เข้าสู่ระบบ58 2-2
ตอนที่ 115 คมตัดคม (2)
เวลาพ้นผ่านไปนานยังไร้เงาของสองแม่ลูก อู๋ซิ่วเหลียนเริ่มวิตกกังวลอย่างหนัก หันไปพูดกับย่าอู๋ด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“แม่คะ! วิธีนี้น่าจะใช้ไม่ได้ผล! ถ้าพวกมันไม่ยอมเปิดประตู เราก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย!”
เดิมที ทั้งคู่มาด้วยความห้าวหาญฮึกเหิม แต่ทว่าในตอนนี้ พวกเธอทั้งสองคนต่างก็เริ่มเวียนศีรษะหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเพราะแสงอาทิตย์ที่แรงจัด
โดยเฉพาะย่าอู๋ที่อายุมากแล้ว แต่ต้องมายืนร้องตะโกนกลางแดดร้อนๆเป็นเวลานานแบบนี้ อาการวิงเวียนของเธอก็ชักจะรุนแรงหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีอู๋ซิ่วเหลียนคอยช่วยประคับประคองอยู่ในเวลานี้ เกรงว่าหญิงชราคงจะหน้าทิ่มไปคุยกับพื้นดินแล้ว
“แม่คะไม่ได้การแล้ว! ให้หนูไปบอกพี่ชิงอี้ไปตามคนในตระกูลหลินมาช่วยอีกแรงดีมั้ยคะ? เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงสมาชิกทุกคนในตระกูลหลิน หนูมั่นใจว่าพวกเขาพร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับเราแน่นอน”
อู๋ซิ่วเหลียนกัดฟันเสนอความเห็นกับย่าอู๋ ปั้นสีหน้าแสดงความเกลียดชังรุนแรง
ย่าอู๋เดือดดาลจนริมฝีปากสั่นเทิ้มไม่หยุด ประกายตาเฒ่าชราคู่นั้นเฉียบคมประดุจใบมีดที่กำลังเสียบทะลุใส่ร่างอู๋ซิ่วเหลียน เธอชี้หน้าอีกฝ่ายพร้อมด่ากราดขึ้นทันที
“เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแกแท้ๆนังโง่! ดันหูเบาไปเชื่อพวกมันจนลากฉันไปตกหลุมพรางด้วยอีกคน! ฉันนึกไว้อยู่แล้วเชียว! นังสัตว์นรกสองตัวนั่นเคยมีเจตนาดีกับเราที่ไหนกัน? เป้าหมายของพวกมันคือบ้านติดริมแม่น้ำหลังนั้นตั้งแต่แรก! ฉันไม่น่าเชื่อใจคนสมองกลวงอย่างแกเลย!”
อู๋ซิ่วเหลียนยืนปั้นหน้าดำทมิฬด้วยความโกรธจัด สาดสายตาเกลียดชังปะทะใส่หญิงชราผู้แสนไร้ยางอายตรงหน้า เห็นอยู่ชัดๆว่า ย่าอู๋เองก็ละโมบหิวเงินไม่ต่างจากเธอ และต้องการที่จะฮุบธุรกิจชานมไข่มุกของสองแม่ลูกนั่นใจจะขาดเหมือนกัน แต่ตอนนี้ กลับโยนความผิดปาขี้ใส่เธอคนเดียว คำพูดคำจาที่หลุดจากปากราวกับว่าต้องการให้เธอรับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว
เร่งระงับเพลิงโทสะที่เดือดพล่านในใจ เธอพยายามประนีประนอม
“แม่คะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทะเลาะกันเอง ต้องรีบหาทางแก้ไขปัญหาตรงหน้าโดยเร็วที่สุดก่อน หรือจะปล่อยให้พวกมันแม่ลูกโกงบ้านหลังนั้นของเราไปเฉยๆ?”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะออกไปขอความช่วยเหลือจากสมาชิกตระกูลหลินคนอื่นๆนั้น จู่ๆก็มีตำรวจสวมเครื่องแบบสองนายปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
“สวัสดีครับ พวกเราเพิ่งได้รับแจ้งจากชาวบ้านแถวนี้ว่า มีคนพยายามมาก่อความวุ่นวายขึ้นที่นี่ ขอความร่วมมือพวกคุณสองคน ตามพวกเราไปที่สถานีตำรวจด้วยครับ”
ทันทีที่ย่าอู๋ได้ยินแบบนั้น ความหวาดกลัวเกินบรรยายก็ได้บังเกิดขึ้นภายในใจของหญิงชรา ภายใต้อารมณ์ตื่นตระหนกสุดขีด เธอรีบชี้นิ้วโบ้ยไปทางอู๋ซิ่วเหลียนทันทีพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“เป็นเธอค่ะที่สร้างความวุ่นวาย! นังผู้หญิงเลวคนนี้บังคับขู่เข็ญพาฉันมา! ส่วนฉันก็แค่คนแก่คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลยค่ะ! คุณตำรวจ ถ้าจะจับก็จับเธอไปเลยค่ะ!!”
อู๋ซิ่วเหลียนได้แต่ตะลึงงัน ไม่คิดไม่ฝันว่าย่าอู๋จะมาทรยศหักหลังกันเร็วขนาดนี้ เมื่อใดสถานการณ์ได้เปรียบ นังแก่หนังเหนียวคนนี้กลับแหกปากเห่าเก่งเป็นที่สุด! แต่พอแผนการพังทลายไม่เป็นท่า กลับโบ้ยความผิดให้คนอื่นหน้าตาเฉย พร้อมจะสละเรือเอาตัวรอดตลอดเวลา!
เป็นอีกครั้งที่อู๋ซิ่วเหลียนต้องพยายามระงับโทสะในใจลง เธอกัดฟันเอ่ยอธิบายต่อหน้าตำรวจทั้งสองนายอย่างใจเย็นว่า
“คุณตำรวจคะ เราสองคนไม่ได้มีเจตนาจะมาก่อความวุ่นวายแถวนี้ แต่เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะสองแม่ลูกที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ค่ะ พวกเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมมาฉ้อโกงบ้านและที่ดินของพวกเราไป พวกเราก็เลยอยากจะมาคุยให้รู้เรื่องค่ะ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจเพื่อเข้ารับการสอบปากคำ และจากประสบการณ์ครั้งที่แล้ว ได้ทำให้อู๋ซิ่วเหลียนสงบสติได้มากขึ้น เมื่อต้องต้องเผชิญหน้ากับพวกตำรวจเหมือนอย่างในคราวนี้
ย่าอู๋เห็นว่าสถานการณ์พอมีหวัง เธอจึงรีบผงกศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมพูดยืนยันอีกแรง
“ใช่ค่ะคุณตำรวจ! นังสารเลวสองแม่ลูกที่โกงบ้านกับที่ดินของฉันไป มันอาศัยอยู่ที่นี่ค่ะ! คุณตำรวจรีบบุกเข้าไปจับตัวพวกมันเลยค่ะ! อย่าปล่อยให้คนร้ายหนีไปได้!!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับส่ายหน้า พูดขึ้นอย่างละเหี่ยใจว่า
“ถ้าพวกคุณคิดว่าตัวเองถูกฉ้อโกง แล้วทำไมไม่ไปแจ้งความกับทางตำรวจล่ะครับ? มาทำตัวเป็นศาลเตี้ยแก้แค้นตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไงกัน? เคยเห็นใจเพื่อนบ้านรอบข้างบ้างไหมว่าพวกเขาจะรู้สึกยังไง?”
ทั้งอู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ต่างฝ่ายต่างพยักหน้าน้อมรับความผิดอย่างเชื่อฟัง ทั้งคู่โค้งศีรษะให้เล็กน้อยพร้อมพูดขึ้นว่า
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะคุณตำรวจ คราวนี้พวกเราทำผิดเอง”
ทางด้านตำรวจที่หลังจากพยักหน้ารับคำขอโทษแล้ว ก็ได้ตบเท้าเดินขึ้นหน้าไปเคาะประตูเรียกทันที
“สวัสดีครับ พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีเรื่องต้องการจะสอบถามหน่อยครับ! มีใครอยู่ข้างในรึเปล่าครับ?”
คราวนี้ หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยรีบเปิดประตูต้อนรับแทบจะในทันที
ยังไม่ทันที่ตำรวจจะได้ซักถามอะไรสักคำ ก็เป็นหลินจิงซูที่ระเบิดน้ำตาร้องห่มร้องไห้เสียงดัง วิ่งเข้าไปกอดคุณตำรวจด้วยท่าทางความหวาดกลัวสุดขีด
“คุณตำรวจ! ในที่สุดก็มาซะที! ถ้ามาช้ากว่านี้ หนูเองก็ไม่รู้เลยค่ะว่า หนูกับแม่จะถูกสองคนนี้ข่มขู่ทำร้ายอะไรอีก!”
“นังตอแหล! นี่แกพล่ามบ้าอะไรของแก?! เห็นอยู่ว่าแกกับแม่เพิ่งจะโกงบ้านของพวกเราไป! แล้วนี่แกคิดจะทำอะไร? เล่นบทเหยื่อสาวตัวน้อยกำลังถูกรังแก? ถุย! ใครเชื่อก็บ้าแล้ว!”
อู๋ซิ่วเหลียนยกมือขึ้นชี้หน้าพร้อมด่ากราดใส่หลินจิงซูทันที
“ตำรวจอยู่ตรงนี้ด้วยตั้งสองนาย คุณยังไม่หยุดสร้างปัญหาอีกเหรอครับ? เชิญครับ! ไปคุยกับพวกเราที่สถานีตำรวจหน่อย!!”
ตำรวจอีกนายเร่งเข้ามาห้ามปราม ไม่ปล่อยให้อู๋ซิ่วเหลียนพุ่งกระโจนเข้าไปทำร้ายหลินจิงซูได้ทัน เขาเริ่มใช้เสียงหนักแน่นข่มขู่ไปว่า
“ถ้าพูดแล้วยังไม่ฟัง ผมคงต้องจับคุณไปขังคุกสักครึ่งเดือน!”
ได้ยินคำว่า ‘ขังคุก’ อู๋ซิ่วเหลียนกลับกลายเป็นคนสงบปากสงบคำในทันที ประหนึ่งลูกนกที่เพิ่งกินอิ่ม เธอยืนตัวแข็งทื่อไม่ไหวติงอยู่ข้างเคียงกับย่าอู๋
หลังจากมาถึงสถานีตำรวจ หลินจิงซูก็หยิบเอกสารสัญญามากมายหลายฉบับยื่นส่งให้กับทางตำรวจ เธอพูดทั้งน้ำตาว่า
“ทั้งสองคนต่างหากที่จ้องจะฮุบกิจการของหนูกับแม่ก่อน พวกเธอข่มขู่ว่าถ้าไม่ยอมยกกิจการชานมไข่มุกให้ พวกเธอสองคนก็จะเข้าไปก่อความวุ่นวายเรื่อยๆจนกว่าร้านของเราจะขาดทุนย่อยยับ! หนูกับแม่ที่ไม่มีทางเลือกอื่น จึงได้เสนอให้พวกเธอนำบ้านร้างติดแม่น้ำหลังนั้นมาแลกเปลี่ยนกับกิจการของเราค่ะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจขมวดคิ้วไตร่ถามหลินจิงซูด้วยความสงสัย
“ทั้งที่ร้านชานมไข่มุกของหนูสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำขนาดนั้นน่ะเหรอ แล้วหนูเต็มใจที่จะยอมแลกธุรกิจกับบ้านร้างหลังนั้นจริงๆรึเปล่า?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







