ทาสบำเรอราชนิกุล

ทาสบำเรอราชนิกุล

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-06-26
Oleh:  สาริศาOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
68Bab
1.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

จะเป็นเพราะกามเทพเล่นตลกหรือพระพรหมสาบส่งก็ไม่มีใครเข้าใจ เมื่อหญิงสาวที่ ‘หม่อมราชวงศ์พิษณุนเรศวร์ โขมพัสตร์’ นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยขายตามองผู้หญิงคนไหน เกิดถูกตาต้องใจขึ้นมาเป็นครั้งแรก กลับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องสาวสุดที่รักของเขาถึงกับคิดฆ่าตัวตาย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะล้างแค้นด้วยวิธีที่คลาสสิกที่สุด นั่นคือวางแผนล่อลวงเธอมา... เป็นทาสรับใช้บนเตียงนอน... ‘ศศิวลัย’ ต้องประหลาดใจอย่างหนัก เมื่อจู่ๆ แอร์โฮสเตสสาวมือใหม่ ไร้ประสบการณ์อย่างเธอ กลับถูกว่าจ้างให้ไปบริการบนเครื่องบินส่วนตัวของมหาเศรษฐีหนุ่มเป็นการเฉพาะกิจ แต่ที่เซอร์ไพรซ์กว่านั้น... มันเป็นเที่ยวบินขาไปที่เธอไม่มีโอกาสจะได้บินกลับตลอดกาล

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

—Señor García, el lugar del accidente todavía es muy peligroso, no puede pasar.

—Ya llamamos al equipo de rescate, la ambulancia está por llegar.

—Señor García...

—¡Quítense! Si se tardan y a ella le pasa algo, ¡los voy a hacer pagar a todos!

Entre todo el ruido que la rodeaba, un grito enojado logró que Sofía empezara a despertar poco a poco después del accidente.

Con mucho esfuerzo volteó la cabeza y vio a lo lejos ese hombre tan conocido que, como todo un héroe, iba corriendo hacia donde estaba ella.

Sofía se puso a llorar de pura alegría.

Después del choque, llevaba quién sabe cuánto tiempo atrapada dentro del carro volteado. Creyó que Alejandro no iba a ir por ella.

Antes del accidente, todavía estaban peleando. La noche anterior habían quedado de verse en la oficina, pero en la mañana Alejandro recibió una llamada y canceló de la nada. No le contestaba el teléfono para nada. Después, cuando pasó el accidente, con lo poquito de batería que tenía le mandó su ubicación a la secretaria de él como emergencia.

Pensó que Alejandro, como siempre, iba a ignorar su mensaje.

No pensó que...

—Bebé... todavía hay esperanza... tu papá llegó...

Sofía miró la sangre que no paraba de salir debajo de ella, todavía aferrada a una última esperanza. Sin importarle el mareo y las ganas de vomitar, quiso gritar el nombre de Alejandro, pero cuando abrió la boca se dio cuenta de que su voz salía ronca y sin sonido.

Pero bueno, no importaba, él ya la había encontrado. Con todo el esfuerzo del mundo levantó su brazo sin fuerzas, queriendo saludar...

Al segundo, Alejandro pasó de largo, sin parar ni un momento, siguió caminando.

Sofía se quedó helada.

Creyó que se había equivocado de carro.

Ese día no había agarrado el carro de la casa, pues su cuñada se lo había llevado en la mañana. El carro donde estaba era un regalo de su mamá, que casi nunca lo manejaba, era normal que Alejandro no lo conociera.

Sin tiempo para pensar mucho, juntó todas sus fuerzas para gritar su nombre.

Pero con toda la sangre que había perdido ya no le quedaban energías. Su voz salió bajita y débil.

Alejandro no la escuchó. Se fue alejando más y más hasta que se paró frente al carro blanco que había causado el accidente.

Antes de que Sofía pudiera pensar nada más, Alejandro abrió la puerta del carro y metió entre sus brazos a una mujer que estaba temblando.

La mujer traía un abrigo largo, era delgada y se veía elegante. Tenía ese aspecto frágil que daba lástima.

Cuando vio su cara, Sofía sintió como si la hubieran metido en hielo.

Era Florencia Díaz, el primer amor de Alejandro.

De repente se acordó de que ese carro había estado cambiando de carril sin parar, y luego, sin darle ni tiempo de reaccionar, la persiguió como loco hasta chocarla por atrás.

Pero ese carro blanco ahora estaba ahí tranquilo a un lado del camino, como un niño herido e inocente.

Y su dueña estaba acurrucadita en los brazos de su esposo.

Sofía no tuvo cabeza para pensar por qué Florencia, que estaba fuera del país, había vuelto de repente, ni para preguntarse por qué tan casualmente había chocado su carro.

Solo quería salvar a su bebé.

—¡Señor García, todavía hay alguien en ese carro!

Justo cuando Sofía hacía el esfuerzo de golpear la ventana, el guardaespaldas de Alejandro vio primero que había alguien moviéndose dentro del carro. Como el carro también le parecía conocido, no pudo evitar gritar, asustado.

Al escuchar eso, Alejandro volteó la cabeza.

La mujer dentro del carro tenía la cara llena de sangre, del cuerpo también le chorreaba sangre roja, se veía súper mal, pero todavía se podía notar entre toda la sangre que su cara original era bonita y delicada.

Hasta le parecía medio conocida.

Alejandro se detuvo un momento, iba a decir algo, cuando la mujer en sus brazos soltó un gemido de dolor.

—Florencia está herida. Despejen ya el camino al hospital.

Alejandro no podía preocuparse por nada más.

—Pero señor García...

El guardaespaldas no terminó de hablar cuando la mirada helada de Alejandro lo asustó tanto que se tragó las palabras.

—Sí.

Sofía vio sin poder hacer nada cómo Alejandro apenas la miró por un segundo antes de cargar a Florencia y volver a su carro a paso rápido.

—¡Alejandro, sálvame! Salva al bebé...

Sofía quiso gritar, pero apenas abrió la boca, un chorro de sangre le tapó la garganta.

Nadie le hizo caso.

El carro de Alejandro salió volando llevándose a Florencia.

Sofía vio, impotente, cómo el carro se iba alejando cada vez más.. Sus ojos se quedaron sin brillo por un momento. Al segundo siguiente, un dolor horrible la golpeó como una ola gigante.

Ya no aguantó más. Todo se le puso negro y se desmayó otra vez.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
68 Bab
บทนำ
หลังจากรถลิมูซีนสีขาววิ่งเข้ามาจอดสนิทหน้าอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล ของท่าอากาศยาน อัล อัคดาห์ สนามบินแห่งชาติรัฐสุลต่าน บาลาห์ จาเบลุซ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีน้ำเงินก็เปิดประตูด้านหลังก้าวลงมาก่อน ในขณะที่มือข้างหนึ่งยังจับข้อมือหญิงสาวอีกคนเอาไว้แน่น ร่างเพรียวบางในชุดราตรียาวจึงจำเป็นต้องรีบขยับตัวตามเขาลงจากรถ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายเดินกึ่งลากกึ่งจูงเข้าไปภายในตัวอาคารทันทีที่เสร็จสิ้นงานเลี้ยงมงคลสมรสของเจ้าชายโฮร์มุซ บิน ฮาเร็บ อัล อลาวี ผู้เป็นเพื่อนสนิทเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงก่อน หม่อมราชวงศ์พิษณุนเรศวร์ก็ตัดสินใจพาเชลยสาวของเขาเข้าไปอำลาเจ้าภาพ แล้วปลีกตัวมาเพื่อจะขึ้นเครื่องบินเดินทางออกจากประเทศอย่างกะทันหัน“ถึง ตม.แล้วก็ปล่อยมือฉันซะทีเถอะค่ะ ฉันเจ็บจะแย่อยู่แล้วนะ” หญิงสาวพูดไม่เต็มเสียง ตาก็เหลียวมองไปรอบๆ ตัวด้วยความรู้สึกกระดากใจมากกว่าจะรู้สึกอย่างอื่น เพราะถึงแม้ว่าเธอจะมีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตสก็จริง แต่ก็ไม่เคยเดินเข้าออกสนามบินในชุดราตรีที่ปักเลื่อมระยิบระยับไปทั้งตัวอย่างนี้“ปล่อยไม่ได้ ผู้หญิงดื้อด้านอย่างคุณเผลอเป็นต้องหาโอกาสหนี ผมไม่มีเวลาไปไล่ตามหรอก” บอ
Baca selengkapnya
บทที่ 1
“แม่คะ!! ศิสอบผ่านแล้วค่ะ ศิได้เป็นแอร์โฮสเตสแล้ว!!” จู่ๆ เสียงร้องด้วยความดีใจก็ดังมาจากห้องรับแขกด้านในตัวบ้าน... ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างสูงโปร่ง เพรียวระหงของหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากประตูมุ้งลวดกรอบไม้ของบ้านสองชั้นทรงโบราณที่ถูกปลูกสร้างมานานเกือบห้าสิบปีแล้วหญิงวัยกลางคนร่างท้วม ผู้เป็นแม่ ซึ่งกำลังถือสายยางรดน้ำแปลงดอกไม้ในบริเวณสนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้าน ต้องหันไปมองคนที่กำลังกระโดดโลดเต้นเข้ามาหาตัวเองอย่างขัดเคืองใจ“อะไรกัน ศศิวลัย... แม่สอนกี่ครั้งแล้วว่าเป็นสาวเป็นนางไม่ให้ทำตัวกระโดกกระเดก ไม่ให้พูดจาโหวกเหวกโวยวาย คนผ่านไปใครมาได้ยินเข้า จะหาว่าผู้ใหญ่บ้านนี้ไม่อบรม” อีกฝ่ายพูดตำหนิ“แม่ก็... ศิขอโทษค่ะ ก็ศิกำลังดีใจนี่นา” หญิงสาวทำเสียงอ่อย ปั้นหน้าเจื่อน พลางเดินเข้าไปกอดเอวมารดา ทำงอนง้อเอาใจ แต่สุดท้ายก็ทนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ต้องร้องบอกซ้ำอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น“ศิได้เป็นแอร์โฮสเตสแล้วล่ะค่ะ บริษัทที่ศิไปสอบสัมภาษณ์มาเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาโทรมาแจ้งเมื่อกี้นี้เอง วันมะรืนนี้ศิก็จะได้เข้าไปอบรมที่สำนักงานใหญ่แล้ว แม่ดีใจกับศิหน่อยสิคะ...”พรนภาถอนหายใจเบ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ช่วงเวลาสองเดือนของการฝึกอบรมก่อนเริ่มทำงานผ่านพ้นไปในที่สุด กว่าที่ศศิวลัยจะได้สวมเครื่องแบบพนักงานต้อนรับขึ้นไปดูแลผู้โดยสารบนเครื่องบินก็ต้องผ่านการอบรมหลายขั้นตอน แทบไม่ต่างกับการกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยใหม่อีกครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาๆ อย่างการอุ่นอาหาร เสิร์ฟเครื่องดื่ม การยิ้มแย้มพูดคุยด้วยมารยาท ไปจนถึงเรื่องที่หญิงสาวเองก็คาดไม่ถึง เช่น การรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้โดยสาร การปฐมพยาบาล ทำ CPR ปั๊มหัวใจ ห้ามเลือด การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเมื่อพบกับปัญหาจากผู้โดยสาร ต้องเรียนรู้ชนิดของเครื่องบินรุ่นต่างๆ ที่บริษัทมีการใช้งานอยู่ เพื่อให้รู้ถึงตำแหน่งของประตูทางออกและอุปกรณ์ฉุกเฉินต่างๆ หากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด เป็นต้น‘เทรนนี’ หรือพนักงานต้อนรับฝึกหัดจะเริ่มบินครั้งแรกๆ ด้วยเที่ยวบินระยะสั้นอย่างเที่ยวบินภายในประเทศก่อน โดยแต่ละเที่ยวบินจะมีพนักงานเต็มตัวคอยสอนงานอยู่ด้วยหนึ่งถึงสองคน ไม่นับรวมหัวหน้าพนักงานที่เรียกว่า ‘เพอร์เซอร์’ หรือมีระดับผู้จัดการอยู่ด้วยอีกหนึ่งคนเพื่อคอยดูแลในแต่ละเที่ยวบิน ซึ่งในหลายๆ เที่ยวบินก็อาจต้องมี ‘สจ๊วต’ หรือพนักงานต้อนรับผู้โดยสารชายอี
Baca selengkapnya
บทที่ 3
หลังจากร่างสูงโปร่งเดินบิดสะโพกโยกย้ายจนพ้นสายตาแล้ว เกริกสยามก็ถอนหายใจออกมาดังๆ คล้ายกับได้ยกภูเขาออกจากอก แล้วหันไปขยิบตา กระซิบกระซาบกับหญิงสาวอีกคนที่เหลืออยู่“อย่าไปถือสาพี่ลดาเลยนะ หล่อนคงจะหึงพี่ภูรินทร์น่ะ”“ผู้จัดการกับพี่ลดาเป็นแฟนกันเหรอคะ” ศศิวลัยถามเสียงแผ่ว สายตาก็ชำเลืองลอดผ้าม่านออกไปตามทางเดินระหว่างที่นั่ง ราวกับกลัวว่าคำพูดของเธอจะดังไปถึงหูบุคคลในหัวข้อสนทนา“จุ๊ๆๆ...” พนักงานต้อนรับหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง “ก็แค่คู่ขาเท่านั้นแหละ เขาเมาท์กันให้แซ่ดว่าพี่ลดาน่ะจ้องจะจับพี่ภูรินทร์จนตัวสั่น เห็นพี่ภูรินทร์ไปก้อร่อก้อติกกับใครก็พานไปเหวี่ยงใส่เขาหมด... แต่รายนั้นก็ร้าย เที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่วนั่นแหละ ไม่รู้พวกแอร์ในบริษัทเสร็จนางไปกี่คนแล้ว ศิก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน...”“ขอบคุณค่ะพี่เคิร์ก แต่... ศิไม่ได้คิดอะไรกับผู้จัดการหรอกค่ะ” เธอส่ายหน้าเบาๆ...เกริกสยามไม่ได้บอกว่าเธอควรระวังฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงกันแน่ แต่ศศิวลัยก็ตีความว่าเป็นบุคคลแรกเอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอเริ่มมองออกเลาๆ แล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้น อันที่จริงอาจจะไม่หนุ่มสักเท่าไร แต่หญิงสาวก็ไม่ได้มีอ
Baca selengkapnya
บทที่ 4
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทพอดีตัว ก้าวผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าอย่างเชื่องช้า แต่ก็มีจังหวะจะโคนที่น่ามองอย่างบอกไม่ถูก ราวกับทุกย่างก้าวผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดีโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาด้านบุคลิกภาพด้วยความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ไหล่กว้างสมส่วน และเรือนร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทั้งใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ผมสีเข้มที่ถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ และดวงตาคู่คมที่ทอประกายฉลาดเฉลียว จึงไม่น่าแปลกใจที่การปรากฏตัวของเขาจะเรียกสายตาของผู้คนให้หันไปมองราวกับเป็นซูเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังคนหนึ่งหากเป็นบุคคลอื่นก็อาจจะรู้สึกยินดีที่รู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตา โดยเฉพาะจากบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ที่ต้องหันมองตามเขาอย่างลืมตัว แต่สำหรับ หม่อมราชวงศ์พิษณุนเรศวร์ โขมพัสตร์ แล้ว เขากลับรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่มีความจำเป็นต้องปรากฏตัวในที่สาธารณะคุณชายหนุ่มอาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างของคนทั่วไปก็จริงอยู่ หากในแวดวงธุรกิจและวงสังคมชั้นสูงนั้น เขานับได้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้มีชื่อเสียง และเป็นที่กล่าวขวัญถึงในร
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ทีแรกหม่อมราชวงศ์พิษณุนเรศวร์ก็ตั้งใจจะออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าและตรงไปยังอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคลทันที แต่พอรู้ว่าเขาจะต้องไปนั่งรอเวลาอีกเกือบชั่วโมง กว่าที่เพื่อนของเขาจะลงจากเครื่องและผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง คุณชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะหากาแฟดื่มสักแก้วเพื่อให้สมองแจ่มใสขึ้นอันที่จริงเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องรับปากเพื่อนเก่า แล้วลงทุนฝ่าวิกฤติการจราจรของกรุงเทพฯ ขับรถออกจากบริษัทตั้งแต่สี่โมงเย็นเพื่อมาต้อนรับอีกฝ่ายถึงที่นี่ด้วย ในเมื่อเพื่อนของเขาก็น่าจะมีคนสนิทเตรียมรถลิมูซีนมารอรับอยู่แล้วหลังจากหาร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดพบ และหามุมสงบนั่งดื่มอเมริกาโนร้อนๆ จนหมดแก้ว เมื่อเห็นว่าตัวเองฆ่าเวลาไปได้พอสมควรแล้ว พิษณุนเรศวร์จึงเดินออกจากร้านเพื่อหาทางกลับไปยังรถของเขาโดยเร็วที่สุด พยายามไม่ให้เป็นจุดสนใจของใคร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายตกเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวสองสามคนที่เขาเดินผ่านขณะที่เขาก้าวไปหยุดบนบันไดเลื่อน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสแล็กส์ก็ดังขึ้น คุณชายหนุ่มจึงล้วงเครื่องมือสื่อสารราคาแพงของเขาออกมาดู พบว่าหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอ เ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“นายจะบ้าหรือเปล่าวะ กับอีแค่กรอกเอกสารคนเข้าเมืองก็ต้องทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตด้วย” เสียงบ่นเป็นภาษาอังกฤษดังลอดออกมาจากประตูอัตโนมัติที่กำลังเปิดออก พร้อมๆ กับร่างชายหนุ่มก้าวออกมายังลานจอดรถ“ก็แค่กรอกเอกสาร ทำไมจะต้องวุ่นวายนักล่ะ ฉันก็อุตส่าห์ให้คนของฉันกรอกแทนให้แล้ว ไอ้ ตม.นั่นยังจะบังคับให้ฉันเซ็นบ้าบออะไรอีกก็ไม่รู้” ชายหนุ่มในชุดสูทอีกคนที่ก้าวตามออกมาพูดโต้ตอบหากมองไกลๆ แล้ว ทั้งคู่มีขนาดรูปร่างไม่ต่างกันนัก จะผิดกันอยู่บ้างก็ตรงที่ฝ่ายแรกมีรูปหน้าเรียวยาวและผิวพรรณขาวละเอียด ตัดกับผมและคิ้วคมเข้มสีดำสนิทจนสามารถเห็นเด่นชัด ส่วนเค้าโครงใบหน้าของอีกฝ่ายกลับมีเหลี่ยมมุมดูคมสันสมชายชาตรี ผิวสีแทนช่วยเน้นให้เห็นถึงบุคลิกองอาจอย่างชาวทะเลทราย เรือนผมหยักศกเป็นสีน้ำตาลเข้มถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าโพกศีรษะสีขาวที่เรียกว่ากุตราห์ตามวัฒนธรรมประจำชาติ“มันเป็นคอมมอนเซนส์ไม่ใช่เหรอวะ ลายเซ็นของใครก็ของคนนั้นสิ นายจะให้คนอื่นเซ็นแทนได้ยังไงกัน” เพื่อนชาวไทยหันไปแย้งคนที่ยังมีอาการหงุดหงิดไม่หาย“ไร้สาระ! ฉันเป็นถึงเจ้าชายของจาเบลุซนะโว้ย ทำไมจะต้องให้ทำอะไรจุกจิกพวกนี้ด้วยตัวเองด้ว
Baca selengkapnya
บทที่ 7
ศศิวลัยกอดกระเป๋าสะพายไว้แนบอก เดินเก้ๆ กังๆ ไปยังป้ายจอดชัตเติลบัสด้านหน้าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เพื่อรอเดินทางกลับบ้านด้วยรถสวัสดิการของทางบริษัท ในใจยังรู้สึกอับอายกับเหตุการณ์เมื่อสิบกว่านาทีก่อนไม่หายกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผู้ชายยังติดตัวเธอมาด้วย...นึกถึงรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาของชายหนุ่มแปลกหน้าและอ้อมแขนที่ช่วยประคองไม่ให้เธอต้องหกคะเมนลงไปกับพื้นแล้ว ใบหน้าหญิงสาวก็ร้อนวูบวาบไปถึงใบหูถ้าไม่นับช่วงเวลารับน้องในมหาวิทยาลัยแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่เธอมีโอกาสใกล้ชิดกับคนต่างเพศ แล้วก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน ที่เธอเก็บเอาเรื่องผู้ชายมาครุ่นคิดยืนเหม่อลอยอยู่อย่างนั้นเพียงครู่เดียว ภาพกระป๋องแป้งกลิ้งโค่โร่ กับผ้าอนามัยเจ้ากรรมก็ลอยกลับเข้ามาในสมอง แก้มขาวนวลเนียนกลายเป็นสีแดงระเรื่อในทันที“บ้าจริงเชียว... ทำไมต้องนึกถึงแต่เรื่องน่าอายอย่างนั้นด้วยนะ” ศศิวลัยครางกับตัวเองเสียงอ่อย ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าเพราะการที่หญิงสาวมัวแต่หันไปมองคนอื่นจะทำให้ตัวเองต้องประสบกับเรื่องน่าขายหน้าขนาดนี้แต่คิดแล้วก็แปลก ถ้าไม่อุปาทานไปเองล่ะก็ เธอมั่นใจว่าผู้หญิงที่เดินควง
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ประตูรั้วไม้สภาพเก่าคร่ำคร่าตามอายุขัยกว่าห้าสิบปี ถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ ด้วยความทุลักทุเล เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของมันเรียกความสนใจจากหญิงร่างท้วมวัยกลางคน ให้ชะโงกหน้าออกมามองจากเงารกครึ้มของต้นน้อยหน่าข้างบ้านเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังปิดประตูบานเก่ากลับเข้าที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว เธอก็รีบวางไม้กวาดทางมะพร้าวแบบมีด้ามจับ พิงเข้ากับรั้วอิฐบล็อกข้างบ้านที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่ ละมือจากการกวาดใบไม้ แล้วเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดใจพอได้เห็นแสงไฟจากท้ายรถสปอร์ตสีแดงที่ค่อยๆ ทิ้งห่างไปจากถนนหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงคำรามกระหึ่มของท่อไอเสียที่ถูกดัดแปลงตามสไตล์รถแต่ง ก็ทำให้ใบหน้าอวบอิ่มแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง ดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก“อ้าว แม่เองเหรอคะ... ทำไมค่ำมืดขนาดนี้แล้วยังออกมายืนอยู่นอกบ้านอีก ศิหันไปเกือบจะสะดุ้งตกใจอยู่แล้วเชียว” ศศิวลัยร้องทักเมื่อมองเห็นมารดากำลังก้าวเข้ามาหา“ก็ใบน้อยหน่ามันกองรกอยู่บนพื้นตั้งขนาดนั้น จะให้แม่ทนเห็นได้ยังไงล่ะ ก็ไหนลูกรับปากเอาไว้ว่าจะกวาดให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้ยังไม่ทำซักที แม่ก็ต้องลงมือจัดการเองน่ะสิ” เค้าหน้าที่ยังค
Baca selengkapnya
บทที่ 9
ชั้นล่างของบ้านไม้สองชั้นทรงโบราณ ประกอบไปด้วยส่วนหน้าที่เคยใช้เป็นห้องรับแขก ต่อมาจึงถูกปรับใช้เป็นห้องนั่งเล่น ดูโทรทัศน์ และรับประทานอาหาร ถัดเข้าไปด้านในตัวบ้าน ฝั่งซ้ายเป็นบันไดที่นำขึ้นไปสู่ห้องนอนและห้องพระบนชั้นสอง ฝั่งตรงข้ามบันไดเป็นห้องเก็บหนังสือและข้าวของเก่าๆ ของเครือระย้าผู้เป็นยาย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นห้องนอนของหญิงสูงวัย เพื่อไม่ให้เธอต้องลำบากกับการเดินขึ้นลงบันไดเดิมทีพรนภาและบุตรสาวจะพักอยู่รวมกันในห้องนอนชั้นบน ต่อมาเมื่อเห็นว่าศศิวลัยโตเป็นสาว และต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เธอจึงตัดสินใจย้ายลงมาอยู่ร่วมห้องกับเครือระย้า เพื่อที่จะได้คอยดูแลมารดาไปด้วยในตัว เหลือแต่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่ยังเก็บไว้รวมกัน จึงไม่มีใครที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าของห้องห้องใดห้องหนึ่งอย่างเต็มตัวเช่นเดียวกับทุกคืน ขณะที่ก้าวเข้าไปในบ้าน หญิงสาวก็พบว่าผู้เป็นยายนั่งขัดสมาธิบนตั่งไม้สักเก่าแก่ริมหน้าต่าง ข้างตัวมีตะกร้าเชี่ยนหมากวางอยู่ ปากของเครือระย้าในวัยหกสิบปีกำลังเคี้ยวหมาก พลางหัวเราะไปกับตัวละครในโทรทัศน์ ส่วนพรนภาเองก็นั่งถักโครเชต์ฆ่าเวลาอยู่บนเก้าอี้ใกล้ๆ ไม่ได้สนใจกับเ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status