เข้าสู่ระบบ25 2-2
ตอนที่ 49 ทัศนศึกษา (2)
“จริงเหรอคะ? ขอบคุณมากเลยค่ะพ่อ! ความจริงป้าจางเองก็เคยบ่นกับหนูครั้งหนึ่งว่า ทำไมถึงได้โง่ปล่อยให้ลูกพี่ลูกน้องได้ไปทัศนศึกษาครั้งก่อนโดยไม่ยอมพูดอะไรเลย ป้าจางถึงขนาดประชดว่า สรุปแล้วใครเป็นลูกสาวแท้ๆของพ่อกันแน่”
หลินชิงอี้เผยสีหน้าละอายใจเล็กน้อย และตอบส่งๆกลับไปว่า
“เสวี่ยเสวี่ยเองก็อยู่ในช่วงใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย คงไม่เหมาะจะไปทัศนศึกษา”
“ค่ะพ่อ ไว้เจอป้าจางคราวหน้า หนูจะชมพ่อให้ฟังเยอะๆ!”
หลิงชิงอี้ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะมากินอาหารอร่อยที่นี่ฟรีๆ แต่กลับกลายเป็นว่าถูกไถเงิน80หยวนไปง่ายๆแบบไม่ทันรู้ตัว
หลังสิ้นสุดมื้ออาหารเย็น หลินชิงอี้และติงเสวี่ยเหม่ยก็นั่งพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นเขาที่เอ่ยปากขอตัวกลับบ้านตระกูลหลินก่อน
จู่ๆก็เสียเงินไปตั้ง80หยวนง่ายๆแบบนั้น เขาไม่มีอารมณ์จะทำอะไรต่ออีกแล้ว!
อู๋ซิ่วเหลียนกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิน เฝ้ารอคอยการกลับมาของหลินชิงอี้ เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นอย่างมากเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาจากบ้านของติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูเร็วกว่าที่คาดคิด หากไม่ใช่เพราะเขากำชับหนักแน่นว่าห้ามเธอไปที่บ้านโทรมๆริมแม่น้ำนั่นเด็ดขาด ป่านนี้อู๋ซิ่วเหลียนคงแอบติดตามเขาไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแน่นอน
“พี้ชิงอี้คะ!”
อู๋ซิ่วเหลียนสอดส่ายสายตามองซ้ายแลขวาจนมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น เธอจึงรีบวิ่งไปควงแขนหลินชิงอี้และกอดรัดไว้แน่น
“วันนี้พี่ไปกินข้าวที่บ้านติงเสวี่ยเหม่ย ฉันก็แอบกังวล คิดไปว่า…พี่อาจจะอยู่กับเธอตลอดทั้งคืน”
หลินชิงอี้สำรวจสายตามองไปรอบตัวจนมั่นใจว่าปราศจากผู้คน จึงค่อยๆเอื้อมฝ่ามือออกไปลูบไล้บริเวณเนินก้นของอู๋ซิ่วเหลียนด้วยความปรารถนาบางอย่าง ยิ้มหวานพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทิ้ม
“ผมรู้ว่าคุณกำลังรอคอยผมกลับมา แล้วจะให้ผมไปค้างคืนที่นั่นได้ยังไงล่ะ จริงไหม? ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ผมทนไม่ไหวแล้วนะ….”
“คนบ้า! ช่วงนี้ฉันเห็นพี่วิ่งไปกลับบ้านหลังนั้นบ่อยจะตายไป ไม่ใช่ว่าจะนอกใจฉันหรอกนะ? พี่รับปากฉันได้ไหมว่าจะไม่พาสองแม่ลูกนั่นกลับมา?”
“ไม่แน่นอนจ้ะ! ที่ผมต้องทำไปทั้งหมดก็เพื่อการเลื่อนตำแหน่งเท่านั้น ได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อไหร่ เงินเดือนของผมจะเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบหยวนเลยล่ะ อำนาจการจัดการอะไรต่อมิอะไรก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นี่คือความพยายามมาตลอดหลายปีของผม!”
แม้จะได้ฟังเช่นนั้น แต่สีหน้าท่าทางของอู๋ซิ่วเหลียนก็ยังเผยให้เห็นร่องรอยที่ไม่สู้พอใจนัก เธอค่อยๆลากนิ้วชี้เรียวขาวไปบนแผ่นอกของหลินชิงอี้ วาดลวดลายยั่วยวนอารมณ์ พร้อมเปล่งเสียงเย้ายวนกระซิบข้างหูว่า
“พี่ชิงอี้ ทันทีที่ได้เลื่อนตำแหน่ง พี่อย่าลืมที่ให้สัญญากับฉันไว้นะ ห้ามไปมาหาสู่กับติงเสวี่ยเหม่ยมากเกินกว่านี้อีก”
“สัญญาจ้ะสัญญา ทำไมคนดีของพี่ต้องอิจฉาไปซะทุกเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะ? ผู้หญิงหน้าเหลืองแบบนั้นจะเทียบกับซิ่วเหลียนได้ยังไงกัน?”
“ก็ฉันหึงน่ะสิ ไม่อยากให้พี่ไปเจอหน้ามันบ่อยๆ”
เสียงกระซิบประโยคแล้วประโยคเล่าของอู๋ซิ่วเหลียน ยิ่งฟังดูกระเส่าเย้ายวนหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ปลุกเร้าสัญชาตญาณสัตว์ภายป่าในใจของหลินชิงอี้ให้ตื่นขึ้น
ในค่ำคืนที่มืดสนิท ทั้งสองซุกซ่อนตัวอยู่ภายในห้องและบรรเลงเพลงรักกันอย่างเร่าร้อน จนกระทั่งถึงเวลาที่หลินเสวี่ยกลับมาจากเรียนพิเศษ ทั้งคู่จึงค่อยแยกย้ายกันออกจากห้อง
ทันทีที่เห็นหลินชิงอี้ หลินเสวี่ยก็วิ่งโผเข้าสวมกอดเขาด้วยความคิดถึงทันที
“คุณลุงกลับมาแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า เสวี่ยเสวี่ยกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง? เหนื่อยมั้ย?”หลินชิงอี้ลูบไล้ศีรษะหลินเสวี่ยอย่างเบามือ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นเสมือนกับคู่พ่อลูกที่แท้จริง
“คุณลุงคะ วันนี้หนูมีเรื่องมาบอกด้วยค่ะ อาทิตย์หน้าที่โรงเรียนจะจัดทัศนศึกษาขึ้น มีค่าเข้าร่วมคนละ80หยวนค่ะ หนูอยากไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองหลวงค่ะคุณลุง”
หลังจากพูดจบ เธอก็ปรายตามองไปทางอู๋ซิ่วเหลียนเพื่อขอให้ช่วยสนับสนุนอีกแรง
อู๋ซิ่วเหลียนรีบพูดเสริมขึ้นทันที
“โอ้? ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองหลวงได้ในราคาแค่ 80หยวนเองเหรอ? นี่มันถูกมากเลยนะ! อีกอย่าง การไปทัศนศึกษาแบบนี้ก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญไปคอยให้ความรู้ด้วยสิ นี่เรียกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ! อีกเดี๋ยวเสวี่ยเสวี่ยก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เป็นช่วงที่เด็กต้องเก็บเกี่ยวหาความรู้ให้เพิ่มพูนมากขึ้น พี่ชิงอี้ว่าจริงมั้ยคะ?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล





![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

