะ!” เธอร้องบอก เสียงสั่นเครือ
เขาไม่ตอบคำถามหย่อนกายลงเคียงข้าง ทำเอาพรรณเรศรีบกระถดหนีจนชิดกำแพง มือบางเย็นเฉียบ หัวใจราวกับจะหลุดออกจากร่าง
“ผมมาตามคำเชิญของคุณธัชพลน่ะครับ”
พรรณเรศหันสบตาคนรักทันที ส่ายหน้าน้ำตาค่อยๆ ไหลเอ่อ
“ธัชคะ...”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น ก็แค่อยากรู้ว่าเธอจะปฏิเสธยังไงอีก
“ผมเชิญเขามาเอง เพราะผมอยากรู้ ว่าใครกันแน่ที่โกหก”
มือบางกระชากคอเสื้อจ้องมองแววตาวาวโรจน์
“กลับไปซะ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งเรื่องของฉัน!” พรรณเรศตวาด
“ผมไม่ยุ่งไม่ได้หรอกครับ ผมไม่อยากให้คุณธัชพลโดนหลอก”
เพียะ!
สิ้นคำพูดฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้า พรรณเรศจ้องมองทั้งน้ำตา แล้วหันไปสบตาคนในหัวใจ
“ไม่จริงนะคะธัช อย่าไปเชื่อคำพูดของผู้ชายคนนี้ อย่าไปเชื่อ!”
พลรบใช้ลิ้นดุนแก้มเพื่อลดความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าพรรณเรศคบหากับผู้ชายคนนี้มานาน ใครจะไม่อยากได้ทายาทคนเดียวของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเดม่อนจาเวล ทว่าตนนั้นก็ไม่อาจหักใจเลิกรักเธอไปได้ ทำไมเขาต้องหลงรักคนมีเจ้าของด้วย แล้วยังอยากแย่งชิงมาเป็นของตนเสียอีก
“เรื่องระหว่างเรา คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเราหรอกครับคุณพรรณเรศ” พลรบแสร้งประชด
“หุบปากแล้วหยุดพูดเดี๋ยวนี้!” เธอเริ่มกรีดร้อง
ดูจากอาการมันคงเป็นเรื่องจริง ทั้งที่รู้แก่ใจ แต่เขากลับต้องการคำยืนยันให้มันเจ็บขึ้นไปอีก
“ขอบคุณที่มาวันนี้ ทำให้ผมได้รู้ความจริง”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะความจริงแล้ว ผมเองก็รักเรศเขามากเช่นเดียวกับคุณ”
“หยุดเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินหรือไง!” เธอกระชากคอเสิ้อจนเจ้าของตัวโยน “แกมันสารเลว!”
“ผมรู้”
ธัชพลมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดแล้วลุกยืน ทำให้หญิงสาวยอมปล่อยมือ แล้วถลาไปหาคนรักแทน เธอจับท่อนแขนไว้แน่น
“ธัช... เรศขอร้อง เรศอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ เรศท้องลูกของคุณอยู่นะ” เธอบอกทั้งน้ำตา
“ถ้าเด็กในท้องคือลูกของผม ไว้คลอดแล้วคุณตรวจดีเอ็นเอเสีย แล้วผมจะส่งเสียเด็กคนนี้เอง”
“แล้วเรศล่ะคะ!”
เขาสบตา กลั้นน้ำตาเอาไว้ ทว่าอีกฝ่ายกลับรับรู้ได้ว่าเขากำลังทรมาน
“คุณนอกใจผมเรศ ถ้าผมนอนกับผู้หญิงคนอื่นบ้าง คุณจะยอมรับได้ไหม!”
คนฟังชะงัก “เรศไม่ได้นอนกับมัน!”
“หรือต้องให้เอาหลักฐานมาให้คุณดู คุณถึงจะเลิกปฏิเสธสักที คุณทำอะไรรู้แก่ใจตัวเองดี ที่ผมให้พลรบมาในวันนี้เพราะผมอยากยืนยันว่าสิ่งที่เห็นมันจริงหรือเปล่า แต่จากสีหน้าของคุณผมคงไม่ต้องเดาอีกแล้ว!”
มือบางบีบท่อนแขนแน่น เธอสับสน หัวใจแตกสลายหมดแล้ว
“เรศไม่ได้ตั้งใจ ทุกอย่างมันเป็นความผิดพลาด เพราะเรศเสียใจที่พ่อของคุณไม่ยอมรับเรื่องของเรา ไม่ยอมรับลูกในท้องเรศ เรศเลย....” เธอเว้นคำพูด “เรศขอโทษธัช เรศขอร้อง เรศรักคุณมากนะคะ”
เขาสบตาเธออย่างจริงจัง แล้วระบายลมหายใจหนักหน่วง
“มันผิดตั้งแต่ที่คุณไปกินเหล้าทั้งที่ตัวเองท้องแล้วเรศ...” เขาบอกเสียงแผ่วเบา
ธัชพลแกะมือคนรักออกจากท่อนแขน แล้วสาวเท้าทว่าเธอกลับถลาเข้าหมายคว้า แต่กลับถูกพลรบกอดรัดไว้แน่น โชคดีที่ร้านประจำของเธอกับเขา มีห้องทานอาหารเป็นการส่วนตัว ถึงทำให้เรื่องไม่บานปลายจนกลายเป็นข่าวใหญ่
“ธัชพลไม่ได้รักคุณอย่างที่ปากเขาพูดเลยสักนิดเรศ ผมต่างหากที่รักคุณ!”
เธอดิ้นรน “ปล่อยฉันไอ้สารเลว!”
“ทำไมเรศ ผมตามจีบคุณมานานทำไมไม่มองผมบ้าง” เขาตัดพ้อ
“เพราะฉันรักธัชไง ฉันไม่ได้รักคนอย่างแก ปากแกพูดได้นี่ว่ารัก แกจะรักฉันได้ยังไงในเมื่อฉันท้องลูกของธัชอยู่ แกรับได้งั้นเหรอ!”
“ผมรับได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไงผมก็รับได้เรศ!”
คนดิ้นรนหยุดชะงัก คนกอดเลยปล่อยเป็นอิสระ ดึงร่างบางให้หันมาสบตา ในอกพรรณเรศปวดร้าวทรมาน จนอยากตายเสียให้พ้นๆ เขาคงแต่งงานกับน้องสาวตามคำขอของตาแก่นั่นแน่ถึงได้ตัดสัมพันธ์กับเธออย่างไม่ไยดีเช่นนี้ เธอกัดฟันแน่นเก็บความเจ็บแค้นไว้ในอก สักวันต้องเอาคืนทุกคนที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ให้สาสม
“แน่ใจเหรอว่ารับได้” เธอถามย้ำ
“แน่ใจ”
แม้เพียงหมากตัวเดียว อาจพลิกเกมได้ทั้งกระดาน เด็กในท้องคนนี้เธอจะเก็บไว้เป็นเสี้ยนตำใจ ไม่ว่าธัชจะแต่งงานกับใคร เธอจะพาเขาไปปรากฏต่อหน้า และแสดงตัวให้ทุกคนได้รับรู้ ขนาดพลรบยังรับได้แม้กระทั่งลูกในท้อง ทำไมคนที่เธอรักถึงไม่ยอมรับ ดีเหมือนกันได้เห็นธาตุแท้ก็ในวันนี้ เธอจะได้รู้
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห
พิมพ์จันทร์เดินลงจากรถเมื่อจอดสนิทแล้ว ท่าทางอ่อนแรงทำเอาสุรชัยรู้สึกสงสาร เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ได้เรื่องหรือเปล่าคะ หรือว่าเขาไม่คิดจะกลับมา”“คุณธัชบอกว่าขอคิดดูก่อนครับ”“ใจคอเขาจะไม่กลับมาเจอพ่อตัวเองเลยเหรอ ท่านแย่มากนะคะตอนนี้!” พิมพ์จันทร์ตำหนิด้วยความไม่พอใจ“คุณธัชคงโกรธท่านมาก ที่ทำลายความรักน่ะครับ”คนฟังหน้างอ “พิมพ์เองก็ถูกกระทำเหมือนกัน พิมพ์ยังไม่โกรธพ่อตัวเองเท่าเขาเลยค่ะ” เธอประชดสุรชัยหัวเราะออกมา แล้วระบายลมหายใจ“ผมคิดว่าคุณธัชคงกลับมาแน่นอนครับ เพียงแต่ไว้ฟอร์มเท่านั้นเอง”“พิมพ์ขอให้เขากลับมาเร็วๆ เถอะค่ะ พิมพ์มีเรื่องอยากตกลงกับเขาสักหน่อย”พูดเรื่องนี้ออกมาสุรชัยได้แต่ยิ้มเจือนๆ เพราะรู้ว่าทางนั้นคงอยากแก้แค้น ตอนนี้เขาควรหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกันให้หลงลืมเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า“คุณพิมพ์จะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”“ฉันจะไปเฝ้าคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นผมขับรถไปให้ดีกว่านะครับ ผมเองก็จะไปเฝ้าคุณท่านอยู่เหมือนกัน”เธอคลี่ยิ้มบางๆ ตอนนี้อยากพักผ่อน แต่เพราะหน้าที่เลยจำต้องทำ แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรทำหน้าที่ของลูก“ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยว
ตีสอง...เสียงเคาะประตูทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง รีบรุดมาเปิด เห็นสาวใช้กำลังยืนสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางราวกับเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา“มีอะไรคะป้าสมศรี!” หญิงสาวร้องถาม“คุณท่านค่ะ คุณท่านไม่รู้เป็นอะไร สมศรีเรียกมาทานยาแต่ท่านก็ไม่ยอมตอบ!”พิมพ์จันทร์รีบวิ่งไปยังห้องของพ่อสามีทันที เปิดประตูออก เห็นท่านกำลังนอนหอบหายใจไม่รู้สึกตัว“ป้าสมศรีให้น้าพินิจเอารถออกเร็วเข้า!”“ได้ค่ะ” สมศรีรับคำแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างสุรชัยเดินเข้ามา “ให้ผมแบกท่านลงไปดีกว่าครับ”“ค่ะ”รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิมพ์จันทร์เฝ้าดูแลพ่อสามีอย่างดีจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลพาธเนศเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เธอเลยต้องนั่งรอด้านนอกอย่างกังวล หวังว่าคงไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นเธอคงเคว้งคว้างและไม่รู้ควรเดินไปทางไหน ระยะเวลาสี่ปีที่อยู่ดูแลกันมา เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นพ่อคนหนึ่งไปแล้วหนึ่งชั่วโมงถัดมา หมอเจ้าของไข้เดินออกมาด้านนอก พิมพ์จันทร์รีบเดินไปหาสีหน้ากังวล“ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาหาร ตอนนี้อาการของคุณธเนศไม่สู้ดีนัก อาจทรุดลงอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หมอจะพยายามเต็มท







