แชร์

ตอนที่ 101 สองสามีภรรยา

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:31:50

51 2-2

                  ตอนที่ 101 สองสามีภรรยา

                  รูปลักษณ์ภายนอกของตัวสินค้าและการตลาด เป็นศาสตร์สองอย่างที่แยกขาดจากกันไม่ได้

                  โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักเรียนและคนงานผู้หญิง บางทีสิ่งที่คนเหล่านั้นเสพจริงๆอาจไม่ใช่รสชาติเสมอไป แต่เป็นกระแสนิยมที่ทุกคนต้องถือผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ ‘ชาคุณแม่’ ซึ่งเอกลักษณ์ของมันอยู่ที่บรรจุภัณฑ์ นี่คือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ทันได้คำนึงถึง

                  นั่นจึงเป็นคำตอบว่า ต่อให้มีสินค้าลอกเลียนแบบเข้าสู่สนามธุรกิจ แต่เหตุใดหลินจิงซูยังคงสามารถกุมชัยชนะไว้ได้!

                  ด้วยเหตุนี้เอง หลินจิงซูจึงให้ความสำคัญและมุ่งเน้นกับการออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์ให้ดูสวยเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น เพราะจงอย่าได้ลืมว่า โลโก้สินค้าก็เป็นอีกส่วนสำคัญหนึ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่าที่สูงขึ้นให้แบรนด์นั้นๆด้วย

                  และเป็นไปอย่างที่หลินจิงซูคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ของปลอมของลอกเลียนแบบทั้งหลายที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ก็ได้อันตรธานหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย และตรงกันข้าม หลังจากเหตุการณ์นี้ ยอดขายของร้านเธอก็ยิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นจนทุบสถิติเดิมอย่างรวดเร็ว!

                  ครั้งนี้เธอแอบสังเกตเห็นว่า ติงเสวี่ยเหม่ยดูไม่ค่อยจะประหลาดใจต่อปรากฏการณ์การล้มหายตายจากของสินค้าลอกเลียนแบบเท่าไหร่นัก หลินจิงซูจึงแอบหยอดคำถามไปว่า

                  “แม่คะ ก่อนหน้านี้แม่ดูวิตกกังวลมากไม่ใช่เหรอคะ? แต่พอของลอกเลียนแบบหายไปหมด ทำไมแม่ถึงดูเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะคะ?”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยส่งยิ้มให้กับหลินจิงซู พร้อมตอบกลับอย่างใจเย็นว่า

                  “ถึงแม้แม่จะไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจเท่าไหร่นัก แต่แม่คนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักหาความรู้ใส่หัวเลยนะ”

                  “โอ้? นี่แม่ไปศึกษามาจากหนังสือเล่มไหนคะเนี่ย?”

                  หลินจิงซูเอ่ยถามติงเสวี่ยเหม่ยอีกครั้ง เธอรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับคำตอบของผู้เป็นแม่ 

                  “ไม่ใช่หนังสือเล่มไหนหรอก แต่เป็นลุงหวังต่างหากล่ะ ตอนที่แม่กำลังเครียด ก็เป็นเขานี่แหละที่เดินมาปลอบว่า อีกไม่กี่วันพวกตั้งร้านเลียนแบบก็จะทยอยปิดกันไปเอง ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดหามาตรการรับมืออะไรทั้งนั้น”

                  หลินจิงซูยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปใหญ่ ปรากฏว่าหวังหลิวก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มองเกมธุรกิจครั้งนี้ได้ขาดเช่นกัน?

                  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ติงเสวี่ยเหม่ยก็มักจะขอคำแนะนำจากหวังหลิวเสมอ เพราะในอดีตหวังหลิวเคยประกอบธุรกิจขนาดเล็กมาแล้วมากมาย แม้สุดท้ายหลังหักลบกลบหนี้แล้ว จะนับว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรก็ตาม อีกทั้งยังมีหนี้สินติดตัว แต่ก็มีหนึ่งสิ่งสำคัญที่ได้ติดตัวมาก็คือ บทเรียนและประสบการณ์อันล้ำค่าในด้านธุรกิจนั่นเอง

                  ติงเสวี่ยเหม่ยชอบเสาะหาเวลาว่างสนทนากับเขาเป็นที่สุด เพราะเธอเองก็ต้องการพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้ เผื่อจะได้ช่วยเหลือลูกสาวอีกแรง

                  ตัวหวังหลิวเองก็ไม่เคยหวงวิชาความรู้ใดๆ ไม่ว่าติงเสวี่ยเหม่ยอยากรู้เรื่องอะไร เขาก็มักจะอาสาสอนให้ด้วยความเต็มใจ

                  ทางด้านหลีหลี่เองก็ค่อนข้างสนิทสนมกับติงเสวี่ยเหม่ยเช่นกัน

                  หลีหลี่เป็นหญิงแกร่งสู้ชีวิต วันไหนที่ลูกค้ามาเยอะเป็นพิเศษ ก็เป็นเธอนี่ล่ะที่อาสาทำอาหารอร่อยๆ มาให้ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูได้เติมพลัง

                  วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างติงเสวี่ยเหม่ยกับหลีหลี่ก็พัฒนากลายเป็นเพื่อนสนิท พวกเธอมักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันในหลายๆเรื่อง บางทีถึงขั้นชักชวนอีกฝ่ายออกไปจับจ่ายซื้อของด้วยกันในยามว่าง

                  หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยสร้างยอดขายจากธุรกิจนี้ได้เป็นกอบเป็นกำ และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย เมื่อสบโอกาสเหมาะๆ สองแม่ลูกก็มักจะซื้ออาหารอร่อยๆจากภัตตาคารมานั่งรับประทานด้วยกัน ถือเป็นการมอบรางวัลชีวิตให้แก่ตนเอง

                  วันนี้เองก็เช่นกัน หลังจากซื้ออาหารจานหรูเข้าบ้าน ติงเสวี่ยเหม่ยก็วิ่งไปเรียกหวังหลิวกับหลีหลี่ให้มาร่วมทานด้วยกัน

                  ภายหลังมื้ออาหาร หลีหลี่เข้าครัวไปช่วยติงเสวี่ยเหม่ยเก็บกวาดล้างจาน ในขณะที่หลินจิงซูก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องนั่งเล่น

                  ก่อนที่เธอจะเกิดใหม่ในชาตินี้ หลินจิงซูแทบไม่เคยสนใจข่าวสารบ้านเมืองใดๆเลย เพราะรู้สึกอยู่เสมอว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องไกลตัว ทว่าชีวิตนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะเธอต้องการใช้  ‘ทักษะการล่วงรู้อนาคต’ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นการอ่านข่าวตามเหตุการณ์บ้านเมืองให้ทัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดเสียไม่ได้            

                  หวังหลิวสังเกตเห็นสาวน้อยที่กำลังนั่งเปิดกางหนังสือพิมพ์อ่านอย่างขะมักเขม้น จึงได้ร้องถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า

                  “คุณหนูจิงซู อ่านหนังสือพิมพ์จริงจังมากเลยนะครับ มีตรงไหนที่ช่วยทำให้ร่ำรวยได้บ้างครับเนี่ย?”

                  ได้ฟังเช่นนั้น หลินจิงซูก็แอบขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมคำถามของหวังหลิวถึงได้ฟังดูแปลกพิกล? แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไร และเพียงตอบกลับไปตามมารยาท

                  “ไม่มีใครมาป่าวประกาศเคล็ดลับความร่ำรวยให้โลกรู้หรอกค่ะ หนูก็แค่อ่านผ่านๆเท่านั้น”

                  หวังหลิวหัวเราะไปพลางพูดไปพลางว่า

                  “ผมได้ยินจากคุณผู้หญิงติงว่า คุณหนูมีสูตรทำชานมที่อร่อยและน่าทึ่งมาก รู้ตัวมั้ยครับว่า คนที่มีพรสวรรค์อย่างคุณหนู ทั่วทั้งโลกใบนี้มีไม่ถึงพันคนด้วยซ้ำไป!”

                  หลินจิงซูไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับคำพูดประโยคนี้ของหวังหลิวเท่าไหร่นัก แต่เธอค้นพบสิ่งผิดปกติบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่แทน เธอขมวดคิ้วและถามขึ้นทันทีว่า

                  “คุณแม่พูดอะไรเกี่ยวกับหนูงั้นเหรอค่ะ?”

                  หวังหลิวเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนเองชักจะพูดมากเกินไปแล้ว เขาจึงหัวเราะเสียงแห้งแก้เขินสองสามที

                  “แหะ แหะ ก็แค่ชอบชมคุณหนูให้ฟังเท่านั้นล่ะครับ”

                  ภายในใจของหลินจิงซูเริ่มรู้สึกหัวเสียอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที แต่ทว่าภายนอกยังคงยิ้มแย้มต่อหน้าหวังหลิว

                  ทันทีที่หวังหลิวกับหลีหลี่กลับไป หลินจิงซูก็รีบตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อตามหาตัวติงเสวี่ยเหม่ยทันที พบว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งเคี่ยวไข่มุกที่กำลังเดือดปุดๆอยู่ในหม้อใบใหญ่ หลินจิงซูถึงกับใจหายวูบ ร้องถามขึ้นมาทันทีว่า

                  “แม่ ทำไมมาต้มเม็ดไข่มุกในเวลานี้ล่ะคะ?”

                  “ก็หลีหลี่บอกว่าเม็ดไข่มุกที่เก็บไว้ใกล้จะหมดแล้ว เธอกลัวว่าจะไม่พอสำหรับขายในวันพรุ่งนี้ เลยบอกแม่ให้ทำเตรียมไว้ล่วงหน้า”

                  “แล้วป้าหลีเห็นขั้นตอนการทำไข่มุกรึเปล่าคะ?”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยเคี่ยวไข่มุกในหม้อไปด้วยพร้อมกับพยักหน้า

                  “ก็ต้องเห็นสิ พวกเราช่วยกันทำออกบ่อย ป้าหลี่ของลูกไม่ใช่คนอื่นคนไกล แค่เห็นวิธีการทำแค่นี้จะเป็นอะไรไป?”

                  “ทำไมแม่พูดเหมือนกับว่ามันไม่สำคัญล่ะ? หนูเคยเตือนแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าห้ามไม่ให้ใครรู้หรือเห็นกระบวนการทำเม็ดไข่มุกของเราเด็ดขาด! แม่เองก็รู้ว่าจริงๆแล้วเม็ดไข่มุกมันทำง่ายขนาดไหน แล้วยังจะให้ป้าหลีเห็นอีกเหรอคะ?”

                  “นี่ลูกหมายความว่ายังไง? ป้าหลีกับลุงหวังไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”

                  ถึงจะพูดแบบนั้นออกไป แต่ทว่าภายในใจของติงเสวี่ยเหม่ยกลับรู้สึกผิดอย่างมากหลังถูกหลินจิงซูตำหนิ กระทั่งมือไม้ที่กำลังเคี่ยวกวนไข่มุกก็ยังเคลื่อนไหวช้าลงตาม

                  เดิมที ติงเสวี่ยเหม่ยค่อนข้างระแวงสองสามีภรรยาคู่นี้อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มสนิทสนมแน่นแฟ้น จนกระทั่งเลื่อนสถานะกลายมาเป็นเพื่อนในท้ายที่สุด ดังนั้นแล้ว วินาทีแรกที่หลินจิงซูพูดจาเสมือนให้ร้ายพวกเขาทั้งคู่ เธอจึงต้องออกหน้าปกป้องเป็นธรรมดา

                  แต่กระนั้นเอง เมื่อเริ่มคิดทบทวนดูดีๆ ติงเสวี่ยเหม่ยก็เริ่มหวั่นใจบ้างแล้วเช่นกัน…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status