ログイン“ท่านหญิงลู่จิว จิ้นอ๋องมารับท่านแล้วเตรียมตัวเสร็จหรือยังขอรับ”
นางกำนัลปักปิ่นมุกบนมวยผมให้นางเป็นอันสุดท้าย ก่อนจะตรวจตราความเรียบร้อย จากนั้นจึงเอ่ยชมความงดงามของนางอีกหลายคำ หยวนชิงหลิงเกรงว่าเซี่ยหวายอีจะรอนาน นางจึงรีบเปิดประตูเพื่อออกไปพบเขา “คารวะจิ้นอ๋อง ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องรอนาน ข้าแต่งตัวเสร็จพอดี” นางยอบกายคำนับเขาเชื่องช้า แววตากระส่างใสราวกับหงส์งามค่อยๆ เคลื่อสายตาขึ้น ผิวพรรณของนางขาวผุดผ่องดุจหิมะ เส้นผมดำขลับเรียวตาหงส์ส่องประกาย ทำให้คนมองอดที่จะหัวใจเต้นแรงมิได้ หยวนชิงหลิงมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายด้วยอาการตกตะลึง แม้นางจะรู้อยู่แล้วว่าบุรุษผู้นี้นั้นดูสมบูรณ์แบบไปเสียทุกส่วน แต่เมื่อเขาอยู่ในชุดเต็มพิธีการเช่นนี้ เขาช่างดูหล่อเหลากว่าในยามปกติยิ่งนัก น่าอิจฉาสตรีที่จะได้อยู่เคียงข้างเขาเสียจริง หากนางเป็นสตรีผู้นั้นคงจะขังเขาเอาไว้แต่ภายในห้อง ห้ามมิให้ผู้ใดได้เห็นใบหน้าของเขาเป็นแน่ เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหวายอีถอดหน้ากาก หลังจากที่เขาเข้าร่วมกองทัพชายหนุ่มก็สวมหน้ากากเอาไว้ตลอดเวลา ข่าวลือที่ว่าเขานั้นเสียสติเพราะบิดามารดาจากไปทำให้เขากลายเป็นคนที่โหดเหี้ยมอำมหิตและใบหน้าเสียโฉมในสนามรบนั้นก็ถูกลือไปทั่ว ทำให้ไม่มีสตรีใดในเมืองหลวงกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก “ไปได้หรือยังเพคะ” หยวนชิงหลิงโบกมือไปมาตรงหน้าชายหนุ่ม หลังจากที่เห็นร่างสูงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมิได้ตอบรับคำพูดของนาง เซี่ยหวายอีได้สติกลับมาทันทีหลังจากที่ร่างบางเอื้อมตัวเข้ามาใกล้ตน “จะ...เจ้าจะทำอะไร เป็นสตรีเหตุใดไม่รู้จักสำรวมเช่นนี้ เข้ามาใกล้ข้าทำไม” เซี่ยหวายอีเอ่ยออกมาเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง หลังจากที่ได้เห็นร่างงามของหยวนชิงหลิงอย่างเต็มตา ใบหน้าหล่อเหลาเห่อร้อนขึ้นมาแต่ก็กลัวว่าจะถูกพบเห็น ได้แต่พยายามอดทนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ “ข้าเห็นท่านเงียบไป ก็นึกว่ายืนหลับกลางอากาศไปแล้วเสียอีก ก็เลยคิดจะปลุกก็เท่านั้น” หยวนชิงหลิงเอ่ยเย้าร่างสูงด้วยท่าทีเป็นกันเอง ช่วงเวลาที่ทั้งสองเดินทางจากแคว้นฉินมายังแคว้นเซี่ย ทำให้ค่อนข้าสนิทสนมกัน จนทำให้คนภายนอกมองแล้วรู้สึกว่าคนทั้งสองนั้นดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก “เลิกพูดล้อเล่นได้แล้ว รีบไปเถอะงานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว” เซี่ยหวายอีเอ่ยเพียงเท่านั้นก็ออกเดินนำไปก่อน แม้ใบหน้าจะดูเฉยเมย แต่ภายในใจกลับตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก หัวใจที่เต้นกระหน่ำยากที่จะสงบลงเพราะสตรีที่เดินเคียงข้างเขาผู้นี้ สองร่างเดินเคียงคู่เข้าไปในงานเลี้ยง ทำให้เหล่าขุนนางต่างก็หันมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว คราแรกทุกคนต่างก็จำไม่ได้ว่าบุรุษร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงงามแคว้นฉินผู้นั้นเป็นใคร ใบหน้าหล่อเหลาพร้อมโครงหน้าชัดแววตากระจ่างใสเปล่งประกายลุ่มลึก ทำให้คนที่เห็นต่างรู้สึกถึงกลิ่นอายสังหารไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อเพ่งมองให้ชัดเจนทำให้พวกเขารู้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นคือจิ้นอ๋อง นั่นเอง ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายบิดาและมารดาอย่างละครึ่งของเขาทำให้ดูโดเด่นกว่าผู้อื่น แต่ข่าวลือที่บอกว่าเขานั้นเสียโฉมเลยต้องสวมหน้ากากเอาไว้นั้นอยู่ที่ใด ทุกสายตาต่างก็แสดงความสงสัยออกมาไม่ต่างกัน แต่หยวนชิงหลิงและเซี่ยหวายอีก็มิได้สนใจว่าจะมีผู้ใดให้ความสนใจในตัวของพวกตน ทั้งสองยังคงแสดงท่าทีสงบนิ่งออกมาเช่นเดิม “ฮ่องเต้เสด็จแล้ว” ขันทีที่เฝ้าอยู่ด้านนอกขานขึ้นเสียงดัง ขัดจังหวะความคิดของแต่ละคน ร่างสูงกำยำอยู่ในชุดสีทองอร่ามปักดิ้นทองลวดลายมังกรทยานฟ้า เดินเยื้องย่างเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยท่วงท่าสง่างาม ด้านหลังยังมีไทเฮาและพระสนมอี้เฟยเดินตามมาไม่ห่าง เหล่าขุนนางต่างก็คิดเห็นไปในทางเดียวกัน ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะยังไม่ทรงคลายความพิโรธต่อฮองเฮาเป็นแน่ แม้แต่งานเลี้ยงที่แสนสำคัญเช่นนี้พระองค์ยังไม่ทรงโปรดอนุญาตให้ฮองเฮาออกมาจากตำหนัก องค์ชายใหญ่เซี่ยหยูเทียนมิได้แสดงสีหน้าใดออกมา เมื่อได้ยินขุนนางบางคนเอ่ยวิพากษ์วิจารย์ เรื่องที่เสด็จแม่ของตนถูกเสด็จพ่อลงอาญา ทุกคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ต่างก็คุกเข่าลงเพื่อถวายบังคมต่อผู้ที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน รวมถึงเชื้อพระวงศ์ผู้ติดตาม “ทุกท่านลุกขึ้นเถิด อย่าได้มากพิธีไปเลย เราหาใช่ตัวเอกในงานเลี้ยงของวันนี้ เป็นจิ้นอ๋องต่างหากที่พวกท่านต้องให้ความสนใจ” เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในงานเลี้ยงหันมาให้ความสนใจในตัวเชื้อพระวงศ์หนุ่ม ในหัวของขุนนางเหล่านั้น ต่างก็คิดสรรหาวิธีที่จะได้ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาที่พึ่งจะยอมเปิดเผยใบหน้าผู้นี้เป็นบุตรเขยของตน จิ้นอ๋องที่ถูกเอ่ยถึงมิได้แสดงออกเช่นไร เขายังคงนั่งคลึงจอกเหล้าในมือด้วยใบหน้าเรียบเฉย มีเพียงสายตาของเขาเท่านั้นที่คอยจับจ้องร่างบางที่นั่งอยู่ข้างกายตน เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อม นางระบำร่างอรชรงดงามแต่งด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น แสดงการร่ายรำเพื่อให้ความสำราญแก่ทุกคนภายในงานเลี้ยง หลังจากสิ้นเสียงบรรเลงของดนตรีหยุดลง สาวงามทั้งหลายต่างก็ทยอยเดินออกจากห้องโถงไป “งานเลี้ยงในวันนี้ ที่เราสั่งให้จัดขึ้นก็เพื่อเป็นการตอบแทนเหล่าทหารกล้าที่กรำศึกในสนามรบเพื่อแคว้นเซี่ยของเราอย่างยากลำบาก และผู้ที่มีความดีความชอบที่สุดก็คือแม่ทัพใหญ่อย่างจิ้นอ๋อง ผู้เป็นหลานชายของเรา ดังนั้นวันนี้เราจึงขอมอบลู่ จิวเซี่ยนจู่ สตรีบรรณาการจากแคว้นฉินให้แก่จิ้นอ๋องเพื่อเป็นรางวัล งานแต่งงานของทั้งคู่จะถูกกำหนดขึ้นหลังจากที่หารือเรื่องฤกษ์ยามได้แล้ว” หยวนชิงหลิงได้ยินฮ่องเต้เอ่ยเช่นนั้น นางถึงกับสำลักน้ำชาอย่างเสียงกิริยา เซี่ยหวายอีเห็นนางแสดงออกเช่นนั้นเขาก็รีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้นาง ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกไปด้านหน้าเพื่อ ขอบพระทัยต่อฮ่องเต้ “มิใช่ข่าวลือว่าฝ่าบาทจะรับข้าเข้าวังหลังอย่างนั้นหรือ แล้วนี่มันเรื่องอันใดกัน” หยวนชิงหลิงกระซิบกับเซี่ยหวายอีเสียงเบา หลังจากที่ทั้งสองกลับเข้ามานั่งที่เดิมของตน ร่างสูงขมวดคิ้วมองไปยังร่างบางด้วยท่าทางไม่พอใจ “เจ้าอยากแต่งให้ฮ่องเต้มากกว่าแต่งให้ข้าอย่างนั้นหรือ” เซี่ยหวายอีกระซิบตอบกลับนางเช่นกัน “จะบ้าหรือ ฝ่าบาทอายุมากกว่าท่านพ่อของข้าเสียอีก ที่ข้าถามท่านก็เพราะว่าข้าอยากรู้เท่านั้นเอง ใครใช้ให้คนในวังพากันพูดถึงเรื่องนี้กันเล่า ข้าเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้ ถ้าหากเรื่องราวลงเอยเช่นนี้แล้ว ดูเหมือนว่าที่ฮองเฮาทำไปทั้งหมดคงจะสูญเปล่าแล้ว อีกทั้งตนเองยังต้องมาถูกลงโทษกักบริเวณทั้งที่เรื่องราวมิได้เป็นดั่งที่นางเข้าใจ”“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







