เข้าสู่ระบบตอนที่ 34 ทุ่มให้สุด (1)
ป้าผางพาหลินจิงซูไปยังสถานที่ซึ่งมีบ่อนพนันของเหล่านักต้มตุ๋นตั้งอยู่
มันคือโรงเก็บของร้างแห่งหนึ่งซึ่งมองผิวเผินกลับไม่สะดุดตา แต่ในเวลานี้ ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายทั้งชายและหญิง รวมไปถึงเด็กๆที่ต่างก็กำลังรวมตัวกันมุงดูอยู่โดยรอบ
คนส่วนใหญ่กว่าแปดในสิบส่วนล้วนมาที่นี่เพื่อดูหาความสนุกเท่านั้น น้อยคนนักที่จะกล้าควักเงินออกมาเดิมพันเพื่อลุ้นโชคใหญ่
บ่อนสัญจรประเภทนี้ทำกันเป็นหมู่คณะ นำเอาจิตวิทยาหมู่มาใช้เพื่อล่อลวงผู้คนให้หลงเชื่อ โดยคนกลุ่มน้อยที่ควักเงินออกมาเล่นพนันนั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นหน้าม้าทั้งสิ้น คนกลุ่มนี้จะแกล้งทำเป็นได้เงินก้อนโต เพื่อดึงดูดผู้ชมรอบข้างซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้เกิดความอิจฉาตาร้อน เห็นบ่อยครั้งเข้า หลายคนก็เริ่มหลวมตัวโยนเงินเสี่ยงโชคเพราะความโลภ ทุกครั้งที่มีใครบางคนชนะพนัน ก็จะมาพร้อมกับเสียงตะโกนโห่ร้องอย่างมีความสุขของผู้คนดังตามขึ้นด้วย ยิ่งเสียงดังมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผู้คนที่สัญจรไปมาในแถบนั้นเข้ามามุงดูด้วยความสนใจมากขึ้น และบังเกิดเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวาขนาดย่อมไม่ต่างจากตลาด
ไม่ใช่ไม่มีใครรู้ว่านี่คือการแสดงเพื่อหลอกลวงคน แต่เมื่อไหร่ที่คนพวกนี้ได้สติตื่นรู้ขึ้นมา ก็ถึงเวลาที่เจ้าของบ่อนจะต้องย้ายสถานที่หลบหนี และไปหลอกสูบเงินผู้คนในเมืองอื่นๆต่อไป
ครั้งที่แล้ว ป้าผางเพิ่งจะสูญเงินไปจำนวนมากมาย ทำเอาเจ้าของบ่อนสัญจรถึงกับประทับใจในตัวเธออย่างสุดซึ้ง และเมื่อเห็นว่าเธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง เหล่านักต้มตุ๋นทั้งหลายที่อยู่หน้าแผงไพ่ ต่างก็พากันโห่ร้องเสียงดัง พร้อมกับทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
“ว่าไงพี่สาว! เอาอะไรไปจำนำเพิ่มอีกล่ะ? คราวนี้คงพกโชคมาเต็มกระเป๋าเลยสิ?”
“พี่สาว ครั้งนี้ต้องชนะแน่ๆ! ดวงคนเรามีขึ้นมีลง ก่อนหน้านี้พี่สาวโชคไม่ดี เพราะฉะนั้น คราวนี้จะต้องเล่นหนักเพิ่มเป็นเท่าตัวนะ เอาให้คืนทุนพร้อมดอกไปเลย!”
แต่บางคนก็อดที่จะพูดด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ “พี่สาว วันนี้เสียไปเยอะแล้ว ฉันว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่เถอะ วันนี้ไม่น่าจะไหวหรอก”
หลินจิงซูกวาดสายตาสังเกตมองรอบตัว รับฟังสารพัดประโยคความคิดเห็นที่มีทั้งบวกและลบ เท่าที่เธอได้เคยเรียนรู้จากเหลาหวางโถวมานั้น สิ่งเหล่านี้เรียกว่าการสร้างบรรยากาศ ขับกล่อมผู้คนทั้งหลายที่เดินเข้ามาในบ่อน ให้นำพาไปสู่การเดิมพันอันบ้าคลั่ง
ป้าผางแสยะยิ้มตอบอย่างมั่นใจ
“ครั้งนี้ฉันพาผู้ช่วยมาด้วย! สาวน้อยคนนี้ไม่เคยจับไพ่มาก่อนด้วยซ้ำ น่าจะพกโชคลาภมาด้วยไม่น้อย วันนี้ฉันจะเอาเงินทุกแดงที่เสียไปคืนมาให้ได้!”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ชายวัยกลางคนรอบตัวหลายคนก็ถึงกับฉีกยิ้มน้ำลายสอ จ้องมองป้าผางตาเป็นมันด้วยความโลภ ราวกับว่ากำลังพบเจอเหยื่อรายใหญ่
แต่คราวนี้ป้าผางไม่กล้ามือหนักทุ่มสุดตัวเหมือนครั้งก่อนแล้ว ประเดิมตาแรกด้วยการโยนเงินลงบนโต๊ะเพียงไม่กี่หยวนเท่านั้น
หลินจิงซูรู้ได้ทันทีว่า ตานี้เธอจะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน เพราะถ้าแพ้ ป้าผางจะไม่กล้าเล่นต่ออีกแน่ และมีแนวโน้มว่าจะถอยกลับทันทีด้วย
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เหล่านักต้มตุ๋นต่างรู้เล่ห์กลเช่นนี้ดี ฝ่ายเจ้ามือแกล้งทำเป็นค่อยๆเปิดไพ่ลุ้นไปด้วยกัน
เมื่อหลินจิงซูเอื้อมมือไปพลิกไพ่เปิดขึ้น ก็เห็นว่าแต้มสูงกว่าฝั่งเจ้ามือ ป้าผางถึงกับตาเป็นประกายแวววับ พร้อมกับร้องตะโกนลั่นออกมาด้วยความดีใจอย่างมาก
“ชนะ! ชนะ! ฉันชนะแล้ว! ซูซูน้อย! ป้าไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า หนูจะดวงดีมากขนาดนี้! มา มา เดี๋ยวกลับไปวันนี้ป้าจะซื้อขนมอร่อยๆให้กินนะ!”
หลินจิงซูจงใจเน้นเสียงพูดให้ดังว่า
“ป้าผางคะ แค่นี้ยังเรียกว่าชนะไม่ได้ อุตส่าห์เตรียมเงินมาลุ้นโชคใหญ่ที่นี่ไว้ตั้ง700หยวน นี่เพิ่งจะได้มาแค่ไม่กี่สิบหยวนเอง ยังถือว่าเล็กน้อยมากค่ะ!”
หลินจิงซูยังพูดต่ออีกว่า
“ป้าผางคะ เดี๋ยวหนูเล่นต่อเองนะคะ”
จากนั้น เธอก็โยนเงินรางวัลทั้งหมดที่เพิ่งได้มา เข้าไปสมทบกับกองเดิมโดยไม่มีทีท่าเสียดายเลยแม้แต่น้อย และเตรียมพร้อมสำหรับการเล่นตาต่อไปในทันที
ได้ฟังคำพูดที่ดังออกจากปากของสาวน้อยตรงหน้า ทุกคนรอบข้างต่างพากันอ้าปากด้วยความตะลึงงันกันเป็นแถบ
เงินจำนวน700หยวนมีไว้สำหรับเสี่ยงโชคครั้งใหญ่!
กล้ามเนื้อทั่วใบหน้าของเจ้ามือถึงกับดีดเด้งกระตุกไม่หยุด เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจสุดขีดจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่
ทางด้านป้าผางรีบกระซิบข้างหูหลินจิงซูทันที
“ซูซูน้อย ทั้งเนื้อทั้งตัวป้าเหลือแค่ 300หยวนสุดท้ายแล้วนะ หนูไปพูดได้ยังไงว่ามีตั้ง700หยวน!”
หลินจิงซูกระหยิ่มยิ้มกระซิบตอบเสียงเบากลับไปว่า
“นี่เป็นเคล็ดค่ะป้าผาง มันคือการตะโกนเรียกเงินค่ะ! ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ ดวงของหนูอาจทำให้ป้าได้เงิน 700หยวนจริงๆก็ได้นะคะ!”
ทางฝ่ายเจ้ามือยังคงปล่อยให้อีกฝ่ายกินต่อเนื่องเรื่อยๆทีละเล็กทีละน้อย หลินจิงซูค่อนข้างจำกัดจำนวนเงินในการเล่นอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่เงินกองกลางสำหรับใช้เดิมพันครั้งต่อไปเกินกว่าที่กำหนดไว้ เธอจะหักส่วนที่เกินเข้ากระเป๋าของป้าผางทันที
แต่ทว่าเวลานี้ป้าผางกลับไม่รู้สึกพอใจกับเงินรางวัลจำนวนน้อยนิดกะปริดกะปรอยเช่นนี้ และต้องการให้หลินจิงซูเพิ่มเงินเดิมพันให้มากขึ้นไปอีก
หลินจิงซูเห็นแบบนั้นจึงจัดให้ตามที่ป้าผางต้องการ เธอประกาศกร้าวเสียงดังทันที
“600หยวน และขอเรียกอัตราต่อรองเพิ่มเป็นสี่เท่าของเงินเดิมพัน!”
ตัวเลขสี่เท่าคืออัตราต่อรองสูงสุดในวงไพ่ ไม่เพียงจะต้องทำแต้มให้สูงกว่าฝ่ายเจ้ามือเท่านั้น แต่ยังต้องสูงกว่าฝ่ายเจ้ามือเท่าตัวเป็นอย่างน้อย!
การเดิมพันที่สุดโต่งเช่นนี้ปรากฏให้เห็นเพียงแค่หนึ่งในพันครั้งเท่านั้น เพราะโอกาสจะชนะจัดว่าต่ำมาก
ทันทีที่ป้าผางได้ยินเช่นนั้น เธอก็ถึงกับกรีดร้องเสียงดังลั่นพร้อมกับเหงื่อเย็นที่แตกพลั่ก
“ซูซูน้อย! นี่หนูไม่ได้กลั่นแกล้งป้าทางอ้อมใช่มั้ยจ๊ะ?! พอเถอะ พอเถอะ! ได้คืนเท่านี้ก็ดีแล้วจ้ะ เรากลับกันเถอะนะ เดี๋ยวป้าจะเลี้ยงขนมหนูเอง!”
หลินจิงซูไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ตบเงินจำนวน600หยวนทั้งหมดลงบนโต๊ะทันที
ทันใดนั้น ก็มีเสียงโห่ร้องให้กำลังใจดังลั่นจากผู้ชมรอบข้าง ทุกคนต่างเฝ้าดูภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ หลายคนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเพราะความตื่นเต้น เสียงร้องตะโกนเฮลั่นนี้ดังเกินกว่าจะควบคุมได้ และยิ่งไปดึงดูดผู้คนแถวนั้นให้มารวมตัวกันรอบแผงโต๊ะไพ่จนล้นทะลักออกมา!
ศาสตราจารย์หวังกำลังพาจู้หยานมาเดินเล่นในตลาด บังเอิญได้เห็นภาพความคึกคักมีชีวิตชีวาของอีกฟากฝั่งถนนเข้าพอดี พบว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังมุงดูบางสิ่งบางอย่างอยู่ที่นั่น เขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ และด้วยความอยากรู้อยากเห็น ท้ายที่สุดก็ได้จูงมือจู้หยานข้ามไปดู พยายามเบียดเสียดตัวเข้าไปท่ามกลางฝูงชนที่พลุกพล่าน ปากก็พึมพำว่า
“ผู้คนตั้งเยอะแยะมามุงดูอะไรกัน? อืม…มีอะไรกันนะ? ของลดราคารึเปล่า?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







