เข้าสู่ระบบ227 2-2
ตอนที่ 432 จู้หยานนำทีมพ่อครัว
เมื่อได้ฟังข้อสงสัยชวนประหลาดใจของทุกคน จู้หยานจึงเริ่มอธิบายอย่างใจเย็นอีกครั้งว่า สเต็กจากนี้ไม่ได้ปรุงอะไรเพิ่มเติมเลยนอกจากเกลือกับพริกไทย ส่วนรสหวานกลมกล่อมที่ทุกคนได้สัมผัสนั้น ล้วนมาจากชั้นไขมันภายในเนื้อที่ได้รับการย่างจนละลาย และนี่คือรสชาติดั้งเดิมของเนื้อวัว
เพียงเพราะว่าทุกคนไม่คิดเปิดใจทดลองชิมอาหารแบบนี้มาก่อน ทำให้ไม่มีโอกาสได้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างเนื้อวัวกับเนื้อหมู จึงเหมารวมไปว่าเนื้อสัตว์ต้องกินแบบสุกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หารู้ไม่ว่า ความอร่อยของเนื้อวัวในแต่ละระดับความสุกนั้น กลับให้ประสบการณ์ในรสชาติที่แตกต่างกันไป
แต่ถึงอย่างนั้น แม้สเต็กจานนี้ของจู้หยานจะมีรสชาติอร่อยสักแค่ไหน แต่พ่อครัวส่วนใหญ่กลับไม่เห็นด้วยที่จะนำเมนูออกมาเสิร์ฟให้กับแขก
“ประธานหลินครับ ผมคิดว่าอย่าเสิร์ฟสเต็กแบบสุกๆดิบๆนี้ให้กับแขกดีกว่าครับ เหตุผลแรกเลย ถึงแม้จะกินได้และมีรสอร่อยก็ตาม แต่แขกส่วนใหญ่ที่สั่งอาหารนั้น พวกเขาล้วนพิจารณาจากรูปภาพ ถ้าเห็นสเต็กชุ่มเลือดแบบนี้ รับรองได้ว่าไม่มีใครกล้าสั่งกินแน่ๆ อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าแขกที่กินเข้าไปเกิดป่วยกะทันหันขึ้นมา พวกเขาจะต้องโทษสเต็กของเราเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน ต่อให้สาเหตุจริงๆอาจจะไม่ใช่ก็ตามที แต่ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปถึงหูคนภายนอก มีหวังโรงแรมของเราได้เสื่อมเสียชื่อเสียงแน่ๆครับ”
“สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากรสชาติที่เอร็ดอร่อยก็คือเรื่องของสุขอนามัย ไม่ว่าสเต็กจะอร่อยแค่ไหน แต่ถ้าปรุงออกมาแบบนี้ย่อมมีความเสี่ยง ผมอยากแนะนำให้หลีกเลี่ยงเมนูนี้จะดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจเกิดเป็นข้อครหาของคนข้างนอกได้”
หลินจิงซูพยักหน้ารับทราบถึงข้อกังวลใจของเหล่าพ่อครัว และออกจะเห็นด้วยมากกว่าจะปฏิเสธด้วยซ้ำไป แต่ประเด็นสำคัญที่ชวนคิดก็คือ เธอจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง? ในเมื่อจุดขายของที่นี่คืออาหารตะวันตก แต่สิ่งนี้กลับขัดแย้งกับวัฒนธรรมการกินของชาวจีน
เวลานี้ ทุกคนต่างก็ได้ลองชิมเนื้อสเต็กกันครบถ้วนแล้ว และต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สเต็กกึ่งสุกกึ่งดิบจานนี้ได้ชนะใจของพวกเขาไปเต็มๆ เหลือเพียงแค่ว่า จะทำอย่างไรจึงจะสามารถนำเมนูนี้ออกมาบริการแขกได้โดยปราศจากอคติ?
“ประธานหลินครับ ผมว่าผมมีความคิดดีๆแล้วล่ะ ลองย่างให้เนื้อสเต็กสุกขึ้นมาอีกหน่อยจะดีมั้ยครับ? ขอแค่สุกในระดับที่ไม่มีเลือดเยิ้มออกมาเป็นพอ ถึงแม้วัฒนธรรมการกินสเต็กแบบกึ่งสุกกึ่งดิบจะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ชาวจีนอย่างเราๆจะยอมรับได้จริงมั้ยครับ? ยังไงวัฒนธรรมการกินของพวกฝรั่งก็แตกต่างจากประเทศเรามากจริงๆ เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนอคติให้เป็นความชอบได้”
“ผมเห็นด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่สามารถหาวิธีแก้เรื่องระดับสุกของสเต็กได้จริงๆ ก็ใช่ว่าอาหารสไตล์ตะวันตกจะมีแค่เมนูเดียว เรายังมีพิซซ่า พาสต้า แล้วก็อื่นๆอีกตั้งมากมาย ส่วนเรื่องวิธีทำยังต้องห่วงอะไรอีกล่ะ? ในเมื่อเรามีพ่อครัวหนุ่มไฟแรงจากต่างประเทศอยู่ด้วยทั้งคนจริงมั้ย? หลังจากนี้ก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนกันไปจนกว่าจะลงตัวนั่นแหละ”
“พูดไปแล้วก็นึกถึงปัญหาอีกไม่น้อยเลย เพราะส่วนใหญ่พวกฝรั่งมักจะกินแต่อาหารประเภทเนื้อสัตว์กันตลอดทั้งปี แตกต่างจากบ้านเราที่เน้นพวกผักผลไม้ ถ้ารับพ่อหนุ่มนี่เข้ามาจริงๆ คงต้องมีเรื่องให้ปรับเปลี่ยนกันอีกเยอะเชียวล่ะ”
หลินจิงซูพยักหน้าตอบรับทุกความคิดเห็น เห็นได้ชัดว่า ตัวเธอเองค่อนข้างเปิดใจรับฟังเสียงจากพ่อครัวเหล่านี้ไม่น้อย
เหลือบตามองจู้หยานที่ดูกระตือรือร้นพร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่ จึงได้พูดขึ้นว่า
“ถ้าทุกคนไม่มีข้อกังขาเกี่ยวกับฝีมือการทำอาหารของจู้หยานแล้ว ฉันก็จะให้เขาได้ลองขึ้นเป็นหัวหน้าพ่อครัวฝ่ายอาหารตะวันตกสักระยะ แล้วทุกคนก็ไม่ต้องบ่นพร่ำเพรื่อกันล่ะ เพราะถ้าไตรมาสนี้กำไรจากแผนกจัดเลี้ยงเพิ่มขึ้น ฉันรับปากว่าจะแจกโบนัสก้อนใหญ่ให้ทุกคน!”
“ใช่ว่าฉันเองจะไม่รู้ ทุกคนในที่นี้คงจะรู้สึกคลางแคลงใจ ที่ได้เห็นชายหนุ่มคนนี้เข้ามาคุมครัวอาหารตะวันตกใช่มั้ย? แต่ทุกคนก็เห็นกับตาแล้วว่า อาหารสไตล์ตะวันตกจริงๆนั้น ทำยากและแตกต่างจากที่ทุกคนคิดขนาดไหน ถ้าขาดจู้หยานไป ก็เท่ากับว่าพวกเราขาดองค์ความรู้ด้านอาหารตะวันตกไปด้วย อย่าลืมจุดประสงค์ร่วมกันของทุกคนสิว่าคืออะไร? เพื่อยกระดับโรงแรมของเราขึ้นไปอีกขั้นใช่มั้ย? ดังนั้น ได้โปรดช่วยวางศักดิ์ศรีกับความทะนงตนลงก่อนเถอะนะ ฉันขอให้สัญญากับทุกคนในที่นี้ว่า ถ้าสามารถทำกำไรได้ทะลุเป้า ทุกคนจะได้รับรางวัลค่าเหนื่อยกันอย่างงามแน่นอน!”
หลังจากที่ได้ร่วมงานกับพ่อครัวเหล่านี้มานานหลายเดือน มีหรือที่หลินจิงซูจะไม่ทราบถึงอุปนิสัยของพวกเขา? เธอจึงตัดสินใจใช้ไม้อ่อนเข้าเจรจาเปิดใจกับทุกคนด้วยเหตุและผล พร้อมทั้งสัญญาว่าจะมอบโบนัสก้อนโตให้อย่างงาม หากทุกอย่างประสบความสำเร็จด้วยดี
ซึ่งก็แน่นอนว่า ไม่มีพ่อครัวคนไหนที่รู้สึกพอใจเมื่อได้ยินเรื่องตำแหน่งของจู้หยาน แต่พอรู้ว่าจุดหมายปลายทางของภารกิจครั้งนี้คือเงินโบนัสก้อนโต ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันปลดเปลื้องศักดิ์ศรีและตัวตนทิ้งไป ยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มจากประเทศอังกฤษอย่างจู้หยานนำทีม!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







