เข้าสู่ระบบ58 1-2
ตอนที่ 114 คมตัดคม (1)
ทว่าช่างน่าสงสาร อู๋ซิ่วเหลียนมีความสุขได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก่อนจะพบกับความผิดปกติครั้งใหญ่ จู่ๆยอดขายชานมไข่มุกของร้านเธอก็ตกฮวบแทบไม่เหลือ!
หลังจากตะเวนสอบถามสืบหาข่าวสารจนทั่วแล้ว ในที่สุด เธอและหลินเสวี่ยก็ค้นพบสาเหตุที่แท้จริง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีร้านขายชานมไข่มุกนับสิบร้านผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั้งในตัวเมืองและชานเมือง และแต่ละร้านต่างก็มีรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน พูดง่ายๆก็คือ ไม่มีใครสนใจร้านของอู๋ซิ่วเหลียนอีกต่อไป
ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ร้านของอู๋ซิ่วเหลียนก็ไม่สามารถทำกำไรได้อีกเลย สิ่งที่ตามมาก็คือตัวเลขสีแดงที่ค่อยๆติดลบเพิ่มขึ้นบนหน้าบัญชี
แต่เริ่มเดิมที ย่าอู๋มีหน้าที่คอยจัดการเรื่องการทำบัญชีและเก็บเงิน แต่เป็นเวลากว่าสองวันติดต่อกันแล้วที่อู๋ซิ่วเหลียนไม่ได้นำเงินมาให้ โดยให้เหตุผลไปตามความจริงว่า ช่วงนี้ร้านไม่สามารถกำไรได้เลย แต่ทว่าย่าอู๋กลับไม่เชื่อและคิดเองเออเองว่า อู๋ซิ่วเหลียนแอบยักยอกเงินในร้านค้าไป ภาพบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งท้ายที่สุดต่างฝ่ายต่างก็ระเบิดออกมา กลายเป็นศึกทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่ชนิดระเบิดภูเขาเผากระท่อมเลยทีเดียว!
ตลอดทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในบ้านตระกูลหลิน มีป้าผางที่คอยทำหน้าที่เป็นหน่วยสืบข่าวกรองแห่งมาตุภูมิ เป็นสายข่าวคอยรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้แก่ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูฟังอยู่เป็นระยะๆ
แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น ติงเสวี่ยเหม่ยกลับไม่มีท่าทียินดีในความโชคร้ายของคนตระกูลหลินเลยแม้แต่น้อย เธอปั้นสีหน้าเป็นกังวล แล้วรีบหันไปถามหลินจิงซูอย่างอดไม่ได้ว่า
“ซูซู คิดว่าคนพวกนั้นจะมาสร้างปัญหาให้เราอีกรึเปล่า? เพราะพวกเราเองที่…”
ติดที่ว่ามีป้าผางร่วมวงสนทนาอยู่ตรงนี้ด้วย ติงเสวี่ยเหม่ยจึงไม่กล้าเปิดเผยอะไรออกไปมากนัก
หลินจิงซูยิ้มพร้อมบอกกับติงเสวี่ยเหม่ยไปว่า
“แม่คะ ป้าผางไม่ใช่คนอื่นคนไกลซะหน่อย ระหว่างเราไม่จำต้องเป็นมีเรื่องปิดบังกันหรอกค่ะ”
ได้ฟังเช่นนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยจึงรับอาสาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ป้าผางฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
ถูกต้องแล้ว แผนการที่แท้จริงของหลินจิงซูตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ใช่การเปิดธุรกิจขายชานมด้วยตนเอง
แต่…เป็นการเปิดแฟรนไชส์!
หลังจากที่หลินจิงซูยื่นเรื่องขอจดลิขสิทธิ์ในตอนนั้น ในที่สุดเธอก็ได้รับเอกสารแสดงเครื่องหมายการค้าเป็นของตัวเอง ต่อมา เธอก็ได้ขายสูตรชานมไข่มุกของตนให้กับพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ที่ในอดีตเคยพยายามที่จะเปิดร้านเลียนแบบเธอ
และเพราะเหตุใดเธอถึงตั้งเป้าขายแฟรนไชส์ให้คนพวกนี้น่ะเหรอ? เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก!
เพราะคนกลุ่มนี้ตระหนักดีอยู่แล้วว่า ธุรกิจชานมไข่มุกนั้นทำกำไรได้มากมายมหาศาลเพียงใด เห็นเงินกองโตอยู่ต่อหน้าแบบนี้ ใครบ้างจะไม่กล้าลงทุนล่ะ? หลังจากที่คนเหล่านี้ได้รับคำแนะนำจากหลินจิงซู พวกเขาก็แยกย้ายกระจายกันไปตั้งแผงขายชานมไข่มุกตามจุดสำคัญต่างๆ อาทิเช่นหน้าโรงเรียนหรือข้างโรงงานเป็นต้น และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คาดไว้ กิจการของพวกเขาล้วนมีกระแสตอบรับที่ดียิ่ง
พ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนั้นต่างให้การชื่นชมในความฉลาดของหลินจิงซู
เมื่อป้าผางได้รับฟังเรื่องราวและยังได้ทราบอีกว่า แผนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นความคิดของสาวน้อยที่ชื่อหลินจิงซูทั้งสิ้น เธอถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง อีกทั้งยังรู้สึกชื่นชมสาวน้อยคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะได้ยินหลินชิงอี้บ่นอยู่เสมอว่า หลินจิงซูโง่ไม่มีสมอง ฉลาดไม่ได้ครึ่งหนึ่งของหลินเสวี่ยด้วยซ้ำ วันๆเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่สุงสิงกับใคร แต่เขาหารู้ไม่ว่า หลินจิงซูในตอนนี้สามารถเอาชนะหลินเสวี่ยได้อย่างสบาย ไม่ใช่สิ…ต่อให้เอาหลินเสวี่ยอีกสักสิบคนมามัดรวมกัน ก็ยังต้องเสียรู้ให้กับหลินจิงซูอยู่ดี! และจุดแข็งที่สุดของสาวน้อยคนนี้ที่นอกเหนือจากความเฉลียวฉลาดแล้ว ก็คือจิตใจที่เด็ดขาดเด็ดเดี่ยวไร้ปราณีของเธอ!
นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ป้าผางทั้งรู้สึกตกใจและโล่งอกในเวลาเดียว โชคดีแค่ไหนที่เมื่อครั้งติงเสวี่ยเหม่ยยังอยู่ในบ้านตระกูลหลิน เธอไม่หูเบาหลงเชื่อคำยั่วยุของอู๋ซิ่วเหลียน ไม่อย่างนั้นแล้ว เธอไม่รู้เลยว่าตัวเธอในตอนนี้จะมีสภาพเป็นอย่างไร!
เพราะใครก็ตามที่ถูกสาวน้อยที่ชื่อหลินจิงซูออกโรงเล่นงาน พูดได้เลยว่าคนๆนั้นต้องดวงซวยขั้นสุดขีด!
เวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์หลังจากนั้น ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ติงเสวี่ยเหม่ยคาดเดาไว้ไม่มีผิด อู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ต่างพากันบุกมาถึงบ้านของพวกเธอเพื่อหาเรื่องโดยเฉพาะ!
“นังตัวซวย! ออกมาเดี๋ยวนี้! ออกมาพร้อมกันทั้งนังแม่นังลูกนั่นแหละ!!”
ย่าอู๋ยืนตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าบ้าน พร้อมหวดกำปั้นหนักเคาะประตูเสียงดังตึงตัง เห็นว่าด้านในปราศจากการตอบสนองใดๆ เธอก็คำรามสาปแช่งต่อ
“ฉันบอกให้ออกมาเดี๋ยวนี้!! ถ้ายังไม่ออกมา ฉันจะจุดไฟเผาบ้านของพวกแกให้วอดเลยคอยดู! รู้เอาไว้เลยนะพวกสัตว์นรก1 พวกแกเล่นผิดคนแล้วที่กล้าหลอกลวงฉัน! คนอย่างฉันน่ะไม่ใช่พวกอ่อนแอที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ!”
“นังติงเสวี่ยเหม่ย! ยังเห็นพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่รึเปล่า? ทำไมต้องใจร้ายรังแกพวกเราสามคนถึงขนาดนี้ด้วย! ชอบมากนักรึไงที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นแบบนี้!!”
“หลินจิงซู! นังเด็กเวร! จิตใจของแกต้องอำมหิตขนาดไหน ถึงกล้าช่วยแม่ตัวเองวางแผนโกงพวกเราแบบนี้! แกเองก็เป็นคนตระกูลหลินไม่ใช่รึไง? ยางอายน่ะยังมีอยู่รึเปล่านังเด็กชั่ว! ตอนที่ติงเสวี่ยเหม่ยมันคลอดแกออกมา ฉันน่าจะจับแกโยนลงส้วมให้ตายๆไปซะ! ออกมานะ! พวกแกออกมาเดี๋ยวนี้!!”
สองคนนั้นยืนร้องตะโกนโวยวายอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่แล้วก็ปราศจากวี่แววว่าติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูจะออกมาเปิดประตูให้
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







