เข้าสู่ระบบ234 1-2
ตอนที่ 433 โบนัสพร้อมตบรางวัลใหญ่
ภายใต้แรงอัดฉีดอย่างเงินโบนัสก้อนโตที่หลินจิงซูรับปากจะมอบให้ พ่อครัวโรงแรมทุกคนต่างดูกระตือรือร้นมากขึ้นเป็นเท่าทวี ต่างคนต่างเริ่มหันมาศึกษาเรื่องอาหารสไตล์ตะวันตกจากจู้หยานอย่างจริงจัง ไม่มีใครกล้าอวดดีหรือละเลยคำสั่งของเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อจู้หยานได้กลายมาเป็นหัวหน้าพ่อครัวแผนกอาหารตะวันตกเต็มตัว ไม่เพียงเขาจะแสดงฝีมือการปรุงสต็กอันเลื่องชื่อไร้ที่ติ แต่ยังทำเมนูอาหารประเภทอื่น ที่ใส่มนต์เสน่ห์ความเป็นอังกฤษอย่างชัดเจนลงไปด้วย สิ่งนี้ยิ่งทำให้อาหารตะวันตกของโรงแรมหลี่เจี่ยมีเอกลักษณ์โดดเด่นพิเศษไม่เหมือนที่ไหน
นอกจากแขกประจำแล้ว ปัจจุบันยังมีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่เดินทางมาที่นี่เพื่อลองลิ้มรสชาติอาหารของโซนจัดเลี้ยงโดยเฉพาะด้วย และจากความเห็นของพวกเขาทุกคน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติอาหารเอร็ดอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ไม่สามารถเสาะหาได้จากร้านอาหารใดๆ พ่อครัวโรงแรมทุกคนได้รับเสียงชื่นชมจากแขกเหรื่อไม่เว้นแต่ละวัน กระทั่งพ่อครัวในโรงแรมด้วยกันเองยังต้องยกนิ้วให้จู้หยานผู้ปฏิวัติครัวแห่งนี้ให้พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ!
ในขณะเดียวกัน เมื่อยอดขายถีบตัวเพิ่มสูงขึ้นจนถึงเป้าที่วางไว้ภายในระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียว หลินจิงซูก็ได้ทำการแจกโบนัสก้อนโต้ให้บริกรและพ่อครัวในแผนกจัดเลี้ยงตามที่ได้รับปากไว้
ทุกคนรวมไปถึงจู้หยานเองต่างก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก ไม่มีใครคาดคิดจริงๆว่า สิ่งที่หลินจิงซูเคยออกปากลั่นวาจาไว้จะเป็นความจริง
นับตั้งแต่ที่ได้จู้หยานเป็นหัวหน้านำทีมอาหารตะวันตกของโรงแรม ไม่ใช่เพียงแค่มาตรฐานอาหารเท่านั้นที่สูงขึ้น แม้แต่คุณภาพของแขกที่เข้ามาใช้บริการก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีฐานะร่ำรวย ย่อมยินดีควักเงินจ่ายเพิ่มให้ทางโรงแรมมากขึ้นเป็นเท่าตัว ไหนจะค่าทิปที่พนักงานได้เพิ่มเป็นพิเศษอีก เรียกได้ว่า นับตั้งแต่ที่หลินจิงซูตัดสินใจเข้ามาปฏิรูปโรงแรมหลี่เจี่ยแห่งนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก!
“นึกไม่ถึงจริงๆว่า พ่อหนุ่มที่ประธานหลินพาเข้ามา จะมีทักษะความสามารถด้านอาหารสูงมากในวัยเพียงเท่านี้ ถึงแม้ประสบการณ์ภาคสนามจะยังน้อยไปหน่อย แต่ในเรื่ององค์ความรู้ราวกับเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่เลยทีเดียว! ครั้งแรกที่พบกัน พวกเราประเมินเขาต่ำเกินไปจริงๆ ตอนนี้จะเรียกว่าตัวนำโชคก็คงไม่ผิด ไม่เพียงจะนำพาเงินโบนัสก้อนโตมาให้พวกเราเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเดินไปไหนมาไหนในโรงแรม ก็มักได้ยินเสียงชื่นชมจากแขกเหรื่อที่เข้าพักไม่หยุด! ฟังแล้วหัวใจพองโตมากจริงๆ!”
“เมื่อก่อนพอญาติๆทุกคนรู้ว่าผมทำงานเป็นพ่อครัวในโรงแรม ก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ บอกว่าอาชีพแบบนี้จะไปมั่นคงอะไร แต่ทุกวันนี้นะ บรรดาญาติตัวดีพวกนั้นเปลี่ยนมาเป็นประจบประแจงผมแทน! อยากจะขอฝากลูกหลานตัวเองให้เข้าทำงานที่นี่ด้วยอีกคน! ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า จากพ่อครัวอาหารต่ำต้อย ตอนนี้จะกลายเป็นเชฟอาหารฝรั่งสุดหรูในสายตาทุกคนไปแล้ว!”
หลินจิงซูได้ฟังน้ำเสียงที่ชื่นมื่นมีความสุขของทุกคน เธอก็พลอยมีความสุขไปด้วย เธอหยิบคูปองบุฟเฟ่ต์โรงแรมและที่พักจากมือเลขามาจำนวนหนึ่ง แล้วส่งสัญญาณให้ทุกคนตั้งใจฟัง
“อะแฮ่ม เพื่อเป็นการตอบแทนความอุตสาหะของทุกคนที่ผ่านมา นอกจากเงินโบนัสแล้ว ฉันเองก็อยากให้รางวัลค่าเหนื่อยเพิ่มเติมอีกเล็กๆน้อยๆ ในฐานะที่ทุกคนต่างก็เป็นพนักงานที่จงรักภักดีต่อโรงแรมหลี่เจี่ยมายาวนาน ฉันขอมอบคูปองบุฟเฟ่ต์และที่พักฟรีหนึ่งคืนให้กับทุกๆคน จะได้พาครอบครัวมาพักผ่อนและทานอาหารอร่อยๆเพื่อสร้างประสบการณ์อันดีร่วมกัน แน่นอนว่า อยากกินอะไรก็กิน อยากดื่มอะไรก็ดื่ม เต็มที่ไม่มีการคิดเงินเพิ่ม!”
อะไรนะ?!
ทันทีที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลนออกจากเบ้า พวกเขาทำงานที่โรงแรมแห่งนี้มานับสิบปี แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พวกเขาจะได้เข้าพักและใช้บริการในฐานะแขกเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆ!
แม้ว่านับตั้งแต่ที่หลินจิงซูเข้ามาบริหารโรงแรม พวกเขาจะได้รับการปรับเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามใจต้องการได้ และถึงแม้จะมีเหลือมากพอ ก็ไม่เต็มใจจะใช้จ่ายเท่าไหร่นัก
พึงทราบ เพียงแค่ค่าห้องพักหนึ่งคืนก็มีราคาสูงถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนพวกเขาแล้ว ต่อให้หลินจิงซูจะยอมจ่ายโบนัสก้อนโตให้ แต่หากคิดจะพาทั้งครอบครัวมาพักมาเที่ยวคราวเดียวพร้อมกัน รับรองได้ว่าเงินจำนวนนั้นต้องหายวับไปในพริบตาอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ใครจะสามารถจับจ่ายปรนเปรอตัวเองได้ไหวอีกล่ะ?
เป็นเพราะหลินจิงซูเล็งเห็นถึงความยากลำบากในชีวิตที่ทุกคนต้องเผชิญในแต่ละวัน จึงได้ถือโอกาสนี้มอบผลประโยชน์ตอบแทนคืนพวกเขากลับไปบ้าง
แม้จะเป็นช่วงสั้นๆเพียงแค่หนึ่งคืน แต่ก็นับเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่อาจปฏิเสธได้!
ทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดนี้ ในที่สุดทั้งพนักงานและพ่อครัวทั้งหลายต่างก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า เหตุใดประธานหลิวหมิงจึงได้ตัดสินใจเลือกเด็กผู้หญิงคนนี้ขึ้นมากุมบังเหียนโรงแรมในขณะนั้น ปรากฏว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว!
หากไม่มีหลินจิงซูคอยทำตัวจุ้นจ้านในวันนั้น พวกเขาทุกคนคงไม่มีชีวิตที่ดีเหมือนทุกวันนี้ อย่าว่าแต่ได้คูปองบุฟเฟ่ต์กับที่พักฟรีเลย กระทั่งเงินโบนัสก็คงไม่ได้สักหยวน!
“ประธานหลิน ประธานใจดีกับพวกเรามากจริงๆ ก่อนหน้านี้พวกเราก็แค่คนโง่เขลาไร้ความรู้ ขอบคุณมากนะครับที่อดทนสั่งสอนพวกเราเสมอมา ตลอดชีวิตที่ทำงานอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ พวกเราไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า วันหนึ่งจะมีโอกาสได้เป็นแขกที่เข้าพักเหมือนคนอื่นๆบ้าง!”
“ใช่ค่ะประธานหลิน ถ้าต้องให้จ่ายเงินพาทั้งครอบครัวมาพักเอง มีหวังเงินโบนัสก้อนนี้คงหายวับไปในพริบตา! แต่ประธานหลินกลับให้ทั้งโบนัสทั้งคูปองบุฟเฟ่ต์ที่พักฟรีแบบนี้ พวกเรา…พวกเราซาบซึ้งใจมากจริงๆ! รู้สึกโชคดีมากที่มีหัวหน้าประเสริฐอย่างประธานหลิน!”
“ถูกต้องครับ จากนี้ต่อไปพวกเราขอสัญญาว่า จะขยันและตั้งใจทำงานให้หนัก หมั่นพัฒนาตัวเองเพื่อยกระดับโรงแรมให้ดีเลิศไปอีกขั้น! ขอบคุณมากจริงๆครับที่นึกถึงพวกเราแบบนี้!”
หลินจิงซูหัวเราะและอดที่จะหยอกเย้าทุกคนกลับไปไม่ได้
“ฮ่าฮ่า นี่เป็นรางวัลที่ทุกคนควรได้รับต่างหากล่ะ! แต่จะว่าไป ได้ยินมาว่าตอนที่จู้หยานเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว เขาก็เฮี้ยบเอาเรื่องเลยใช่มั้ย? ถ้างั้นเมื่อไหร่ที่ทุกคนพาครอบครัวมาเที่ยว ตอนลงมาทานบุฟเฟต์ที่นี่ก็อย่าลืมเอาคืนให้หนักเลยล่ะ! สั่งเมนูยากๆ เอาให้เขาหัวปั่นไปเลย ฉันอนุญาต! ฮ่าฮ่าฮ่า…”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







