เข้าสู่ระบบ256 1-2
ตอนที่ 463 บีบหลินจิงซูให้พ้นสภาพนักศึกษา!
“ได้ยินว่าในมหาวิทยาลัยของคุณจะมีนักศึกษาที่ชื่อหลินจิงซูอยู่ใช่มั้ย? เห็นว่ากำลังโด่งดังในหมู่เพื่อนนิสิตด้วยกันในฐานะผู้บริจาคทุนการศึกษาด้วยใช่มั้ย? ฉันอยากจะให้อธิการบดีช่วยประกาศทีว่า นับตั้งแต่นี้ต่อไป ตระกูลจู้ของเรามีความประสงค์ที่จะจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสนับสนุนนักศึกษาที่ยากไร้ทุกคน ให้ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างไม่จำกัดจำนวน ขอเพียงมีเอกสารและหลักฐานยืนยันตัวตนได้ว่า เด็กคนนั้นมีพื้นเพทางบ้านที่ไม่พร้อมจริงๆ ก็สามารถขอรับเงินสนับสนุนจนเรียนจบได้ทุกกรณี”
“แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวเท่านั้นก็คือ อธิการบดีจะทำยังไงก็ได้ให้หลินจิงซูพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาของที่นี่ แต่ขอให้เป็นข้อหาร้ายแรงที่สุดก็แล้วกัน เพื่อให้มั่นใจว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆเองจะไม่กล้ารับเธอเข้าศึกษาต่อ ถ้าทำได้ ฉันก็สามารถเริ่มโครงการที่ว่าภายในวันนี้ได้เลย! แล้วฉันจะให้เงินพิเศษกับคุณเป็นจำนวน 100,000 หยวนด้วย!”
เผชิญกับข้อเสนอที่แสนเย้ายวนดั่งเคลือบน้ำตาลหวานฉ่ำเช่นนี้ อธิการบดีก็ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกสุดปอด เขาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จะให้เขาขับไล่นักศึกษาตัวอย่างที่เป็นเสมือนต้นแบบของนิสิตในยุคสมัยนี้นี่นะ?!
ไม่ ไม่มีทางที่เขาจะยอมทรยศหลินจิงซูเพราะเห็นแก่เงินแน่! และแทบจะในวินาทีเดียวกันนั้น อธิการบดีก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธไม่ยอมรับข้อเสนอทันที!
“ท่านครับ รู้ตัวบ้างรึเปล่าครับว่าพูดอะไรออกมา? หลินจิงซูเป็นเด็กดีขยันหมั่นเพียร เธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันที่อยากจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผลงานที่เธอได้ฝากเอาไว้ให้กับมหาวิทยาลัยของเรานั้น สูงเกินกว่าที่คนอย่างท่านจะมาใช้อำนาจอยุติธรรมข่มเหงได้! ทำไมเธอจะต้องถูกไล่ออกทั้งๆที่ไม่ได้กระทำอะไรผิดด้วยล่ะครับ!”
ยิ่งอธิการบดียืนกรานหัวชนฝาแบบนี้ หญิงชราก็ยิ่งหงุดหงิดฉุนเฉียวมากขึ้น
“ใครจะไปสนใจเรื่องพวกนั้น! ไม่รู้ล่ะ! ถ้าคุณไม่ยอมไล่นังเด็กนั่นออกทันที พรุ่งนี้ฉันจะต่อสายตรงถึงกระทรวงศึกษา สั่งปลดคุณให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทันที!”
ได้เห็นพฤติกรรมที่ไร้ยางอายของหญิงชราตรงหน้า อธิการบดีก็ยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้าแทนลูกหลานของเธอ เขาตอบปฏิเสธเสียงแข็งกลับไปทันที
“เชิญเลยครับ! ผมจ้าวหยางอี้ ยังขอยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ไล่หลินจิงซูออกเด็ดขาด! ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันครับว่า ตระกูลจู้ที่ว่าแน่กับตระกูลจ้าวของผม ใครมันจะแข็งกว่ากัน!!?”
คราวนี้จ้าวหยางอี้ไม่ตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน แผ่นอกของเขาตั้งตรง ยืนเสมอหญิงชราอย่างไม่มีเกรงกลัวแต่อย่างใด
“ผมตั้งใจไว้ว่าจะอยู่เงียบๆ ไม่เปิดเผยตัวตนแล้วนะครับ จางซีซี เด็กของคุณคนนั้นทำกับหลานสาวของผมที่อยู่อังกฤษจนเกือบตายไปครั้งหนึ่งแล้ว! ตอนนี้อย่าคิดลำพองใจจะทำกับหลินจิงซูได้อีกเป็นครั้งที่สอง!!”
หลานสาวที่ท่านอธิการบดีพูดถึงนั้น แท้จริงแล้วก็คือ…จ้าวหยวนนั่นเอง!
……….
เวลานี้ เมื่อเห็นจู้หยานที่เคยนั่งข้างกันกับจางซีซี ได้ย้ายกลับไปนั่งติดหลินจิงซูอีกครั้ง บรรดาเพื่อนนิสิตต่างก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบกันทันที แม้เสียงยังค่อนข้างแตกเป็นคนละทิศละทาง แต่โดยรวมทุกคนยังคงเห็นแก่หน้าหลินจิงซูเป็นส่วนใหญ่ อาจจะเพราะบุญคุณและเงินบริจาคเรื่องทุนการศึกษาของเธอที่ผ่านมา
“ทำไมจู้หยานถึงได้ทำแบบนี้ล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับจางซีซี? หรือสองคนจะทะเลาะกัน?”
“หรือว่าตอนนี้ประธานหลินกับจางซีซีกำลังเปิดศึกแย่งชิงจู้หยานกันอยู่นะ?”
“อ่า…พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็อดอิจฉาจู้หยานไม่ได้ ลองคิดดูสิว่า มีสาวสวยถึงสองคนกำลังแย่งชิงตัวเขาอยู่! ไม่ว่าจะเลือกซ้ายหรือขวา ก็ล้วนเหมาะสมเป็นศรีภรรยาในอนาคตทั้งนั้น! แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ จะเป็นฝ่ายจางซีซีที่ได้เปรียบกว่านะ ทำไงได้ล่ะ ได้ข่าวว่าเธอมีคุณย่าของจู้หยานคอยหนุนหลังสนับสนุนอยู่ไม่ห่างเลยนี่!”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็อยู่ข้างประธานหลินเสมอ! คนที่จู้หยานรักได้ต้องมีเพียงแค่ประธานหลินของเราเท่านั้น!”
“….”
หลินจิงซูรู้สึกไม่พอใจกับการซุบซิบคาดเดากันไปต่างๆนานาของบรรดาเพื่อนนิสิต
ในฐานะบุคคลจากศตวรรษ์ที่ 21 เรื่องความรักระหว่างชายหญิงนั้นไม่ควรเป็นเรื่องน่าอายอีกต่อไป
และถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจู้หยานจะเป็นอย่างที่ทุกคนจินตนาการจริง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่ควรต้องปกปิดเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าขณะนั้นเพื่อนนิสิตต่างอยู่ข้างหลินจิงซูกันทั้งนั้น แต่แล้วจู่ๆจางซีซีก็เสแสร้งปั้นหน้าใสซื่อไร้เดียงสา พร้อมระเบิดน้ำตาปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนา
“ฮือๆ…อย่างที่ทุกคนคิดนั่นล่ะ ตอนนี้ฉันกับประธานกำลังมีปัญหากันจริงๆ ก็ตั้งแต่ที่ประธานรู้ว่าฉันแอบชอบจู้หยานมานานแค่ไหน เธอก็เอาแต่ข่มขู่ฉันลับหลังทุกคน ห้ามไม่ให้ฉันเข้าใกล้ผู้ชายของเธออีก!”
“แต่ทุกคนไม่ต้องห่วงหรอกนะ ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นยังดีเหมือนเดิม ส่วนฉันก็เป็นได้แค่คนนอก ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับจู้หยานก็ตาม…”
“ประธานคะ ฉันรับปากจะเลิกยุ่งกับจู้หยาน ดังนั้น..ฮึกๆ..ฮึก…เลิกใส่ร้ายฉันว่าจ้างมิจฉาชีพไปก่อปัญหาที่โรงแรมเถอะนะคะ! แค่นี้ฉันก็ถูกจู้หยานเกลียดขี้หน้าจะแย่อยู่แล้ว นี่ประธานยังขู่จะแจ้งตำรวจมาจับกันอีก! ฮึกๆ…ตอนนี้ฉันเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







