เข้าสู่ระบบ243 1-2
ตอนที่ 441 เบื้องบนเหนือหลิวหมิง
ส่วนบรรดาพ่อครัวนั้น ตอนนี้พวกเขากำลังชูเฟรนช์ฟรายส์ชิ้นหนึ่งขึ้นส่องกับแสงไฟ และทำการพินิจพิเคราะห์ด้วยสีหน้าจริงจังถึงเคล็ดวิธีการทอดว่า ทำอย่างไรจึงสามารถรักษาความกรอบไว้ได้แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตามที และไม่ว่าจะทานคู่กับซอสมะเขือเทศหรือผงหม่าล่าบางๆ ก็ล้วนแล้วแต่ให้รสชาติอันโอชะได้
พ่อครัวทั้งหลายต่างก็คิดไม่ถึงว่า เพียงแค่มันฝรั่งสีทองธรรมดาๆชิ้นหนึ่ง จะมรสชาติที่เอร็ดอร่อยถึงเพียงนี้ได้ เพราะไม่เคยได้รับรู้ถึงรสชาติที่ดีเลิศเพียงนี้ พวกเขาจึงไม่เคยใส่ใจกับหัวมันถุงใหญ่ท้ายครัวที่เหลือเก็บมาก่อนเลย
ด้วยราคาต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แต่ผลลัพธ์กลับเป็นความอร่อยที่สูงเกินคาด การประดิษฐ์เมนูอาหารจานใหม่คราวนี้ หลินจิงซูและจู้หยานจึงได้ใจหลายคนไปเต็มๆ
“ถึงแม้เฟรนซ์ฟรายด์นี้จะดูเหมือนทำง่ายๆ แต่ที่จริงแล้วจะต้องอาศัยทักษะการควบคุมความร้อนในระดับที่เชี่ยวชาญ!”
“ตัวแป้งที่ประธานหลินนำมาเคลือบแท่งมันฝรั่งก่อนทอดนั้น ทำมาจากไข่กับแป้งคลุกเคล้ากับเครื่องเทศของฝรั่งที่ช่วยเพิ่มความหอม บวกกับการควบคุมเวลาและอุณหภูมิอย่างดี ทำให้ภายนอกมีผิวสัมผัสที่กรอบกำลังพอดี ในขณะที่เนื้อในกลับทั้งนุ่มและหอม รสชาติรวมกันจึงเข้มข้น!”
“ครั้งนี้พวกเรายอมรับเลยครับว่า ออกแบบเมนูอาหารได้วิเศษมากจริงๆ! ไม่คิดมาก่อนเลยว่า ทั้งหมดนี้จะเป็นสูตรอาหารที่ประธานหลินคิดค้นขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่เคยเห็นเข้าครัวมาก่อนด้วยซ้ำ! ยิ่งได้ฝีมือการทำอาหารชั้นเลิศของหัวหน้าจู้เข้าไปอีกคน นี่อย่างกับเสือติดปีกทีเดียว! บุฟเฟ่ต์อาหารฟิวชั่นของเราในครั้งนี้จะต้องออกมาสมบูรณ์แบบอย่างมาก!”
“ประธานหลิน หัวหน้าจู้ หลังจากนี้ผมต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ!”
ได้เห็นปฏิกิริยาและความภักดีของทุกคนที่มีให้ หลินจิงซูถึงกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจนเกินจะบรรยาย และยิ่งเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ เธอก็ยิ่งไม่สามารถปล่อยให้จู้หยานหลุดมือไปได้ เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา โรงแรมแห่งนี้อาจต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ทีเดียว!
นอกจากเรื่องของย่าแล้ว จู้หยานก็ยังมีเรื่องเรียนที่ต้องรับผิดชอบ ไหนจะระหว่างทางอาจมีพ่อครัวบางคนคิดไม่ซื่อต้องการจะเลื่อยขาเก้าอี้เขาอีกล่ะ? เพราะท้ายที่สุดนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ยังมีพ่อครัวหลายคนที่รู้สึกคลางแคลงใจในตัวเขาอยู่ และไม่ค่อยพอใจในตัวเด็กหนุ่มอายุเพียงแค่ 20 ปีคนนี้ที่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าสั่งการ
อย่างไรก็ตาม จู้หยานย่อมตระหนักดีเช่นกันว่า ทุกคนกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาจึงใช้โอกาสนี้แถลงคลายข้อกังวลของทุกคนในทันที
“ผมรู้ดีว่าทุกคนกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ ต่อให้จากนี้ผมจะยังคงรับตำแหน่งพ่อครัวของที่นี่ก็ตาม แต่ผมไม่ใช่คนประเภทที่จ้องจะแย่งงานของใครไป ผมตั้งใจจะทำงานที่นี่จนกว่าจะเรียนจบเท่านั้น เพราะเหตุนี้ ระหว่างที่มีโอกาสได้ร่วมงานกันอยู่ ผมจึงอยากขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยกันยกระดับโรงแรมหลี่เจี่ยของเราให้พัฒนาก้าวหน้าไปอีกขั้น”
“และระหว่างที่ผมเป็นหัวหน้าอยู่นี้ ผมก็อยากจะแบ่งปันองค์ความรู้ทั้งหมดที่มีให้กับทุกคนด้วย ไม่อยากให้ทุกคนต้องมาคอยกังวลว่า การปรากฏตัวของผมจะทำลายอาชีพของใครบางคนในที่นี้ไปหรือเปล่า ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า ผมไม่ใช่คนแบบนั้นอย่างแน่นอน”
คำพูดเหล่านี้จากปากจู้หยาน ทำให้บางคนถึงกับต้องแอบก้มหัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดในใจ หลายคนที่เคยมองจู้หยานเป็นภัยร้ายแรงในสายตา ก็ถึงกับต้องเปลี่ยนความคิดไปด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ทัศนคติของบรรดาพ่อครัวทั้งหลายที่มีต่อจู้หยานนับว่าเปลี่ยนไปมากแล้วจริงๆ ใครหลายคนต่างก็ยิ้มแย้มและพูดให้กำลังใจเขาแทน
“โถ่หัวหน้าจู้ คิดมากเกินไปแล้วล่ะครับ! พวกเราต่างรู้สึกยินดีด้วยซ้ำที่ได้ร่ำเรียนวิชา และเคล็ดลับมากมายจากพ่อครัวอาหารต่างชาติสายตรงอย่างหัวหน้า จากนี้ไปพวกเราจะคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ให้แผนกพ่อครัวต้องน้อยหน้าแผนกใดๆในโรงแรม! รับรองพวกเราจะไม่ทำให้หัวหน้าจู้ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!”
“ใช่แล้ว ประธานหลิน หัวหน้าจู้ เป็นพวกเราต่างหากที่ชอบสร้างเรื่องสร้างราวให้พวกคุณอยู่ตลอด ที่ผ่านมาพวกเราต้องขอโทษจากใจจริงๆ และไม่ว่าหัวหน้าจู้จะทำงานที่นี่อีกสักกี่ปี พวกเราก็จะคอยติดตามเรียนรู้ไม่มีการหักหลังกันแน่นอนครับ!”
เมื่อหลินจิงซูได้เห็นว่าท้ายที่สุดแล้ว ตัวเธอกับจู้หยานก็ได้การยอมรับจากทุกคนโดยสมบูรณ์ ต่างคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เนื่องจากการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรม และการเปิดประเทศที่กว้างขวางมากขึ้นในอนาคต จะส่งผลให้สงครามการแข่งขันในตลาดธุรกิจยิ่งดุเดือดขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าตัว หากโรงแรมยังไม่รีบปรับตัว ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการด้านอาหารตั้งแต่ตอนนี้ เกรงว่าเมื่อยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึง ทุกคนจะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และจะต้องจมหายไปกับกาลเวลาในท้ายที่สุด
ซึ่งนับว่าโชคดี ที่ทุกคนยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อโรงแรม สำหรับเรื่องนี้ หลินจิงซูอดรู้สึกขอบคุณพวกเขาไม่ได้เช่นกัน
“ก่อนจะเปิดตัวเมนูพวกนี้ ฉันอยากแจ้งให้ทุกคนทราบก่อนว่า กลุ่มผู้บริโภคหลักของเราคือเด็กรุ่นใหม่ เพราะเด็กในกลุ่มช่วงวัยนี้จะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง ไก่ทอดและเฟรนซ์ฟรายด์จึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ที่สุด”
“ในอดีต กลุ่มลูกค้าหลักของเราคือผู้ใหญ่ เป็นนักธุรกิจที่มาติดต่องานบ้าง เป็นนักท่องเที่ยวบ้าง แต่เราไม่เคยมองกลุ่มลูกค้าที่เป็นประชาชนทั่วไปเลย แม้คนกลุ่มนี้จะมีกำลังจ่ายที่น้อยกว่า แต่ทว่ากลับมีจำนวนที่มากกว่ากลุ่มลูกค้าเดิมหลายเท่า กลยุทธ์ต่อไปของทางโรงแรม เราจะไม่ใช้การลดราคาเพื่อลดคุณค่าของเราลง แต่จะเน้นหนักไปในการผูกโปรโมชั่นห้องพักกับแผนกจัดเลี้ยงให้มากขึ้น”
หลังจากที่หลินจิงซูได้เกริ่นถึงเรื่องทิศทางการพัฒนาโรงแรมไปคร่าวๆ ถึงกับได้ใจหลิวหมิงไปเต็มๆ เพราะเขาเองก็รู้สึกมาสักพักแล้วว่า ด้วยอัตราการเกิดที่มากขึ้นของประชากรจีน สังคมในยุคถัดจากนี้ ย่อมจะต้องมีเด็กวัยรุ่นเป็นองค์ประกอบใหญ่ หากสามารถปลูกฝังความจงรักภักดีต่อแบรนด์ให้กับพวกเขาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ อนาคตต่อไป ในวันที่เด็กๆเหล่านี้เติบโตขึ้นและเข้าสู่วัยทำงาน เมื่อถึงวันนั้น ฐานลูกค้าของโรงแรมก็จะยิ่งแข็งแกร่งและยากที่ใครจะโค่นล้มได้
หลิวหมิงปรายตามองไปทางจู้หยานเล็กน้อย และถึงกับต้องพยักหน้ากับตัวเองช้าๆ เขาจำต้องยอมรับว่า พ่อหนุ่มนักเรียนนอกคนนี้นับว่ามีฝีมือจริงๆ! สามารถรังสรรค์เมนูที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งอาจจะกลายมาเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของโรงแรมในอนาคตได้!
เขาได้ค้นพบเพชรในตมอีกเม็ดหนึ่งแล้ว!
แต่ช่างน่าเสียดาย…. ภายใต้แรงกดดันที่ย่าของพ่อหนุ่มคนนี้รบเร้าใส่ไม่หยุดไม่หย่อน เขาจึงไม่สามารถเก็บรักษาเพชรล้ำค่าไว้ได้นานกว่านี้อีกแล้ว…
เมื่อคิดได้ดังนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่น่ายินดี หลิวหมิงก็ปรบมือร้องเรียกทุกคน
“เอาล่ะ เอาล่ะ ในเมื่อตกลงเรื่องเมนูใหม่กันได้แล้ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายกลับไปทำหน้าของตัวเองถอะ ส่วนจู้หยาน ฉันขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวหน่อย ตามฉันมา”
ได้ฟังเช่นนั้น หลินจิงซูก็รับรู้ได้ถึงความปกติบางอย่างทันที เธอหันขวับจ้องมองไปทางหลิวหมิง เธอมองเขาด้วยสายตาแปลกๆราวกับเขาเป็นตัวประหลาด หรือเป็นไปได้มั้ยว่า หลิวหมิงเกิดไปรู้อะไรขึ้นมา?
เรื่องนี้ชักจะไม่ง่ายซะแล้ว หลินจิงซูจึงรีบติดตามคนทั้งคู่ไปที่ห้องทำงานของหลิวหมิงด้วยทันที
เมื่อเข้าไปถึง จู้หยานที่ขมวดคิ้วถักเป็นปมแน่นก็ร้องถามขึ้นมาด้วยความสงสัยทันที
“ประธานหลิวมีอะไรรึเปล่าครับ? หรือไม่พอใจกับอาหารที่ผมทำ?”
หลิวหมิงส่ายหัวและบอกความจริงไปตามตรงว่า
“คุณย่าของเธอต่อสายตรงคุยกับฉันเมื่อวานนี้ บอกว่าขอเพียงไล่เธอออกจากที่นี่ ย่าของเธอยินดีที่จะอัดฉีดเงินทุนก้อนใหญ่ให้กับทางโรงแรมของเราโดยไม่ขอรับการตอบแทนใดๆ กระทั่งหุ้นส่วนก็ไม่ต้องการ เงินปันผลก็ไม่ขอรับเลยแม้แต่หยวนเดียว”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







