Share

บทที่ 6 ความตายได้มาเยือนแล้ว

Penulis: Futhaone
last update Tanggal publikasi: 2025-04-11 22:07:27

"บังอาจ! กล้าใส่ความท่านอ๋อง สมควรตาย องครักษ์จับนายทหารผู้นี้"ข้ารับใช้คนสนิทของจี๋ชงเอ่ยขึ้นด้วยแววตาขุ่นเคือง

"ไม่เป็นไรๆ เจ้าเด็กน้อย ช่างฉลาดยิ่ง นามว่าอะไร " ฝ่าบาทจ้องมองนาง ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาทั้งคู่ทะเลาะกันเพียง เพราะทหารคนเดียว ตั้งแต่ทะลุมิติมาที่วังหลวงแห่งนี้ ไม่มีความสงบเรียบร้อย แต่ยังคงความเป็นตัวเอง คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น ไม่สนใจผู้ใด แต่ทว่าท่านผู้นี้คือ องค์จักรพรรดิของแผ่นดิน ที่เธอมิอาจทำตัวไร้มารยาทได้ เพราะประวัติศาสตร์ได้จารึกแต่คุณงามความดีไว้มากมาย มันน่าละอายใจเหลือเกินหากเธอทำตัวไร้มารยาท

"ข้าน้อย ยู่หลง คารวะฝ่าบาท ขอให้อายุยืนหมื่นๆ ปี" เสี่ยวเยาคุกเข่าลง เพื่อแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม แลดูจริงใจ ยิ่งทำให้ฝ่าบาทเอ็นดูเขามากขึ้นไปอีก

"ไม่ต้องพิธี เอาล่ะๆ ลุกขึ้นเถิด.." รอยยิ้มอันอ่อนโยนได้ปรากฏบนใบหน้าสง่างาม มีเมตตา เหมาะสมตามคำร่ำลือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

"ขอบพระทัยฝ่าบาท" น้ำเสียงอันหนักแน่น เพื่อกลบเกลื่อนความเป็นสตรีไว้ เสี่ยวเยาเหลือบมองฝ่าบาท ก่อนที่จะกะพริบตาข้างหนึ่ง ส่งสัญญาณให้นางกำนัลรีบหาช่องทางหลบหนีออกไป

"อ๋องจี๋ชง แม่ทัพเจิ้งเจี๋ย ประลองกระบี่กันเช่นนี้ ต่อหน้าบริวารไม่สมควร มีใครได้รับบาดเจ็บบ้างไหม?" แววตายังคงเป็นห่วงเขาทั้งสอง ทุกคนในวังต่างรู้ดีว่าทั้งคู่ต่างเป็นคนโปรดของจักรพรรดิ ที่เพิ่งกลับคืนสู่พระราชวังได้ไม่นานหลังเสร็จสงครามครั้งใหญ่ เจิ้งเจี๋ยรีบปกปิดบาดแผลไว้ เพื่อไม่ให้น้องชายต่างมารดาต้องมารับโทษเพราะตน

"แค่ฝึกซ้อมกระบี่กันเท่านั้น ทรงอย่าได้กังวลไปเลย" เจิ้งเจี๋ยรีบบ่ายเบี่ยง ทำเอาเสี่ยวเยาได้แต่ยืนอึ้ง มองหน้าจี๋ชงที่ทำสีหน้าเยาะเย้ยให้ตนเอง อย่างผู้ได้รับชัยชนะ เสี่ยวเยาทำได้แต่ขบกรามแน่นเพื่อเห็นแก่เจิ้งเจี๋ย

"ใช่แล้ว ท่านพ่อ เราแค่ประลองวรยุทธ์กันเท่านั้น ทรงอย่าได้กังวลไปเลย" จี๋ชงพูดเสริมขึ้น เพียงเพราะตนไม่อยากให้รู้ความจริง อาจรับโทษฐานทำร้ายข้ารับใช้ในวังได้ คงรู้ดีแก่ใจว่า เป็นเรื่องที่ฝ่าบาททรงกริ้วโกรธกว่าเรื่องใดๆ ทรงให้ความสำคัญต่อข้าทาสบริวารเป็นอันดับหนึ่ง

"ดี ยู่หลง ตั้งแต่นี้ต่อไป เจ้าจงเป็นทั้งนางกำนัล และองครักษ์ของเจิ้งเจี๋ย ปรนนิบัติรับใช้ อย่าให้ขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด เข้าใจไหม" ฝ่าบาทยิ้มกว้างถึงตา ไม่รู้เหตุใดถึงถูกชะตากับนายทหารผู้นี้นัก ไม่เคยมีใครกล้าสร้างความปั่นป่วนในวังที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายแห่งนี้มานานมากแล้ว

"แต่ว่าฝ่าบาท ข้า..."ดวงตาเจิ้งเจี๋ยเบิกโตด้วยความตกใจ นับตั้งแต่เกิดเรื่องในครานั้นขึ้น เขาไม่อยากเห็นนางกำนัลในจวนของตนอีกเลย

"หม่อมฉันรับราชโองการ ..." นางยิ้มกว้าง พร้อมส่งแววตาเจ้าเล่ห์มายังท่านแม่ทัพ เหลือบตามองนาง อย่างกับจะฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ จี๋ชงเองก็ไม่วายที่จะยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะขัดคำสั่งท่านพ่อไม่ได้ แต่ตนจะไม่มีวันยอมปล่อยนางผู้นี้ให้เป็นของเจิ๋งเจี๋ยได้แน่นอน อย่างน้อยเขาก็ล่วงรู้ความลับของนาง อีกทั้งภายในใจลึกๆ ก็โปรดปรานนางอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

เสี่ยวเยาเดินตามหลังเจิ้งเจี๋ย ผู้ที่นิ่งเงียบ ไม่พูดจากับเธอสักคำ ท่ามกลางแสงสว่างของดวงจันทร์ในยามราตรี สายลมยังพัดอ่อนๆไปทั่วทิศทาง แม้จะเหน็บหนาวเพียงใด แต่เหตุใดเขากลับอบอุ่นใจเช่นนี้ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดมากมายพรั่งพรูเข้ามา ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้น เขารู้สึกไม่พึงพอใจทุกครั้ง เมื่อมองแววตาของจี๋ชงที่มองมายังทหารผู้นี้ที่เป็นชายเช่นเดียวกัน

นางมองบุรุษเบื้องหน้าตน ที่เดินด้วยท่าทางเหม่อลอย เพียงแผ่นหลังกว้าง ก็รู้ได้ว่าเขาคือ บุรุษที่งดงาม แข็งแรง เพียบพร้อมไปทุกด้าน เสี่ยวเยายังสัมผัสได้ว่าท่านแม่ทัพผู้นี้ปิดบังบางอย่างไว้ ซึ่งเธอต้องรู้ให้ได้

"เจ้าจะแอบมองข้าอีกนานไหม" เขาหยุดเดินชั่วขณะ เพราะรับรู้ได้ว่าตนถูกแอบมองตลอดเส้นทาง เสี่ยวเยาไม่ทันระวังตน นางชนเข้ากับแผ่นหลังอย่างจัง ด้วยความตกใจ และสัญชาตญาณของนางสองแขนได้โอบกอดคอเขาไว้ แววตาทั้งคู่สบตากันด้วยความบังเอิญ

"เอ๊ะ!! .." ดวงตาเคร่งขรึมเบิกกว้าง เมื่อเจ็บปวดตรงบาดแผล ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมานานนับสิบปี

"ท่านแม่ทัพ! ท่านบาดเจ็บเหรอ?" ก่อนจะมองตามหยดเลือดที่ไหลรินออกมาจากแขนข้างหนึ่ง นางไม่รอช้ากระชากแขนเสื้อตัวเอง เพื่อห้ามเลือดให้เขา ด้วยแววตาที่ดูเป็นกังวล ทำเอาคนเบื้องหน้านิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง ทำไมถึงรู้สึกดีเช่นนี้

"ข้าไม่ได้เป็นอะไร"

"แต่ท่าน..."

ทั้งคู่สบตากันอีกครั้ง ท่ามกลางแสงจันทราที่สว่างไปทั่ว เผยให้เห็นใบหน้าขาวนวลผ่องที่ชัดเจน แก้มแดงระเรื่อของทหารผู้นี้ ทำเอาเจิ๋งเจี๋ยเหมือนโดนมนต์สะกด ภายในใจเริ่มหวั่นไหว ยิ่งเผลอมองริมฝีปากชมพูอันอวบอิ่ม ยิ่งทำให้เขารู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งตัว แก้มเขาเริ่มแดงราวกับมะเขือเทศ ก่อนจะเรียกสติตนกลับมา ผงะตัวออกมาอย่างว่องไว ก่อนจะจ้ำอ้าวออกไปโดยไม่ผินหลังกลับมามอง

"อะไรของหมอนั้น! " เสี่ยวเยาเอ่ยขึ้นด้วยความมึนงง ก่อนจะมองขวดยาในมือด้วยความผิดหวังเล็กน้อย

"อย่างน้อยก็ควรทายาเสียก่อนซิ ท่านแม่ทัพ..." นางยังคงเดินมุ่งตรงไปยังจวนท่านแม่ทัพ หากคืนนี้มิได้ทายาให้เขา เธอเองก็ไม่คิดจะกลับที่พักเป็นอันขาด เพราะอย่างน้อยเขาก็คือผู้มีพระคุณของเธอ

ฝ่าบาทยืนเพ่งมองดวงจันทร์กลมโต ด้วยแววตาเปล่งประกาย บนด้วยแววตาเศร้าหมอง แม้จะมีความหวังแต่ต้องแลกกับความสูญเสีย นานเท่าไหร่แล้วเขาผู้นั้น ไร้ซึ่งความรู้สึก เมื่อไหร่คำสาปนั่นจะจบลง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าเขา ก่อนที่กงกงจะเดินเข้ามาใกล้ตนด้วยความเป็นห่วง

"ดึกแล้วกลับตำหนักเถิดฝ่าบาท"

"กงกงทหารผู้นั้นที่ข้าเจอวันนี้ คือผู้ที่เจิ้งเจี๋ย รอคอยมาแสนนานจริงๆ ใช่ไหม? ฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ ท่ามกลางความงุนงงของกงกง และเหล่าทหาร ที่มิเคยเห็นฝ่าบาทเป็นเช่นนี้มาก่อน แต่ใครจะรู้ว่าเสียงหัวเราะนั้นกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง

เสี่ยวเยาในร่างยู่หลงเดินวนไปวนมาอยู่หน้าจวนของท่านแม่ทัพ นั้นเพราะคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปแต่ตนต้องทานยา และทำแผลให้สำเร็จถึงจะวางใจได้ ชั่วครู่หนึ่งประตูได้ถูกเปิดออก แต่ผู้ที่ย่างก้าวออกมากลับกลายเป็นองครักษ์คนสนิทของเขา นามว่า ลี่หวัง มุ่งตรงมายังนางด้วยท่าทางแสนเย็นชา คิ้วขมวดชนกัน ช่างยียวนกวนประสาทนางยิ่งนัก

"ท่านแม่ทัพสั่งให้ข้ามาบอกเจ้า ว่าให้กลับไปซะ แต่หากเจ้ายังวุ่นวายไม่เลิก ให้ข้าฆ่าเจ้าเสีย!" ทหารผู้นั้นเตรียมชักกระบี่คู่กายออกมา

"ไม่ได้!! ท่านแม่ทัพต้องทานยา ทำแผลเสียก่อน เพราะถือเป็นคำสั่งของฝ่าบาทด้วย เจ้ากล้าขัดราชโองการเหรอ! เจ้าอยากตายนักรึไง ฮ่ะ! ถ่อยๆ ข้าจะเข้าไป ลีลานักนะท่านแม่ทัพ ข้าง่วงนอนจะตายแล้วเนี่ย.."

"..." ลี่หวัง งุนงงกลับคำพูดและท่าทางของนาง ปล่อยนางเข้าไปด้วยความจำใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 37 ตอนพิเศษ (2 ) จบบริบูรณ์...

    เจิ้งเจี๋ยความทรงจำในอดีตย้อนเข้ามาในห้วงความจำราวกับเครื่องบันทึกที่ชำรุดแล้วได้กลับมาเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง จนผมไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป สตรีนางหนึ่งในชุดฮั่นฝูจีนโบราณสีขาวสลับชมพูเข้มสดใสราวกับดอกเหมยฮวาแรกแย้มบานสะพรั่งไปทั่วท้องนภา อีกทั้งท่วงท่า กิริยา วาจาดั่งพญาหงส์ของเธอทำให้ผมอดที่ยิ้มออกมาเสียไม่ได้ สตรีงดงามผู้นี้คือใครกันช่วงแรกในห้วงความฝันอันไม่ปะติดปะต่อไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอผู้นี้เป็นใคร แต่ทว่าผมกลับหลงรักเธอได้อย่างง่ายดายราวกับมีด้ายแดงเชื่อมสัมพันธ์กันมาเนิ่นนาน อีกทั้งผมยังคงเชื่อมั่นเสมอว่าเราต้องได้เจอกันในสักวันหนึ่งเป็นเพราะด้ายแดงที่ผูกเราไว้ด้วยกันจากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นไม่เคยขาดสะบั้นลง เพียงเพราะผมสิ้นใจตายก่อนเธอ ทุกๆ ความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดของเธอมันบีบเคยหัวใจของผมเองให้ทุกข์ทรมานไม่แพ้กันและวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง วันที่ผมจำเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด ว่าผมเคยเป็นใคร ใช้ชีวิตอย่างไรและรักเธอผู้นี้มากเพียงใด ความรู้สึกมากมายหลั่งไหลกันเข้ามาราวกับว่าเธอคืออากาศรอบตัวหากไม่มีมันผมย่อมตายได้ทุกเมื่อ"อยากกอดเธอเหลือเกิน...." ผมมองหญิงสาวในพิพิธภัณฑ์ของตนเ

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 36 ตอนพิเศษ (1)

    ทุกอย่างกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ท่ามกลางผู้คนที่แสนจะวุ่นวายบนท้องถนนเดินวนไปวนมาในตัวเมืองไร้ความสงบ เป็นสัญญาณการกลับมายังยุคเดิมของใครผู้หนึ่งภายใต้ความสงสัยใคร่รู้ว่าเรื่องราวระหว่างพวกเขามันจบลงเพียงเท่านี้จริงๆ หรือ? "นี้ๆเหยา เสี่ยวเหยา" เสียงใสที่คุ้นเคยดังขึ้น"เอ๊ะ!"ดวงตากลมโตพองโตด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เมื่อพบว่าตนเองยังคงยืนจ้องมองภาพวาดพู่กันแต่ทว่าสองเท้าผงะถอยหลังเล็กน้อย เมื่อภาพวาดพู่กันใบนั้นกลับกลายเป็นภาพวาดพระราชวังอันว่างเปล่าไม่มีสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ดั่งเช่นองค์จักรพรรดิไท่จู่ หรือนี่คือตอนจบที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงพร้อมเขาผู้ที่หลับใหลภายใต้อ้อมแขนเธอไปตลอดกาล"อึก!" น้ำใสเอ่อล้นตรงขอบตาเรียวราวกับว่าโดนของมีคมทิ่มแทงใจเธอตลอดเวลา"เป็นอะไรไปเสี่ยวเหยา ฉันเรียกเธออยู่ตั้งนาน สติหายไปเนี่ย...""เอ๊ะ! ปะ...เปล่าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ!" เธอฝืนยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสาวเสียงพร่ำบ่นของอิงอิงทำให้รู้ตัวทันทีว่าตนได้กลับมายังปัจจุบันแล้ว ในเมื่อภาพวาดใบนั้นเปลี่ยนเช่นนั้น...ร่างบางไม่รอช้าวิ่งสุดกำลังด้วยใจที่ร้อนรนไปยังแผ่นจารึกหน้า

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 35 : สุขอุราภายใต้รักนิรันดร์ จบบริบูรณ์

    ร่างบางภายใต้ชุดทหารก้าวเท้าไปยังกล่องสีทองก่อนเปิดมันออกด้วยใจตื่นตระหนกเล็กน้อย ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อพบว่าในกล่องใบนั้นมีแต่ความว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดน่าอัศจรรย์ใจกล่องที่ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยหวงแหนนักราวกับไข่ในหินทว่าบัดนี้กลับไม่มีสิ่งใดมันว่างเปล่าอย่างน่าเห็นใจ หากเขาฟื้นขึ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ใครกันที่กล้าล้วงคอหมาป่าเช่นเขา"เป็นเช่นนี้แล้ว...ภาพวาดใบนั้นอยู่ใดกัน?" น้ำเสียงอันแผ่วเบาเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวังก่อนจะพินหลังมองลี่ซานที่ตกตะลึงไม่แพ้นาง"ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าไปต้มยาให้ท่านแม่ทัพทานก่อน" ร่างสูงรีบวิ่งออกจากที่นี่อย่างว่องไวดุจสายลมเพราะถึงอย่างไรตนก็ไม่สามารถหาคำอธิบายมาให้นางได้ เสี่ยวเหยานั่งลงเบื้องหน้าผู้ที่นอนอย่างสงบด้วยแววตาอย่างหวาดหวั่นเพราะร่างกายที่นอนแน่นิ่งอย่างอิดโรยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันแผ่วบางมันช่างทรมานใจนางเหลือเกิน"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรฉันจะช่วยคุณให้ได้!" คำพูดอันหนักแน่นของสตรีผู้ที่มาจากยุคปัจจุบันทำให้คิ้วข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเหมือนจะรับรู้ความคิดของนางทว่านางพินหลังจากไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อยก่อนจะสั่งให้ทหารเฝ้ายามจวนแม่ทัพไว้อย่าง

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 34 : สุขอุราภายใต้น้ำตา (1)

    ร่างสูงสวมเสื้อผ้าสีขาวบางเส้นผมยุ่งเหยิงไร้ความสง่าผ่าเผยดังเช่นก่อนมือหนาคู่นั้นเคยทุบตีทำร้ายผู้อ่อนแออย่างไร้ความปรานีบัดนี้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเพื่อตอกย้ำความเลวทรามที่ตนเป็นผู้ก่อ ร่างสูงย่างก้าวไปพร้อมองครักษ์ซ้ายขวาแต่ทว่าไม่ใช่องครักษ์ที่เฝ้าอารักขาเขาดั่งเช่นก่อนมุ่งหน้าไปสู่ลานประหารเพื่อให้เหล่าราษฎรทั้งหลายรับรู้ถึงการกระทำชั่วอันมีโทษถึงตายดังเช่นการก่อกบฏโดยหมายจะปลิดชีพฮ่องเต้ผู้เที่ยงธรรมอีกทั้งยังเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างไร้ความสำนึกผิดชอบชั่วดี ทุกอย่างที่วางแผนไว้จบสิ้นเพียงเพราะเฮ่ออี้ทนต่อพิษบาดแผลไม่ไหวจึงยอมเปิดปากเผยความจริงจนหมดสิ้น"ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง สั่งการให้ข้าหาวิธีทำให้ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดว่านางทรยศต่อท่าน! ข้าจะได้ทองคำเป็นสิ่งตอบแทน"" เพียงเพราะต้องการทองคำเจ้าถึงกับทำร้ายสตรีเช่นนี้ยังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่! " ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นด้วยความพยายามกลั้นความรู้สึกอันโทสะไว้ในใจ"ชะ..ใช่! ข้าไม่สมควรเกิดมาเป็นบุรุษท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะ ขะ..ข้า..สาบานว่าจะไม่ทำเยี่ยงนี้กับผู้ใดอีก""อย่างนั้นเหรอ ฮึ! " เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย'

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   ตอนที่ 33 : ค่ำคืนที่มิอาจยับยั้งชั่งใจได้ NC18+

    จันทราสีทองสว่างรายล้อมไปทั่วหุบเขากิ่งไม้ไผ่กระทบไปมาท่ามกลางสายลมพัดโบกสลับกิ่งไม้ดังสนั่นไปทั่วใบไม้นั้นกระทบแสงทองของดวงจันทร์งดงามดุจดั่งสวนสวรรค์ ร่างบางถูกวางไว้บนเสื้อคลุมขนสัตว์อันอบอุ่นของเขา ไม่รู้เวทมนตร์อันใดถึงทำให้นางยอมจำนนต่อเขาอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ แม้จะหักห้ามใจไว้เพียงใดแต่กลับถลำลึกอยากถอนตัวยิ่งมองแผ่นอกกว้างอันไร้พันธนาการมันช่างหอมหวานรัญจวนใจเหลือเกิน 'นี่หรือ? หากได้ลิ้มลองสักครั้งยากจะลืมได้ โรคจิตเหรอเปล่าเราแล้วอย่างนี้จะทำใจกลับบ้านได้อย่างไร อึก!' ความคิดหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากหนาบดริมฝีปากสวยได้รูปของนางเพื่อชิมรสหวาน สัมผัสนั้นช่างเร่าร้อนยิ่งกว่าไฟสงครามเสียอีก มือหนาเคล้นคลึงทรวงอกอย่างไม่ทันให้นางได้เตรียมใจความเสียวสะท้านแผ่ซ่านไปทั้งตัวอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เขาเปลื้องชุดบางที่สวมใส่ในตัวนางออกอย่างง่ายดาย "อะ..อะ...ดะเดี๋ยวสิ!" ดวงตาคู่สวยถี่ลงเล็กน้อย "ครั้งนี้...จะเจ็บไหม?" น้ำเสียงสั่นระริกของนางทำให้เขาเผยยิ้มอย่างเอ็นดู"ข้าจะทะนุถนอมเจ้าเป็นอย่างดี จงอย่าได้เป็นกังวลไปเพราะข้ารักเจ้าเพียงผู้เดียว"" อืม" นางพยักหน้าตอบรับอย่างง่ายดาย

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 32 เพลิงศึกแห่งรัก

    ในเวลาต่อมากำลังพลเคลื่อนที่ นำทัพโดยท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋คุ้นเคยผู้บัญชาการมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเพลิง ที่ซ่อนตัวของเหล่านักรบชุดดำ ซึ่งเป็นทาสกบฏของอ๋องจี๋ชงซึ่งวางแผนรวบรวมกำลังพลได้จากเหล่าบรรดานักโทษในคดีร้ายแรง มาฝึกฝนซักซ้อมอย่างเข้มงวดไม่มีความปรานี หากผู้ใดคิดจะถอนตัวเป็นอันต้องโดนจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา ความโหดเหี้ยมของนักรบชุดดำ แม้จะเป็นสตรี หรือเด็กก็ไม่อาจพ้นความตายจากกระบี่ไปได้ จนกลายเป็นตำนานถึงความไร้ปรานีไม่แพ้โจรป่า เพียงไม่กี่เวลาเหล่าทหารของท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยได้มาถึงจุดหมายปลายทางที่ว่าไว้ ชายร่างสูงบนอ่านม้าด้วยสีหน้าของเขานิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่งชูมือขึ้น เพื่อส่งสัญญาณให้เหล่าทหารโจมตีฝีเท้าทหารเงียบงันดุจเงาวิญญาณ เสียงศรแหวกก้องสะท้อนในม่านรัตติกาล ประกายอัคคีแรกในค่ายกบฏลุกโชน ดุจอุกกาบาตพัดตกจากสวรรค์สู่ชะตากรรมมิอาจเลี่ยงได้"อ๊าก!!" เสียงร้องของเหล่ากบฏดังก้องไปทั่วหุบเขาอย่างน่าเวทนา เพราะมิอาจตั้งรับได้ทันท่วงที "บุก!!" เสียงเข้มยังคงสั่งการบนอ่านม้า แววตาดุดันไหวพริบเฉียบแหลมเยี่ยงหมาป่า ก่อนเคลื่อนทัพโจมตีค่ายกบฏเพื่อยุติสงครามบัลลังก์เลือด หอกและกร

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 7 ท่านแม่ทัพ

    แสงสว่างจากดวงจันทราสาดส่องเพียงพอให้นางมองเห็นสภาพภายในจวน เสี่ยวเยาต้องแปลกใจปนความสงสัย เมื่อพบว่ามันช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งของมีค่าอย่างที่ผู้คนต่างร่ำลือไว้ มีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ ไว้ดื่มชา กับเตียงนอนเรียบง่ายที่ไม่อลังการ พร้อมแกะสลักลวดลายหมาป่าที่น่าเกรงขามไว้เท่านั้น ไม่สมกับเป็นเชื้อสายพร

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 5 คนของข้าใครอย่าแตะ!

    "จะ..เจ้า..!" ".........."เสี่ยวเยาประคองนางกำนัลผู้ไร้เรี่ยวแรง แม้จะลุกขึ้นยืน เพื่อความปลอดภัยของนาง อย่างไรเสียก็ต้องออกจากจวนแห่งนี้อย่างเร็วที่สุด "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เยี่ยม! เยี่ยม! ข้าเริ่มสนใจนายทหารผู้นี้แล้วซิ! มาอยู่กับข้าดีไหม? "ไม่เพียงแต่พูด ท่านอ๋องผู้นี้ได้มุ่งตรงมายังเสี่ยวเยา ด้วยท่า

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 4 ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจ

    เจิ้งเจี๋ยมองใบหน้าขาวซีด ที่หมดสติภายใต้ออมแขนของตน พร้อมความสับสนวุ่นวายใจ ด้วยเหตุใดกัน ตัวเขาถึงเลือกที่ทิ้งกระบี่มังกรคู่ใจ เพียงเพื่อรับร่างไร้สติของทหารอ่อนแอผู้นี้ได้ ดวงตาเข้มยังคงพินิจพิจารณาทุกส่วนของใบหน้า ขนตาที่เรียวยาว ปากชมพูอันอวบอิ่ม แก้มแดงราวกับมะเขือเทศ มันช่างดูงดงามราวกับสตรี

  • ท่านแม่ทัพข้าจะเอาตัวรอดจากท่านให้ได้   บทที่ 3 หมาป่าจอมทมิฬ

    บัดนี้'เสี่ยวเยา'กลับกลายเป็น'ยู่หลง'ทหารชั้นผู้น้อย ที่ต้องไปรายงานตัวกับท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย แม้ชุดทหารนั้นหนาแน่นเพียงใด ก็ไม่อาจปกปิดเรือนร่างซูบผอมของนางไว้ได้ดวงตาทุกคู่ของสหายร่วมทัพต่างเพ่งมองมายังร่างของนางด้วยความใคร่รู้ บ้างก็ยังซุบซิบนินทา หัวเราะเยาะเย้ยว่านางนั้น ผอมแห้งแรงน้อย จะเอา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status