登入จู่ ๆ ฉันดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายยุค 80 ที่มีตอนจบน่าเศร้า ในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้ฉันจะไม่ให้ทุกอย่างจบเหมือนเนื้อเรื่องเดิมฉันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเอง แค่พระเอกคนเดียวฉันไม่ใส่ใจ
查看更多“อื้อ ~”
ฉันใช้ฝ่ามือเล็กดันใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าออกห่างเพื่อสูดอากาศหายใจเข้า หลังจากที่เขาเพิ่งจะจูบสูบวิญญาณไปเกือบห้านาที
“หอเธอ... ไปทางไหน”
“ซอย XX หลังมหาวิทยาลัย”
ไม่ต้องถามว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นความสมัครใจของฉันเองที่จะมีความสัมพันธ์ในคืนนี้
ถามว่าเมาไหม... ตอบได้ว่าเมา
แล้วถ้าถามว่าทำไมต้องเมา
ก็เพราะไอ้คนเฮงซวยคนหนึ่งมันทำฉันเจ็บจนต้องพึ่งพาความเมาอย่างไรล่ะ
ผู้ชายที่คบกันมาห้าปีกว่า มันหักหลังฉันไปมีคนใหม่ ที่จริงเรื่องนี้มันก็ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่วันนี้ฉันเพิ่งรับรู้ว่า 'พี่ดรีม' แฟนเก่าคนนั้นของฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คบกันได้เพียงหกเดือนหรืออาจมากกว่านั้นตอนที่แอบกินกันลับหลังฉัน
“จอดรถหน้าหอได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของคนขับพูดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เรามาถึงหน้าหอ
“ได้ ถ้าแป๊บเดียว”
“นี่เธอกำลังดูถูกฉันอยู่หรือเปล่า” เขาคนนั้นยิ้มออกมาท่าทางกวน ๆ “มันก็ไม่แป๊บเดียวนะ”
“เปล่า หมายถึงถ้าไม่จอดจนถึงเช้าให้เจ้าของหอตื่นมาด่าก่อน” ฉันรีบอธิบายก่อนจะกระชับกระเป๋าไว้ในอ้อมแขนเตรียมลงจากรถ
เขาคือคนที่เพิ่งจะเจอกันในร้านเหล้า เรานั่งคุยกันอยู่นาน ดื่มด้วยอีกสองสามแก้วเพราะเขาก็มาเที่ยวคนเดียว แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันตกลงมากับเขาแบบนี้
ฉันกำลังประชดใครอยู่หรือ
ก็ไม่...
แต่ในเมื่อทำตัวดีแล้วมันไม่ได้ดี ฉันจะดีไปทำไม จะเก็บความซิงไว้ให้ผู้ชายที่เรารักหรือ
...สุดท้ายผู้ชายก็เลือกผู้หญิงที่ง่ายกับเขาอยู่ดี
“พกถุงไหม” ฉันเอ่ยปากถามทันทีที่เราเข้ามาถึงในห้อง พอหันไปมองก็เห็นเขายืนยิ้มมุมปากอยู่
“ฉันไม่ได้ชอบเสี่ยง”
“อืม วันไนต์นะ” คำพูดที่ฉันเหมือนท่องมาค่อย ๆ ปล่อยทีละคำ
“เธอนี่ตลกดีว่ะ” เขาหัวเราะออกมาเหมือนชอบใจ “เดาไม่ออกเลยว่าทำบ่อย หรือไม่เคยทำมาก่อน”
“ไม่เคยทำ” ฉันตอบเบา ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพราะอั้นมาตั้งแต่อยู่บนรถ
พอเดินออกมาก็เห็นหมอนั่นนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงปลายเตียง
แล้วฉันต้องทำอย่างไรต่อ เริ่มก่อนหรืออย่างไรดี เขาก็ไม่ทำอะไรเสียที
“เดินไปเดินมาทำไม” พอเห็นฉันทำตัวไม่ถูกเขาก็เงยหน้าขึ้นจากมือถือ ก่อนจะดึงรั้งข้อมือฉันเข้าไปหาและกระชากลงเตียงจนชุดเดรสสั้นของฉันร่นขึ้นมากองอยู่ตรงขาอ่อนจนเกือบเห็นชั้นใน
หรือเขาอาจจะเห็นแล้วเพราะอยู่มุมนั้น
“ฉันไม่เคย ห้ามรุนแรง”
“ฮะ !” มันน่าตกใจตรงไหน “อำเล่นเหรอ ดูยังไงก็ไม่ใช่”
ก็เหมือนที่เขาว่านั่นละ ฉันเป็นคนที่ชอบแต่งตัวแต่งหน้า ดูแรง ๆ แต่ฉันไม่ใช่คนแรงอะไร คนอื่นมองก็คงคิดว่าฉันผ่านอะไรมาเยอะแล้ว
แต่เปล่า... ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน
เพราะคิดว่าจะเก็บครั้งแรกไว้ให้คนที่ฉันรักและจะแต่งงานด้วย นั่นคือพี่ดรีม แฟนเก่าที่แสนดีของฉัน
แต่ตอนนี้เขาไปแต่งกับคนอื่นเสียแล้ว
“ไม่ได้อำ”
“เหรอ งั้นก็ขอพิสูจน์หน่อย” เขามองสบตากับฉันแล้วยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำ ดูก็รู้ว่านิสัยเจ้าชู้แน่ ๆ สายตาของเขามันบอกอย่างนั้น
ต้องสวมถุงยางสองชั้นไหมนะเพื่อความปลอดภัย
“อื้อ ~” พอพูดจบเขาก็เริ่มพิสูจน์ทันทีอย่างที่ว่าไว้ บดจูบฉันอย่างคนชำนาญ เรื่องจูบฉันพอไหวแต่ถ้ามากกว่านั้นยอมรับว่าไม่เคย
ตอนนี้มือของเขาเริ่มสำรวจไปทั่วร่างกายแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานชุดเดรสสายเดี่ยวของฉันก็ลงไปกองกับพื้น ต่อด้วยบราและแพนตี้ตัวบางที่หล่นร่วงตามไปด้วย
“...” เขาทำหน้านิ่งแต่สายตาสำรวจไปทั่วจนฉันต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วปกปิดบางส่วนไว้ด้วยมือเล็ก ๆ อีกฝ่ายก็จัดการกับเสื้อผ้าของตนเองจนกระทั่งเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้า
“...” ฉันปรายตามองท่อนล่างของเขาเล็กน้อยแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคอ ถึงจะไม่เคยทำมาก่อนแต่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าขนาดของมันไม่ได้เล็กน้อยเลย
“เธอกลัวเหรอ” เขาหัวเราะแล้วขยับตัวลงมาใกล้ ดันเรียวขาฉันขึ้นมาจนชันแล้วอ้ากว้าง
“เปล่า” ฉันพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
เขายิ้มแล้วฝังจมูกลงที่แก้มของฉันก่อนจะเลื่อนลงไปที่ซอกคอ ดูดเม้มเบา ๆ แล้วขยับไปที่เนินอก ฝ่ามือหนานวดคลึงอกสองเต้า ริมฝีปากของเขาก็เข้าครอบครองติ่งเนื้อสีหวานที่แข็งชันขึ้นมา
“อ๊ะ อื้อ ~” มันเจ็บแต่ก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
เขาทำอย่างกับเด็กที่กำลังหิวกระหายอยู่อย่างไรอย่างนั้น ใช้ลิ้นตวัดเลียสลับไปมาสองข้างและกลับมาดูดดึงอีกรอบ
“ครางเลย ไม่ต้องอาย” คนตรงหน้าบอกแล้วเลื่อนมือขึ้นมายังใบหน้าของฉันข้างหนึ่ง อีกข้างเลื่อนต่ำลงไปด้านล่าง
เขาสอดนิ้วกลางเข้ามาในปากของฉันแล้วกระซิบบอกให้ดูดมัน ก่อนที่นิ้วมือด้านล่างจะลากผ่านกลางรอยแยกของกลีบเกสรที่ชื้นแฉะ
“จุดติดง่ายด้วย” เขาพูดแล้วยิ้มมุมปากแบบเดิม ใช้นิ้วบดขยี้เนื้อนูนด้านล่างแล้วจึงค่อย ๆ แทรกเข้ามาในช่องทางคับแคบ
“อื้อ ~” ความรู้สึกเจ็บในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียวอยู่ภายในจนต้องหนีบขาเอาไว้แน่น แต่ก็ถูกเขาดันออกกว้างอีกรอบ
“โอเค ก็ถือว่าไม่ได้โกหก” คำพูดและสีหน้าพึงพอใจนั่นคงหมายถึงที่ฉันบอกเขาไปว่าไม่เคยทำ
แล้วเขาก็เริ่มชักนิ้วเข้าออกอยู่กับช่องทางรักคับแคบของฉัน สร้างความรู้สึกที่ฉันไม่เคยได้รู้จักอยู่นานหลายนาที
ฉันดูดนิ้วที่เขาสอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว สลับกับร้องครางออกมาเพราะเขาเร่งจังหวะด้านล่างขึ้นเรื่อย ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็ดึงนิ้วออกอย่างน่าเสียดาย
ไอ้บ้าเอ๊ย !
“หน้าเธอเหมือนเสียดาย” เขาหยอกล้อแต่ก็เปลี่ยนความเสียดายของฉันเป็นความรู้สึกอื่นแทนที่เมื่อปลายเนื้อนุ่มบางอย่างแตะลงมาที่ช่องทางเปียกชื้นนั้น
“อ๊ะ ! เจ็บ”
“ทนไว้ จะใส่เข้าไปทีเดียว” พูดมาฟังเหมือนง่ายนะ ก็ลองดูแล้วกัน
“...” ฉันพยักหน้าตอบรับ เขาก็เอาส่วนนั้นถูไถขึ้นลงก่อนจะจ่อและกดเข้ามาทีเดียวอย่างที่บอก จนฉันร้องลั่นออกมาทันที “จะ... เจ็บ !!”
มันเข้ามาได้ก็จริงแต่รู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกเป็นเสี่ยง ๆ เลย เจ็บจนเหมือนมีคนเอามีดมากรีดตรงนั้น
“ซี้ด เข้าแล้ว แน่นฉิบ” เขานิ่วหน้าเหมือนตนเองก็เจ็บอยู่เหมือนกันแต่คงไม่เท่าฉันแน่ ๆ
พอเข้ามาได้เขาก็เริ่มขยับ ร่างกายของฉันก็เริ่มขยายตัวให้สิ่งแปลกปลอมนั่นเข้ามาได้ง่ายขึ้น เขาก้มมองดูส่วนนั้นของเราสองคนก่อนจะเงยหน้ามองฉันแล้วโน้มตัวลงมาใกล้
“เลือดเธอออก” ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้คิดสงสาร เอวสอบยังคงเคลื่อนที่ให้ตัวตนของเขาได้เข้าออกในกายของฉัน
“อื้อ เจ็บ... เบา ๆ ได้ไหม”
เขาผ่อนแรงลงตามคำขอแต่ไม่นานนักก็เริ่มหนักหน่วงอีกรอบ
“ถ้าติดใจจะทำไง” คำพูดหยอกล้อของเขาทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าว “แลกไลน์กันไหม”
ไม่รู้ว่าที่พูดนั่นหมายถึงฉันหรือเขาที่จะติดใจ แล้วที่บอกว่าให้แลกไลน์เพราะจะได้กลับมาสนุกกันอีกงั้นหรือ
ฉันพูดชัดแล้วนี่ว่าวันไนต์...
จากจังหวะเนิบนานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนรุนแรงขึ้นสลับกันไปมา ยอมรับว่าชอบทุกอย่างที่เขาทำให้ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ฉันร้องครางไม่เป็นภาษาทั่วห้องที่ถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักชั่วคราวในตอนนี้ เขาเองก็เปล่งเสียงครางพอใจออกมาเหมือนกัน
“ใกล้ยัง” เขาบอกแล้วเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ
“อะ... อะไร”
“ใกล้ถึงยัง จะได้แตกพร้อมกัน” เขาพูดเสียงพร่า เอวสอบก็อัดกระแทกเต็มแรง
“มะ... ไม่รู้ อื้อ ๆ” ไม่รู้ว่า 'ถึง' ของเขามันรู้สึกอย่างไร แต่ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกเคว้งคว้างในท้องน้อยและเหมือนกำลังปวดฉี่อยู่เลย “คงใกล้ ละ... แล้วมั้ง”
เสียงของฉันสั่นไปตามแรงกระแทกของเขา ร่างกายก็โยกคลอนตามไปด้วย
“อืม”
เขาตอบแค่นั้นก่อนจะเน้นจังหวะหนักหน่วงลงมาใส่ฉันจนในที่สุดฉันก็ถึงอย่างที่เขาบอกและเขาเองก็เกร็งกระตุกไปพร้อมกับฉันเช่นกัน
ตอนที่ 32 ความเจ็บปวดที่งดงามเสี่ยวหลิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอคิดว่าตัวเองจะตายไปแล้วเสียอีก ความเจ็บปวดของการเบ่งลูกเป็นการเจ็บปวดเจียนตายจริง ๆ แต่ทว่าเมื่อได้ยินเสียงร้องของลูกน้อย เธอแทบลืมความเจ็บปวดนั้นไปจนหมดสิ้น“ตื่นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้างเจ็บแผลมากหรือเปล่า” “แม่ไป๋มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”“ฉันมาตั้งแต่เธอเข้าห้องคลอดแล้วล่ะ เหนื่อยมากสินะเธอหลับตั้งแต่คลอดลูกเสร็จและตื่นขึ้นในอีกวันเลย ฉันเฝ้าเธอทั้งคืนกลัวว่าเธอจะไม่ตื่นมาซ่ะแล้ว เกือบจะออกไปตามหมอมาตรวจดูเธอดีนะที่เธอตื่นขึ้นมาก่อน”“แล้วลูกละคะ เด็กเป็นอย่างไรบ้าง”“นี่ไงเล่าเจ้าตัวเล็ก ดีที่มีพยาบาลมาคอยช่วยดูและป้อนนมให้ไม่อย่างนั้นคงร้องทั้งคืน ส่วนเทียนเฉินเขาจะเฝ้าเธออยู่ที่นี่แต่ฉันไม่ไว้ใจกลัวจะดูแลกันไม่ดี แถมยังไม่เคยเลี้ยงเด็กอีกด้วยเลยให้กลับไปพักที่บ้านนะ นี่ก็คงจะเดินทางมาแล้วล่ะคงนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ ๆ” แม่ไป๋อุ้มเด็กทารกตัวเล็กแต่เนื้อหนังเต็มไม้เต็มมือแถมยังมีแก้มที่ใหญ่จนแทบปิดจมูกหน้าตาน่าเกียจน่าชังมาวางไว้ที่แขนของเสี่ยวหลิงให้เธอได้กอดลูกสาว วินาทีนั้นน้ำตาของเธอไหลรินออกมาด้วยความตื้นตันเมื่อเห็น
ตอนที่ 31 หนีไม่พ้นกฎหมายเทียนเฉินเห็นมู่หวางฉีหลบเขารีบพาเสี่ยวหลิงมาหลบหลังรถเช่นเดียวกัน พวกพ้องของคุณพ่อก็รีบพากันหลบกระสุนกลัวจะโดนลูกหลง เสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาจอดหน้าทุกคนพร้อมทหารหลายนายถืออาวุธมาเต็มมือไปหมด“ฉันคือนายพลเว่ยถิงชิง ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของเขตมณฑลเจียงซีและมณฑลเติ่งหัว วางอาวุธและยอมจำนนแต่โดยดีหากไม่อยากสูญเสียไปมากกว่านี้ ไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้ทหารของหน่วยเราล้อมรอบไว้หมดแล้ว” นายพลเว่ยเดินลงรถมาอย่างไม่เกรงกลัว เทียนเฉินเริ่มมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของเขามาช่วยทันเวลาพอดี“ฮ่า ฮ่าคิดว่าใครที่แท้ก็นายพลเว่ยนี่เอง เรื่องที่เกิดขึ้นมันแค่เรื่องเข้าใจผิดและเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เห็นต้องให้ท่านนายพลมาที่นี่ด้วยตัวเองเลย”“เลิกพูดจาไร้สาระยังไม่รู้ตัวอีกหรือที่ฉันมาที่นี่เพราะอะไร อาวุธที่ถืออยู่เป็นอาวุธที่ไม่มีใครสามารถมีได้ง่าย ๆ มองจากสายตาแล้วไม่ใช่มีแค่อันเดียวลูกน้องด้านหลังก็ยังถืออาวุธสงครามครบมือ แบบนี้เรียกเล็กน้อยหรือ ? ตอนนี้ทางการมีหลักฐานที่คุณไปจับมือกับองค์กรมืด ฉันได้ดำเนินการจัดการตัดแขนตัดขาทุกเส้นทางแล้ว ยอมจำนนเสียเถอะอย่า
ตอนที่ 30 ช่วยเสี่ยวหลิงตอนนี้ทุกคนรู้ที่อยู่ของเสี่ยวหลิงผ่านซ่งเถา บอดี้การ์ดที่มีฝีมือต่างพากันเดินทางไปช่วยเหลือเสี่ยวหลิงไป๋ฟู่หนานสั่งให้คุณนายไป๋รออยู่ที่บ้านเผื่อว่านายพลเว่ยจะเข้ามาจะได้บอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้นให้เขารีบตามไปช่วยอีกแรง ส่วนเขารีบไปหาเพื่อนที่ร้านบะหมี่ ความเป็นเพื่อนเมื่อเห็นเพื่อนเดือดร้อนขอความช่วยเหลือรีบสั่งให้ภรรยาปิดร้านเขากับพรรคพวกแก๊งมังกรบะหมี่ไฟพากันยกพวกไปช่วยเสี่ยวหลิงอีกแรงโกดังร้าง“นังเสี่ยวหลิงเป็นยังไงบ้างอดข้าวอดน้ำมาทั้งวันยังแรงดีอยู่มั้ย”“เมื่อครู่ผมเข้าไปดูเหมือนว่าตอนนี้จะดูอิดโรยหมดแรงไปแล้วครับ” “เอาน้ำไปสาดมันสิ เมื่อเช้ายังปากดีอยู่เลย”“ได้ครับท่าน” มู่หวางฉีเดินเข้ามาเห็นสภาพของเสี่ยวหลิงที่นั่งพิงเสาอยู่ริมฝีปากแห้งเหือดขาดน้ำ เขาเดินไปเอาเท้าเขี่ยเธอเพื่อเรียกให้เธอตื่น“นี่นังเสี่ยวหลิงอย่ามาสำออย อดน้ำอดข้าวยังไม่ถึงวันเลยจะมาตายง่าย ๆ อย่างนี้ได้ยังไง” แท้ที่จริงเสี่ยวหลิงไม่ได้อดอย่างที่มู่หวางฉีเข้าใจแต่เธอแค่แสร้งเท่านั้น มีมิติจะปล่อยให้ตัวเองอดอยากทำไมกัน เธอวางแผนที่จะหนีในคืนนี้ด้วยการนำยาสลบแบบควันโยนใส่ชายฉกรรจ์ที่เ
ตอนที่ 29 รู้ที่อยู่ของเสี่ยวหลิงร้านบะหมี่เก่า ๆ แต่มีคนเข้าตลอดทั้งวัน ขายดิบขายดีเพราะความอร่อย ไป่ฟู่หนานนั่งลงที่เก้าอี้หมางเฟยเดินออกมาต้อนรับเมื่อเห็นใบหน้าของสหายเก่าเขายิ้มกว้างพูดเสียงดังเดินเข้ามากอดด้วยความคิดถึง“โฮ๊ะ ๆ คิดว่าใครที่แท้ก็สหายเก่าของฉันนี่เอง สบายดีมั้ยเป็นยังไงมายังไงถึงได้มาที่นี่ได้”“ฉันสบายดีแต่ตอนนี้เริ่มไม่สบายแล้วที่มาวันนี้เพราะอยากขอความช่วยเหลือจากนายสักหน่อย”“นายต้องการให้พ่อค้าขายบะหมี่ช่วยเหลืออะไร นายมันร่ำรวยเป็นเจ้าของโรงงานใหญ่โตคงมิใช่มายืมเงินหรอกนะ ฮ่า ฮ่า” ตามประสาเพื่อนหมางเฟยพูดทีเล่นทีจริงแต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเคลียดของเพื่อนกลับหุบยิ้มทันทีและเรียกหาภรรยา“เว่ยเว่ยช่วยดูหน้าร้านให้ฉันสักครู่ก่อนนะ ส่วนนายตามเข้ามา” เนื้อเสียงเปลี่ยนไปเป็นนิ่งเรียบเดินนำหน้าไป๋ฟูหนานเข้าไปด้านใน"เรื่องอะไรที่ทำให้นายไม่สบายใจ"“ตอนนี้ลูกสะใภ้ของฉันถูกจับตัวไป ฉันไปแจ้งความก็เหมือนไม่ได้ช่วยอะไร ก่อนหน้านี้ครอบครัวของฉันีปัญหากับตระกูลมู่ นายรู้บ้างมั้ยว่าตระกูลมู่ติดต่อกับองค์กรมืดฉันอยากจะให้นายช่วยตามหาลูกสะใภ้ฉันที ตอนนี้เธอท้องแก่ใกล้คลอดฉัน
評論