LOGINเจิ้งเจี๋ยความทรงจำในอดีตย้อนเข้ามาในห้วงความจำราวกับเครื่องบันทึกที่ชำรุดแล้วได้กลับมาเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง จนผมไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป สตรีนางหนึ่งในชุดฮั่นฝูจีนโบราณสีขาวสลับชมพูเข้มสดใสราวกับดอกเหมยฮวาแรกแย้มบานสะพรั่งไปทั่วท้องนภา อีกทั้งท่วงท่า กิริยา วาจาดั่งพญาหงส์ของเธอทำให้ผมอดที่ยิ้มออกมาเสียไม่ได้ สตรีงดงามผู้นี้คือใครกันช่วงแรกในห้วงความฝันอันไม่ปะติดปะต่อไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอผู้นี้เป็นใคร แต่ทว่าผมกลับหลงรักเธอได้อย่างง่ายดายราวกับมีด้ายแดงเชื่อมสัมพันธ์กันมาเนิ่นนาน อีกทั้งผมยังคงเชื่อมั่นเสมอว่าเราต้องได้เจอกันในสักวันหนึ่งเป็นเพราะด้ายแดงที่ผูกเราไว้ด้วยกันจากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นไม่เคยขาดสะบั้นลง เพียงเพราะผมสิ้นใจตายก่อนเธอ ทุกๆ ความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดของเธอมันบีบเคยหัวใจของผมเองให้ทุกข์ทรมานไม่แพ้กันและวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง วันที่ผมจำเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด ว่าผมเคยเป็นใคร ใช้ชีวิตอย่างไรและรักเธอผู้นี้มากเพียงใด ความรู้สึกมากมายหลั่งไหลกันเข้ามาราวกับว่าเธอคืออากาศรอบตัวหากไม่มีมันผมย่อมตายได้ทุกเมื่อ"อยากกอดเธอเหลือเกิน...." ผมมองหญิงสาวในพิพิธภัณฑ์ของตนเ
ทุกอย่างกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ท่ามกลางผู้คนที่แสนจะวุ่นวายบนท้องถนนเดินวนไปวนมาในตัวเมืองไร้ความสงบ เป็นสัญญาณการกลับมายังยุคเดิมของใครผู้หนึ่งภายใต้ความสงสัยใคร่รู้ว่าเรื่องราวระหว่างพวกเขามันจบลงเพียงเท่านี้จริงๆ หรือ? "นี้ๆเหยา เสี่ยวเหยา" เสียงใสที่คุ้นเคยดังขึ้น"เอ๊ะ!"ดวงตากลมโตพองโตด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เมื่อพบว่าตนเองยังคงยืนจ้องมองภาพวาดพู่กันแต่ทว่าสองเท้าผงะถอยหลังเล็กน้อย เมื่อภาพวาดพู่กันใบนั้นกลับกลายเป็นภาพวาดพระราชวังอันว่างเปล่าไม่มีสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ดั่งเช่นองค์จักรพรรดิไท่จู่ หรือนี่คือตอนจบที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงพร้อมเขาผู้ที่หลับใหลภายใต้อ้อมแขนเธอไปตลอดกาล"อึก!" น้ำใสเอ่อล้นตรงขอบตาเรียวราวกับว่าโดนของมีคมทิ่มแทงใจเธอตลอดเวลา"เป็นอะไรไปเสี่ยวเหยา ฉันเรียกเธออยู่ตั้งนาน สติหายไปเนี่ย...""เอ๊ะ! ปะ...เปล่าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ!" เธอฝืนยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสาวเสียงพร่ำบ่นของอิงอิงทำให้รู้ตัวทันทีว่าตนได้กลับมายังปัจจุบันแล้ว ในเมื่อภาพวาดใบนั้นเปลี่ยนเช่นนั้น...ร่างบางไม่รอช้าวิ่งสุดกำลังด้วยใจที่ร้อนรนไปยังแผ่นจารึกหน้า
ร่างบางภายใต้ชุดทหารก้าวเท้าไปยังกล่องสีทองก่อนเปิดมันออกด้วยใจตื่นตระหนกเล็กน้อย ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อพบว่าในกล่องใบนั้นมีแต่ความว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดน่าอัศจรรย์ใจกล่องที่ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยหวงแหนนักราวกับไข่ในหินทว่าบัดนี้กลับไม่มีสิ่งใดมันว่างเปล่าอย่างน่าเห็นใจ หากเขาฟื้นขึ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ใครกันที่กล้าล้วงคอหมาป่าเช่นเขา"เป็นเช่นนี้แล้ว...ภาพวาดใบนั้นอยู่ใดกัน?" น้ำเสียงอันแผ่วเบาเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวังก่อนจะพินหลังมองลี่ซานที่ตกตะลึงไม่แพ้นาง"ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าไปต้มยาให้ท่านแม่ทัพทานก่อน" ร่างสูงรีบวิ่งออกจากที่นี่อย่างว่องไวดุจสายลมเพราะถึงอย่างไรตนก็ไม่สามารถหาคำอธิบายมาให้นางได้ เสี่ยวเหยานั่งลงเบื้องหน้าผู้ที่นอนอย่างสงบด้วยแววตาอย่างหวาดหวั่นเพราะร่างกายที่นอนแน่นิ่งอย่างอิดโรยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันแผ่วบางมันช่างทรมานใจนางเหลือเกิน"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรฉันจะช่วยคุณให้ได้!" คำพูดอันหนักแน่นของสตรีผู้ที่มาจากยุคปัจจุบันทำให้คิ้วข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเหมือนจะรับรู้ความคิดของนางทว่านางพินหลังจากไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อยก่อนจะสั่งให้ทหารเฝ้ายามจวนแม่ทัพไว้อย่าง
ร่างสูงสวมเสื้อผ้าสีขาวบางเส้นผมยุ่งเหยิงไร้ความสง่าผ่าเผยดังเช่นก่อนมือหนาคู่นั้นเคยทุบตีทำร้ายผู้อ่อนแออย่างไร้ความปรานีบัดนี้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเพื่อตอกย้ำความเลวทรามที่ตนเป็นผู้ก่อ ร่างสูงย่างก้าวไปพร้อมองครักษ์ซ้ายขวาแต่ทว่าไม่ใช่องครักษ์ที่เฝ้าอารักขาเขาดั่งเช่นก่อนมุ่งหน้าไปสู่ลานประหารเพื่อให้เหล่าราษฎรทั้งหลายรับรู้ถึงการกระทำชั่วอันมีโทษถึงตายดังเช่นการก่อกบฏโดยหมายจะปลิดชีพฮ่องเต้ผู้เที่ยงธรรมอีกทั้งยังเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างไร้ความสำนึกผิดชอบชั่วดี ทุกอย่างที่วางแผนไว้จบสิ้นเพียงเพราะเฮ่ออี้ทนต่อพิษบาดแผลไม่ไหวจึงยอมเปิดปากเผยความจริงจนหมดสิ้น"ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง สั่งการให้ข้าหาวิธีทำให้ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดว่านางทรยศต่อท่าน! ข้าจะได้ทองคำเป็นสิ่งตอบแทน"" เพียงเพราะต้องการทองคำเจ้าถึงกับทำร้ายสตรีเช่นนี้ยังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่! " ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นด้วยความพยายามกลั้นความรู้สึกอันโทสะไว้ในใจ"ชะ..ใช่! ข้าไม่สมควรเกิดมาเป็นบุรุษท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะ ขะ..ข้า..สาบานว่าจะไม่ทำเยี่ยงนี้กับผู้ใดอีก""อย่างนั้นเหรอ ฮึ! " เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย'
จันทราสีทองสว่างรายล้อมไปทั่วหุบเขากิ่งไม้ไผ่กระทบไปมาท่ามกลางสายลมพัดโบกสลับกิ่งไม้ดังสนั่นไปทั่วใบไม้นั้นกระทบแสงทองของดวงจันทร์งดงามดุจดั่งสวนสวรรค์ ร่างบางถูกวางไว้บนเสื้อคลุมขนสัตว์อันอบอุ่นของเขา ไม่รู้เวทมนตร์อันใดถึงทำให้นางยอมจำนนต่อเขาอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ แม้จะหักห้ามใจไว้เพียงใดแต่กลับถลำลึกอยากถอนตัวยิ่งมองแผ่นอกกว้างอันไร้พันธนาการมันช่างหอมหวานรัญจวนใจเหลือเกิน 'นี่หรือ? หากได้ลิ้มลองสักครั้งยากจะลืมได้ โรคจิตเหรอเปล่าเราแล้วอย่างนี้จะทำใจกลับบ้านได้อย่างไร อึก!' ความคิดหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากหนาบดริมฝีปากสวยได้รูปของนางเพื่อชิมรสหวาน สัมผัสนั้นช่างเร่าร้อนยิ่งกว่าไฟสงครามเสียอีก มือหนาเคล้นคลึงทรวงอกอย่างไม่ทันให้นางได้เตรียมใจความเสียวสะท้านแผ่ซ่านไปทั้งตัวอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เขาเปลื้องชุดบางที่สวมใส่ในตัวนางออกอย่างง่ายดาย "อะ..อะ...ดะเดี๋ยวสิ!" ดวงตาคู่สวยถี่ลงเล็กน้อย "ครั้งนี้...จะเจ็บไหม?" น้ำเสียงสั่นระริกของนางทำให้เขาเผยยิ้มอย่างเอ็นดู"ข้าจะทะนุถนอมเจ้าเป็นอย่างดี จงอย่าได้เป็นกังวลไปเพราะข้ารักเจ้าเพียงผู้เดียว"" อืม" นางพยักหน้าตอบรับอย่างง่ายดาย
ในเวลาต่อมากำลังพลเคลื่อนที่ นำทัพโดยท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋คุ้นเคยผู้บัญชาการมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเพลิง ที่ซ่อนตัวของเหล่านักรบชุดดำ ซึ่งเป็นทาสกบฏของอ๋องจี๋ชงซึ่งวางแผนรวบรวมกำลังพลได้จากเหล่าบรรดานักโทษในคดีร้ายแรง มาฝึกฝนซักซ้อมอย่างเข้มงวดไม่มีความปรานี หากผู้ใดคิดจะถอนตัวเป็นอันต้องโดนจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา ความโหดเหี้ยมของนักรบชุดดำ แม้จะเป็นสตรี หรือเด็กก็ไม่อาจพ้นความตายจากกระบี่ไปได้ จนกลายเป็นตำนานถึงความไร้ปรานีไม่แพ้โจรป่า เพียงไม่กี่เวลาเหล่าทหารของท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยได้มาถึงจุดหมายปลายทางที่ว่าไว้ ชายร่างสูงบนอ่านม้าด้วยสีหน้าของเขานิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่งชูมือขึ้น เพื่อส่งสัญญาณให้เหล่าทหารโจมตีฝีเท้าทหารเงียบงันดุจเงาวิญญาณ เสียงศรแหวกก้องสะท้อนในม่านรัตติกาล ประกายอัคคีแรกในค่ายกบฏลุกโชน ดุจอุกกาบาตพัดตกจากสวรรค์สู่ชะตากรรมมิอาจเลี่ยงได้"อ๊าก!!" เสียงร้องของเหล่ากบฏดังก้องไปทั่วหุบเขาอย่างน่าเวทนา เพราะมิอาจตั้งรับได้ทันท่วงที "บุก!!" เสียงเข้มยังคงสั่งการบนอ่านม้า แววตาดุดันไหวพริบเฉียบแหลมเยี่ยงหมาป่า ก่อนเคลื่อนทัพโจมตีค่ายกบฏเพื่อยุติสงครามบัลลังก์เลือด หอกและกร
เจิ้งเจี๋ยมองใบหน้าขาวซีด ที่หมดสติภายใต้ออมแขนของตน พร้อมความสับสนวุ่นวายใจ ด้วยเหตุใดกัน ตัวเขาถึงเลือกที่ทิ้งกระบี่มังกรคู่ใจ เพียงเพื่อรับร่างไร้สติของทหารอ่อนแอผู้นี้ได้ ดวงตาเข้มยังคงพินิจพิจารณาทุกส่วนของใบหน้า ขนตาที่เรียวยาว ปากชมพูอันอวบอิ่ม แก้มแดงราวกับมะเขือเทศ มันช่างดูงดงามราวกับสตรี
บัดนี้'เสี่ยวเยา'กลับกลายเป็น'ยู่หลง'ทหารชั้นผู้น้อย ที่ต้องไปรายงานตัวกับท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย แม้ชุดทหารนั้นหนาแน่นเพียงใด ก็ไม่อาจปกปิดเรือนร่างซูบผอมของนางไว้ได้ดวงตาทุกคู่ของสหายร่วมทัพต่างเพ่งมองมายังร่างของนางด้วยความใคร่รู้ บ้างก็ยังซุบซิบนินทา หัวเราะเยาะเย้ยว่านางนั้น ผอมแห้งแรงน้อย จะเอา
ทุกอย่างมืดสนิทไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะปรากฎร่างกายของตน ยืนตัวตรงอย่างสงบเสงี่ยม อยู่ในสถานที่ไม่คุ้นตา เสี่ยวเยาขยี้ดวงตาเบาๆ แววตาใสเปล่งประกายพองโต เมื่อมองไปรอบๆตัวที่บัดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้กระทั้งชุดที่นางสวมใส พริ้วไหวงดงามราวกับเทพธิดา"เอ๊ะ!!" ทว่าไม่ได้มีเพียงนาง
คืนพระจันทร์สีเลือด " พวกเจ้าต้องจับนางมาให้จงได้ ข้าจะลงโทษนางด้วยมือของข้าเอง" 'เหมยหลิน'เจ้าคนทรยศ!! นัยน์ตาที่ดูรุ่มร้อนดั่งไฟ บุรุษผู้ยืนจ้องมองพระจันทร์สีเลือดที่ลอยเด่นกลางท้องฟ้า สองมือกำแน่นจนเล็บจิก เลือดไหลหยดลงมือ ลงมาดั่งเม็ดฝนแต่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด เพราะเหตุใดกันแม่ทัพผู้นี้ถึงตามล่







